เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 139 – Black Market Eleventh Shopping (6) [23-03-2020]

Chapter 139 – Black Market Eleventh Shopping (6) [23-03-2020]

Chapter 139 – Black Market Eleventh Shopping (6) [23-03-2020]


Chapter 139 – Black Market Eleventh Shopping (6)

ซังจินได้โบกมือไปมาในขณะที่พูดเพื่อพยายามที่จะอธิบายอย่างดีที่สุด

"เมื่อฉันสังเกตุเห็นว่าเวลามันช้าลง...แปปหนึ่งหลังจากนั้นมันก็ดูเหมือนจะหยุดลงและเริ่มที่จะถอยหลังกลับ มันดูราวกับว่า...."

'เทปที่เล่นตรงกันข้าม'

ซังจินต้องการจะพูดแบบนี้ออกมา แต่ว่าเขาก็ได้หยุดตัวเองเอาไว้เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซาดาเมียร์คงจะไม่รู้จักว่าเทปคืออะไร

"มันก็เหมือนกับว่าการกระทำทุกอย่างมันได้ทำกันตรงกันข้ามนะ นายเข้าใจที่ฉันพูดมั๊ย?"

"ครับ แล้วจากนั้นล่ะ?"

ซาดาเมียร์ได้เรียกร้องให้ซังจินพูดต่อออกมาเหมือนกับเด็กๆที่ได้มาสวนสนุก ซาดาเมียร์เคยได้บอกเอาไว้ว่าเวทย์ย้อนเวลามันเป็นความปรารถนาตลอดชีวิตของเขาและดูเหมือนมันจะเป็นความจริงแล้ว

"ภาพลวงตาที่ถูกทำลายไปได้กลับคืนมา และอาการบาดเจ็บของฉันก็หายไปอีกด้วย"

ซาดาเมียร์ก็ยังคงถามออกมาอีกหลายอย่างเพื่อที่จะสนองความอยากรู้อยากเห็นของเขา

"แล้วมันใช้เวลากี่วินาทีหลังจากที่ท่านใช้เวทย์?"

ซังจินได้นึกย้อนกลับไป

"หืมม..."

เขาได้ใช้เวทย์ในทันทีหลังจากที่มือถูกฟัน ก่อนหน้านั้นเขาก็ได้พูดกับฟรานซ์อีกด้วย

"อา ฉันจะรักษาสัญญา นั่นคือถ้านายยังสามารถจำมันได้นะ"

และจากนั้นก็ใช้งานไอเทม

'อำนาจเวทมนตร์ กระแสมานา'

"การตัดสินใจที่ไม่เคยผิดพลาด ความเสียใจที่ไม่เคยได้เกิดขึ้น ย้อนเวลา"

จากจุดนั้นเขาก็ได้ย้อนกลับมาในตอนที่ฟรานซ์ได้เริ่มใช้เวทย์ลวงตาและพุ่งเข้ามาหาเขา

ถ้าอย่างนั้นมันน่าจะใช้เวลาประมาณ

"ประมาณ 10 วินาทีมั้งนะ?"

ประมาณ 10 วินาที...เข้าใจแล้ว 10 วินาทีเป็นจำนวนของพลังเวทย์..."

ซาดาเมียร์ได้หยักหน้ารับ จากนั้นซังจินก็พูดกับซาดาเมียร์

"ผลของมันน่าประทับใจมาก ด้วยการย้อนไป 10 วินา มันก็จะเป็นไปได้ที่จะควบคุมทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ นายเห็นมั๊ยในตอนที่ฉันสามารถจะหาตัวจริงได้จากภาพลวงตาทั้ง 4 ในทันที?"

"ใช่แล้ว"

"เมื่อฉันใช้มัน มัน...ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าฉันเป็นพระเจ้า"

ใช่แล้ว หลังจากที่เขาใช้เวทย์นี้ ทุกๆคนยกเว้นเขาก็จะเป็นคนในอดีต ซังจินสามารถจะแยกความแตกต่างระหว่างภาพลวงตาของฟรานซ์ได้โดยที่ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรเลย

'ตัวจิรงก็คือหมายเลข 4'

เพราะว่าเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในช่วง 10 วินาทีในอนาคต เขาจึงสามารถที่จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ด้วยความรู้ของเขา

ถ้าเขาได้ใช้เวทย์ย้อนเวลาและด้วยทักษะดาบของเขา เขาสามารถแม้แต่จะทำให้อาเรี่ยนมีช่วงเวลาที่ลำบากได้ ซังจินได้จินตนาการว่ามันจะเป็นยังไงถ้าเขาได้สู้กับอาเรี่ยนหลังจากที่ใช้ย้อนเวลา

'ย้อนกลับไป 10 วินาทีหลังจากที่อ่านรูปแบบการโจมตีของเธอ...อา...เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าหากว่าฉันทำอะไรที่แตกต่างออกไป...เธอก็จะต้องต่างออกไปด้วย'

จากนั้นซังจินก็ถามซาดาเมียร์อย่างกระทันหันเมื่อได้มีไอเดียเข้ามาในหัวของเขา

"มันมีบางอย่างที่ฉันต้องการจะถามอยู่นะ ถ้าหากว่าฉันใช้เวทย์นี้แล้วมันย้อนไป 10 วินาทีใช่มั๊ย? แล้วถ้าพลังเวทย์ของฉันเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นแบบสองเท่าถ้างั้นฉันก็สามารถจะย้อนเวลากลับไปได้ 20 วินาทีใช่มั๊ย?"

"มันไม่ควรที่จะเป็นเช่นนั้น ตามตำนาน....มันมีเรื่องเล่ากันว่า 'จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่' ผู้ที่เป็นเจ้าของแหวนที่นายท่านใส่ อนาทอลแห่งท้องฟ้าสีครามเขาสามารถที่จะควบคุมได้เวลาที่้เขาย้อนกลับไปได้ตามที่ต้องการ"

"จริงดิ?"

"ใช้แล้ว ถ้าได้อ่านชีวของเขาดู มันจะมีฉากของเขาปรากฏออกมาหลายช่วงเวลา ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่สำคัญและใช้เวทย์ที่เหมาะสม มันได้มีการกล่าวว่าด้วยเวทย์ย้อนเวลามันได้ทำให้จอมเวทย์ระดับสูง ปีศาวจ และมังกรไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะยืนหยัดต่อต้านเขา

"โอ้โห..."

"ถ้าท่านหยุดเวทย์ในขณะที่กำลังทำงานจากนั้นท่านก็ควรจะสามารถทำให้เวลากลับมาไหลเป็นปกติได้ เมื่อนายท่านใช้เวทย์... เมื่อเวลาได้เล่นย้อนกลับ ท่านไม่ได้คิดว่าต้องการจะให้เวลากลับมาเดินหน้าอีกครั้งหรอ?"

ซังจินได้คิดย้อนกลับไปในช่วงนั้น ในเวลานั้นการย้อนเวลามันน่าสนใจอย่างมาก ทำให้เขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย ทั้งหมดที่เขาทำก็คือสังเกตุมันเพียงเท่านั้น

"ใช่ เนื่องจากมันเป็นครั้งแรกที่ฉันใช้มัน..."

"พลังเวทย์ของท่านจะต้องเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ดังนั้นท่านก็จะสามารถย้อนเวลาได้นานยิ่งกว่าเดิม มันเลยจะเป็นความคิดที่ดีที่ท่านควรจะหาวิธีหยุดการย้อนเวลาจนกว่าจะถึงในตอนนี้"

"อืม คูลดาลล์ของทักษะมันจะถูกรีเฟรสเมื่อสิ้นสุดการจู่โจม ดังั้นฉันควรที่จะใช้มันในระหว่างกายจู่โจมด้วย หลังจากการจโจมจบ และในระหว่างเช้าของวันถัดไปด้วย ถ้าฉันฝึกฝนมันทุกๆวันฉันก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะชินกับมัน นายควรที่จะมาเป็นคู่ทดสอบกับฉัน ในวันนี้ฉันได้ใช้งานมันในระหว่างต่อสู้กับฟรานซ์..ฉันรู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะมันเหมือนกับว่าฉันกำลังล้อเล่นกับเขา มันจะดีกว่านี้ถ้านายมาเป็นคู่ซ้อมของฉันแทนใช่มั๊ย?"

"เป็นเกียรติอย่างยิ่ง นายท่าน"

ซังจินได้มองลงไปที่แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่บนนิ้วของเขาและพูดออกมา

"ด้วยสิ่งนี้เวทย์ที่ฉันได้ใช้หลังจากที่ใช้มันจะเพิ่มพูนขึ้นห้าเท่า ถ้าฉันใช้มันโดยไม่ทำอะไร มันจะอยู่ถึงอย่างน้อย 2 วินาทีมั๊ย?"

"มันอาจจะยังน้อยกว่า 2 วินาทีซะอีกเพราะว่าพลังเวทย์มันเป็นสิ่งที่ลึกลับและลึกซึ้ง"

"ฮืมม...เพราะว่ามันมีเวลาแค่ 1 วินาทีเพียงพอให้ร่ายเวทย์เท่านั้น หากจะใช้มันทำอย่างอื่นก็คงจะเป็นแค่การเสียมานาเปล่าสินะ"

"คงจะเป็นแบบนั้น"

ตอนนี้มันดูเหมือนว่าซังจินจะสามารถจะใช้เวทย์ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้นโดยที่อาศัยแหวนด้วยแล้ว

"ฉันจะต้องใช้มันอย่างระมัดระวัง และถ้ามันเป็นไปได้... มันจะดีกว่าถ้าฉันไม่ใช้มัน แม้ว่าสำหรับฉันแล้วมันก็ยังมีโอกาสที่จะพบกับวิกฤติเสมอ"

ซาดาเมียร์ได้ยิ้มออกมาในขณะที่ถาม

"ด้วยความสามารถของนายท่านมันยังมีสถานการณ์เช่นนั้นอยู่หรือ?"

"อืม..นั่นมันคือความจริง แต่ว่า..."

ซังจินได้นึกไปถึงอดีต

'สิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจ...'

ตอนที่เขาได้คิดเกี่ยวกับมัน มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเสียใจอย่างมาก

'ฉันคือหน้าอก'

ซังจินได้ตบหน้าผากด้วยมือของเขา ถ้าหากว่าเขาได้เวทย์ย้อนเวลามาตั้งแต่ตอนนั้นเขาจะใช้มันในทันทีโดยที่ไม่ลังเลอะไรเลย การย้อนเวลามันยังมีประโยชน์อื่นๆที่นอกจากการสู้รบอีกด้วย เช่นช่วยนักล่าหรือล่าฆาตกรเป็นต้น

"สำหรับตอนนี้ฉันจะไม่ใช้มันและให้มันเป็นตัวเลือกสุดท้าย เนื่องจากว่ามันอาจจะมีสถานการณ์มากมายที่จะต้องใช้นอกเหนือไปจากการสู้รบ"

"ตามที่ท่านประสงค์"

ในขณะที่ซังจินและซาดาเมียร์คุยกันเรื่องเกี่ยวกับการย้อนเวลา สัญญาณเตือนของโอเปอเรเตอร์ก็ได้ดังขึ้น

[ มันเป็นเวลา 8.59 นาฟิกาแล้ว]

มันได้ถึงเวลาประชุมในตอนเช้าแล้ว

"อา...โอเปอเรเตอร์ส่งคทาขุนศึกมา"

ซังจินได้หยิบเอาคทาออกมาจากลูกบาศก์ เขาได้วาดวงกลมขึ้นพร้อมกับพูดออกมา

"เรียกตัว"

ครู่หนึ่งใบหน้าของทั้งสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้น นักล่าผู้ถูกเลือก

"มาเถอะ มากินอาหารเช้ากันพร้อมกับฟังการประชุมสรึปและจากนั้นก็เริ่มการจู่โจม"

หลังจากนั้นร่างของนักล่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในไม่ช้า

"นายหลับได้สบายใช่มั๊ยโอปป้า?"

เซรินได้ถามออกมาเพื่อปรากฏตัวขึ้น

"ใช่แล้ว เธอล่ะ?"

"ฉันก็หลับสบายเหมือนกัน"

คนต่อมาก็คือนาดา

"สวัสดีตอนเช้าทุกคน"

ซังจินได้ยกมือขึ้นและทักทายเธอ

"สวัสดีตอนเช้า"

ฟรานซ์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาเป็นคนที่สามและทักทายสาวสวยทั้งสองคน

"สวัสดีตอนเช้า ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะทุกคน!"

และเบลเทรนก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย

"น่ายินดีนะที่ได้มีเวลาที่จะคุยกันแบบนี้ก่อนที่จะเริ่มการจู่โจม"

"ก่อนอื่นก็สั่งอาหารกันเลย"

พวกเขาแต่ละคนได้สั่งอาหารกันมาอย่างง่ายๆ หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จ พวกเขาก็เริ่มการประชุมสรุปในขณะที่มีของหวานและไอติมด้วย ซังจินได้หยิบแผ่นข้อมูลที่เขียนว่า 'ข้อมูลเกี่ยวกับป้อมปราการกรีนสกิน' ขึ้นมาและบอกกับนักล่า

"การโจมตีครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ป้อมปราการกรีนสกิน พวกนายบางคนอาจพอจะเดาได้จากชื่อของมัน แต่ว่า....นายจำเกี่ยวกับบทที่ 1ได้มั๊ย? ที่นั่นมันมีก็อบลิน ออร์คและโทรล"

"ใช่"

"แต่ว่านี้มันจะเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรด บอสมันจะเป็นราชาออร์คแกรนเคลและบอสลับคือ..."

ซังจินได้บอกข้อมูลทั้งหมดที่เขารู้ออกไป จุดที่ควรระวังในการจู่โจม กลยุทธ์ในการต่อสู้กับบอส ที่อยู่ของบอสลับ และอื่นๆอีกมาก

"ฉันไม่รู้เกี่ยวกับชิ้นส่วนลับว่าอยู่ไหน แต่ว่า...ฉันควรที่จะสามารถหามันได้ในเวลา 20-30 นาทีหลังจากที่การจู่โจมเริ่มต้น ถ้าพวกนายมีปัญหาในการหามันก็เรียกฉัน เพราะว่าฉันสามารถจะบอกกับพวกนายได้แม้ว่าฉันจะไม่ได้วาปไปก็ตาม"

พวกนักล่าได้ตอบพร้อมๆกับราวกับเด็กนักเรียน

"ครับ~"

"...เอาล่ะการจู่โจมในครั้งนี้มันไม่ควรจะมีปัญหาเพราะความสามารถของพวกนายแน่นอน อย่างที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ มันไม่ควรจะมีอะไรที่ยากเกินไปในบทที่ 12 และ 13 ที่มันอันตรายก็คือในบทที่ 10 การจู่โจมแบบ 10 คน จนกว่าจะถึงตอนนั้นอีกสองบทนี้ จะเป็นหินให้พวกนายเหยีบขึ้นไปเพื่อพัฒนาตัวเอง"

"เข้าใจแล้ว"

"ถ้างั้นฉันก็ขอจบการบรรยายสรุปแต่เพียงเท่านี้"

หลังจากที่ฉันได้จบการสรุปนักล่าก็ได้กลับไปที่มิติของตัวเองทีละคน

"รักษาตัวด้วยนะทุกคน"

"ฉันหวังว่าทุกๆคนจะโชคดีเจอกับทีมที่ยอดเยี่ยมนะ"

"เอาไว้มาเจอกันใหม่ตอนอาหารเย็นนะ"

แต่แล้วฟรานซ์ที่อยู่ด้านหลังก็พูดออกมา

"เอ่อ...เค"

ซังจินได้ยกคิ้วขึ้นในขณะที่ถามออกมา

"หืม? มีอะไรที่นายต้องการจะพูดหรอ?"

"วันนี้...ฉันได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างรอบคอบหลังจากการซ้อมมือกัน แต่ฉันก็ไม่สามารถจะคิดออกเลย"

"อะไรหรอ?"

"นายแยกแยะระหว่างตัวปลอมกับตัวจริงได้ยังไง"

'อา...เขากำลังพูดถึงเรื่องนั้น'

ซังจินได้ทำท่าทีร้อนใจ

"อา...นั่น...ฉันเดานะ โดยปกติแล้วคนเรามักจะใช้ตัวปลอมเป็นตัวเข้าปะทะในครั้งแรกและมีแนวโน้มว่าตัวจริงจะเข้ามาในตอนท้ายสุด"

"อา...ฉันเข้าใจแล้ว...นั่นมันเป็นเรื่องที่กล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่นายก็สามารถที่จะโจมตีตัวจริงฉันได้อย่างใจเย็น...."

"นายไม่เคยใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้จริงมาก่อนใช่มั๊ย?"

"ใช่แล้ว ฉันยังไม่เตบเลย เพราะฉันเพิ่งจะได้ซื้อเวทย์มาและเรียนรู้มันในเมื่อวานนี้เอง"

"ใช่แล้ว เอาล่ะ...มันเป็นเพราะว่านายตอนแรกนายเป็นนักดาบเพียวๆ ในการที่นายใช้เวทย์จากนี้ นายจะกลายเป็นมีความชำนาญมากขึ้นไปถ้าใช้มันบ่อยๆ และในท้ายที่สุดนายก็จะกลายเป็นนักดาบที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น"

"อ่อ ฉันเข้าใจแล้ว"

ทันใดนั้นซังจินก็ได้ขึ้นไปถึงอดีตในตอนที่คุยกับฟรานซ์ เขาเคยได้ยินบางอย่างที่คล้ายกันแบบนี้มาก่อน ก่อนการมาเริ่มใหม่ของเขา

"ถ้างั้นฉันไปล่ะนะ"

หลังจากที่ฟรานซ์จากไปแล้ว ซังจินก็ได้เริ่มนึกย้อนไปในความทรงจำ

'ซังจินนายเป็นนักดาบที่ยอดเยี่ยม แต่ว่าถ้านายสามารถจะใช้เวทมนตร์ได้นายก็จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีก'

ในตอนนี้เขาก็ได้นึกถึงผู้ที่พูดคำนี้ออกมาได้ นั่นก็คือ 'เอ็ดเวิร์ด'

'เวทมนตร์งั้นหรอ? ฉันควรจะเริ่มเรียนรู้มันงั้นหรอ? ฉันว่าคิดว่าพลังความแข็งแรง คล่องแคล่ว และทนทานของฉันมันยังไม่เพียงพอเลยนะ ฉันจะแบ่งแต้มไปอัพค่าพลังเวทย์และพลังจิตใจได้ยังไง?'

'แต่ว่าถ้าอย่างน้อยนายได้เรียนรู้พวกมันในตอนนี้ .... มันก็อาจจะช่วยรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้นะ'

'อืม...ฉันก็คิดว่านั่นก็เป็นเรื่องจริง'

'ใช่มั๊ยล่ะ?'

คิ้วของซังจินได้ขมวดแน่นขึ้น การระลึกถึงท่าทางที่เป็นมิตรของเอ็ดเวิร์ดมีแต่ทำให้อารมณ์ของซังจินหดหู่มากยิ่งขึ้น

'ด้านหน้าที่ทุกๆคนเห็นเขาจะเป็นแบบนั้น แต่ว่าในด้านหลังนั้นมีบางสิ่ง....ชายคนนี้...จริงๆเลย'

ในเวลานั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้แจ้งเวลาที่เหลืออยู่ให้ซังจินได้รู้

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 30 นาที]

ซังจินได้เหลือบไปมองอย่างรวดเร็ว

'อา...ถ้างั้นฉันก็ควรจะใช้สิ่งนั้น'

เขาได้เอา 'ราเที่ยน - ดาวแห่งความโดดเดี่ยว' ออกมาจากลูกบาศก์และพูดออกมา

"การฝึกฝนเพียงลำพัง"

ดวงดาวมันได้ส่องแสงสีขาวสว่างออกมาเหมือนกับหลอดไฟซึ่งทำให้เกิดแสงจางๆ ครู่หนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงโอเปอเรเตอร์ในหัวของเขา]

แม้ว่าเขาจะต้องเคลียร์มันโดยลำพัง แต่ว่าการจู่โจมแบบ 5 คนมันไม่สามารถจะทำให้เขากังวลได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้มีชัยเหลือกว่าบอสลับอาเรี่ยนจากการจู่โจมแบบ 10 คนมา (แม้ว่าจะไม่ใช่การชนะแบบจริงๆก็ตาม)

แถมในตอนนี้เขายังสามารถจะใช้ย้อนเวลาและแก้ไขสิ่ง 'ผิดพลาด' ได้อีกด้วย ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างนี้ เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้ใกล้เคียงกับการเป็นอมตะในบทๆนี้แล้ว

'จนกว่าจะถึงบทที่ 14....อืมม...มันไม่ควรที่จะมีปัญหาใดๆ'

ซังจินได้ดื่มชาเย็นที่เขาสั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้และนั่งสบายๆอยู่บนเก้าอี้

จบบทที่ Chapter 139 – Black Market Eleventh Shopping (6) [23-03-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว