- หน้าแรก
- เล่ห์ลับฮูหยินยอดรัก
- บทที่ 430 ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ สารเลวไร้ยางอาย!
บทที่ 430 ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ สารเลวไร้ยางอาย!
บทที่ 430 ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ สารเลวไร้ยางอาย!
บทที่ 430 ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ สารเลวไร้ยางอาย!
"โฮก——"
เสียงคำรามของสัตว์ป่าดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า
กลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกคละคลุ้งไปทั่ว ตามกระแสลมราตรีพัดพาไปสู่ป่าไกลโพ้น
เหอหยางกำหมัดแน่น นัยน์ตาเบิกโพลอง รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน ตวาดก้องด้วยโทสะ "ฉู่เฟยหยาง! เจ้าสังหารศิษย์พี่ร่วมสำนัก วิธีการโหดเหี้ยม จิตใจอำมหิต ตามกฎสำนัก โทษเจ้าคือตายสถานเดียว!"
จากนั้นเขาหันขวับไปมองเจ๊ดาบข้างกาย เอ่ยเสียงเย็น "ศิษย์น้องดาบ เจ้าเป็นศิษย์สำนักหลิงเซียว ยินดีร่วมมือกับข้ากวาดล้างคนชั่ว สังหารเดรัจฉานตัวนี้หรือไม่?"
เจ๊ดาบปลดดาบจากบ่า "ชวิ้ง" สองมือกุมด้ามแน่น จ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าศพ ตอบเสียงหนักแน่น "ยินดี!"
เหอหยางโล่งอกทันที กล่าวว่า "ดี สมกับเป็นศิษย์น้องดาบผู้ผดุงคุณธรรม เดรัจฉานผู้นี้จิตใจชั่วช้า ฆ่าคนบริสุทธิ์ แม้แต่ศิษย์พี่ร่วมสำนักยังกล้าลงมือ จะปล่อยไว้ไม่ได้! วันนี้พวกเราศิษย์พี่ศิษย์น้องจะร่วมแรงร่วมใจ สังหารมัน ล้างแค้นให้ศิษย์น้องเฟิง!"
ดาบวิเศษในมือเจ๊ดาบสั่นไหว "วิ้ง" ส่งเสียงตอบรับ "ตกลง!"
เหอหยางรีบหันไปมองหนานกงเหม่ยเจียวด้วยท่าทีขออภัย "ขออภัยที่ให้ท่านหญิงเห็นเรื่องน่าขบขัน ท่านหญิงถอยไปก่อนเถิด เจ้าเดรัจฉานนี่เจ้าเล่ห์เพทุบาย อันตรายรอบด้าน ท่านหญิงอย่าได้เข้าใกล้ รอพวกข้าสังหารมันเสร็จ จะมาขอขมาท่านหญิงอีกครั้ง"
หนานกงเหม่ยเจียวชักแส้ยาวออกจากเอว "ขวับ" สีหน้าเย็นชา "คนผู้นี้โหดเหี้ยมชั่วช้า เปิ่นจวิ้นจู่ย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย"
เหอหยางซาบซึ้งใจยิ่งนัก "ดี! มีท่านหญิงร่วมมือ ต่อให้มันเจ้าเล่ห์เพียงใด คืนนี้ก็ต้องตายแน่! ศิษย์น้องดาบ ลุยก่อนเลย!"
"ได้!"
เจ๊ดาบรับคำ ดาบวิเศษในมือฟาดฟัน "ฉับ" ใส่ศีรษะเหอหยางทันที!
เหอหยางตกตะลึงพรึงเพริด รีบเบี่ยงตัวหลบ ปล่อยหมัดสวน "ตูม" ปัดป้องคมดาบ ทั้งตื่นตระหนกทั้งโกรธแค้น "ศิษย์น้องดาบ เจ้าทำบ้าอะไร? เจ้ากล้าช่วยคนชั่วฆ่าศิษย์พี่ตัวเองงั้นรึ! นี่เจ้าทรยศสำนัก ทรยศอาจารย์ เจ้ารู้ตัวไหม?"
เจ๊ดาบกำดาบแน่น จ้องมองเขาอย่างเย็นชา "ไม่รู้"
หลัวชิงโจวเก็บไม้พลอง เดินเข้ามาใกล้ "ศิษย์พี่เหอ ท่านกับเฟิงอวิ๋นซงซุ่มรออยู่ที่หุบเขาพยัคฆ์ทมิฬ กะว่าจะจัดการข้ากับศิษย์พี่ดาบตอนเราไปถึง ใช่ไหม?"
สิ้นคำพูด สีหน้าเหอหยางเปลี่ยนไปทันที ตวาดลั่น "ศิษย์น้องดาบ อย่าไปฟังมัน! มันใส่ร้ายข้า! พวกเราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกัน จะทำร้ายพวกเจ้าได้ยังไง?"
เจ๊ดาบมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ "ศิษย์พี่เหอ ศิษย์พี่เหยียนบอกพวกเราหมดแล้ว นางยังบอกอีกว่าเฟิงอวิ๋นซงซ่อนสัตว์วิญญาณไว้ที่นั่นด้วย ท่านยังจะแก้ตัวอีกหรือ?"
เหอหยางหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก "ศิษย์... ศิษย์น้องเหยียนอยู่ที่ไหน?"
เจ๊ดาบเห็นสีหน้าเขา ก็กระชับดาบแน่น ไร้ซึ่งความสงสัยอีกต่อไป
หลัวชิงโจวตอบแทน "ศิษย์พี่เหยียนแฉแผนชั่วของพวกท่านแล้ว ก็แยกไปหาพวกศิษย์พี่เนี่ย เพื่อให้พวกเขากลับไปแจ้งท่านอาจารย์ ศิษย์พี่เหอ ศิษย์พี่เหยียนยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ท่านไม่เกี่ยว เป็นแผนของเฟิงอวิ๋นซง ท่านแค่จำใจต้องร่วมมือ ใช่ไหม?"
เหอหยางในยามตื่นตระหนกกำลังจะพยักหน้า แต่แล้วก็รีบปฏิเสธ "ใส่ร้าย! เจ้าใส่ร้ายข้า! ศิษย์น้องดาบ อย่าไปเชื่อมันเด็ดขาด! ศิษย์น้องเหยียนอยู่ที่ไหน? ข้าต้องการเผชิญหน้ากับนาง!"
เจ๊ดาบจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดอะไรอีก
เหอหยางถอยหลังสองก้าว ไปยืนคู่กับหนานกงเหม่ยเจียว ตวาดก้อง "ท่านหญิง ชายหญิงชั่วคู่นี้ใส่ร้ายข้า! พวกมันฆ่าศิษย์พี่ร่วมสำนัก แล้วยังมาป้ายสีข้า ท่านหญิงอย่าได้หลงเชื่อพวกมันเด็ดขาด!"
หนานกงเหม่ยเจียวหรี่ตา สีหน้าเย็นชา "เปิ่นจวิ้นจู่ย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว หญิงร้ายชายเลว สมควรตาย!"
เหอหยางโล่งอก แววตาฉายประกายอำมหิต พลังปราณระเบิดทั่วร่าง "ท่านหญิงถอยไป คอยระวังหลังให้ข้า ข้าคนเดียวเอาอยู่!"
"ฟุ่บ!"
สิ้นเสียง หนานกงเหม่ยเจียวสาดผงปูนขาวใส่หน้าเขาเต็มๆ ตามด้วยแส้ยาวฟาด "เพียะ" เข้าใส่ทันที
เหอหยางหน้าถอดสี รีบปล่อยหมัดสวนพร้อมดีดตัวถอยหลัง ตะโกนด้วยความตกใจและโกรธแค้น "ท่านหญิง! ข้าบริสุทธิ์นะ! อย่าไปเชื่อพวกมัน!"
"เพียะ! เพียะ! เพียะ!"
คำตอบของหนานกงเหม่ยเจียวคือเงาแส้ที่กระหน่ำฟาดไม่ยั้ง นางเอ่ยเสียงเย็น "ในเมื่อบริสุทธิ์ ก็อย่าขัดขืน ยืนนิ่งๆ ให้เปิ่นจวิ้นจู่หวดหัวให้แบะซะดีๆ!"
ตอนนี้เหอหยางเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
สามคนนี้พวกเดียวกัน!
เขาทั้งตกใจ ทั้งโกรธ ทั้งแค้น ทั้งกลัว
"วูบ!"
เจ๊ดาบพุ่งเข้าใส่ ดาบวิเศษวาดเป็นวงพระจันทร์เสี้ยว ฟันฉับเข้าที่ศีรษะของเขา
หลัวชิงโจวหายวับไปจากจุดเดิม
วินาทีถัดมา "มอออ" เสียงคำรามดังขึ้น เขาพุ่งออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ราวกับลูกกระสุน "ตูม" ชนร่างเหอหยางกระเด็นไป
แม้เหอหยางจะเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นปลาย แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกอันมหาศาลนี้ได้ ซี่โครงหักสะบั้นไปหนึ่งซี่ทันที
ทว่าเขายังคงดีดตัวลุกขึ้น ปล่อยหมัด "ตูม" กระแทกเจ๊ดาบจนกระเด็นไปทั้งคนทั้งดาบ
ขณะที่เขาเตรียมจะปล่อยหมัดใส่หนานกงเหม่ยเจียว กลับพบว่าท่ามกลางเงาแส้ที่ร่ายรำ มีผงสีขาวโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
เขารู้สึกเวียนหัวตาลายทันที
มีพิษ!
เขาตื่นตระหนก รีบกลั้นหายใจ หันหลังเตรียมหนี
"ตูม!"
หลัวชิงโจวสวมหน้ากากกันพิษ กระโดดลงมาจากฟากฟ้า หมัดที่หุ้มด้วยสายฟ้าสีม่วง "เปรี๊ยะๆ" ทุบลงมาอย่างหนักหน่วง
เหอหยางหลบไม่พ้น จำต้องหยุดเท้า ปล่อยหมัดสวนกลับไป
"ปัง!"
เสียงระเบิดดังสนั่น อากาศสั่นสะเทือน!
"อั๊ก——"
หลัวชิงโจวถูกแรงกระแทกกระเด็นออกมา แต่ในจังหวะนั้น เขาโยนถุงปูนขาวใบใหญ่ที่ถูกกรีดขาด ใส่หัวเหอหยางเต็มๆ
เหอหยางหมุนวนลมปราณรอบตัว ปัดเป่าผงปูนขาวออกไป
แต่ในขณะนั้น แส้ยาวสีดำก็พุ่งออกมาจากใต้เท้าเขาราวกับงูพิษ พันรอบขาและเท้าของเขาแน่น
"ย้าก!"
เจ๊ดาบกระโดดลอยตัว ดาบวิเศษในมือขยายใหญ่ขึ้น ฟันลงมาที่ศีรษะเขาอย่างดุดัน!
เหอหยางเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่าง สองเท้าราวกับหยั่งรากลงดิน ต้านแรงดึงของแส้ยาว ยืนหยัดนิ่งไม่ไหวติง แล้วปล่อยหมัดสวนคมดาบของเจ๊ดาบอย่างไม่หลบเลี่ยง!
"เปรี้ยง!"
หมัดของเขามีแสงสีทองเปล่งประกาย เมื่อปะทะกับคมดาบ กลับเกิดเสียงดังสนั่นราวกับโลหะกระทบกัน!
เจ๊ดาบถูกแรงสะท้อนกระเด็นออกไป
เหอหยางคำรามลั่น ระเบิดพลังทั่วร่าง "ผัวะ" แส้ยาวสีดำที่พันธนาการขาเขาอยู่ ขาดสะบั้นเป็นชิ้นๆ!
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น หลัวชิงโจวที่ใช้วิชาพรางลมหายใจ ก็ย่องมาถึงด้านหลังเขา มีดสั้นนักรบในมือวูบวาบ "ฉึก" แทงเข้าที่บั้นท้ายของเขาอย่างจัง
"ฉึก! ฉึก! ฉึก!"
แขนและมีดสั้นของเขากลายเป็นภาพติดตา แทงรัวๆ ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แล้วกลิ้งตัวหลบออกมา
"ตูม!"
เหอหยางหันกลับมาปล่อยหมัดสวน แต่ก็ชกได้เพียงอากาศธาตุ
ตอนนั้นเอง ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นพล่าน เจ็บลึกถึงกระดูกดำ!
"อ๊ากกก——"
เขากุมก้นทั้งสองมือ อ้าปากกว้าง กระโดดโหยงเหยง ร้องโหยหวนปานขาดใจ!
ในฐานะผู้ฝึกยุทธระดับปรมาจารย์ขั้นปลาย ผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วร่างถูกฝึกฝนจนแข็งแกร่งทนทาน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจและอวัยวะสำคัญ แม้แต่มีดสั้นนักรบก็ยากจะแทงเข้า แต่จุดนั้น... กลับยังคงบอบบาง...
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดผ่านง่ามนิ้ว ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาเป็นระลอก
ทันทีที่เท้าแตะพื้น "ตูม" หมัดสายฟ้าก็โผล่มาจากด้านหลัง กระแทกเขาจนปลิวว่อน
"ตุบ!"
เขาร่วงกระแทกพื้นห่างออกไปกว่าสิบเมตร ลมปราณคุ้มกันกายสลายไปจนหมด
"ฟุ่บ!"
ถุงปูนขาวขนาดใหญ่ถูกเทลงมาอีกครั้ง
คราวนี้เขาไม่สามารถใช้ลมปราณปัดป้องได้อีก ผงปูนขาวปกคลุมทั่วใบหน้าและร่างกาย กลายเป็นมนุษย์ปูนขาวไปในพริบตา
แต่เขายังคงกัดฟันลุกขึ้นยืน อ้าปากคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น สองหมัดขยายใหญ่ "ตึง ตึง ตึง" ชกต่อยสะเปะสะปะไปรอบทิศ อานุภาพน่าสะพรึงกลัว
ทว่าการโจมตีจากรอบด้านกลับหยุดลง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
เจ๊ดาบถอยไปยืนดูอยู่ไกลๆ
หลัวชิงโจวกับหนานกงเหม่ยเจียวสวมหน้ากากเสือดำและเสือขาว กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ แล้วโปรยผงปูนขาวผสมพิษลงมาไม่หยุดหย่อน
เจ๊ดาบมองภาพนั้น แล้วเหลือบมองหน้ากากเสือดำเสือขาวบนหน้าทั้งสอง มุมปากกระตุกยิกๆ
"ตุบ!"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เหอหยางดูเหมือนจะทนพิษบาดแผลและความมึนงงไม่ไหว ล้มฟุบลงกับพื้น
พื้นดินด้านหลังเขาถูกย้อมด้วยเลือดแดงฉาน ดูน่าสยดสยอง
หนานกงเหม่ยเจียวหยุดโปรยปูนขาว เงยหน้ามองคนบนต้นไม้ฝั่งตรงข้าม
หลัวชิงโจวยังไม่ลงมา เขาหยิบถังน้ำมันตะเกียงออกมาจากถุงสมบัติ โยนขึ้นฟ้า แล้วชก "เพล้ง" จนถังแตก น้ำมันราดรดลงบนร่างเหอหยางจนชุ่มโชก
เหอหยางที่นอนชักกระตุกเหมือนจะหมดสภาพ พอได้กลิ่นน้ำมัน ก็ดีดตัวผึง "ฟุ่บ" วิ่งหนีสุดชีวิต!
ที่แท้เมื่อกี้มันแกล้งตาย!
แต่สายไปเสียแล้ว!
วินาทีที่เขากระโดดขึ้นมา หลัวชิงโจวก็โยนตะบันไฟตามไปติดๆ
"พรึ่บ!"
เปลวไฟลุกท่วมร่างเขาทันที!
"อ๊ากกก——"
เขาวิ่งไปได้สิบกว่าก้าว ก็ล้มกลิ้งไปกับพื้น ดิ้นทุรนทุรายพร้อมกรีดร้อง
ไม่นาน เสียงร้องก็ค่อยๆ แผ่วลง
ผ่านไปสักพัก
ไฟมอดลง ร่างของเขาหดเกร็ง ดำเป็นตอตะโก แน่นิ่งสนิท
หลัวชิงโจวจึงกระโดดลงจากต้นไม้ แต่ยังไม่เข้าไปใกล้ทันที เขาเดินวนรอบๆ สังเกตการณ์อย่างละเอียด แล้วหยิบไม้พลองสีดำออกมา ค่อยๆ ย่องเข้าไป ง้างไม้พลองขึ้นสุดแขน "ผัวะ" ฟาดลงไปเต็มแรง!
จนกระทั่งศีรษะแหลกละเอียด ไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ เขาถึงวางใจ
เจ๊ดาบเดินออกมาจากหลังต้นไม้ มองแวบหนึ่งแล้วรีบเบือนหน้าหนี "ฉู่เฟยหยาง เจ้าโหดมาก"
หลัวชิงโจวถอดหน้ากาก มองซากศพ "นี่ไม่ใช่โหด แต่รอบคอบ เขาพลังยุทธ์สูงกว่าข้า ข้าไม่รู้วิชาของเขา ใครจะรู้ว่าก่อนตายเขาอาจจะกลั้นใจเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นมาฆ่าข้าก็ได้?"
เจ๊ดาบมองเขาด้วยสายตาซับซ้อน "ฉู่เฟยหยาง ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะไม่ฆ่าพวกเขานี่?"
หลัวชิงโจวเช็ดหน้ากากด้วยผ้าขี้ริ้ว "ก่อนหน้านี้ไม่มีความมั่นใจ แถมพวกมันเตรียมตัวมาดี ความเสี่ยงสูงเกินไป แต่ตอนนี้ เรามีคนเพิ่ม แถมพวกมันไม่ทันระวังตัว ในเมื่อมีโอกาสฆ่า ข้าจะปล่อยไปทำไม"
เจ๊ดาบชะงัก หันไปมองด้านหลังเขา
หนานกงเหม่ยเจียวถอดหน้ากาก เดินเข้ามาถามเสียงเย็น "เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะช่วย?"
หลัวชิงโจวหันไปมองนาง "ต่อให้ท่านหญิงไม่ลงมือ จริงๆ ก็ช่วยไปแล้ว เมื่อกี้ท่านหญิงดึงความสนใจพวกมัน ทำให้พวกมันตายใจและลดการป้องกันลง พอดีกับที่ท่านหญิงอยากดูไม้พลองของข้า นั่นเลยเป็นโอกาสทอง เฟิงอวิ๋นซงไม่มีทางคิดหรอกว่าข้าจะกล้าลงมือต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนั้น เลยโดนส่งไปยมโลกโดยไม่ทันตั้งตัว ส่วนเหอหยางที่เหลือ ถึงพลังจะสูง แต่ใจไม่เด็ดขาด แถมยังขี้ขลาด ข้าขู่นิดหน่อยก็กลัวลนลาน พอคิดแต่จะหนี ก็จัดการง่ายขึ้นเยอะ"
เจ๊ดาบอดทักไม่ได้ "ฉู่เฟยหยาง เจ้ามันบ้าดีเดือดจริงๆ ถ้าเหอหยางหนีรอดไปได้ พวกเราจบเห่กันหมด"
หลัวชิงโจวตอบ "มันหนีไม่รอดหรอก ข้าเร็วกว่ามัน แถมมันโดนพิษเข้าไปแล้ว"
เจ๊ดาบสงสัย "พิษอะไร?"
หลัวชิงโจวไม่ตอบ หันไปมองหนานกงเหม่ยเจียว
หนานกงเหม่ยเจียวเลิกคิ้ว "ฉู่เฟยหยาง ครั้งนี้ข้าช่วยเจ้าไว้มาก เจ้าจะตอบแทนข้ายังไง?"
หลัวชิงโจวสวนกลับ "ข้าก็ช่วยท่านหญิงเหมือนกันนะ ถ้าข้าไม่ออกมาขวาง ท่านหญิงคงโดนลากไปหุบเขาพยัคฆ์ทมิฬแล้ว ถึงท่านหญิงจะระวังตัวทิ้งร่องรอยไว้ แต่ถ้าคนของท่านหญิงมาไม่ทันล่ะ?"
สิ้นเสียง น้าไม้และหญิงชรานางหนึ่งก็เดินออกมาจากป่าข้างๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย "คุณหนูออกมาฝึกฝน ถ้าไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย พวกเราจะไม่ออกมา แต่ถ้ามีอันตรายอื่น..."
หนานกงเหม่ยเจียวทำหน้าภูมิใจ แนะนำว่า "ฉู่เฟยหยาง น้าไม้พลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นกลาง ไม่ด้อยไปกว่าเจ้า ส่วนจิ่วหมัวมัว พลังระดับจอมยุทธ์ แค่นิ้วเดียวก็จิ้มเจ้าตายได้ เชื่อไหม?"
หลัวชิงโจวมองทั้งสองคน "..."
หนานกงเหม่ยเจียวขยับเข้ามาใกล้ มุมปากยกยิ้ม "ว่ามา จะตอบแทนข้ายังไง?"
พร้อมกันนั้น นางปรายตามองน้าไม้และหญิงชราด้านหลัง
ทั้งสองคนก็ขยับเข้ามาใกล้โดยไร้เสียงฝีเท้า
หลัวชิงโจวคิดเร็วทำเร็ว "ท่านหญิง ข้ามีของขวัญจะให้ รับรองท่านต้องชอบ"
พูดจบ เขาก็ล้วงลูกบอลกลมเกลี้ยงสวยงามลูกหนึ่งออกมาจากถุงสมบัติ ยื่นส่งให้
หนานกงเหม่ยเจียวชะงัก ยื่นมือไปรับ "นี่คือ..."
"คุณหนูระวัง!"
"ตูม!"
ลูกบอลระเบิดตูม พ่นควันโขมงออกมาปกคลุมทุกคนในบริเวณนั้นทันที!
"แค๊กๆๆ..."
"ไอ้หนู อย่าหนีนะ!"
หญิงชราเคลื่อนไหววูบวาบ หายตัวไปจากจุดเดิม
ควันมาเร็วไปเร็ว
พอควันจางลง หลัวชิงโจวและหญิงชราคนนั้นก็หายไปแล้ว
หนานกงเหม่ยเจียวยืนตัวแข็งทื่อ มือยังค้างอยู่ท่าเดิม หน้าตาถูกรมจนดำเมี่ยม เห็นแต่ลูกตากะพริบปริบๆ จมูกยังมีควันลอยออกมาจางๆ
"แค๊กๆๆๆๆ..."
นางยืนงงอยู่ไม่กี่วินาที ก็เริ่มไอโขลกขลาก
น้าไม้รีบเอาน้ำสะอาดมาช่วยล้างหน้า ปลอบใจ "คุณหนู ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่ควันธรรมดา"
"หนอยแน่!"
หนานกงเหม่ยเจียวล้างหน้าบ้วนปาก กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
สักพักใหญ่
หญิงชราเดินกลับมาคนเดียวด้วยสภาพสะบักสะบอม ผมเผ้าเสื้อผ้าเต็มไปด้วยผงปูนขาว
นางกระแทกไม้เท้าลงพื้น กัดฟันด่าทอ "ไอ้เด็กเปรต วิ่งเร็วกว่ากระต่ายอีก! แถมยังจงใจโรยปูนขาวหลอกให้ข้าหลงทาง ต่ำช้าเจ้าเล่ห์ สารเลวไร้ยางอาย!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
สายตาของทั้งสามคน หันขวับไปมองเจ๊ดาบผมเงินที่ยังยืนถือดาบตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ พร้อมกัน
เจ๊ดาบมุมปากกระตุก รีบเก็บดาบ "ไม่เกี่ยวกับข้านะ ข้าไม่รู้จักมัน"
แล้วรีบเสริมเสียงอ่อยๆ ว่า "นับจากนี้ไป ข้าตัดขาดกับมัน!"
(จบตอน)