- หน้าแรก
- พลิกชะตาฟ้า ไหนบอกว่าเจ้าไม่เป็นวรยุทธ์
- บทที่ 36 คลื่นใต้น้ำ, ใช้ชีวิตพี่น้องเป็นเหยื่อล่อ
บทที่ 36 คลื่นใต้น้ำ, ใช้ชีวิตพี่น้องเป็นเหยื่อล่อ
บทที่ 36 คลื่นใต้น้ำ, ใช้ชีวิตพี่น้องเป็นเหยื่อล่อ
บทที่ 36 คลื่นใต้น้ำ, ใช้ชีวิตพี่น้องเป็นเหยื่อล่อ
ผิวเผินทงโจวดูสงบเงียบ
แต่แท้จริงแล้วคลื่นใต้น้ำกำลังโหมกระหน่ำ
ทั้งคนของลัทธิเสวียนหวง หน่วยจิ้งอัน และกองทัพแมวของแม่ทัพหลี ต่างออกตามหาโจวซุ่นชิ่งกันจ้าละหวั่นทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
แต่ผ่านไปสองวัน หน่วยจิ้งอันที่อ้างเรื่องสืบคดีศพแห้ง พลิกเมืองทงโจวแทบจะทุกตารางนิ้ว ก็ยังไม่พบคนน่าสงสัย ฝั่งนายอำเภอหวังก็คว้าน้ำเหลวเช่นกัน
ทำให้เป้ยเส้าชิงเริ่มสงสัยว่า หรือโจวซุ่นชิ่งจะไม่ได้เข้าเมือง? หรืออาจจะออกจากทงโจวไปแล้ว?
นายอำเภอหวังเองก็สงสัยเหมือนกัน จึงรีบไปพบบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางแต่เช้าตรู่เพื่อเสนอข้อสันนิษฐานนี้
"เป็นไปไม่ได้ ข้าไล่ตามมันมาจนถึงทงโจว อีกอย่างมันบาดเจ็บสาหัส จะไปพักฟื้นที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ในทงโจว?" บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางปฏิเสธเสียงแข็ง มือก็ลูบหัวแมวสามสีหน้าตาน่ารักในอ้อมกอดไปด้วย
แมวตัวนี้ขี้อ้อนมาก กระโดดมาคลอเคลียขาเขาเอง เขาเลยอดใจไม่ไหวต้องอุ้มขึ้นมาสักหน่อย
นายอำเภอหวังนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอ "ทงโจวแม้จะไม่ใหญ่ แต่ก็มีประชากรหลายแสนคน การใช้คนเดินหาแบบนี้ก็ไม่ต่างกับงมเข็มในมหาสมุทร ข้าเห็นว่าเราน่าจะใช้วิธีล่อให้มันปรากฏตัวออกมาเองดีกว่า"
"ล่อยังไง?" บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางถาม
นายอำเภอหวังกำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่
เขาจึงขยับเข้าไปใกล้บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยาง กระซิบเสียงเบา "เราทำแบบนี้... แบบนี้... ถ้ามันยังอยู่ในทงโจว มันต้องโผล่หัวออกมาแน่"
ถ้าโจวซุ่นชิ่งไม่โผล่มา ก็แสดงว่าคงไม่ได้อยู่ในทงโจวแล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอีก
พูดจบ นายอำเภอหวังเพิ่งสังเกตเห็นว่าแมวสามสีในอ้อมกอดบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางกำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง
"เมี๊ยว~" แมวสามสีร้องออกมา แมวตัวเล็กน่ารักแค่นี้จะมีพิษมีภัยอะไรได้?
"ดี! ดีมาก!" บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางฟังจบก็ยิ้มแก้มปริ "หัวหน้าสาขาหวัง แผนนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ในเมื่อท่านเป็นคนคิด ก็ให้ท่านเป็นคนจัดการ ข้าจะรอฟังข่าวดี"
"รับทราบขอรับ" นายอำเภอหวังประสานมือ
…………………………
ที่กองร้อยหน่วยจิ้งอัน ซุนโหย่วเลี่ยงที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงทงโจว รีบเข้ามาคุกเข่ารายงาน "คาราวะใต้เท้า!"
"หมิงเต๋อ ลุกขึ้นเถอะ" เป้ยเส้าชิงรีบเข้าไปประคองเขาขึ้นมาด้วยตัวเอง "ลำบากเจ้าแล้ว"
"ไม่ลำบากเลยขอรับ ได้แบ่งเบาภาระใต้เท้าถือเป็นเกียรติของข้าน้อย" ซุนโหย่วเลี่ยงยิ้มกว้าง แล้วหยิบของที่นำมาจากเมืองหลวงมณฑลออกมา "ใต้เท้า นี่จดหมายตอบกลับจากท่านนายกองพันลู่ และหนังสือแต่งตั้งของท่านขอรับ"
หนังสือแต่งตั้งนายกองธงใหญ่เป้ยเส้าชิงแค่กวาดตามองผ่านๆ แล้ววางไว้ข้างตัว รีบแกะจดหมายของนายกองพันลู่ขึ้นมาอ่าน
ในจดหมาย นายกองพันลู่กล่าวชื่นชมเป้ยเส้าชิงยกใหญ่ว่าเก่งกาจสมกับเป็นลูกพ่อ ยกย่องผลงานการเปิดโปงและสังหารกบฏเจิ้งเสวียนเฉิง และกำชับให้หมั่นสร้างผลงานเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณต่อไป
นอกจากนี้ยังแจ้งว่ารักษาการนายกองร้อยคนใหม่จะเดินทางมาถึงภายในสิบวัน ชื่อว่า 'โจวเซี่ยงหยาง' เป็นนายกองธงใหญ่คนสนิทที่มีความสามารถมาก ฝากให้เป้ยเส้าชิงช่วยดูแลและทำงานร่วมกันให้ดี
"นายกองพันลู่เป็นคนยังไง?" เป้ยเส้าชิงโยนจดหมายไปกองรวมกับหนังสือแต่งตั้ง ถามเสียงเรียบ
ซุนโหย่วเลี่ยงเรียบเรียงคำพูดแล้วตอบ "รักเงินมากกว่าสาวงาม รักนวลสงวนตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีเพศขอรับ"
"มีผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงด้วยเหรอ?" เป้ยเส้าชิงประหลาดใจมาก "ใจแข็งชะมัด!"
ผู้ชายส่วนใหญ่ขนาดจะเลิกช่วยตัวเองยังทำไม่ได้เลย
แต่นายกองพันลู่ที่มีอำนาจล้นมือ จะหาสาวงามแค่ไหนก็ได้ กลับสามารถรักษาพรหมจรรย์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีได้
แสดงว่าเป็นคนจิตใจแน่วแน่และมีปณิธานอันยิ่งใหญ่แน่นอน
"ในจดหมายบอกว่ารักษาการนายกองร้อยคนใหม่ชื่อโจวเซี่ยงหยาง เป็นนายกองธงใหญ่ เจ้าเคยได้ยินชื่อคนนี้ตอนอยู่เมืองหลวงมณฑลไหม?" เป้ยเส้าชิงถามต่อ
ซุนโหย่วเลี่ยงชะงัก ก้มหน้าตอบ "ท่านนายกองพันลู่ไม่ได้บอกชื่อนายกองร้อยคนใหม่ให้ข้าน้อยทราบ ข้าน้อยเลยไม่รู้ แต่ตอนที่ข้าน้อยไปพบท่านนายกองพัน มีนายกองธงใหญ่คนหนึ่งอยู่ข้างกายท่าน ดูท่าทางสนิทสนมกันมาก
ข้าน้อยเดาว่าน่าจะเป็นคนนี้ แม้คำพูดคำจาจะดูเหน็บแนมไปบ้าง แต่หน้าตาดูใจดีน่าคบหาขอรับ"
"หวังว่าจะคบง่ายจริงๆ นะ ถ้าไม่รู้จักกาลเทศะล่ะก็... หึ!" เป้ยเส้าชิงแค่นเสียงเย็น
ซุนโหย่วเลี่ยงรีบก้มหน้าลงต่ำ
"เมี๊ยว~"
เสียงแมวร้องดึงความสนใจของทั้งคู่ แม่ทัพหลีเดินอาดๆ เข้ามาอย่างผ่าเผย
"หมิงเต๋อเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ คืนนี้ข้าจะเลี้ยงต้อนรับเจ้าที่หอฉวินฟางย่วน" เป้ยเส้าชิงไล่ซุนโหย่วเลี่ยงไปพัก
ซุนโหย่วเลี่ยงรับคำแล้วเดินออกไป ก่อนพ้นประตูยังหันมามองแม่ทัพหลีแล้วเดาะลิ้น "อ้วนจัง"
"อ้วนแล้วหนักหัวใคร? อ้วนแล้วไปกินปลาบ้านแกเหรอ?" พอซุนโหย่วเลี่ยงลับสายตา แม่ทัพหลีก็ยืนสองขา เท้าสะเอวด่าไฟแลบเป็นภาษามนุษย์ "นี่เขาเรียกพุงจอมพลโว้ย เข้าใจไหม!"
"พอได้แล้ว มีเรื่องอะไร?" เป้ยเส้าชิงถาม
แม่ทัพหลีสงบสติอารมณ์ กลับมายืนสี่ขา รายงานเป้ยเส้าชิง "นายท่าน สนมรักสามสีของข้าน้อยเพิ่งได้ข่าวสำคัญมา นายอำเภอหวังกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางกำลังวางแผนล่อโจวซุ่นชิ่งออกมาขอรับ"
"โอ้? ล่อยังไง?" เป้ยเส้าชิงเลิกคิ้ว
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น ทหารยามวิ่งเข้ามารายงาน "ใต้เท้า นายอำเภอหวังขอพบขอรับ"
"เชิญเข้ามา" เป้ยเส้าชิงนิ่งคิดครู่หนึ่ง
พอทหารยามออกไป แม่ทัพหลีก็พูดขึ้น "เดี๋ยวนายท่านก็จะรู้เองว่าล่อยังไง"
พูดจบมันก็กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะแล้วนั่งเลียไข่สบายใจเฉิบ
ไม่นาน นายอำเภอหวังก็เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย "นายกองเป้ย สบายดีไหม?"
"อาศัยบารมีนายอำเภอหวัง ก็พออยู่ได้" เป้ยเส้าชิงหัวเราะร่า ผายมือเชิญนั่ง แล้วสั่งคนยกน้ำชา "นายอำเภอหวังมาหาข้าวันนี้มีธุระอะไรหรือ?"
"พรรคพวกเจิ้งเสวียนเฉิงที่ถูกขังอยู่ในคุกกองร้อย นายกองเป้ยมีกำหนดจะประหารเมื่อไหร่หรือ?" นายอำเภอหวังนั่งลงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ถามเสียงเรียบ
เป้ยเส้าชิงฉุกคิดทันที พอเอามาเชื่อมโยงกับคำพูดของแม่ทัพหลีเมื่อครู่ ก็เดาแผนของนายอำเภอหวังได้ทะลุปรุโปร่ง จึงตอบตามน้ำ "ข้ากำลังจะสั่งประหารพรุ่งนี้พอดี นายอำเภอหวังถามทำไม มีอะไรจะสั่งเสียหรือ?"
ใช่แล้ว โจวซุ่นชิ่งแม้จะทรยศขโมยยา แต่เขาก็เกิดและโตในลัทธิเสวียนหวง
ด้วยวิธีการล้างสมองของลัทธิเสวียนหวง พอรู้ข่าวว่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์กำลังจะถูกประหารหมู่ เขาอาจจะทนไม่ได้และแอบมาดูการประหารใกล้ๆ ลานประหาร
นายอำเภอหวังชะงักไปนิดหนึ่ง เดิมทีเขาเตรียมข้ออ้างมาโน้มน้าวให้เป้ยเส้าชิงรีบประหารนักโทษ แต่นึกไม่ถึงว่าเป้ยเส้าชิงจะวางแผนไว้แล้ว เขาเลยไม่ต้องเปลืองแรง
การใช้ชีวิตเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นเหยื่อล่อ แม้เขาจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่สาวกเหล่านั้นยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ก็ขอให้ความตายของพวกเขามีค่าสูงสุดเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของลัทธิเถอะ!
"เฮ้อ ก็แค่อยากรู้วันเวลาประหาร จะได้จัดอาหารดีๆ ให้พวกสาวกผู้เสียสละเหล่านั้นได้กินอิ่มหนำสำราญก่อนไปสู่สุขคติ" นายอำเภอหวังถอนหายใจ แสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยเปี่ยมเมตตาธรรม
เป้ยเส้าชิงรับปากทันที "เรื่องนี้นายอำเภอหวังไม่ต้องห่วง พวกเขาช่วยข้าล้มเจิ้งเสวียนเฉิง ก็ถือว่าตายเพื่อข้า ข้าไม่ปล่อยให้อดอยากปากแห้งแน่นอน"
"งั้นก็ฝากด้วยนะนายกองเป้ย" นายอำเภอหวังลุกขึ้นคาราวะอย่างจริงใจ
เป้ยเส้าชิงยกถ้วยชาขึ้น "ไม่ต้องเกรงใจ"
นายอำเภอหวังเห็นดังนั้นก็รู้หน้าที่ ขอตัวลา
"นายท่าน คิดว่าพรุ่งนี้โจวซุ่นชิ่งจะโผล่มาที่ลานประหารไหมขอรับ?" แม่ทัพหลีถามด้วยความอยากรู้
"น่าจะมานะ" เป้ยเส้าชิงวางถ้วยชาลง พูดเสียงเรียบ "พวกเดียวกันย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดีที่สุด"
นายอำเภอหวังไม่ใช่คนเลว แต่ยอมตัดใจเร่งวันตายของลูกน้องเพื่อล่อโจวซุ่นชิ่ง แสดงว่าความผูกพันในลัทธิเสวียนหวงนั้นเหนียวแน่นมาก
โจวซุ่นชิ่งเองก็น่าจะมีความผูกพันกับลัทธิอยู่บ้าง
และนอกจากพวกเลวโดยสันดาน คนส่วนใหญ่ที่ทำผิดมักจะอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจ โจวซุ่นชิ่งจึงมีโอกาสสูงที่จะมาส่งวิญญาณเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นครั้งสุดท้าย
"ทหาร!" เป้ยเส้าชิงตะโกนเรียก แล้วสั่งการ "ติดประกาศ พรุ่งนี้เวลาอู่เค่อที่สาม (เที่ยงสี่สิบห้า) จะทำการประหารชีวิตพรรคพวกเจิ้งเสวียนเฉิงเสียบประจานที่ลานประหาร!"
เพียงแค่ชั่วเวลาพริบตา ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วทงโจว ชาวเมืองต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
ในเวลาเดียวกัน นายอำเภอหวังและบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางกำลังเตรียมตัวเป็น 'ตั๊กแตนตำข้าว' ดักจับจักจั่นในวันพรุ่งนี้ ส่วนเป้ยเส้าชิงกำลังวางแผนซ้อนแผนเพื่อเป็น 'นกขมิ้น'
(จบตอน)