เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 141 – Greenskin Fortress (2) [27-03-2020]

Chapter 141 – Greenskin Fortress (2) [27-03-2020]

Chapter 141 – Greenskin Fortress (2) [27-03-2020]


Chapter 141 – Greenskin Fortress (2)

[นักบวชลัทธิยอนฮัวเรท วาร์มิลและผู้นับถือได้ปรากฏตัว] (ตรงนี้ขอแก้ไขจากตอนที่แล้วนะครับแปลผิดมากๆเลย)

ซังจินได้ฟังคำเตือนของโอเปอเรเตอร์และคิดขึ้น

'....ลัทธิยอนฮัวเรท?'

ยอนฮัวเรทไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากผู้ที่กระซิบว่า

'ฆ่า ฆ่า'

เข้าไปในหูของเขา

"ก๊าซซซซ!"

ออร์คที่มีดวงตาสีแดงจำนวนมากได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ตัดสินจากด้วยตาของพวกมัน ออร์คพวกนี้มันคลั่งไปแล้ว

'ตอนนี้ที่ฉันได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้....มันก็มีซ่อนที่คล้ายๆกับบอสลับในบทที่ 1 นะ'

ทุกๆตัวที่พุ่งเข้ามาหาซังจินเร็วยิ่งกว่าแกรนเคลมาก ซังจินได้ต่อสู้กับพวกมันในขณะที่วิ่งถอยหลังไปด้วย เนื่องจากว่ามันมีจำนวนมากดังนั้นถ้าเขาถูกล้อมมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่กับเขาที่จะจัดการกับพวกมัน ซังจินได้ชักมูนสเปคออกมาและตะโกนขึ้น

"เสียงคร่ำครวญของคนตาย"

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!"

วิญญาณของมูนสเปคได้กรีดร้องออกมาในขณะที่วนเวียนอยู่รอบๆดาบ ซึ่งนั่นทำให้พวกออร์คได้สูญเสียสติและวิ่งหนีไป ในระหว่างเวลานั้นซังจินก็ได้หยิบเอารูปสลักออกมาและโยนมันไปในอากาศ ครู่หนึ่งเคนก็ปรากฏตัวออกมา

"กรรร!"

จากนั้นซังจินก็สั่นกระดิ่งแมนยาต้าออกมา เคนผู้ที่เป็นอมตะได้เริ่มวิ่งไปฉีกกระชากออร์คด้วยความเร็วที่มหาศาล ซังจินก็ได้ใช้ดาบคู่ในมือของเขาตามไป ออร์คที่บ้าคลั่งก็ไม่สนใจว่าจะถูกตัดหรือไม่และยังคงวิ่งเข้ามา

'ถ้าพวกมันเป็นแบบนี้ถ้างั้น...พวกมันก็ไม่เหมาะที่จะใช้ทดสอบ'

ถึงแม้ว่าซังจินจะอยากฝึกการใช้เวทย์ย้อนเวลา พวกมันก็ไม่เหมาะที่จะใช้สำหรับทดสอบ

'มันจะดีกว่าถ้าใช้มันสำหรับฆาตกร'

ซังจินได้ทิ้งความคิดนั้นของเขาและมุ่งเน้นไปที่การหั่นพวกออร์คแทน และในเวลาไม่กี่นาทีนั้น

[บอสลับ 'นักบวชลัทธิยอนฮัวเรท วาร์มิลและผู้นับถือ' ได้ถูกเคลียร์แล้ว]

ซังจินได้ดึงดาบที่แทงเข้าไปในหัวใจของออร์คตัวสุดท้ายออกมา

"ฟู่..."

เขาได้ถอนหายใจเบาๆ แม้ว่าบอสลับที่เขาเผชิญหน้าด้วยจะแข็งแกร่ง แต่ซังจินก็แข็งแกร่งพอที่จะไปถึงจุดที่สามารถอัญเชิญเคนและใช้ทักษะโดยไม่มากก็สามารถจะเคลียร์ได้แล้ว

"ฮืมม ถ้ามันมาก..."

ซังจินได้นึกย้อนกลับไปถึงอดีตที่ห่างไกล

'ความแข็งแกร่งของมันประมาณสาม...ไม่สิ สี่เท่า ถ้างั้นฉันก็ได้ข้ามผ่านตัวตนในอดีตไปแล้ว'

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถจะพอใจกับเรื่องนี้ได้ เพราะว่า 'การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ' ที่เขาได้ตายไปมันอยู่ไม่ไกลแล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซังจินได้เตรียมตัวที่จะย้ายมิติ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้คิดเกี่ยวกับในตอนนี้ เขายังไม่ได้ยินเสียงที่ได้ยินตามปกติเลย

'การจู่โจมสมบูรณ์ 100%'

'ฉันได้พบชิ้นส่วนลับและฆ่าแม้แต่บอสลับแล้ว...'

นี่อาจจะหมายความว่ายังมีออร์คที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ ซังจินได้เรียกเคนในทันที

"เคน"

"โฮ่ง"

"เคนนายคิดว่ายังมีออร์คตัวอื่นๆเหลืออยู่ที่นี่อีกมั๊ย?"

เคนได้ยกจมูกของเขาขึ้น

"ฟุดฟิดๆ"

และหลังจากที่สูดกลิ่นจากอากาศ เคนก็ไดด้ยกจมูกขึ้นแล้วร้องออกมา

"โฮ่ง โฮ่ง"

ในตอนนี้ซังจินสามารถจะเข้าใจในสิ่งที่เคนสื่อสารได้บ้างแล้ว การยกจมูกของเขามันเป็นสัญญาณของการยืนยัน

"นำไปเลย เพราะว่าฉันจะต้องฆ่าพวกมันอย่างรวดเร็วและไปล่าฆาตกรณ์ต่อ"

"โฮ่ง"

ด้วยคำพูดของซังจิน เคนได้พุ่งออกไปเหมือนกับกระสุน เขาได้พุ่งไปที่บันไดอย่างไม่คาดคิด ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดออร์คไปบางตัวด้านบนนั้นเมื่อตอนที่เขาไปล่าบอสปกติ เพราะว่ามันเป็นการจู่โจมแบบโซโล่ เขาจึงไม่ต้องกังวลถึงคนอื่นๆ

'ฉันจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่ตัวเดีย'

ซังจินได้คิดในใจในขณะที่ไล่ตามเคนไป

เคนได้นำไปสู่ชั้นที่ 2 ของป้องปราการแล้วฆ่ากลุ่มของออร์คไปด้วยกัน

[การจู่โจมสมบูรณ์ 100%]

ในที่สุดซังจินก็ได้ยินคำนี้

[เริ่มการแจกรางวัล]

[มอนสเตอร์ที่สังหาร ก็อบลิน: 100 โทรลเหล็ก: 20 นักรบออร์ค...]

ซังจินได้รับแต้มสเตตัสทั้งหมด 15000 แต้มและเหรียญดำทั้งหมด 15000 เหรียญด้วยตัวเอง มันเป็นธรรมชาติเพราะว่าเขาได้เคลียร์การจู่โจมด้วยตัวคนเดียวและฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดด้วยตัวเอง และก็เนื่องจากผลโบนัสสเตตัสของ 'ราเที่ยน - ดาวแห่งความโดดเดี่ยว' และโบนัสเหรียญจาก 'หัวใจแห่งทอง' ที่ให้โบนัสอย่างละ 10% ทำให้ซังจินได้รับแต้มสเตตัสและเหรียญดำเท่าๆกัน

[และตอนนี้เราจะเริ่มแจกไอเทม]

[คอเซี่ยน - ขวานของราชา]

[บิลทารัช - รองเท้าของผู้ติดตาม]

[หินเอนชานต์]

คราวนี้ไอเทมที่เขาได้รับก็คือขวานและรองเท้าคู่หนึ่ง

[และอย่างสุดท้ายที่คุณจะได้รับคือฉายาที่คุณจะได้จากสิ่งที่คุณทำในการจู่โจม]

ฉายาในครั้งนี้ที่ซังจินได้รับก็คือ 'ชาวภูเขา'

'เหมือนว่าฉันจะเคยเห็นฉายานี้ที่ไหนมาก่อนนะ?'

เมื่อเขาได้คิดดูดีๆแล้ว มันก็คือฉายาที่ฟรานซ์ได้ใช้ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็นผู้ถูกเลือก และผลของมันก็คือ

[เมื่อได้รับบาดเจ็บถึงตาย คุณจะฟื้นขึ้นมาด้วยพลังชีวิต 100% และเมื่อไม่ได้สวมใส่ฉายานี่แทนที่จะเป็นครึ่งหนึ่ง คุณจะฟื้นขึ้นมาด้วยพลังชีวิต 10% หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ฉายานี้ก็จะหายไป]

มันเป็นฉายาที่ดี มันเป็นการป้องกันเล็กๆ แต่ว่าสำหรับในการจู่โจมที่คุณไม่รู้ว่าคุณจะตาบเมื่อไหร่ มันจึงเป็นฉายาที่ใช้งานได้จริง

'มันอาจจะไม่มีโอกาสให้ฉันสวมใส่มัน...แต่ว่าการมีมันอยู่ก็คุ้มค่า'

มันเหมือนกับเป็นชีวิตที่สอง ซังจินได้มีรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นมาบนใบหน้า

[คุณจะกลับไปยังตลาดมืดในอีก 10 นาที]

โอเปอเรเตอร์ได้เตือนออกมา ซังจินเลยได้บอกกับเธอ

"อา ฉันไม่ได้จะกลับไป มันจะโอเคใช่มั๊ย?"

[การกลับไปได้ถูกยกเลิก คุณจะกลับไปที่ฮอลล์นักล่าตามเวลาที่กำหนดใน 1 ชั่วโมง 42 นาที]

ซังจินได้กลับขึ้นไปที่ชั้นบนสุดที่ๆราชาออร์คอาศัยอยู่

"เปลื่ยนชื่อไปเป็นผู้พิพากษา"

ซังจินได้ใช้ดาวไร้นามเพื่อเปลื่ยนฉายาและจากนั้นก็ใช้หินแหวงหาฆาตกร

"แสวงหาความยุติธรรม"

อย่างไรก็ตามมันได้มีคำตอบที่ไม่คาดคิดกลับมา

[ไม่มีมิติที่สามารถจะใช้งานได้]

'หืม?'

ซังจินได้มองสลับไปมาระหว่างหินแสวงหาฆาตกรกับลูกบาศก์โอเปอเรเตอร์

'ฉันเคลียร์มันเร็วเกินไปหรอ?'

แต่ว่าเขาก็ได้จัดการเคลียร์มันแบบสมบูรณ์แบบดังนั้นมันไม่น่าจะเร็วเกินไป นอกจากนี้เมื่อเทียบกับในตอนเมืองของดาร์คเอลฟ์แล้วตอนนี้ของเขาก็ยังช้ากว่ามาก

'ถ้างั้นแล้วปัญหามันคืออะไร?'

ซังจินได้กอดอกและคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนนั้นเองเบสโกโร่ก็พูดขึ้นมา

'มันจะเป็นไปได้มั๊ยที่พวกฆาตกรไรค่าพวกนั้นมันได้กำลังออกไปหมดแล้ว?'

"นายเพิ่งจะพูดอะไร..."

ซังจินต้องการที่จะปฏิเสธคำพูดดังกล่างของเบสโกโร่โดยไม่คิดอะไร แต่แล้วจากนั้นเขาก็ได้คิดถึงสิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้ หลังจากการจู่โจมครั้งที่แล้วมีนักล่าเหลืออีกประมาณ 100000 คน ถ้าหากแบบออกเป็นทีม ทีมละ 5 คน มันก็จะมีทีมอยู่ในปัจจุบันแค่ 20000 ทีมเท่านั้น ดังนั้นความน่าจะเป็นที่จะมีฆาตกรปรากฏตัวจึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นซังจินก็พูดต่อกับเบสโกโร่

"....นี่มันก็อาจจะเป็นไปได้"

'ใช่มั๊ยล่ะ?'

เนื่องจากว่าในก่อนหน้านี้เบสโกโร่ชอบเสียการควบคุมตัวเองไปเพื่อเห็นผู้หญิง ซังจินเลยไม่ค่อยจะสนใจเขาเท่าไหร่ แต่ว่าที่เขาพูดตะกี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน ซังจินได้ลูบคางและคิดขึ้น

'ตอนนี้จำนวนของนักล่าค่อนข้างต่ำ...และจำนวนฆาตกรที่ฉันได้ล่าไปจนถึงตอนนี้มันควรจะมากเลยทีเดียว...'

นอกจากนี้เมื่อพวกเขาดำเนินไปถึงครึ่งหลังของการจู่โจมทุกๆคนจะระแวงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเกิดฆาตกรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

'แต่ว่าถ้ามันยังมีคนอยู่ถึง 100000 คนถ้างั้นมันก็น่าจะยังใช้งานได้อยู่...'

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะหาบางสิ่งเพื่อฆ่าเวลา อย่างแรกเลยก็คือ

"โอเปอเรเตอร์เพิ่มค่าความแข็งแรง 4000 ความคล่องแคล่ว 4000 ความทนทาน 3000 และพลังจิตใจ 4000"

เขาได้จัดสรรแต้มสเตตัสที่ได้ลับมา ผู้ถูกเลือกที่ยังอยู่ในช่วงกลางของการจู่โจมก็ยังจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้อีกด้วย หลังจากนั้นซังจินก็ได้เอาไอเทมที่ได้รับมาในคราวนี้มาตรวจสอบ เขาได้เก็บเอาขวานไว้ก่อนเพราะว่าเขาไม่เคยมีความคิดที่จะใช้มันเลย จากนั้นก็หยิบรองเท้าขึ้นมา

-----

บิลทารัช - รองเท้าผู้ติดตาม

รองเท้าระดับตำนาน - ป้องกัน 30%

ทักษะติดตัว

ก้าวย่างแห่งการช่วยชีวิต (I) - เมื่อวิ่งไปหาพันธมิตรที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 30% จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 200%

ก้าวย่างแห่งการลงทัณฑ์ (I) - เมื่อวิ่งไปหาศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 30% จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 200%

ฮีโร่จะต้องลุกขึ้นในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย

-----

ซังจินได้มองไปที่ลองเท้านี้

"โหวว..."

มันดีมาก นอกจากนี้มันจะถูกใช้โดยหนึ่งใน 10 คนสุดท้ายก่อนหน้านี้อีกด้วย

'เป็นอรูวโจหรือป่าวนะ? หรือว่าเป็นอัมคูบ้า?'

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมันก็เป็นไอเทมที่ดีสำหรับการไล่ล่าหรือช่วยเหลือ ซังจินได้มองลงไปที่รองเท้าที่เขาใส่อยู่ในตอนนี้ ซึ่งก็คือสวิฟพาวที่เขาได้รับมาตั้งแต่ในบทที่ 2 รองเท้าระดับวีรชน

ไม่ว่าจะมองยังไงรองเท้าที่เขาพึ่งจะได้รับมามันก็ดีกว่าอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ซังจินก็สามารถที่จะขี่ชาโดวรัน เคน หรือราร์ได้ ดังนั้นเขาเลยไม่มีโอกาสให้ได้ใช้ทักษะของรองเท้าคู่นั้นนี้แล้ว มันไม่จำเป็นจะต้องคิดอะไรเลย ซังจินได้ยกรองเท้ามาและพูดขึ้น

"สวมใส่"

รองเท้าสวิฟพาวได้ถูกถอดออกไปและร้องเท้าใหม่ก็ถูกสวมเข้ามา ซังจินได้หยิบสวิฟพาวขึ้นและเก็บมันกลับไปในลูกบาศก์ และเขาก็ได้พูดกับรองเท้าราวกับเป็นคนรู้จัก

"นายทำงานมามากแล้วจนถึงตอนนี้"

หลังจากที่เปลื่ยนรองเท้าแล้ว ซังจินก็ได้ลองเดินอยู่พักหนึ่ง รองเท้าที่เขาสวมใส่ได้ถูกปลับให้เข้ากับไซด์ของเขาอย่างพอดี

"มันพอดีเลย"

เขาได้จัดการแต้มสเตตัสและ เขาได้เปลื่ยนไอเทมเรียบร้อยเวลามันก็ได้ผ่านไปพักหนึ่งแล้ว ซังจินได้หยิบเอาหินแสวงหาฆาตกรขึ้นมาอีกครั้ง

"แสวงหาความยุติธรรม"

จากนั้น

[คำขอย้ายมิติได้รับการยอมรับ]

ในคราวนี้การย้ายมิติได้ประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้มันล้มเหลวเพราะว่ามันเร็วเกินไปสำหรับพวกคนที่มีจำนวนที่น้อย

[คุณจะถูกเทเลพอตในอีก 10 วินาที 10 9 ...]

ซังจินได้ยืนคอยอยู่สิบวินาที ในตอนที่ยืนคอยนั้นเขาก็คิดขึ้น

'การจู่โจม 10 คน ... บทที่ 14...และเมื่อบทที่ 17 จบลงถ้างั้นการล่าฆาตกรก็น่าจะเกือบที่จะเป็นไปไม่ได้แล้ว'

มันดูเหมือนว่า 'การล่าฆาตกร' ที่ต่อเนื่องมาหลายๆบท มันกำลังจะจบลงอย่างช้าๆ แม้ว่าซังจินจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็คิดกับตัวเองว่า

"ถ้างั้นก่อนจะถึงตอนนั้น ฉันก็จะได้รับเงินเป็นจำนวนมาก"

และแล้วเขาก็ได้ถูกย้ายไปอีกมิติหนึ่ง

*****

'วูบบบบ'

โชคดีที่ฆาตกรยืนอยู่ถัดไปจากจุดที่ซังจินปรากฏตัวอยู่ไม่ไกล

"สวัสดี"

มันดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะประสบความสำเร็จในการเป็นฆาตกร เขาได้ปกคลุมไปด้วยเลือดและกำลังดื่มโพชั่น

"แกมันเป็นใครกัน?"

เขาไม่ได้วิตกกังวลอะไรกับการเผชิญหน้ากับฆาตกรอีกแล้ว ซังจินได้ใช้ทักษะใช้งานในทันที

"อยู่นิ่งๆ สเน็คอาย"

และที่เขาทำอย่างนี้เพราะว่ามันจะน่ารำคาญถ้าเขาวิ่งหนีออกไป อย่างไรก็ตามฆาตกรนั้นได้ใช้ฉายา 'จิตแกร่ง' ฉายาที่จะลดอาการตัวแข็ง มันดูเหมือนว่าการจู่โจมที่ได้มาถึงจุดนี้ทุกๆคนส่วนใหญ่ก็จะมีความสามารถในการหยุดอาการอัมพาตได้แล้ว

'น่ารำคาญ'

ซังจินได้เตรียมพร้อมที่จะไล่ล่าฆาตกร แต่แล้วฆาตกรไม่ได้เลือกที่จะหลบหนี

"ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ว่าเข้ามาเลยไอเวร"

ฆาตกรได้ถือดาบและโล่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับซังจิน

"ขอบคุณมาก"

หลังจากที่ซังจินได้ขอบคุณให้กับเขาอย่างจริงใจ เขาก็ได้พุ่งเข้าไปหาฆาตกร ฆาตกรที่ได้เห็นซังจินเข้าไปหา เขาก็ได้ยกโล่ขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะปะทะ ซังจินได้ยิ้มขึ้นและ

"ฟึบ ฟึบ"

ในวินาทีเดียวเขาก็ได้ปัดโล่และดาบของฆาตกรออกไป

"อะ อะไรกัน!?"

ดวงตาของฆาตกรได้เบิกกว้างราวกับถูกเวทมนตร์

"อย่างที่ฉันพูดไป ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆที่นายไม่ได้วิ่งหนีไป"

ในวินาทีต่อมา

"ฉึก"

ซังจินก็ได้แทงดาบเข้าไปในระหว่างชุดเกราะของฆาตกร

"อะ...อ๊ากกกก!"

เพิ่งแค่ได้รู้ถึงความแตกต่างของทักษะ ในที่สุดฆาตกรก็ได้เริ่มที่จะวิ่งหนีออกไป ซังจินได้นับหนึ่งถึงสามก่อนที่จะไล่ตามเขาไป และต้องขอบคุณในรองเท้าใหม่ของเขา

'ว้าว...'

การก้าวเดินของซังจินได้รวดเร็วมาก ซังจินสามารถจะถึงตัวของฆาตกรที่วิ่งหนีไปได้อีกครั้งหลังจากไม่กี่วินาที

"ขอโทษด้วยนะ แต่ว่าเหตุผลที่ว่าทำไมฉันไม่ฆ่านายในก่อนหน้านี้...มันก็เพราะว่าฉันต้องการที่จะลองไอเทมใหม่นะ"

ตาของฆาตกรได้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มันดูเหมือนว่าเขากำลังจำเริ่มร้องขอชีวิต แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้ทำ ซังจินก็ได้ตัดคอของเขาอย่างรวดเร็ว

"ฉูดดด"

เขาไม่ได้มีความรู้สึกใดๆจากสิ่งนี้เลย ความรู้สึกผิดก็เช่นกัน

หลังจากที่หยิบไอเทมขึ้นมา ซังจินก็หันหน้ากลับไปที่บัลลังก์ของราชาออร์คและนั่งลงไปบนเก้าอีก นับตั้งแต่ที่เขาล่าฆาตกร์หลังจากที่ย้ายมาในทันที มันจึงยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมา ซังจินได้จัดการแต้มสเตตัสไปแล้ว และได้เปลื่ยนไอเทมแล้ว เขาไม่มีอะไรที่จะทำแล้ว

'ตอนนี้จะทำอะไรดี?'

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ซังจินก็ได้นึกบางอย่างออก

'ฉันควรจะตรวจสอบคนอื่นๆเพื่อนดูว่าพวกเขากำลังอะไรกันอยู่'

"โอเปอเรเตอร์"

ซังจินได้เรียกโอเปเรเตอร์และหยิบเอาคทาขุนศึกออกมา จากนั้นเขาก็วาดวงกลมกลางอากาศและพูดออกมา

"การตรวบสอบ"

จบบทที่ Chapter 141 – Greenskin Fortress (2) [27-03-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว