- หน้าแรก
- เล่ห์ลับฮูหยินยอดรัก
- บทที่ 1050: บทส่งท้าย
บทที่ 1050: บทส่งท้าย
บทที่ 1050: บทส่งท้าย
บทที่ 1050: บทส่งท้าย
ฤดูหนาว หิมะโปรยปราย
บนยอดเขาหลิงเซียว ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาเขียวชอุ่มเสียดฟ้า เต็มไปด้วยพลังชีวิต
รากของต้นไม้หยั่งลึกทะลุยอดเขาลงไปสู่ใต้พิภพ
ในรัศมีร้อยลี้รอบยอดเขาหลิงเซียว มีหมอกจางๆ ลอยปกคลุม ราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็น คอยปกป้องจุดศูนย์กลางเอาไว้
แม้แต่นกบินผ่านเพียงตัวเดียว เจ้าของต้นไม้ก็รับรู้ได้ในทันที
ยอดไม้เสียดฟ้า
ส่วนรากไม้อันแข็งแกร่งและคมกริบ เจาะทะลุภูเขาและผืนดินดิ่งลึกลงสู่แดนยมโลก
ในแดนยมโลก หญิงสาวชุดดำนั่งขัดสมาธิหลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่ท่ามกลางรากไม้ที่ถักทอหนาแน่นราวกับพระราชวัง
รอบๆ รากไม้เต็มไปด้วยค่ายกลและข้อห้ามมากมาย
สิ่งมีชีวิตในยมโลกอย่าว่าแต่จะเข้ามาเลย แค่จะเข้าใกล้ยังยาก
แต่หญิงสาวผู้นี้กลับเข้าออกได้อย่างอิสระ
คืนนี้ ภูตผีตัวน้อยที่หญิงสาวส่งไปยังโลกมนุษย์ ในที่สุดก็ได้พบเจ้าของต้นไม้ มันแสดงความขอบคุณอย่างนอบน้อม
และเอ่ยเชิญอย่างกระตือรือร้น "ท่านราชาของข้าเชิญคุณชายลงไปเป็นแขก สาวงามนับพันในวังล้างเท้าหยกสะอาดสะอ้าน เตรียมรอให้คุณชายไปเชยชมแล้วขอรับ"
"ไสหัวไป"
หลัวชิงโจวที่กำลังเดินจูงมือภรรยาเอกเดินเล่น สะบัดแขนเสื้อวูบเดียว ภูตผีตัวน้อยก็ปลิวหายไปไร้ร่องรอย
"ข้าไม่รู้จักท่านราชาอะไรนั่นเลยนะ"
หลัวชิงโจวรีบอธิบายกับภรรยาข้างกาย แล้วรีบเสริมว่า "ต่อให้ข้าชอบเท้าหยก ข้าก็ชอบแต่ของคุณหนูใหญ่คนเดียว"
พูดจบปุ๊บ เขาก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที
คืนนั้น เขาเข้าห้องไม่ได้ เลยต้องไปเป็น 'ลาโง่' ที่ห้องของฉานฉานทั้งคืน
ไป๋หลิงแอบฟังอยู่หน้าประตูตลอดคืน
วันรุ่งขึ้น หิมะหยุดตก
แสงแดดแหวกเมฆหมอกสาดส่องลงสู่พื้นดิน
ลานกว้างในวังหลวงปกคลุมไปด้วยหิมะหนา
กลุ่มคนกำลังปั้นตุ๊กตาหิมะและวิ่งไล่ปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดขององค์ชายน้อย หนานกงเฟยอวี่
จักรพรรดินีไม่ได้เชิญคนนอก เชิญเพียงคนสกุลฉินและคนจากสำนักหลิงเซียวไม่กี่คน
ผู้ใหญ่นั่งคุยกันที่ระเบียงทางเดิน
เด็กๆ วิ่งเล่นกันในลานหิมะ
"ฮือๆ..."
ทันใดนั้น เด็กชายคนหนึ่งในลานหิมะก็ร้องไห้จ้า
"ฉินเซียวเหยา เจ้าขี้แย เปิ่นหวาง (ตัวข้าผู้เป็นอ๋อง/เจ้าชาย) แค่ปาบอลหิมะโดนหน้าเจ้าเองนะ แน่จริงก็ปาคืนสิ"
หนานกงเฟยอวี่วัยหกขวบ พูดด้วยท่าทางได้ใจ
เด็กชายตัวเล็กกว่ายืนขยี้ตาร้องไห้
"เจ้าขี้แย! เจ้าขี้แย!"
หนานกงเฟยอวี่หัวเราะร่า ปาบอลหิมะใส่อีก
ทันใดนั้น บอลหิมะลูกหนึ่งพุ่งสวนมา "ผัวะ!" เข้าเต็มตาของเขา
เขายังไม่ทันหันไปมอง ลูกที่สองก็ตามมา "ผัวะ!" เข้าที่ตาอีกข้างพอดีเป๊ะ
"โอ๊ย! ใคร? ใครกล้าปาเปิ่นหวาง!"
"ข้าเอง!"
ร่างเล็กจิ๋วยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขา เงยหน้ามองอย่างท้าทาย "ใครใช้ให้เจ้ารังแกพี่ชายข้า?"
หนานกงเฟยอวี่ปัดหิมะออกจากตา เท้าสะเอวเถียง "ฉินสือเยว่ เปิ่นหวางก็เป็นพี่ชายเจ้าเหมือนกันนะ!"
"เชอะ!"
เด็กหญิงตัวน้อยในชุดคลุมขนจิ้งจอกขาวทำหน้าดูแคลน "ชนะข้าให้ได้ก่อนเถอะค่อยมานับญาติ"
นางตัวเล็กกว่าเขาแท้ๆ แต่รัศมีข่มขวัญกินขาด
หนานกงเฟยอวี่ดูจะกลัวนางหน่อยๆ แต่พอเห็นเพื่อนๆ รอบข้าง และเสด็จพ่อเสด็จแม่มองอยู่ จึงกำหมัดแน่น "เมื่อเร็วๆ นี้เสด็จแม่สอนวิชาใหม่ให้ข้า น้องเล็ก พี่ชายไม่กลัวเจ้าแล้ว! ถ้าเจ้ายังซ่าอีก ฮึๆ..."
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ลงมือ สายฟ้า "เปรี๊ยะ" พุ่งออกจากมือ ฟาดใส่ร่างเด็กหญิง
เด็กหญิงยืนนิ่ง กอดอก หน้าเชิด ไม่ขยับเขยื้อน
สายฟ้าพันรอบตัวนางอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หายวับไป
"มีน้ำยาแค่นี้เหรอ? คุณหนูอย่างข้าไม่กลัวสายฟ้าหรอกย่ะ! ตั้งแต่เกิดข้าก็ไม่กลัวแล้ว! สายฟ้าของท่านพ่อข้ายังไม่กลัว นับประสาอะไรกับของเจ้า"
เด็กหญิงเชิดหน้าอย่างภูมิใจ
"งั้นเจอ 'ดาบเพลิง' ของข้าหน่อย!"
หนานกงเฟยอวี่จุดไฟ "พรึ่บ" ขึ้นในมือ แล้วฟันฝ่ามือออกไป
แต่พอเปลวไฟพุ่งไปถึงหน้าเด็กหญิง จู่ๆ มันก็กลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งสีฟ้า ราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
"น่าเบื่อ"
เด็กหญิงกลอกตา ยื่นนิ้วเรียวเล็กจิ้มไปที่ตัวหนานกงเฟยอวี่
หนานกงเฟยอวี่กลายเป็นก้อนน้ำแข็งทันที
ครู่ต่อมา
"แง——"
พระเอกของงานวันนี้ องค์ชายน้อยแห่งต้าเหยียน ถูกรังแกจนร้องไห้จ้า
"เสด็จพ่อ เสด็จแม่! ช่วยด้วย สือเยว่รังแกข้าอีกแล้ว แงๆๆ..."
ที่ระเบียงทางเดิน ผู้ใหญ่หลายคนมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนจะชินชาเสียแล้ว
แต่หนานกงหั่วเยว่ยังอดหมั่นไส้ไม่ได้ เหล่มองคนข้างๆ แล้วแค่นเสียง "สอนลูกสาวให้ดุขนาดนี้ โตขึ้นใครจะกล้ามาขอแต่งงาน?"
คุณหนูฉินสีหน้าเรียบเฉย ไม่พูดจา
หลัวชิงโจวหัวเราะ "ผู้หญิงต้องดุหน่อยสิ จะได้ไม่โดนใครรังแก"
แล้วมองลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดูสุดๆ "ไม่มีใครขอแต่งก็ดี ข้าเลี้ยงนางเองไปตลอดชีวิต"
หนานกงหั่วเยว่เบะปาก
"หนานกงเฟยอวี่ ไปขอโทษพี่เซียวเหยาเดี๋ยวนี้!"
"ไม่! ข้าเป็นพี่ มันเป็นน้อง พี่ที่ไหนต้องขอโทษน้อง!"
"ฮึ ข้าเป็นน้อง ข้ายังตีนายที่เป็นพี่เลย นายจะไปไม่ไป?"
"ข้า... ไปแล้ว! ไปแล้วจ้า! แงๆๆ..."
องค์ชายน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น เดินไปหาเด็กชายอีกคน ขอโทษทั้งน้ำตา
ที่ระเบียง เสี่ยวเตี๋ยกระซิบอย่างเกรงใจ "คุณชาย..."
หลัวชิงโจวโบกมือ "ไม่ต้องยุ่งหรอก เรื่องเด็กๆ ให้เขาจัดการกันเอง"
ตอนนั้นเอง หนานกงเฟยอวี่ที่เพิ่งขอโทษเสร็จ ก็แอบปั้นบอลหิมะ ย่องไปข้างหลังฉินสือเยว่
หลัวชิงโจวรีบตะโกน "สือเยว่ ระวังข้างหลัง!"
จักรพรรดินีข้างๆ แค่นเสียงเยาะเย้ยทันที "เมื่อกี้ใครพูดนะ ว่าเรื่องเด็กๆ ให้จัดการกันเอง?"
หลัวชิงโจวยิ้มเจื่อน ไม่กล้าเถียง
จักรพรรดินีประชด "รักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนซะเหลือเกินนะ ฮึ!"
พูดจบ สะบัดแขนเสื้อเดินหนี
คุณหนูฉินที่นั่งข้างๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย
"เสด็จพ่อลำเอียง! ทีตอนสือเยว่ตีข้า ท่านไม่เห็นร้องเตือนเลย แงๆๆ..."
องค์ชายน้อยโดนฉินสือเยว่ตบคว่ำไปกองกับพื้น ร้องไห้หนักมาก
หลัวชิงโจวรีบบอก "สือเยว่ เบาๆ หน่อย ตีก้นพอนะ อย่าตบหน้า"
แล้วหันไปสอนลูกชาย "เฟยอวี่ ลูกผู้ชายร้องไห้ทำไม? ให้น้องตีหน่อยจะเป็นไรไป ถือว่าฝึกความทนทานไง ดูเสด็จพ่อสิ เก่งแค่ไหน? เมื่อก่อนโดนแม่เจ้ากับน้าๆ ของเจ้าแกล้งทุกวัน พ่อยังไม่ร้องสักแอะ"
คุณหนูฉินอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขา
อีกด้านหนึ่ง ฉินเวยม่อกับหนานกงเหม่ยเจียวกลั้นขำ
ลิ่งหูชิงจู๋ก็มองเขา
หลงเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก "คุณชาย ท่านไม่เหมือนกันนะ ท่านโตแล้วถึงโดนแกล้ง เฟยอวี่ยังเด็กอยู่ รอเฟยอวี่โตขึ้น ก็คงไม่ร้องแล้ว"
จื่อเซี่ยเซียนจื่อพูดขึ้น "เฟยอวี่ อย่าร้องนะ เดี๋ยวป้าเสียจะจัดการพ่อเจ้าให้ ระบายแค้นให้เจ้าเอง"
แต่ฉินสือเยว่กลับตบมือดีใจ กระโดดโลดเต้น "ป้าเสีย อัดท่านพ่อเลย! อัดเร็วเข้า! เอาให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย!"
หลัวชิงโจว "..."
เสื้อนวมตัวน้อยตัวนี้ รั่วลมแล้วสินะ?
งานเลี้ยงมื้อค่ำจัดอย่างหรูหรา
เด็กๆ ที่ทะเลาะกันตอนกลางวัน กลับมาหัวเราะเล่นกันสนุกสนานในตอนค่ำ
หลัวชิงโจวสอนเล่นมอญซ่อนผ้า งูกินหาง พวกเด็กๆ เล่นกันอย่างมีความสุข
ระหว่างกินข้าว จักรพรรดินีแอบเหยียบเท้าหลัวชิงโจวใต้โต๊ะ กระซิบว่า "คืนนี้อยู่ปรนนิบัติเรานะ เราเตรียมของดีไว้ให้เจ้า"
หลัวชิงโจวกระซิบถาม "ของดีอะไร?"
จักรพรรดินีตอบเสียงเย็น "แส้"
หลัวชิงโจว "..."
สักพัก จักรพรรดินีกระซิบอีก "เรา, เยว่อู่, เยว่อิ่ง และฮวากู่"
หลัวชิงโจวปากกระตุก
พอกินข้าวเสร็จ เขารีบบอกว่าปวดท้อง ขอตัวกลับก่อน
พอออกมา ฮวากู่เดินออกมาจากมุมมืด ยื่นชุดกระโปรงสีขาวให้ "คุณชาย นี่ชุดที่ฮวากู่ตัดเย็บให้พี่สาวเจียนเจีย ท่านเอาไปให้นางลองดูนะเจ้าคะ"
หลัวชิงโจวรับมา ลูบเนื้อผ้า "ฝีมือดีมาก ฮวากู่ ลำบากเจ้าแล้ว"
ฮวากู่ยิ้ม "เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ ชีวิตฮวากู่พี่สาวเป็นคนช่วยไว้ แค่ตัดชุดไม่กี่ชุดจะเป็นไรไป"
หลัวชิงโจวลูบหัวนาง "คืนนี้ข้าไม่ค้างนะ พรุ่งนี้ค่อยมา"
ฮวากู่เขินอาย "เจ้าค่ะ"
หลัวชิงโจวเก็บชุด รีบเดินจากไป
รออยู่หน้าประตูวังพักหนึ่ง กลุ่มคนก็ห้อมล้อมคุณหนูฉินและคุณหนูฉินรองเดินออกมา
ทุกคนขึ้นรถม้ากลับจวนสกุลฉิน
หลัวชิงโจวไปส่งฉินเวยม่อที่เรือนเหมยเซียง คุยกันสักพัก แล้วค่อยไปเรือนหลิงฉานเยว่กง
เซี่ยฉานกับสือเยว่น้อยนอนบนเตียงแล้ว เซี่ยฉานกำลังร้องเพลงกล่อมเด็กที่เขาสอนให้อย่างตะกุกตะกัก
เสียงพิณดังมาจากสวนหลังบ้าน
คุณหนูฉินในชุดขาวนั่งดีดพิณโบราณอยู่ในศาลา
หลัวชิงโจวเดินเข้าไปนั่งข้างๆ มือข้างหนึ่งโอบเอวบาง อีกมือแกล้งดีดสายพิณก่อกวน
คุณหนูฉินมองค้อนเย็นชา
หลัวชิงโจวไม่กลัวสักนิด ยื่นหน้าไปหอมแก้มเนียนใสของนางฟอดใหญ่ กระซิบว่า "ฮูหยิน ดึกแล้ว กลับห้องนอนกันเถอะ ข้าไม่ได้คุยกับฮูหยินมาหลายวันแล้วนะ"
แล้วขบเม้มใบหูนาง กระซิบต่อ "ช่วงนี้ข้าฝึกวิชาใหม่มา น่าจะต้านทานอาวุธวิเศษของฮูหยินได้แล้ว เรามาลองกันเถอะ"
พูดไม่ทันจบ "กริ๊ก" เขากลายเป็นก้อนน้ำแข็งทันที
คุณหนูฉินดีดพิณต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แก้มเนียนที่ซ่อนอยู่ในความมืด แดงระเรื่อขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
จบเพลง นางนั่งต่ออีกครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินกลับเข้าห้อง
หลัวชิงโจวรีบตามเข้าไป ผลักประตู
ในห้องจุดเทียนแดง กลิ่นดอกไม้อบอวล
คุณหนูฉินนั่งอยู่ขอบเตียง มองเขาด้วยสายตาเย็นชา
เขารีบเข้าไป นั่งยองๆ แทบเท้านาง ช่วยถอดรองเท้าปักอย่างพินอบพิเทา
จากนั้น ปลดม่านมุ้งลง...
ห้องข้างๆ
ไป๋หลิงชุดชมพูนั่งอยู่ริมหน้าต่าง แกว่งเท้าขาวผ่องไปมา เหม่อมองราตรี
ปากพึมพำอะไรบางอย่างซ้ำๆ
"เงียบเหงาอ้างว้าง โศกเศร้าทรมาร... เงียบเหงาอ้างว้าง โศกเศร้าทรมาร... เงียบเหงาอ้างว้าง โศกเศร้าทรมาร..." (กลอนของหลี่ชิงเจ้า)
"เฮ้อ... เค้าก็อยากร้องเพลงลาโง่บ้างนี่นา ฮือๆ..."
...
พ้นฤดูหนาว
เรือนหลิงฉานเยว่กงไม่เงียบเหงาอีกต่อไป
ที่นั่นมีเสียงพิณของคุณหนูฉิน เสียงหัวเราะของสือเยว่น้อย เสียงกระบี่ของเซี่ยฉาน
และแน่นอน ยังมีเสียงเพลงหวานใสของไป๋หลิง
คืนหนึ่ง ไป๋หลิงผู้สดใส ในที่สุดก็หยิบเชือกแดงมามัดผมแกะคู่ แล้วร้องเพลงเสียงตะกุกตะกัก ขาดๆ หายๆ
"ข้าคือ... ลา... ลาโง่... ตัวน้อย... ในที่สุดคืนนี้... ฮือๆๆๆ..."
คืนนั้น ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย
สวนดอกไม้หลังเรือน บานสะพรั่งหลากสีสัน กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วสวน
[จบตอน]
[จากผู้เขียน: เดิมทีตั้งใจจะเขียนตอนพิเศษของเสี่ยวเยว่ (ฝ่าบาท) เหม่ยเจียว และคุณหนูใหญ่ด้วย
แต่คิดไปคิดมา เขียนไม่ออกจริงๆ
หนึ่งคือเขียนเรื่องพี่น้อง (ฮาเร็ม) มากไม่ได้ สองคือคาแรคเตอร์ทั้งสามคนแสดงออกมาหมดแล้วในเนื้อเรื่องหลัก
โดยเฉพาะคุณหนูใหญ่ ไม่กล้าเขียน กลัวหลุดคาแรคเตอร์
ทุกครั้งที่คุณหนูใหญ่ออกมา บทสนทนากับพระเอก ผมแก้แล้วแก้อีก กลัวไม่ใช่นาง
คุณหนูใหญ่สมบูรณ์แบบเกินไป ผมรู้สึกว่าไม่ควรให้เห็นภายในใจของนาง ไม่งั้นจะเสียเสน่ห์
ดังนั้น เลยไม่กล้าเปิดตอนพิเศษให้นางเดี่ยวๆ
เพราะไม่รู้จะเขียนยังไงจริงๆ
นิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดไลท์โนเวล เป็นนิยายรัก เส้นเรื่องหลักคือคุณหนูใหญ่ การอัพเลเวลอื่นๆ แค่ใส่มาเสริมเส้นเรื่องความรัก ไม่งั้นคงจบในไม่กี่แสนคำ
ดังนั้น เมื่อเรื่องราวของคุณหนูใหญ่จบลง หนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าจบสมบูรณ์
ส่วนอื่นๆ ไม่สำคัญเท่าไหร่
ตั้งแต่คุณหนูใหญ่กับพระเอกเปิดใจให้กัน ได้อยู่ด้วยกัน จริงๆ ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว
เขียนต่อไปก็ไม่มีความหมาย
จริงๆ จนถึงตอนจบ ยอดคนอ่านยังดีอยู่ ผมสามารถยืดเรื่องออกไปได้เรื่อยๆ แต่เรื่องที่จบแล้วก็คือจบ ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อ
ไม่ว่าทุกคนจะคิดยังไง ผมรู้สึกว่าเรื่องราวมันจบลงแล้วจริงๆ
พอเขียนเรื่องคุณหนูใหญ่จบ ผมก็ไม่มีแรงจูงใจหรือความคาดหวังจะเขียนต่อแล้ว ขืนเขียนไปก็จะยิ่งเละเทะและไม่สนุก
ดังนั้น ขอจบแค่นี้ครับ
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน หวังว่าทุกคนจะค้นพบความรัก ความผูกพัน และความรับผิดชอบในแบบของตัวเอง
ไว้พบกันใหม่ครับ]
[จบบริบูรณ์]
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยจ้า :
ข้ามโลกมาอยู่สำนักหญิงล้วน แต่ดันอ่านตำราเทพออกแค่คนเดียวซะงั้น