เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 804: ท่านอาจารย์และพระสวามีของจักรพรรดินี ท่านอาจารย์อาจะทะลวงขั้น!

บทที่ 804: ท่านอาจารย์และพระสวามีของจักรพรรดินี ท่านอาจารย์อาจะทะลวงขั้น!

บทที่ 804: ท่านอาจารย์และพระสวามีของจักรพรรดินี ท่านอาจารย์อาจะทะลวงขั้น!


บทที่ 804: ท่านอาจารย์และพระสวามีของจักรพรรดินี ท่านอาจารย์อาจะทะลวงขั้น!

จวนตระกูลฉิน ห้องโถงรับรอง

เยว่อู่ในชุดขาว ยืนคุยกับซ่งหรูเยว่อยู่ที่ระเบียง

ซ่งหรูเยว่หน้าบานเป็นกระด้ง

"ชิงโจวของข้ายังไม่ทันสอบเคอจวี่ ก็ได้เป็นขุนนางเลยเหรอ?"

"แบบนี้ขุนนางคนอื่นจะไม่ว่าเอาเหรอ?"

"แม่นางเยว่อู่พอจะบอกได้ไหม ว่าฝ่าบาทจะแต่งตั้งตำแหน่งอะไรให้?"

ซ่งหรูเยว่ซักไซ้ไม่หยุด

เยว่อู่ยิ้ม "ฝ่าบาทยังปรึกษากับเหล่าขุนนางอยู่ คุณชายลั่วไปถึงก็รู้เองเจ้าค่ะ"

ซ่งหรูเยว่ดีใจ ชมเปาะ "แม่นางเยว่อู่สวยวันสวยคืน ชุดนี้ก็สวยมาก"

แล้วสะดุดตากับถุงน่องขาวที่โผล่พ้นชายกระโปรง "เอ๊ะ ถุงน่องนี่คุ้นๆ ซื้อจากร้าน 'เย่ว์อีฝาง' ของเราหรือเปล่า?"

ตั้งแต่ย้ายเข้าเมืองชั้นใน ร้านผ้าก็เปิดใหม่ชื่อ "เย่ว์อีฝาง"

เยว่อู่หน้าเจื่อน "เสื้อผ้าพวกนี้ตัดเย็บในวัง น่าจะไม่ใช่นะเจ้าคะ"

ซ่งหรูเยว่ไม่ถือสา ขยับเข้าไปกระซิบขายของ "แม่นางเยว่อู่ ว่างๆ แวะไปดูที่ร้านได้นะ ถุงน่อง ชุดชั้นใน ถุงเท้า เอี๊ยม มีทุกแบบ แล้วก็... แม่นางเยว่อู่ชอบใส่ถุงน่อง ที่ร้านเรามีทุกสี ทำจากวัสดุพิเศษ นุ่มลื่น ยืดหยุ่นดีมาก... แบบยาวถึงโคนขา แบบเต็มตัว... ถุงเท้าผ้าก็มี ยาวถึงเข่า ถึงต้นขา มีหมด..."

นางเสริม "จริงสิ ที่บ้านข้ามีอยู่สองสามชุด ถ้าแม่นางเยว่อู่ไม่รีบ เดี๋ยวให้เหมยเอ๋อร์ไปหยิบมาให้ ลองเอาไปใส่ดู ไม่คิดเงิน"

เยว่อู่อึดอัด ปฏิเสธ "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ในวังมีเยอะแยะ"

ซ่งหรูเยว่กระซิบ "ไม่เหมือนกันนะ ของเราดีไซน์ใหม่ แม่นางเยว่อู่ลองจับของข้าดูสิ สัมผัสต่างจากร้านอื่นแน่นอน"

นางมองซ้ายขวา เห็นไม่มีคน ก็เลิกกระโปรงขึ้นนิดหน่อย เผยถุงน่องสีเนื้อ "ใส่สบายมาก ลื่นมือ ลองจับดูสิ"

ถ้าเยว่อู่เอาไปโปรโมทในวังได้ ร้านนางอาจได้เป็นคู่ค้าหลวง รวยเละ

เยว่อู่หน้ากระอักกระอ่วน แต่ขัดไม่ได้ ยื่นมือไปแตะเบาๆ

ซ่งหรูเยว่ยิ้มร่า "นุ่มไหม? ลื่นไหม?"

แล้วใช้นิ้วดึงถุงน่อง "แปะ" เด้งกลับ "ยืดหยุ่นดีด้วยนะ"

เยว่อู่ "..."

"แม่นางเยว่อู่ ดูข้างบนสิ... อะแฮ่ม..."

นางรีบปล่อยกระโปรง ยืนตรง

หลัวชิงโจวเดินมาตามระเบียง เห็นทั้งคู่ก็ทัก "ท่านแม่ยาย แม่นางเยว่อู่"

ซ่งหรูเยว่ยิ้มแป้น "ชิงโจว ฝ่าบาทเรียกเข้าเฝ้าน่ะ"

เยว่อู่มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน ก้มหน้านอบน้อม "คุณชายลั่ว ฝ่าบาทรออยู่ที่ตำหนักเว่ยหยางเจ้าค่ะ"

หลัวชิงโจวคารวะ "แม่นางเยว่อู่ ถ้าเป็นเรื่องปูนบำเหน็จ ฝากทูลฝ่าบาทด้วยว่าข้ายังไม่อยากรับราชการตอนนี้"

ซ่งหรูเยว่หน้าหุบฉับ

กำลังจะบ่น ฉินเว่ยโม่เดินมา "ท่านแม่ พี่หญิงไม่ค่อยสบาย ไปดูกันเถอะค่ะ"

ซ่งหรูเยว่จะแย้ง แต่ฉินเว่ยโม่ดึงมือ กระซิบ "ท่านแม่ เรื่องพี่ชิงโจว ให้เขาตัดสินใจเองเถอะค่ะ"

ซ่งหรูเยว่ปากยื่น ยอมโดนลากไป แต่บ่นอุบอิบ "แม่ก็หวังดีกับเขานะ ถ้าได้เป็นขุนนาง แม่เขาบนสวรรค์คงดีใจ..."

หลัวชิงโจวได้ยิน แต่ทำหูทวนลม

เยว่อู่พูดเบาๆ "คุณชายลั่วจะปฏิเสธก็ไปทูลฝ่าบาทเองเถอะเจ้าค่ะ บ่าวไม่กล้าถ่ายทอดคำพูดแบบนี้"

หลัวชิงโจวคิด "ไปกันเถอะ"

ทั้งสองออกจากจวน

รถม้าหรูจอดรออยู่

เยว่อู่เชิญเขาขึ้นก่อน แล้วตามขึ้นไป

รถม้าแล่นออกจากตรอก

ในรถเงียบกริบ

เยว่อู่ถาม "ทำไมคุณชายลั่วไม่อยากรับราชการ? บัณฑิตทุกคนใฝ่ฝันจะเป็นขุนนาง เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล"

หลัวชิงโจวตอบเรียบๆ "ยุ่ง ไม่มีเวลา"

เยว่อู่อึ้ง แล้วก็เข้าใจ

เงียบไปครู่หนึ่ง

นางพูดเสียงเบา "จริงด้วย คุณชายลั่วเป็นทั้งบัณฑิตและจอมยุทธ์ ต้องอ่านหนังสือ ต้องฝึกวิชา คงไม่มีเวลาจริงๆ"

ภาพเขาตัดหัวฮ่องเต้วันนั้น นางไม่มีวันลืม

ตามหลอกหลอนในฝันหลายคืน

นางคิดไม่ถึงเลยว่าบัณฑิตหน้าหยกผู้นี้ จะเป็นจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจขนาดนี้ และกล้าบุกวังฆ่าฮ่องเต้...

และยิ่งคิดไม่ถึงว่า คุณชายลั่วผู้นี้ คือ... คุณชายฉู่คนนั้น

"จริงสิ เสื้อผ้าในร้านตระกูลฉิน ใครเป็นคนออกแบบเจ้าคะ?"

นางเปลี่ยนเรื่อง

หลัวชิงโจวแปลกใจ "เหมือนจะเป็นสาวใช้ที่บ้าน"

เยว่อู่ยิ้ม "เหรอเจ้าคะ? สาวใช้บ้านคุณชายลั่วเก่งจัง แล้วคุณชายลั่วเคยเห็นเสื้อผ้าพวกนั้นไหม?"

หลัวชิงโจวตอบหน้าตาย "เคยสิ"

ไม่เห็นน่าอายตรงไหน

เขาแต่งงานแล้ว ไม่ใช่หนุ่มซิงไม่รู้อีโหน่อีเหน่

เยว่อู่มองเขา เลิกกระโปรงขึ้นนิดหนึ่ง เผยขาเรียวสวมถุงน่องขาว "คุณชายรู้จักถุงน่องแบบนี้ไหม?"

หลัวชิงโจวมองแวบหนึ่ง "ไม่รู้จัก"

เยว่อู่ยิ้ม ปล่อยกระโปรง "ข้าซ้อมเต้นบ่อย เลยชอบใส่ ครั้งแรกเห็นท่านหญิงเหม่ยเจียวใส่..."

หลัวชิงโจวมุมปากกระตุก ไม่พูด

เยว่อู่เล่าต่อ "ใส่สบายจริง เยว่อิ่งตอนแรกไม่ชอบ พอใส่แล้วก็ติดใจ แต่นางชอบสีดำ นางฝึกยุทธ์ทุกวัน ใส่แล้วคล่องตัวกว่า โดยเฉพาะตอนใส่เกราะอ่อน..."

หลัวชิงโจวฟังเงียบๆ

รถม้าข้ามสะพานหิน

เข้าประตูเมือง

เยว่อู่มองเขาลึกซึ้ง "คุณชายลั่ว... คิดว่าเยว่อู่เป็นคนยังไง?"

หลัวชิงโจวมองนาง "ก็ดี"

"ดีตรงไหน?"

"หน้าตา นิสัย ดีหมด"

เยว่อู่ตาวาว "เยว่อู่ก็คิดว่าคุณชายดีเหมือนกัน จริงๆ เมื่อก่อน เยว่อู่ก็..."

หลัวชิงโจวตัดบท "ไท่อ๋องแพ้แล้วจริงๆ เหรอ?"

เยว่อู่หน้าสลด "เจ้าค่ะ กองทัพแตกพ่าย แต่ยังมีกำลังเหลืออยู่ แม่ทัพอวี้ฉือกับเยว่อิ่งกำลังไล่ล่า แล้วก็ไปต้านปีศาจที่ชายแดนด้วย"

"เจ้าแคว้นอื่นล่ะ?"

"ฝ่าบาทใช้แผนของคุณชาย เอาชนะกองทัพผสมเจ็ดแคว้นและไท่อ๋องได้อย่างง่ายดาย เจ้าแคว้นอื่นยอมสยบ ส่งสารแสดงความยินดีและสวามิภักดิ์ทันที พวกที่ลังเลก็รีบเข้าหา"

หลัวชิงโจววิเคราะห์ "แต่จะให้สงบจริงๆ ต้องใช้เวลา พวกนั้นแค่ยอมแต่ปาก ถ้าฝ่าบาทจะนั่งบัลลังก์ให้มั่นคง ต้องค่อยๆ ยึดอำนาจทหารคืน..."

เยว่อู่มองเขา "มีคุณชายอยู่ ฝ่าบาทต้องทำสำเร็จแน่"

"ข้าแค่เก่งแต่ปาก แม่นางเยว่อู่ชมเกินไป"

"แค่เก่งแต่ปาก ก็ทำลายกองทัพนับแสนได้ ถ้าไปบัญชาการเอง จะขนาดไหน"

หลัวชิงโจวเงียบ

เยว่อู่มองเขาอย่างหลงใหล "คุณชายอายุยังน้อย มีความสามารถและผลงานขนาดนี้ แต่ไม่หยิ่งยโส ไม่เอาหน้า ไม่อยากให้ใครรู้ จะหาคนแบบนี้ได้ที่ไหน? มิน่า... ผู้หญิงถึงยอมพลีกายให้"

หลัวชิงโจวถาม "หมายถึงผู้หญิงคนไหน?"

เยว่อู่สบตาตาใสแจ๋ว ยิ้มหวาน "ผู้หญิงทุกคนเจ้าค่ะ"

"..."

หลัวชิงโจวเปลี่ยนเรื่องอีก "กระโปรงแม่นางเยว่อู่สวยดี"

เยว่อู่ลุกขึ้น จับชายกระโปรง ก้มหน้าเขย่งปลายเท้า หมุนตัวเบาๆ ต่อหน้าเขา ยิ้มร่าเริง "ไม่ใช่แค่กระโปรงสวยนะเจ้าคะ ข้าชื่อเยว่อู่ (ร่ายรำใต้แสงจันทร์) เต้นรำก็สวย ถ้าคุณชายอยากดู เดี๋ยวเข้าเฝ้าเสร็จ..."

"ข้ามีธุระ"

หลัวชิงโจวรีบตัดบท "เข้าเฝ้าเสร็จ ข้าต้องรีบกลับ"

เยว่อู่ยิ้ม นั่งลง จัดกระโปรง "งั้นไว้คุณชายว่างค่อยดูก็ได้"

"อื้ม"

หลัวชิงโจวเหลือบมองเท้าเล็กๆ สวมถุงน่องขาวที่เพิ่งเขย่งเมื่อกี้

ในรถแคบๆ แค่หมุนตัวเบาๆ ยังดูพริ้วไหวเย้ายวนใจ เต้นเก่งจริงๆ

มิน่ากษัตริย์โบราณถึงชอบดูสาวงามร่ายรำ

รถม้าจอดหน้าตำหนักเว่ยหยาง

เยว่อู่ลงก่อน ยื่นมือ "คุณชายลั่ว ให้เยว่อู่ช่วยพยุง"

หลัวชิงโจวกระโดดลงอีกฝั่ง

เยว่อู่ "..."

เดจาวู...

กำลังจะเข้าตำหนัก เสียงฝีเท้าดังออกมา

จักรพรรดินีสวมมงกุฎ ชุดมังกรแดงเพลิง เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ท่ามกลางข้าราชบริพาร

ทั้งสองรีบหลบข้างทาง

เยว่อู่แปลกใจ "ทำไมเลิกเร็วจัง..."

หนานกงหั่วเยว่เดินผ่านไป ไม่มองทั้งคู่ ขึ้นเกี้ยว สั่งเสียงเย็น "กลับตำหนัก"

เยว่อู่กระซิบ "คุณชาย ตามไป"

ขบวนเสด็จกลับตำหนักเหยาฮวา

ขันทีและนางกำนัลอื่นถอยไป

เยว่อู่พาหลัวชิงโจวเข้าตำหนัก กระซิบ "ฝ่าบาทดูอารมณ์ไม่ดี สงสัยพวกขุนนางพูดอะไรไม่เข้าหู ระวังคำพูดด้วยนะเจ้าคะ"

หลัวชิงโจวพยักหน้า

มาถึงห้องหนังสือ

เยว่อู่รายงาน "ฝ่าบาท คุณชายลั่วมาแล้วเพคะ"

เสียงทรงอำนาจดังออกมา "ให้เข้ามา"

หลัวชิงโจวก้มหน้าเดินเข้าไป

จักรพรรดินีกำลังให้สาวใช้ถอดเครื่องทรงหลังฉากกั้น

หวีผม เปลี่ยนชุด

สักพัก

สาวใช้ถอยออกไป

"แอ๊ด..."

ประตูปิด

ห้องเงียบกริบ

หนานกงหั่วเยว่ในชุดคลุมสีแดงเดินออกมา ผมดำสลวยทิ้งตัว ไหปลาร้าขาวผ่องวับๆ แวมๆ อกอวบอิ่มดันทรง

ขาเรียวยาวก้าวเดิน เผยสัดส่วนสมบูรณ์แบบใต้ชุดแดง...

และเท้าขาวผ่องสวมถุงเท้าสีชมพู

"ท่านอาจารย์จ้องเราตาเป็นมัน คิดจะทำอะไร?"

หลัวชิงโจวกำลังแอบมอง นางก็มายืนตรงหน้า แสยะยิ้ม "เรามีสามีแล้วนะ สามีเราดุมาก ชอบฆ่าล้างโคตรคนด้วย"

หลัวชิงโจว "..."

หนานกงหั่วเยว่นั่งลง รินชา "นั่งสิ ไม่ต้องกลัว ท่านสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง ใครก็ไม่กล้าทำอะไรท่าน"

หลัวชิงโจวนั่งลง

นางยื่นชาให้ จ้องหน้าเขาเขม็ง

หลัวชิงโจวรับชา "ขอบพระทัยฝ่าบาท"

หนานกงหั่วเยว่ถอนหายใจ "เราตั้งใจจะปูนบำเหน็จท่านเป็นโหว แต่ขุนนางคัดค้าน แม้แต่เสด็จอาตวนอ๋องยังไม่เห็นด้วย..."

หลัวชิงโจวตอบ "ขอบพระทัย ข้ายังไม่อยากเป็นขุนนาง อีกอย่าง ข้าแค่ใช้ปาก ไม่ได้ออกไปรบ ไม่มีผลงานประจักษ์ เป็นแค่บัณฑิตตัวเล็กๆ จู่ๆ จะให้เป็นโหว มันผิดธรรมเนียม"

นางถอนหายใจอีก "เรารู้งี้เรียกท่านไปปรึกษาในท้องพระโรงซะก็ดี พวกนั้นจะได้ได้ยินกับหู ตอนเราสั่งการ พวกนั้นสงสัยสารพัด ตอนนี้มาสรรเสริญเยินยอ พวกนั้นไม่รู้ความดีความชอบท่าน แต่เรารู้... แค่ตำแหน่งโหว เราว่าไม่มากเกินไปหรอก"

นางเลิกคิ้ว "แต่ในเมื่อท่านไม่อยากเป็น เราก็ไม่บังคับ ยังไงท่านก็เป็นที่หนึ่งในใจเราเสมอ"

หลัวชิงโจวก้มหน้า "ขอบพระทัย"

เอ๊ะ?

ใต้โต๊ะ เหมือนมีอะไรมาโดนขา

กำลังจะก้มดู นางถาม "ท่านอาจารย์ ได้ข่าวว่าเมื่อวานท่านเข้าวังมาเยี่ยมเหม่ยเจียว?"

"ภรรยากระหม่อมกับท่านหญิงเป็นพี่น้องกัน นางเป็นห่วง เลยอยากมาเยี่ยม"

"ไม่ใช่ท่านอาจารย์อยากมาเองเหรอ?"

หลัวชิงโจวเงียบ

นางจ้องเขา "จริงสิ เมื่อวานเราคุยกับคุณหนูรองเรื่องกฎหมายสมรส นางคงบอกท่านแล้ว?"

"บอกแล้วพะยะค่ะ"

"ท่านว่าไง?"

"ฝ่าบาททำเพื่อสตรีทั่วหล้า กระหม่อมเลื่อมใสยิ่งนัก"

นางหรี่ตา "เราถามเรื่องเมียหลวงสองคน ท่านว่าไง?"

"ดีมากพะยะค่ะ"

"ดียังไง? เราคิดดูแล้ว มันไม่เหมาะ อาจเกิดปัญหาแย่งชิงวุ่นวาย เมียหลวงคุมอนุ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ประเทศมีสองกษัตริย์ไม่ได้ บ้านคงแตก"

หลัวชิงโจวเงียบไป "ถึงจะเป็นเมียหลวงสองคน แต่ก็แบ่งใหญ่เล็ก คนเล็กต้องเคารพคนใหญ่ กฎต้องมี"

นางยิ้ม "เราก็คิดงั้น แต่ใครใหญ่ใครเล็ก? อย่าบอกนะว่ามาก่อนเป็นใหญ่ เราว่าควรวัดที่ฐานะ ความสามารถ และความดีความชอบต่อครอบครัว ท่านว่าไง?"

หลัวชิงโจวตอบจริงจัง "ต้องวัดที่ลำดับก่อนหลังสิพะยะค่ะ ไม่งั้นวุ่นวายตาย ถ้าได้อนุที่ฐานะสูงกว่ามาทีหลัง เมียหลวงคนก่อนๆ ต้องโดนปลดเหรอ?"

นางเงียบ

สักพัก "เราว่า เมียหลวงวัดที่ฐานะได้ พอแต่งตั้งแล้ว ห้ามเปลี่ยน ต่อให้อนุคนหลังฐานะสูงกว่า ก็เป็นได้แค่อนุ"

หลัวชิงโจวยืนกราน "กระหม่อมไม่เห็นด้วย"

นางจ้องเขาเย็นชา

หลัวชิงโจวลุกขึ้น "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กระหม่อมทูลลา"

นางจ้องเขาสักพัก จู่ๆ ก็ยิ้ม "ท่านอาจารย์พูดถูก เราเชื่อท่าน มาก่อนเป็นใหญ่ จริงๆ เป็นพี่เป็นน้องก็ไม่ต่างกัน ถ้าเก่งจริง ต่อให้เป็นน้อง พี่ก็ต้องเกรงใจ ท่านว่าไหม?"

หลัวชิงโจวไม่ตอบ

นางลุกขึ้น คารวะเขาอย่างเป็นทางการ "ศึกครั้งนี้ ลำบากท่านอาจารย์แล้ว วันหน้าเรื่องต้านปีศาจและศัตรูภายนอก รวมถึงบริหารบ้านเมือง ยังต้องรบกวนท่านอาจารย์อีก"

หลัวชิงโจวคารวะตอบ แล้วถอยออกไป

หนานกงหั่วเยว่มองตาม หรี่ตา

หยิบหยกสื่อสารส่งข้อความ: [เราอารมณ์ไม่ดี มาปรนนิบัติเดี๋ยวนี้]

ตอบกลับทันที: [ยุ่ง]

นางโมโห: [จะมาไม่มา?]

หลัวชิงโจวยืนอยู่หน้าตำหนัก ถอนหายใจ: [ก็ได้]

เยว่อู่เดินตามส่งเขา

ส่งเสร็จ นางกลับมา พอเข้าห้องหนังสือจะรายงาน ก็เห็นเงาร่างคุ้นตานั่งอยู่ตรงข้ามจักรพรรดินี

ชุดดำ หน้าตาธรรมดา กลิ่นอายแข็งแกร่ง...

หลัวชิงโจวหันมามองนางอย่างจนใจ

เยว่อู่ "..."

ห้องเงียบกริบ

เยว่อู่ตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน รีบก้มหน้าถอยออกไป ปิดประตูให้

ในห้อง ชายหญิงอยู่ลำพัง

หลัวชิงโจวถาม "ฝ่าบาทอารมณ์ไม่ดีเรื่องอะไร?"

หนานกงหั่วเยว่หน้าบึ้ง ไม่ตอบ

บนโต๊ะเปลี่ยนจากกาน้ำชาเป็นกาเหล้า

นางดื่มรวดเดียวสองจอก ปรายตามอง "ไปนอนบนเตียง ถอดเสื้อผ้า"

หลัวชิงโจวตัวแข็ง "ฝ่าบาท เสพสมกลางวันแสกๆ ไม่ใช่วิสัยกษัตริย์ที่ดี! ขุนนางรู้เข้าจะด่ากระหม่อมว่าเป็นตัวหายนะ ล่มจมบ้านเมืองนะพะยะค่ะ"

"พรืด..."

จักรพรรดินีหลุดขำ รอยยิ้มงดงามล่มเมือง อกกระเพื่อมไหว

หลัวชิงโจวอดมองไม่ได้

เท้าสวมถุงน่องยื่นมาเขี่ยใต้โต๊ะ นางมองตาหวานหยาดเยิ้ม "รู้ตัวด้วยเหรอว่าเป็นตัวหายนะ?"

นางครางเบาๆ เสียงยั่วยวน "ทำเราไม่ไปว่าราชการเช้าตั้งสองวัน สมควรโดนด่าจริงๆ นั่นแหละ"

หลัวชิงโจวก้มหน้า ไม่กล้าตอบ

ห้องเงียบลง

ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา

หนานกงหั่วเยว่วางจอกเหล้า ริมฝีปากแดงฉ่ำ เยาะเย้ย "วันนี้ทำไมไม่ได้เรื่อง?"

แล้วแค่นเสียง "นั่นไง เจ้ามีรสนิยมแบบนี้จริงๆ"

หลัวชิงโจวเงียบ

"ไป ไปล้างตัวที่ห้องฝึกวิชา ถึงตาเจ้าปรนนิบัติเราแล้ว"

นางดื่มหมดกา เมามาย ลุกขึ้น ถอดถุงเท้า เดินเท้าเปล่าลากกระโปรงแดงไปห้องใน

ผนังห้องในเปิดออก "ครืน..."

หลัวชิงโจวเดินตาม ก้มหน้า

สักพัก

ห้องหนังสือเงียบลง

ประตูเปิด

เยว่อู่พาสาวใช้มาทำความสะอาด

สายตานางสะดุดที่ถุงเท้าสีชมพูบนพื้น อึ้งไป เก็บขึ้นมา

ในห้องฝึกวิชา สระน้ำอุ่น

กลีบดอกไม้ลอยฟ่อง ไอหมอกปกคลุม ผิวน้ำกระเพื่อมไหว

ยังไม่เที่ยง

หลัวชิงโจวออกจากวัง กลับจวน

กินข้าวกับฉินเว่ยโม่ บอกว่าจะไปทำธุระ

กะจะไปดูเซี่ยฉาน

แต่ไป่หลิงไม่เปิดประตู บอกเหมือนเดิม "คุณหนูพักผ่อน"

คราวนี้เขาไม่กล้าบุก

เดี๋ยวโดนร้องเพลงลาโง่อีกร้อยรอบ ไม่ไหวจะเคลียร์

ยามเย็น

เขาเช็คของในแหวนมิติ เก็บกระจกสุริยันจันทรา

มุดดินออกจากเมือง

โผล่ที่ริมแม่น้ำอวิ๋นอู้ ตะวันใกล้ตกดิน

ดวงอาทิตย์สีแดงแขวนอยู่ระหว่างยอดเขาหลิงเซียวและเทือกเขาเมฆาหมอก สะท้อนผิวน้ำ

จักรพรรดินีส่งข้อความมา: [ฝากไว้ก่อนเถอะ!]

หลัวชิงโจวตอบ: [เพิ่งตื่นเหรอพะยะค่ะ?]

จักรพรรดินี: [เราจะตอนเจ้าซะ ยังไงก็ไม่มีประโยชน์]

หลัวชิงโจว: [ฝ่าบาทระงับโทสะ กระหม่อมมีธุระ ไม่สะดวกอยู่ต่อ ไว้กลับไปจะชดเชยให้ อีกอย่าง ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์ แต่ยังไม่ทันเริ่ม ฝ่าบาทก็...]

จักรพรรดินี: [หุบปาก! เดี๋ยวสั่งตัดลิ้น!]

หลัวชิงโจว: [......]

จักรพรรดินี: [ไอ้กบฏ! ยังกล้าปล่อยสายฟ้าใส่เราอีก!]

หลัวชิงโจวไม่ตอบ

"ฟุ่บ!"

ใช้วิชาตัวเบาข้ามแม่น้ำ

ถึงหลังเขาสำนักหลิงเซียว ได้ยินเสียงขลุ่ยผิวคุ้นหู

ร่างบางในชุดเขียวยืนใต้ต้นสน เป่าขลุ่ยรับลม

"ท่านอาจารย์อา เพราะจัง"

เพลงจบ หลัวชิงโจวเดินขึ้นไปชม

ลิ่งหูชิงจู๋มองเขาเงียบๆ สักพัก "ศิษย์พี่บอกว่า ออกเดินทางเช้ามืด"

"ข้ารู้แล้ว ทำไมเหรอ?"

นางมองเขาอีกครั้ง หันหลังเดินขึ้นบันได "ไม่มีอะไร แค่บอกเฉยๆ"

หลัวชิงโจวงง เดินตาม

นึกขึ้นได้ "ท่านอาจารย์อา งั้นเราไม่เข้าถ้ำ ไปหอสมุดกันไหม?"

ลิ่งหูชิงจู๋ไม่ตอบ

"ถ้าฝึกวิชาตอนนี้ เกิดเข้าฌานลึก เดี๋ยวพลาดเวลาเดินทาง หรือเพลียเกินไป ให้ท่านอาจารย์ปู่กับอาจารย์รอคงไม่ดี"

เงียบไปอีกพัก

ลิ่งหูชิงจู๋พูดขึ้น "ข้าจะทะลวงระดับ"

หลัวชิงโจวตกใจ "ท่านเพิ่งทะลวงระดับปรมาจารย์ไม่ใช่เหรอ? พลังวิญญาณก็เพิ่งแบ่งจิต?"

นางไม่ตอบ

ทั้งสองเดินไปยอดเขากระบี่

ลิ่งหูชิงจู๋พาเขาไปที่ถ้ำ

ฟ้ามืดแล้ว

หลัวชิงโจวอดไม่ได้ "ท่านอาจารย์อา... ไปหาอาจารย์กันเถอะ"

ลิ่งหูชิงจู๋หยุดเดิน หันมาพูดจริงจัง "หลายวันมานี้ข้าบรรลุวิถีกระบี่ พลังวิญญาณใกล้จะแบ่งจิตขั้นกลางแล้ว คืนนี้น่าจะทะลวงได้"

หลัวชิงโจวอึ้ง "ท่านเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?"

นางมองเขา เดินต่อ "เจ้าเก่งกว่า"

หลัวชิงโจว "..."

เข้าถ้ำ ประตูปิดลง

เทือกเขาเมฆาหมอก ยอดเขาสลับซับซ้อน

ขณะเดียวกัน

ร่างชุดขาวบินออกจากเมืองหลวง ทะยานสู่ท้องฟ้า หายลับไป

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 804: ท่านอาจารย์และพระสวามีของจักรพรรดินี ท่านอาจารย์อาจะทะลวงขั้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว