เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 - วรยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด คู่กับคนที่จิตใจสกปรกที่สุด!

บทที่ 79 - วรยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด คู่กับคนที่จิตใจสกปรกที่สุด!

บทที่ 79 - วรยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด คู่กับคนที่จิตใจสกปรกที่สุด!


บทที่ 79 - วรยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด คู่กับคนที่จิตใจสกปรกที่สุด!

"แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ความสามารถและคุณธรรมของนายท่าน จะเอาไปเทียบกับเตียวเจี้ยนหยางหรือตั๋งโต๊ะได้อย่างไร!?" จางหานพูดแทรกขึ้นมา แกล้งเยินยอแบบขอไปที แต่ทักษะการประจบสอพลอนี้ เขาฝึกฝนบนหลังม้าเจว๋ออิ่งมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว

คำพูดนี้ดึงดูดสายตาผู้คนมากมาย ลิโป้เหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายได้ มองจางหานด้วยความประหลาดใจ

โจโฉถึงกับร้อง "อืม" หันมามองจางหานด้วยความงุนงง รอยยิ้มบนหน้าแทบจะกลั้นไม่อยู่ แต่ก็ยังฝืนด่าว่า "เหลวไหล ห้ามพูดเหลวไหล หุบปาก หุบปาก"

จางหานฉีกยิ้ม ถอยหลังกลับไปยืนในแถว

เวลานี้ โจโฉเอามือไพล่หลังเดินไปหาลิโป้ สายตาซับซ้อน มองออกไปไกล ครุ่นคิดอยู่นาน ถึงถอนหายใจยาว "เฮ้อ ลากออกไป เลือกวันแขวนคอเถอะ"

ลิโป้ได้ยินคำนี้ ก็คอตกทันที

ส่วนเล่าปี่ไม่รู้ทำไม ถึงโล่งใจที่โจโฉไม่ได้ลิโป้เป็นแม่ทัพ

ภาพของโจโฉในตอนนี้ นั่งอยู่บนตั่งสูง สายตาเย็นชาเคร่งขรึม ยิ้มมองทิวทัศน์เบื้องหน้า แม่ทัพข้าศึก ขุนนางฝ่ายบู๊ฝ่ายบุ๋น ล้วนก้มหัวรอให้เขาเลือกใช้

นี่คือภาพฝันของเขา แม้แผ่นหลังของโจโฉจะดูไม่สูงใหญ่ แต่ก็น่าอิจฉาเหลือเกิน

ช่างเป็นนายผู้ทรงธรรมและน่าเกรงขามดั่งเทพเจ้า สักวันหนึ่ง ข้าก็ต้องเป็นเช่นนี้!

มุมปากเล่าปี่ยกขึ้นเล็กน้อย เขาอิจฉาแต่ไม่ริษยา ภาพนี้คือเป้าหมายของชีวิตนี้

"เอาล่ะ ตันกงไถ ท่านอยากตาย หรืออยากอยู่?" โจโฉยิ้มตาหยี มองตันก๋งด้วยสายตานิ่งสงบ

พร้อมส่งสัญญาณให้ทหารแก้มัด

"ฮ่าๆๆ ขอตาย" ตันก๋งตอบทันควัน พอเชือกคลายออก เขาก็ขยับข้อมือ ประสานมือคารวะโจโฉ "แต่ว่า ก่อนตายขอให้พี่เมิ่งเต๋อไปส่งข้าสักหน่อย"

"ได้ ได้..." โจโฉเอามือไพล่หลัง พยักหน้าหงึกๆ

เขาสั่งให้คนจัดที่พักให้สามพี่น้องเล่าปี่ เตรียมงานเลี้ยงฉลองชัย ส่วนเขากับจางหานเดินไปส่งตันก๋งนอกเมือง สามคนเดินไปบนทางเกวียนขรุขระ ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร

เดินจนเกือบถึงลานประหาร โจโฉเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน "ไม่ไปได้ไหม?"

ไม่ไปท่านเลี้ยงข้าเหรอ... ประโยคเด็ดในใจจางหานผุดขึ้นมา เกือบหลุดปากไปต่อบท

แต่ต่อบทไปก็มีแค่เขาที่เข้าใจคนเดียว จิ๊ จู่ๆ ก็รู้สึกเหงา

"ข้าไม่อยากอยู่แล้ว" ตันก๋งหันกลับมามองโจโฉ สีหน้าจริงใจ "โจเมิ่งเต๋อ ตอนนั้นข้าทุ่มสุดตัวผลักดันท่านเป็นเจ้าแคว้นกุนจิ๋ว เพราะท่านมีทหารกล้า มีสติปัญญาหลักแหลม สามารถแก้ปัญหากุนจิ๋วได้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัว"

"ท่านไม่ต้องรู้สึกผิดต่อข้า เราคบหากันไม่ลึกซึ้ง ไม่ได้ชื่นชมกัน ที่ปล่อยท่านที่อำเภอจงมู่ นั่นเป็นเพราะคุณธรรมของข้า ตอนข้าไปพึ่งท่านที่ลกเอี๋ยง ท่านไม่ยอมเจอข้า นั่นคือการดูแคลน หึๆ ส่งข้าไปสวรรค์ ถือว่าหายกัน"

"เฮ้อ... อา..." โจโฉถอนหายใจยาวเหมือนระบายความอัดอั้น "ช่างเถอะ ถือว่าหายกัน"

"แค่ท่านโจเมิ่งเต๋อกล้ามาส่งข้าคนเดียวในวันนี้ ไม่กลัวข้าจะกระโจนใส่ก่อนตาย ก็นับว่าท่านใจกล้า เป็นวิญญูชนที่เปิดเผย" ตันก๋งกล่าวจากใจจริง

เวลานี้ โจโฉและจางหานยิ้มพร้อมกัน ไม่พูดอะไรมาก

ตอนสู้กับเตียวเลี้ยว ตันก๋งไม่อยู่ เมื่อคืนเขาก็หนีออกทางประตูทิศใต้ เมื่อกี้จางหานก็บอกว่าเตียนอุยเป็นคนจับลิโป้ ตันก๋งเลยมองข้ามเขาไปโดยปริยาย

พูดจบ ตันก๋งก็ประสานมือ "ข้ามีมารดาวัยเจ็ดสิบ ยังมีชีวิตอยู่ ขอโจกงเห็นแก่คุณธรรม ช่วยดูแลแทนด้วย"

"อืม แล้วลูกเมียเจ้าล่ะ?" โจโฉถามด้วยความเป็นห่วง

เชี่ย ท่านคิดจะทำอะไร ท่านคงจะเป็นโจรโจจริงๆ สินะ... อ้อ ขอโทษที เป็นโจรโจจริงๆ นี่หว่า จางหานปรายตามองเขา

"ลูกเมีย อยู่เมืองถาน หากวันเมืองแตกพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ขอเมิ่งเต๋อช่วยดูแลด้วย" ตันก๋งประสานมือคารวะ "จนถึงวันนี้ ข้าก็ยังคิดไม่ออก ว่าท่านโจเมิ่งเต๋อมองแผนการของข้ากับเตียวเมาออกได้ยังไง"

โจโฉมองจางหาน ไม่พูดอะไร

ตันก๋งมองตามสายตาไป ก็เข้าใจทันที

จางหานทำหน้าขรึม "ท่านกุนซือ (ซีจีไฉ) ก็มีส่วนช่วย"

"วีรบุรุษออกศึกแต่เยาว์วัย" ตันก๋งมองจางหานด้วยความชื่นชม แววตามีความเสียดาย

ณ เวลานี้ ตันกงไถไม่โกรธเคืองเรื่องใดอีกแล้ว จิตใจสงบนิ่งดั่งน้ำ

เขานึกถึงคำถามของเตียวเมาในวันนั้นขึ้นมาได้: จางปั๋วฉาง เขาเป็นคนยังไง?

ตันก๋งก็อยากรู้ แต่ไม่มีโอกาสแล้ว

ฉัวะ!

ครู่ต่อมา ตันก๋งสิ้นชีพในป่าเขานอกเมือง ศพถูกเก็บกู้ฝังอย่างดี ให้เกียรติลูกหลานเขาเต็มที่ ขั้วอำนาจและกองกำลังทหารในชีจิ๋วตอนนี้ ย่อมจะพังทลายลงในไม่กี่วัน

ตอนเดินออกมา จางหานถามว่า "ลิโป้จะฆ่าจริงๆ เหรอ?"

"หือ?" โจโฉยิ้ม "ตายหรือไม่ตาย ถามไปทำไม ประกาศออกไป ว่าเมืองแฮขือแตก ลิโป้ตายแล้ว ก็พอ"

"อ้อ" จางหานไม่ถามต่อ

"ไปเตรียมงานฉลอง คืนนี้อนุญาตให้เจ้าดื่มเต็มที่"

"สุรานารีทำให้ข้าซูบผอม ข้าเลิกเหล้าแล้ว"

โจโฉ "..."

...

ค่ำคืนนั้น งานฉลองชัยชนะ ทั้งแม่ทัพนายกองและเหล่ากุนซือร่วมวงดื่มกิน

จางหานตะโกนให้คนมามอมเหล้าเขา แล้วก็มอมซีจีไฉจนลุกขึ้นมารำเพลงกระบี่ถามรัก สุดท้ายงานเลิก เขาก็ยังไม่เมา

หนึ่งคือคอแข็ง สองคือร่างกายแข็งแกร่ง วิชาคงกระพันขั้นสุดยอด ต้านทานฤทธิ์เหล้าได้ดีมาก ไม่เสียสติง่ายๆ

ดื่มจนถึงครึ่งคืนหลัง ทหารยังร้องเพลงกินดื่มกันอยู่ โจโฉเรียกจางหานมา พบตันเต๋งก็อยู่ที่นั่นด้วย ทำหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ เหมือนเพิ่งคุยธุระสำคัญกับโจโฉเสร็จ

เห็นจางหานเข้ามา ตันเต๋งรีบลุกขึ้นประสานมือ ใบหน้าหล่อเหลาดูขมขื่น "ปั๋วฉาง ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะ!"

"เป็นอะไรไป?" จางหานทำหน้าแปลกๆ เดินเข้าไป คารวะตอบ แล้วขยิบตาให้โจโฉ ถามถึงท่าทางเหมือนเมียน้อยของตันเต๋ง

โจโฉยกมือบอกว่าอย่าตื่นเต้น "โจหองปล้นเสบียง ปล้นเงินในเมืองแห้ฝือ ตันหยวนหลงมาฟ้อง"

"นี่ ผิดกฎทหารแล้วนี่นา" จางหานใจกระตุก เริ่มร้อนตัว

"ถูกต้อง ใครปล้นเสบียง ปล้นเงิน ต้องตัดเบี้ยหวัด ชดใช้คืนชาวบ้านห้าเท่า โบยอีกสิบไม้"

"นายท่าน ก็ไม่ได้มั้ง" จางหานรีบแย้ง "ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างศึก ควรจะจดความผิดท่านแม่ทัพลูกพี่ลูกน้อง (โจหอง) ไว้ ให้ทำความดีไถ่โทษ"

"ส่วนเรื่องปล้นเงินเสบียง..." จางหานคิดอยู่ครู่หนึ่ง มองตันเต๋ง "มีคนบาดเจ็บไหม?"

ตันเต๋งส่ายหน้าซื่อๆ "ไม่มี ท่านแม่ทัพโจหองแม้จะปล่อยทหารทำตามใจ แต่ก็ยังพูดรู้เรื่อง... พวกเขาบอกว่า ไม่รบกวนชาวบ้าน ไม่หยิบฉวย..."

"ไม่ต้องพูดแล้ว" จางหานรีบกดมือตันเต๋งไว้ ท่าทางร้อนรน "ข้าเคยได้ยินประโยคนี้ มัน คำพูดนี้ใช้ที่นี่มัน มันเกินไปหน่อย แต่พวกเขารบกวนชาวบ้านไหม?"

"ก็ ไม่เชิง..." เสียงตันเต๋งเบาลง

"งั้นที่ปล้นคือ..."

"เงินเสบียงของบ้านข้า" เสียงตันเต๋งเบาลงไปอีก หน้าเริ่มแดง

"แล้วมีอีกไหม?" จางหานสายตาเป็นห่วง

"ส่วนใหญ่เป็นของบ้านคหบดีในแห้ฝือ ได้ยินว่าปล้นแล้ว ยังเอามาแจกชาวบ้านบ้าง แต่เรื่องนี้ทำให้พวกบัณฑิตโกรธแค้น ผิดธรรมเนียม"

จางหานยืนตัวตรง "พวกท่านบัณฑิตรักความสะอาดบริสุทธิ์ ไม่ใช่เห็นเงินทองเป็นเศษดินหรอกรึ? ของนอกกายพวกนี้ เก็บไว้ทำไมเยอะแยะ? แต่เอาไปแจกชาวบ้านให้สร้างเนื้อสร้างตัว เอาไปแจกทหารให้มีกำลังใจ นี่คือความดีความชอบใหญ่นะ"

"พวกท่านบัณฑิต?" ตันเต๋งมองจางหานงงๆ

"อ้อ" จางหานรีบแก้ "พวกเราศิษย์สำนักขงจื๊อ"

"งั้นปั๋วฉางบอกว่าเงินทองดั่งเศษดิน ทำไมไม่เอาเงินไปแจกชาวบ้านบ้าง?"

"ข้าไม่เหมือนกัน ข้าชอบหนุนเศษดินนอน ข้าชอบประวัติศาสตร์วรรณกรรม" จางหานหน้าตาย

"พรืด..."

โจโฉที่กำลังดื่มเหล้า ได้ยินประโยคนี้กลั้นไม่อยู่ สำลักออกมา ถลึงตามองเขาหลายที

ตันเต๋งมองหน้าจางหาน รู้สึกว่าหน้าหนากว่ากำแพงเมืองแห้ฝือเสียอีก ฟ้องต่อไปคงไม่ได้เรื่อง ได้แต่ห้อยมือกลับไป นั่งเหม่อบนเก้าอี้

จางหานประสานมือถามโจโฉ "นายท่านเรียกข้ามา เพราะเรื่องนี้หรือ?"

"อืม จีไฉเมาพับไปแล้ว เหลือเจ้ากับเตียนอุยที่คอทองแดง ข้าไม่ปรึกษาเจ้า จะปรึกษาใคร? ไปปรึกษาม้าเจว๋ออิ่งรึ?"

โจโฉดูเหนื่อยล้า ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น กวักมือเรียกยิ้มๆ "ไม่รบกวนชาวบ้าน แต่รบกวนตระกูลใหญ่ ใช่ไหม?"

"อ่า" จางหานมองไปทางอื่น

โจโฉมองเขาด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้ง ส่ายหน้าเบาๆ "เจ้าคิดว่าควรจัดการยังไง ถึงจะบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น?"

จางหานลูบจมูก "ก็ชนะศึกใหญ่แล้วนี่ ยึดทรัพย์สินกองทัพมาได้ตั้งเยอะ เงินเสบียงที่แจกชาวบ้านไป ก็ให้ถือว่าตระกูลใหญ่ในชีจิ๋วร่วมใจกันเปิดโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย นับเป็นความชอบซะ"

"อีกอย่าง นายท่านตอนปูนบำเหน็จ ก็หักรางวัลของแม่ทัพโจหองลงหน่อย แล้วเพิ่มให้พ่อลูกตระกูลตันอีกหน่อย ถัวเฉลี่ยกันไป ส่วนในสมุดบันทึกความชอบ ก็เขียนตามจริง"

โจโฉนิ่งคิดครู่หนึ่ง มองตันเต๋ง "หยวนหลงคิดว่าไง?"

ตันเต๋งรีบลุกขึ้น ประสานมือให้ทั้งสองคน "เช่นนี้ดีมาก นายท่านช่างมีเมตตา"

แล้วมองจางหานอย่างระอา "สิ่งที่ปั๋วฉางพูดก็ถูก แต่ควรเอาครั้งนี้เป็นเยี่ยงอย่าง เตือนไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปล้นชิงแบบนี้อีก มันเสียชื่อกองทัพ"

เพ้ย เสียชื่ออะไรกัน? ชาวบ้านรัก ทหารเกรง... อืม ก็ไม่ดีจริงๆ เว้นแต่ชาวบ้านจะรวยขึ้น

วันหลังค่อยคิดวิธี

ตันเต๋งขอตัวลา ถูกพาไปนั่งกินเลี้ยงกับพวกซีจีไฉ ฝั่งนั้นมีแต่แขกเหรื่อ บัณฑิต ไม่ว่าพื้นเพจะเป็นยังไง อย่างน้อยก็มีความรู้

ตันเต๋งคิดว่าคงไม่มีใครหน้าด้านหน้าทนเหมือนกำแพงเมืองอย่างท่านสมุห์บัญชีจางอีกแล้ว เลยยอมไป

พอเขาไป โจโฉก็เรียกจางหานมาตรงหน้า ทำหน้าจนใจ "เจ้าเคยรับประกันกับข้า ว่าจะคุมจื่อเหลียน (โจหอง) ได้!"

"จีไฉบอกข้าว่า จื่อเหลียนชอบปล่อยทหารตามใจ ไม่ฟังกฎ มีแต่ข้ากับจื่อเซี่ยว (โจหยิน) ที่คุมได้ เจ้าดันตบอ บอกไม่มีปัญหา ที่แท้เจ้ารับประกันแบบนี้รึ!?"

ประโยคนั้น ฟังก็รู้ว่าเป็นคำพูดจางหาน โจจื่อเหลียนไม่มีปัญญาคิดไปไถตระกูลใหญ่หรอก ร้ายจริงๆ จางปั๋วฉาง ไม่ปล้นชาวบ้าน ไปปล้นคหบดี

"ไม่ถูกนะ" โจโฉนึกขึ้นได้ สงสัย "ตระกูลพวกนี้รากฐานลึกซึ้ง ถ้ารวมหัวกันต่อต้าน รุนแรงกว่าชาวบ้านเยอะ ถ้าศึกยืดเยื้อ ทัพเราไม่ชนะ พวกเขาโวยวายขึ้นมาจะทำยังไง?"

"ก็หอบเงินหนีสิขอรับ" จางหานตอบหน้าตาเฉย

โจโฉชะงัก อึ้งไปครู่หนึ่ง "ตอนนี้ ไม่ต้องปลอบใจพวกตระกูลใหญ่ ให้ลืมเรื่องนี้ไปเหรอ? ทำแบบนี้มีประโยชน์อะไรนอกจากข่มขวัญ?"

"มีสิ แสดงความยุติธรรมของนายท่านได้ ทั้งพระเดชพระคุณ ไม่เข้าข้างใคร ให้ตระกูลใหญ่ในชีจิ๋วยอมรับ"

โจโฉ "..."

เขาชี้มือไปที่ประตู

จางหานเลิกคิ้ว ดีใจ "นายท่านมีรางวัลรึ!?"

"ไสหัวไป!"

"อ้อ"

ชิ โจรโจ!

...

ออกมาแล้ว จางหานก็โดนหักเงินเดือนไปสองเดือนตามคาด ข้อหาคือรู้เห็นแต่ไม่รายงาน

ข้อหานี้เขาไม่ยอมรับ อะไรคือ "รู้เห็นแต่ไม่รายงาน"? นี่มันแผนข้าชัดๆ ตอนนี้โจหองยังต้องขอบคุณข้าด้วยซ้ำ?

เขาเดินไปไม่กี่ก้าว หน้าอกก็ร้อนวูบ เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้น

[สยบศัตรูแกร่ง ปกป้องราษฎร ศึกนี้ปราบคนไร้คุณธรรม ทวงคืนแผ่นดินให้ราษฎร ผลงานโดดเด่น ท่านเสนอแผนหลัก วางแผนการรบ บางครั้งลงสนามเอง ผลงานแลกรางวัล]

[ได้รับ "ค่าบู๊ +1"]

[ค่าบู๊: 91]

[ได้รับ "เสน่ห์ +2"]

[เสน่ห์: 88]

[ได้รับ "แต้มโชคชะตา +5"]

[หัวใจ·โชคชะตา: 10]

[วิชาคงกระพัน ระดับไม่เลื่อน แต่ "เส้นเอ็นเหนียวดูกเหล็ก" อัปเกรดเป็น "กายทองกระดูกเหล็ก"]

[ได้รับ "ทักษะ·พลังชุ่นจิ้น (หมัดหนึ่งนิ้ว)"]

[พลังชุ่นจิ้น: เทคนิคการออกแรงที่แข็งแกร่งดุดัน เมื่อเชี่ยวชาญสามารถระเบิดพลังมหาศาลในระยะประชิด ดั่งค้อนกระทุ้งเมือง! ระดับปัจจุบัน "เพิ่งเข้าประตู (ขั้นต้น)"]

เชี่ย พลังชุ่นจิ้น!!

ในหัวจางหานปรากฏภาพชายชาตรีร่างยักษ์ยืนตระหง่าน ร่างกายแข็งแกร่งดั่งหินผา สายตาลึกล้ำเย็นชา ดูเหมือนยืนนิ่ง แต่จริงๆ ถีบเท้าบิดเอวในระยะสั้น หมัดเดียว พลังพุ่งดั่งมังกรทะยาน! ต่อยอากาศระเบิดตูมตรงหน้า!

นี่มันข้าชัดๆ!

จางหานผู้เฒ่า (เซียน) ชุ่นจิ้นเบิกฟ้า!

ช่างดุดันอะไรเช่นนี้! นี่คือเทคนิคการออกแรง ใช้ได้กับวรยุทธ์ทุกแขนง

บวกกับพลังระเบิดที่ซ่อนอยู่ในกายทองกระดูกเหล็ก ดุดันไร้เทียมทาน!!

แย่แล้ว หรือว่าข้าจะเป็นยอดขุนพลอันดับหนึ่งในแผ่นดินจริงๆ!?

จางหานได้รับรางวัลมหาศาลจากระบบพ่อบุญธรรม ตัวลอยๆ เหมือนฝัน เดินออกจากโถงใหญ่ กลับเข้าห้องไปแบบงงๆ

ความตกตะลึงและมึนงงนี้ ติดตัวเขาไปตลอด จนกระทั่งล้มตัวลงนอน ห่มผ้า ขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ในที่สุด... ก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว หลุดขำออกมา

...

ทัพโจโฉรวมพล พักที่แฮขือหนึ่งวัน ตกลงให้ผู้ลี้ภัยและชาวนาทหารนับหมื่นตั้งรกรากที่นี่ ออกกฎภาษี กฎนาทหาร กฎการค้า เพื่อให้ชาวบ้านลงหลักปักฐาน

จากนั้นทัพใหญ่เคลื่อนไปแห้ฝือ ใช้เวลาเดินทางสามวัน ตันกุ๋ยนำข้าราชการในเมืองมารอรับโจโฉที่หน้าประตู

เข้าเมืองแล้ว พ่อลูกตระกูลตันส่งมอบงานสำคัญต่างๆ ตระกูลใหญ่ในเมืองให้ความร่วมมือดีมาก ถึงขั้นบริจาคเสบียง ยอมควักกระเป๋าช่วยโจโฉเลี้ยงทหารและราษฎร

ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะ และกำหนดวันยกทัพตีเมืองถานในอีกสามวัน

ส่วนจางหานได้จวนมาหลังหนึ่ง ลานหน้ากว้างขวางมาก มีลานฝึกยุทธ์และชั้นวางอาวุธด้วย ได้ยินว่าเป็นของขุนพลคนสนิทของลิโป้มาก่อน ตอนนี้ตกเป็นของจางหานแล้ว

พอกลับมา บ่าวไพร่สาวใช้กำลังทำความสะอาด จางหานก็อดใจไม่ไหวหาคนมาซ้อมมือ

เขาอยากลองวรยุทธ์ใหม่ใจจะขาด

เวลานี้ จางหานกับจี้ปั๋วเซียว (จี้ตามู่) ยืนประจันหน้ากัน สบตากันอย่างระวังตัว จางหานถือไม้ไผ่ไม่มีหัวทวนแทนทวน

ส่วนจี้ปั๋วเซียวใช้ดาบโล่ป้องกัน จางหานค่อยๆ เดินเข้าไปหา บรรยากาศตึงเครียดทันที

คนรอบข้างกลั้นหายใจ รอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงมือก่อน จี้ปั๋วเซียวรูปร่างใหญ่โตเหมือนวัว วรยุทธ์ไม่เลว มีความกล้าหาญ

ไม่งั้นคงไม่ถูกจางหานตั้งให้เป็นหัวหน้าองครักษ์ ส่วนจางหานคุยไว้ว่ามีท่าไม้ตายสุดโหดจะโชว์ จะไม่ให้คาดหวังได้ไง

แม้แต่โกซุ่นยังตาเป็นประกาย จ้องเขม็งไปที่ลานประลอง

จางหานปล่อยปลายไม้ไผ่ลากพื้น เดินลากไม้เข้าไป พอไม้ไผ่แตะถูกปลายเท้าจี้ปั๋วเซียว เท้าหลักของเขาก็ระเบิดพลัง บิดเอวนิดหน่อย แรงดีดเหมือนง้างธนูส่งไปที่แขนขวา

ในสายตาทุกคน จางหานกระตุกข้อมือปั้บ ตับ!! เสียงดังสนั่น

จี้ปั๋วเซียวร้อง "โอ๊ย" ลั่น ทิ้งดาบโล่ ลงไปนอนกลิ้งกุมเท้าด้วยความเจ็บปวด

จางหานพ่นลมหายใจ เชิดหน้าหล่อๆ ใส่โกซุ่นกับเตียนอุย "เป็นไง! พลังชุ่นจิ้น ยิงตรงเข้าหลังเท้า! แถมข้ามองหน้าคู่ต่อสู้ตลอด คนทั่วไปดูไม่ออกหรอกว่าข้าจะตีหลังเท้า!"

ข้านี่อัจฉริยะจริงๆ พลังชุ่นจิ้นบวกกับเพลงทวนเจาะเท้า ไร้เทียมทาน

เตียนอุย "..."

โกซุ่น "..."

ทั้งสองคนมีความรู้สึกอยากจะบ้วนน้ำลายใส่หน้า นี้เหรอวรยุทธ์บ้าคลั่งไร้เทียมทานที่ท่านว่า!?

โครตจะอำมหิตเลย! ปกติท่านเจาะเท้าก็หน้าด้านพอแล้ว นี่เล่นเจาะเท้าแบบระเบิดพลังใส่เนี่ยนะ!?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 79 - วรยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด คู่กับคนที่จิตใจสกปรกที่สุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว