เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 149 – Black Market Thirteenth Shopping [12-04-2020]

Chapter 149 – Black Market Thirteenth Shopping [12-04-2020]

Chapter 149 – Black Market Thirteenth Shopping [12-04-2020]


Chapter 149 – Black Market Thirteenth Shopping

"วิ้ง"

ซังจินได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตลาดมืดพร้อมด้วยเสียง เช่นเคยเขาได้ไปนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในขณะที่คำนวณราคาของไอเทมแต่ละชิ้น อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังทำแบบนี้อยู่นั้น

[ผู้ถูกเลือกได้ร้องขอการย้ายมิติ]

[คุณจะยอมรับหรือไม่?]

รูปนาดาได้ปรากฏขึ้นเหนือลูกบาศก์ของซังติน สำหรับการที่เธอเรียกเขาหลังจากที่การจู่โจมเสร็จสิ้นนั้นมันหมายความว่ามีอะไรบางอย่างที่เธอต้องการจะถาม

"นาดา? มีอะไรหรอ?"

เธอได้ตรงไปที่ประเด็กของเธอในทันที

"นายได้รับเกราะจากการโจมตีครั้งนี้มามั๊ย? เกราะหนังระดับตำนาน"

"อา...ฉันได้มันมา"

ซังจินได้พบ มาแบ็ท - เกราะแห่งขุนนาง อยู่ท่ามกลางกองไอเทมที่กองอยู่เบื้องหน้าเขา

"เธอกำลังพูดถึงสิ่งนี้ใช่ปะ?"

"ใช่แล้ว นั่นแหละ ฉันต้องการที่จะอัพเกรดมัน อย่าเอามันไปประมูลและขายมันให้ฉัน"

"อา โอเค"

นาดาได้จับไปที่ริมฝีปากและส่งเสียง 'ชู่' ออกมา

"ขอบคุณ ถ้สงั้นไว้เจอกันมื้อเย็น"

ทันใดนั้นเธอก็ส่งจูบมา ซังจินได้ขมวดคิ้วขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ตรวจสอบโน๊ตของเขา 'เกราะหนัง - เริ่มประมูล 8000 ขายทันที 10000 เหรียญ' มันถูกเขียนเอาไว้ ซังจินได้ขีดเส้นค่าทิ้งในขณะที่พูดกับตัวเอง"

'ตั้งแต่ที่ฉันได้รับจูบมา ฉันก็ควรที่จะขายมันแบบถูกๆ น่าจะประมาณ 6 ถึง 7 พันเหรียญ...'

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง

[ผู้ถูกเลือกได้ร้องขอการย้ายมิติ]

[คุณจะยอมรับหรือไม่?]

ได้มีคนอื่นติดต่อมาหาเขาอีก คราวนี้ก็คือฟรานซ์

"ว่าไง?"

"อา เค มีหมวกที่ฉันได้รับมาในระหว่างการจู่โจม ฉันส่งสัยว่านายต้องการมัน"

"จริงหรอ? อันไหน?"

ฟรานซ์ได้หยิบเอาหมวกสีทองออกมาจากลูกบาศก์ มันเป็นหมวกทองของบอสในบทที่แล้ว คาร็อทได้สวมเอาไว้

"นี่มันคือหมวกระดับตำนานที่ฉันได้รับมาในครั้งนี้ ลองดูสิ"

ฟรานซ์ได้แสดงสถานะของไอเทมให้ซังจินได้ดู

-----

อราคาดอน - หมวกของคาร็อท

หมวกระดับตำนาน - ป้องกัน 44%

ทักษะติดตัว

ป้องกันเวทย์ (III) - ลดความเสียหายจากเวทย์ทั้งหมด 30%

ทักษะใช้งาน

การศึกแห่งกษัตริย์(V) - เรียกลิซาร์ดแมนเกราะหนัก 10 ตัวออกมา พวกเขาจะปกป้องเจ้านายจนตัวตาย

ซ่อนคมเขี้ยวและหางของคุณไว้ใต้น้ำ

-ราชาคาร็อท-

-----

มันมีความสามารถที่ดีพอที่จะสมกับที่เป็นหมวกระดับตำนาน

"โอ้....มันไม่เลวเลยใช่มั๊ย?"

หลังจากคำนั้นที่เขาพูดครู่หนึ่ง เบสโกโร่ก็ได้ตอบกลับมาทันควัน

'ไม่เลว? มันมีอะไรที่ไม่เลว? เคนาย....?'

แต่ว่าฟรานซ์ก็ไม่สามารถจะได้ยินเสียงนี้ได้ เขายังคงพูดต่อไป

"หมวกที่นายสวมอยู่ในตอนนี้...รูปลักษณ์มันไม่ค่อยดีนะ...ดังนั้นนายไม่คิดที่จะใช้อันที่ดีกว่าหรอ?"

'ไอ้เวร...!!!'

เบสโกโร่ได้ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด แต่แน่นอนว่าฟรานซ์ไม่สามารถจะได้ยินมันได้ ซังจินเกือบจะขำออกมาในขณะที่พูดกลับไป

"อา...นั่นมันจริง แต่ว่าฉันคุ้นกับการสวมหมวกนี้ไปแล้ว เพียงแค่ใช้มันเอง...หรือไม่ก็ขายให้คนอื่นเถอะ"

"อา ฉันเข้าใจแล้ว ถ้างั้นไว้เจอกันนะ"

หลังจากฟรานซ์ได้หายไป ซังจินก็หัวเราะลั่นออกมา

"ฟุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"

บางทีเบสโกโร่อาจจะโกรธอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ซังจินก็เลยปลอบใจเขา

"อย่าโกรธไปเลบเบสโกโร่ บางทีการใส่หัวกระโหลกไปรอบๆมันอาจจะไม่ดีหรืออะไรแบบนั้นก็ได้"

เบสโกโร่ได้ส่งเสียงออกมาสั้นๆ

'ฮึ่ม'

ซังจินได้ลุกขึ้นหลังจากที่จัดการไอเทมเสร็จสิ้น อย่างไรก็ตามหน้าของเซรินก็ปรากฏขึ้นเหนือลูกบาศก์

"โอ้ โอปป้า"

******

‘Jararan~ Janjan jarararan~’

เสียงดนตรีคลาสสิกที่น่างดงามได้ยินไปทั่วทั้งในอาคารแห่งนี้ ที่นี่คือภัตตราคารชั้นนำ 'เพลิงแห่งบราซิเออร์' ที่ตั้งอยู่ใจกลางของตลาดมืด มันมีโต๊ะกลมและเก้าอีหกตัวอยู่ตีงกลางร้าน ครู่หนึ่ง สองผู้ถูกเลือกก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆซังจินด้วยเสียงระเบิด

"ปุ้ง"

"ปุ้ง"

คนแรกที่ปรากฏก็คือฟรานซ์ เขาได้มองไปรอบๆบริเวณอยู่ครั้งหนึ่ง

"โว้ว...มีสถานที่แบบนี้ด้วย?"

เขาได้รู้ว่าเขายังอยู่ในตลาดมืดเมื่อมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

"อา ที่นี่ ฉันแค่มองเห็นมันจากระยะไกล แต่ฉันไม่เคยเห็นด้านในของมันเลย"

นาดาเป็นคนถัดมาที่ปรากฏตัวขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะเคยเห็นที่นี่มาก่อน

"โอ้ นายเลือกที่นี่หรอ? นายเป็นคนที่มีรสนิยมที่ดีเลยนะเค"

หลังจากนั้นมาฮาเดสและเบลเทรนชายทั้งสองคนก็ได้มาถึง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้สนใจอะไรมากนักกับอาหารที่นี่ เบลเทรนได้นั่งลงไปในที่ของเขาหลังจากที่เหลือบไปมองการประดับประดาที่ฉูดฉาดอยู่ครั้งหนึ่ง มาฮาเดสนั้นทำเพียงแค่นั่งลงไปอย่างง่ายๆและพนมมืออธิษฐานบริกรรมออกมา คนสุดท้ายที่ปรากฏตัวออกมาก็คือเซริน เธอได้มองไปรอบๆและเป็นประกาย

'มันคงจะดีถ้าเราได้มาทานอาหารค่ำที่นั่นในคืนนี้'

มันเป็นคำแนะนำของเธอที่ให้พวกเขามารวบตัวกันที่นี่ในวันนี้ เธอได้ยิ้มให้กับซังจินที่ฟังคำขอของเธอ หลังจากที่ผู้ถูกเลือกได้มารวมกันครบ ซังจินก็วางศอกลงบนโต๊ะและพูดออกมา

"ทุกคน การจู่โจมเป็นยังไงบ้าง?"

"มันเป็นเรื่องยากอยู่ แต่ว่าเราทำมันเสร็จสมบูรณ์"

"ฉันก็เหมือนกัน"

"ฉันด้วย"

ซังจินได้ยกมือขึ้นและถามออกมา

"มีใครที่ทำมันไม่สำเร็จ 100% มั๊ย?"

ไม่มีใครในโต๊ะยกมือขึ้นมาเลย สิ่งนี้มันสามารถจะบอกได้ว่าทุกคนได้ประสบความสำเร็จ 100%

ผู้ถูกเลือกที่ตอนนี้ได้มาถึงในระดับที่สามารถจะนำพวกนักล่าได้แบบเดียวกับที่ซังจินทำมาตลอดบทที่ 1 - 10 ได้แล้ว จากนั้นซังจินก็ปรบมือและพูดออกมา

"ดีล่ะ ถ้างั้นเรามากินอาหารด้วยกันดีกว่า"

นักล่าแต่ละคนได้หยิบเมนูที่ด้านหน้าของพวกเขาขึ้นมาและสั่งอาหาร

"ฉันเอาเนื้อวัวระดับแรร์นะ"

"ฉันพาสต้ากุหลาบกับเนื้อปู"

"สเต็กย่าง"

ครึ่งสิงโตที่รอคอยอยู่เบื้องหลังได้เขียนเมนูอาหารและเดินเข้าไปในห้องครัว รายการทั้งหมดที่ถูกสั่งสามารถจะถูกทำได้ด้วยดารูปิน แต่ว่าส่วนผสมและวิธีการปรุงนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละร้าน ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่จะเพลิดเพลินไปกับรสนิยมที่ต่างกัน นี่ก็คือเหตุผลที่เซรินได้ขอให้เขามาที่นี่

ไม่นานนักครึ่งสิงโตก็กลับมาพร้อมกับนำจานอาหารทั้งหมดมาเซิร์ฟ

"ขอให้ท่านเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหาร"

แต่ละคนต่างก็หยิบมืด ส้อม ช้อนและตะเกียบขึ้นมา หลังจากที่พวกเขาได้กินไปพักหนึ่ง นาดาก็พูดขึ้น

"แล้วไม่มีใครที่มาใหม่ในวันนี้หรอ?"

ฟรานซ์ก็พูดขึ้นเช่นกัน

"ใช่แล้ว ไม่มีใครที่นายไปสัมภาษณ์แล้วถูกใจเลยหรอ?"

ซังจินได้กอดอกและพูดออกมา

"มันไม่มีเลย น่าเสียดายจริงๆ"

ในคำพูดของซังจิน เซรินก็แทรกต่อขึ้นมา

"มันจะต้องมีโอกาสมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การจู่โจมถัดไปจะเป็นรูปแบบ 10 คน ดังนั้นมันไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสที่จะได้สังเกตุนักล่ามากยิ่งขึ้นหรอกหรอ?"

ซังจินได้จับมือเข้าด้วยกันและพูดตอบออกมา

"ถูกแล้ว แต่ว่า...ความจริงแล้วการจู่โจมแบบ 10 คนที่กำลังจะมาถึงมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากแม้แต่กับฉัน ฉันก็ยังไม่สามารถรับประกันว่ามันจะสำเร็จ 100% ได้เลย ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาว่างเหลือหรือไม่"

ทุกคนได้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำพูดของซังจิน นี่มันเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ซังจินพูดถึงการจู่โจมแบบนี้

"นายควรจะได้รับแผ่นข้อมูลเร็วๆนี้...การจู่โจมถัดไป...มันเป็นที่ราบกว้างแห่งบาราสตัน มันเป็นสถานที่พิเศษก็คือ...มันเป็นสถานที่ของสนามรบ"

"สนามรบ?"

ซังจินได้จับหน้าผากในขณะที่พูดออกมา

"ใช่แล้ว สนามรบที่มีกองทัพมนุษย์และปีศาจกำลังห่ำหั่นกัน นักล่าจะเข้าร่วมทางฝั่งของมนุษย์และมีเป้าหมายที่การเอาชนะผู้บัญชาการของฝั่งศัตรู แต่ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงแต่มันจะมีศัตรูจำนวนมากเท่านั้น ที่ตัวผู้บัญชการก็ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับรองรายล้อมเขาอีกด้วย... พวกมันเหล่านี้เป็นเรื่องยากที่จะรับมือ"

"เอ่อ..."

"หืม..."

ซังจินได้หันไปทางนักล่าและพูดต่อ

"ฉันจะช่วยพวกนายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่..ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปได้ตลอดเวลาหรือป่าว ดังนั้นพวกนายควรจะเตรียมตัวกันให้พร้อมสำหรับคืนนี้ ฉันจะพยายามให้คำบรรยายสั้นๆกันในเช้าวันพรุ่งนี้"

นักล่าหลายคนได้หยักหน้าอย่างกังวลในคำพูดของซังจิน

*****

เวลาตีสี่ครึ่งเช่นเคย ซังจินได้มาที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ

"ยินดีต้อนรับสุดยอดนักล่าเค นายดูดีนี่"

ซังจินได้ตอบสนองการทักทายของพ่อค้าด้วยการวางหินแสวงหาฆาตกรลงไปบนโต๊ะและพูดออกมาด้วยเสียงแห้งๆ

"ชาร์จพลังของหินนี่ โอเปอเรเตอร์จ่ายเงินให้เขา"

มันดูเหมือนว่าพ่อค้าจะรู้สึกไม่พอใจกับทัศนคติของซังจิน

"อะ ถ้านายยังคงเป็นแบบนี้อยู่ จากนี้ไปฉันจะไม่ขายอะไรแล้วนะ"

ซังจินได้จ้องมองเขาอยู่สั้นๆ ครู่หนึ่งพ่อค้าก็ยิ้มออกมาและพูดขึ้น

"อ่า มันเป็นมุขนะ"

พ่อค้าได้หยิบหินไปและจากนั้นก็วางกลับมาที่เดิม เมื่อเขาทำมันหินอ่อนก็ได้ส่องแสงสว่างกลับมาเหมือนเดม

"นี่ รับไปสิ"

ซังจินได้หยิบหินกลับมาและจากนั้นก็พูดกับพ่อค้า

"นอกจากนี้เรื่องที่ฉันได้ถามนายในครั้งที่แล้ว สิ่งนั้นน่ะ"

"อา นี่หรอ?"

พ่อค้าได้เปลื่ยนไปเป็นเอ็ดเวิร์ดอยู่ครู่หนึ่ง ซังจินไม่ชอบใจนักแต่ว่าเขาก็ไม่ได้เปิดเผยมันออกไปเพราะมันจะเป็นโอกาสให้พ่อค้าคนนี้เล่นตลกกับเขาไปมากยิ่งขึ้น

"ใช่ คนนี้แหละ เขามาที่นี่ใช่มั๊ย?"

ด้วยคำพูดของซังจิน พ่อค้าก็ได้หยักหน้ารับครั้งหนึ่งและพูดขึ้น

"นั่นมันเป็นราคาหนึ่งหมื่นเหรียญดำ"

ซังจินได้พูดออกไปโดยไม่ลังเล

"จ่ายเงิน"

ในเวลานี้ ซังจินได้รับกำไรมามากที่สุดเท่าที่เขาเคยทำได้จากร้านประมูล เขาสามารถจะใช้เหรียญหนึ่งหมื่นเหรียญไปกับข้อมูลนี้ได้ หลังจากที่ลูกบาศก์ของซังจินกับพ่อค้าแลกเปลื่ยนกันเสร็จ พ่อค้ากธพูดขึ้น

"เขามาที่นี่แล้ว"

"เมื่อไหร่?"

"ถ้านายต้องการจะรู้อีกนายจะต้องจ่ายเพิ่ม...""

ซังจินได้ขมวดคิ้ว จากนั้นพ่อค้าก็พูดต่อ

"นี่มันเป็นสิ่งปกติ...แต่เนื่องจากว่านายเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ ฉันจะให้บริการพิเศษแก่นายละกัน ครั้งแรกที่เขาได้มาที่นี่...ก็คือหลังจากที่จบบทที่ 10 และเมื่อครั้งล่าสุดก็คือเขามาถึงเมื่อเช้า"

"เช้าวันนี้หรอ?"

พ่อค้าได้ตอบกลับ

"ใช่แล้ว ตอนนี้เขาก็ยังอยู่กับฉัน นั่งอยู่บนเกาอี้ที่นายกำลังนั่งอยู่ในตอนนี้"

ซังจินได้ลุกขึ้นจากที่นั่งและมองไปที่เกาอี่

"เขาซื้ออะไร?"

พ่อค้าได้ปิดปากของเขาจากคำถามของซังจิน

"มันจะเป็นความลับอยู่เสมอ แม้ว่านายจะมอบเหรียญให้ฉันเป็นล้านก็ตาม แต่ฉันก็จะไม่บอกนาย"

ซังจินไม่ได้ถามอย่างอื่นอีก นี่มันเป็นข้อมูลที่เพียงพอสำหรับเขาที่จะอนุมานความจริงบางอย่างได้แล้ว อย่างแรกก็คือถ้าเขได้มาที่นี่หลังจากบทที่ 10 มันหมายความว่าเขาได้ผ่านบททดสอบของอาเรี่ยนมา และจากนั้นถ้าเขายังอยู่ที่นี่ก็หมายความว่าเขายังมีชีวิตอยู่

"ถ้างั้น เร็วๆนี้..."

ซังจินได้ลุกยืนขึ้นและคิดไปถึงเอ็ดเวิร์ด เมื่อเขาเห็นพ่อค้ายิ้มขึ้นในขณะมองมาที่เขา ซังจินก็พูดกับพ่อค้า

"ถ้างั้นช่วยเอาอิลิเซอร์สำหรับเงินส่วนที่เหลือของฉันมาที"

*****

ผู้ถูกเลือกทั้งหมดได้มารวมตัวที่มิติของซังจินในเวลากินอาหารเช้าด้วยการแสดงออกที่น่ากลัว แม้แต่อาหารที่พวกเขาสั่งก็มีแต่ขนมปังและธัญพืชที่เล็กน้อย มันดูเหมือนกับผลจากคำที่ซังจินบอกออกมา

'พวกนายควรจะเตรียมตัวให้พร้อม'

ด้วยท่าท่างที่น่ากลัวนี้ ซังจินได้คิดขึ้น

'...ฉันพูดว่ามันรุนแรงมากเกินไปสำหรับเมื่อคืนหรอ?'

แต่ว่าเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บบรรยากาศนี้เอาไว้ ทั้งสองคนที่อยู่ปาตี้นี้ไม่นานนักอย่างมาฮาเดสและเบลเทรนดูเหมือนจะไม่ค่อยกังวลนัก ในขณะที่เซริน ฟรานซ์ นาดา ผู้ที่รู้ซึ้งมาแล้วดูเหมือนจะเป็นกังวลอย่างมาก

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะช่วยพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จนถึงวินที่สุดท้ายและกระตุ้นพวกเขาสักหน่อย

"ตามที่ฉันพูดเมื่อวานนี้บทนี้มันยากมาๆ ฉันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของบอสลับหรือชิ้นส่วนลับเลย ดังนั้นทุกคนจะต้องทำให้ดีที่สุด"

"เข้าใจแล้ว"

ซังจินได้บอกข้อมูลทุกๆอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับบทนี้ออกไป หลังจากที่พวกเขาได้จากไปแล้ว ซังจินก็ได้เตรียมพร้อมตัวเอง นี่เป็นเพราะว่าเขาจะดำเนินการการจู่โจมด้วยตัวคนเดียว

ถ้าเขาทำงานร่วมกันคนอื่น ความยากลำบากมันก็จะลดลงและมันก็อาจจะมีโอกาสในการค้นหาพันธมิตรอีกด้วย แต่ปัญหามันจะเกิดขึ้นในตอนการแจกรางวัล เขาไม่ต้องการที่จะทำแบบนั้น ซังจินได้หยิบ 'ลาเที่ยน - ดาวแห่งความโดดเดี่ยว' ออกมาแล้วพูดขึ้น

"การฝึกฝนที่โดดเดี่ยว"

[คุณได้ดำเนินการการจู่โจมเพียงคนเดียวสำหรับการจู่โจมถัดไป ความยากลำบากจะไม่ถูกปรับเปลื่ยนใดๆ]

หลังจากนั้นสั้นๆ ซังจินก็ได้ถูกอัญเชิญไปที่ที่ราบกว้างแห่งบาราสตันเพียงลำพัง

จบบทที่ Chapter 149 – Black Market Thirteenth Shopping [12-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว