เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 128 – Kariharan Frostplains (7) [01-03-2020]

Chapter 128 – Kariharan Frostplains (7) [01-03-2020]

Chapter 128 – Kariharan Frostplains (7) [01-03-2020]


Chapter 128 – Kariharan Frostplains (7)

ฟรานซ์ตกใจมาก เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้จะสามารถตรวจสอบสถานะคนอื่นได้ แต่ว่าสถานนะของเขามันเป็นรูปแบบที่ประหลาดมาก

สเตตัสของสุดยอดนักล่ามันมีขนาดที่มหาศาล อิลลิชมองไปที่สเตตัสเหล่านี้และพูดกับเขา

"ผู้ถูกเลือก..มันไม่ได้ให้แค่ 10% ของสเตตัส ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วมันเพิ่ม 30...40% เดี๋ยวก่อนนะ...พลังเวทย์และพลังจิตใจมันเพิ่มมากกว่า 100 เท่าของปกติซะอีก แล้วมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง..."

ฟรานซ์ได้จ้องไปที่เขา ชายคนนี้ได้แสดงท่าทางที่แตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้มันทำให้ฟรานซ์นั้นสงสัย

'นี่ใช่คนๆเดียวกันงั้นหรอ?'

อิลลิชได้ปิดหน้าต่างสเตตัสลงไปและถามฟรานซ์

"ฉายานี้...นายได้รับมันมาเมื่อไหร่?"

ฟรานซ์เงียบไปครู่หนึ่ง ในช่วงแรกของการจู่โจมเขาต้องการที่จะแนะให้ชายคนนี้ให้เข้ามาเป็นผู้ถูกเลือก แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันได้ต่างออกไป ฟรานซ์ได้ตอบกลับ

"ทำไมนายถึงอยากจะรู้หละ?"

"เพระาว่าฉันต้องการมัน บอกฉันมาแค่ว่านายได้รับฉายาที่มหัศจรรย์นี้มาได้เช่นไร?"

แทนที่จะตอบคำถามกลับไป ฟรานซ์ได้ตั้งคำถามแทน

"แทนที่จะทำเช่นนั้น...ทำไมนายถึงไม่ช่วยเพื่อนร่วมทีมในก่อนหน้านี้?"

"ก่อนหน้านี้?"

"ก่อนหน้านี้ในตอนที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บทำไมนายถึงไม่ช่วยพวกเขา?"

อิลลิชได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มบาง

"แน่นอน...เพราะว่าพวกเขานั้นหมดประโยชน์แล้ว"

ฟรานซ์ได้เบิกตากว้างขึ้น

"อะไรนะ?"

"ฉันต้องการความแข็งแกร่งของพวกเขาในการจบการจู่โจม แต่ว่ามันจะตีกว่าถ้าพวกเขาตายไปก่อนที่จะเริ่มการแจกรางวัล"

ฟรานซ์ได้ยกดาบขึ้น

"ไอชั่วฆาตกร"

อิลลิชยิ้มกับคำกล่าวหานี้

"นายหมายถึงอะไร? ฆาตกร ฉันนะน่ะ? นายเห็ฯออร่าสีแดงรอบตัวฉันงั้นหรอ?"

ฟรานซ์กำลังโกรธ เขาต้องการที่จะพุ่งเข้าไปและโจมตีอิลลิชในทันที อิลลิชได้พูดกับเขา

"อะไร นายต้องการจะฆ่าฉันหรอ? ถ้านายโจมตีฉันในตอนนี้ นายจะกลายไปเป็นฆาตกรนะ หรือไม่จริง?"

เขาพูดถูก แม้ว่าอิลลิชจะมีพฤติกรรมที่เหมือนกับฆาตกร แต่ว่าเขาก็ยังไม่ได้กลายไปเป็นฆาตกร ดังนั้นฟรานซ์จึงไม่ได้ขยับตัว เคได้เคยเตือนเขาเอาไว้ในอดีต

'ฟรานซ์นายใจร้อนมากเกินไป ลดอารมณ์ของนายลงบ้างนะ นายยังจำในตอนที่นายโจมตีฉันได้ไหม มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันจงใจเปิดโอกาสให้นายโจมตีและสวนกลับไป นายจะติดสถานะของฆาตกรและฉันก็จะสามารถจัดการนายได้โดยที่ไม่ได้รับโทษ นายรู้ใช่ไหม? เม่อนายจะโจมตีใครบางคนนายต้องระมัดระวงัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนๆนั้นไม่ได้อยู่ในสถานนะฆาตกร นายจะต้องพิจารณาให้ดีในบางทีนายอาจจะเป็นฝ่ายผิดซะเอง'

เมื่อเห็นว่าฟรานซ์ไม่ได้ขยับตัว อิลลิชก็ขยับคอของเขาก่อนที่จะพูดออกมา

"ฉันนะไม่ได้ผิดอะไรเลย การตายของพวกเขาไม่ได้อยู่ในมือของฉัน พวกเขาตายไปเพราะอ่อนแอเอง"

ฟรานซ์ได้พิจารณาคำพูดนี้ครู๋หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป

"นายเป็นคนสั่งให้พวกเขาโจมตีในขณะที่เจ้าตัวนั้นกำลังตั้งกำแพงโล่"

"ใช่ ฉันทำมัน มันเยี่ยมมากเลยใช่ปะ? อย่างที่นายได้เห็น ถ้าพวกเขาได้ตายด้วยตัวเอง นายก็จะไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นฆาตกร"

ฟรานซ์ได้ขมวดคิ้ว

"นายกำลังพูดเรื่องอะไร?"

"เมื่อตอนที่ฉันได้เข้าใจรูปแบบของบอสลับ ฉันก็ให้คำสั่งที่น่าเชื่อถือ และพวกเขาก็ฟังฉัน พงกเขาได้รับคำสั่งและเข้าไปในอันตราย...นั่นมันก็คือหลักฐานของความโง่เขลาของพวกเขา พวกผู้ที่ไม่สามารถจะคิดได้ด้วยตนเองมันสมควรแล้วที่จะตาย พวกนี้มันไม่มีอะไรนอกเหลือไปจากปรสิตที่แย่งแต้มผลงานไปจากฉัน"

ฟรานซ์ได้คิดในใจของเขา ที่นี่และตอนนี้เพื่อที่จะกลายไปเป็นฆาตกรและต่อสู้กับชายคนนี้

ไอ้ชั่วนี้มันแกล้งทำตัวเป็นผู้นำและหลอกคนอื่นๆไปตาย แต่ว่าฟรานซ์ก็ยังคงไม่เข้าไปหามัน มันเป็นเพราะว่าในขณะเดียวกันไอ้ชั่วนี้มันก็แข็งแกร่งมาก

'ชายคนนี้มันอันตราย ฉันจะเป็นฝ่ายสูยเสียแทนถ้าหากว่าฉันพุ่งเข้าไปโดยไร้ซึ่งแผน'

อิลลิชนั้นรู้ดีว่าฟรานซ์แข็งแกร่งแค่ไหน แต่ว่าฟรานซ์นั้นแทบจะไม่มีข้อมูลของอิลลิชเลย ในขณะที่ฟรานซ์กำลังคิดสิ่งเหล่านี้ อิลลิชก็พูดต่ออกมา

"แต่ว่าก็ดูเหมือนนายจะมีสมองนี่นา ฉันบอกให้นายโจมตีโล่ แต่นายไม่ฟังคำสั่งฉัน...อืมม นั่นแหละมันเป็นเหตุผลที่นายยังมีชีวิต"

'ฉัน...ควรจะเรียกเคไหมในตอนนี้?'

แต่เคได้พูดไว้ว่าไม่ต้องโทรหาเขาถ้าหากว่าไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงตาย โดยเฉพาะเมื่อยังเหลือเวลามากกว่า 20 นาทีก่อนที่จะจบการจู่โจม

'ฉันมีสิ่งที่จะต้องทำ สิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าหากว่านายไม่สามารถจะหาบอสลับหรือชิ้นส่วนลับได้ก่อนที่การจู่โจมจะจบ 20 นาที...แล้วก็เรียกฉัน ฉันควรจะว่างในช่วงเวลานั้น อาจจะนะ'

ตอนนี้มันยังมีเวลา 40 นาทีก่อนที่การจู่โจมจะจบลง เขาไม่ได้รู้สึกว่ามันจะถูกต้องนักถ้าจะเรียกเขาในขณะที่อิลลิชยังไม่ได้ตกอยู่ในสถานะฆาตกรและไปบอกเขาว่า

'ได้โปรดฆ่าชายคนนี้'

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากว่าเขายังอยู่ในระหว่างทำสิ่งที่สำคัญ มันจะดีที่สุดถ้าหากว่าฟรานซ์แก้ปปัญหาด้วยตนเอง ถ้าเขาไม่ต้องการที่จะสร้างความอับอายให้กับฉายาของเขาในฐานะผู้ถูกเลือกเขาจะต้องสร้้างคุณค่าให้กับตนเอง

ฟรานซ์รียประเมินพลังของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เขาได้หลอกให้เพื่อนร่วทีมของเขาตายด้วยตัวเอง ในอีกนัยหนึ่ง เขาจะต้องมั่นใจว่าเขาจะสามารถจบการจู่โจมนี้ได้ด้วยการสูญเสียสมาชิกทีมไปสองหรือสามคน

แต่ว่าเขาได้ทิ้งฟรานซ์ไว้เพียงลำพัง เขาสามารถที่จะทรยศฟรานซ์ได้ในระหว่างตอนที่ต่อสู้กับบอสลัส แต่ว่าเขาเลือกที่จะไม่ทำ ซึ่งนั้นมันก็หมายความว่าเขาไม่มีความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับบอสลับเพียงลำพัง

'นั่นหมายความว่า....เขาก็เกือบจะอยู่ในระดับเดียวกันกับฉัน...'

แต่แล้วเขาก็พูดออกมา

"มันจะดีที่สุดถ้านายตายไปพร้อมๆกับบอสลับ มันน่าเสียดายจริงๆ ฉันไม่ต้องการที่จะฆ่านายด้วยตนเอง"

ฟรานซ์ได้จ้องมองเขา

"อะไร?"

"ฉันไม่ชอบที่จะทำให้มือของฉันสกปรก ฆ่าใครบางคน...เอาหละ มันไม่ได้เป็นเรื่องยาก แต่ว่ามันจะสูยเสียรางวัลไป 10% เพราะฉันกลายไปเป็นฆาตกรมันเป็นของเสีย"

เขาได้มองดูฟรานซ์ตลอดเวลา

"นายพูดเช่นนี้หลังจากที่เห็นสเตตัสของฉันแล้ว?"

"ใช่แล้ว พวกเราทั้งคู่เห็นมัน โบนัสของนายสูงมาก...แต่ว่ามันก็ยังไม่เพียงพอ นายไม่สามารถจะเอาชนะฉันได้"

ฟรานซ์ได้เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

"โอเค เราจะได้เห็นมันกัน"

อิลลิชได้ยกโล่ของเค้าขึ้น

"ฉันชอบการจู่โจมพวกนี้ ห้านักล่าที่โดดเดียว ถ้าหากว่าทุกๆคนตายไป ก็ไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าฉันคือฆาตกร"

"แก..."

"ใช่แล้ว นักล่าทุกๆคนที่เคยเจอกับฉันตายไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีข่าวลือและฉันก็สามารถจะทำเช่นได้ในแต่ละบท ในฐานะที่ไม่มีใครรู้ว่าฉันก็คือฆาตกร"

ฟรานซ์ไม่ได้ต้องการที่จะได้ยินคำพูดเช่นนี้ในอีกต่อไป เขาได้เงื้อดาบขึ้นสูง

"ย๊ากกกก"

และพุ่งเข้าไปใส่อิลลิช

****

ซํงจินได้เดินกลับไปที่บันไดน้ำแข็งเพื่อมองไปที่ฆาตกรที่เขาพึ่งจะฆ่า

'นี่มันหมายความวาส....มีเพียงแค่ฆาตกรเท่านั้นที่สามารถจะกลายไปเป็นคนแข็งแกร่ง...'

ซังจินสามารถไปจากมิติหนึ่งไปสู่อีกมิติเพื่อที่จะหาเหรียญดำได้ แต่ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถจะใช้เส้นทางเหล่านี้ได้ วิธีเดียวที่จะสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆได้ก็คือการกระทำแบบฆษตกร

แม้ว่ามันจะมีการลงโทษก็ตาม แต่ถ้าหากว่ามีคนหรือสองคนตายไป ส่วนผลงานของเขาก็จะเพิ่มขึ้นไปหลายเท่า

เมื่อการจู่โจมแรกเริ่มขึ้น มันไม่ค่อยมีใครตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ว่าเมื่อการจู่โจมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆคนจำนวนมากก็เริ่มนึกออก

และเมื่อพวกเขาทำมัน การกลายไปเป็นฆาตกรมันได้กลายไปเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างน่าเหลือเชื่อ หากว่าค่าผลงานที่มีไว้สำหรับห้าคนกลายไปเป็นของคนๆเดียวค่าสเตตัสและจำนวนเงินที่ได้รับมันก็จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

ดังที่อิกกอร์เคบพูดเอาไว้ในทะเลทรายคูตาล ระบบรางวัลนี่มันสนับสนุนการเป็นฆาตกร

'นี่มันก็คือเหตุผลที่มีจำนวนของฆาตกรไม่สิ้นสุด...อืมม อย่างน้อยฉันก็สามารถจะได้รับเหรียญอีกเล็กน้อยจากวิธีนี้...'

'ตอนนี้ฉันคิดถึงมัน...นั่นมันหมายความว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่คนอื่นๆที่นอกเหลือเอ็ดก็ได้ไปถึงจุดๆนั้นโดยการเป็นฆาตกร'

มันเป็นความจริง สิบคนสุดท้ายในชีวิตก่อนหน้านี้ทุกคนได้มีความแข็งแกร่งและทักษะที่สูงมากๆ พวกเขาเคยที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติ ทหารหรือมีพรสวรรค์ที่มหัสจรรย์บางอย่างที่มีพลังเวทย์จนมากกว่าปกติ คนที่มีพรสวรรค์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้ด้วยเครื่องสวมใส่และอาวุธที่ใช้สนับสนุนในสไตล์การต่อสู้ของพวกเขา ซึ่งมันได้รับการสนับสนุนโดยสเตตัสสอีกด้วย ในแง่นี้มันเรียบง่ายมาก

'พวกเขามีคะแนนที่มากเพราะทักษะของพวกเขาที่สูง'

มันอาจจะเป็นไปได้ แต่ว่ามันก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันคนใดคนหนึ่งในกลุ่มสิบคนสุดท้ายอาจจะเป็นฆาตกรแล้วมาได้จนถึงจุดๆนั้น ซังจินได้วางมือลงบนคางในขณะที่้จมลงไปในความคิด

เขานั้นใกล้ชิดกับนักล่าสี่คน เขารู้สึกว่าเขาเข้าใจว่าพวกเขาทั้งสี่คนเป็นอย่างดี อิลเดอแบรนท์ พ่อของลูกทั้งสามคน เขาคงจะไม่เคยทำมัน เขาเป็ฯคนที่ดี ซังจินไม่สามารถจะจินตนาการได้เลยว่าเขาจะเลือกเส้นทางดังกล่าวได้ยังไง

มุสตาฟานั้นเป็นชาวมุสลิมที่นับถือศรัทธาในพระเจ้า เขานั้นมักจะสวดมนตร์ก่อนการต่อสู้และเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อที่จะรักษาพวกเขา เขาเป็นคนที่อบอุ่น เขาไม่มีทางที่จะเป็นฆาตกร

ส่วนาดา เขานั้นได้พบกับเธอนานที่สุดและมีโอกาสมากมายในการสังเกตุเธอ แต่ว่าเธอก็ไม่ใช่คนที่จะเป็นฆาตกร เธอไม่มีท่าทีหรือแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนั้นเลยย เธอส่วนใหญ่จะเป็นเป้าหมายของพวกฆาตกรมากกว่าซะอีก ดังนั้นเธอจึงมีแต้มที่มากกว่าคนอื่น

เอ็ดเวิร์ดนั้นก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความผิด เขาเป็นคนที่ทำให้ทีมพังทลายลงไปในก่อนหน้านี้อย่างไม่มีข้อกังขา เขานั้นเป็ฯคนที่มีรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร แต่ว่าหน้าตาแบบนั้นก็อาจจะมิสูจน์ได้ว่ามันเป็นเครื่องมือที่ใช้หลอกคนอื่นในการกลายไปเป็นฆาตกร

เขาไม่รู้เลยจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย แต่เขาอาจจะได้ฆ่าคนอื่นๆมาก่อนหน้านี้อีกก็เป็นได้

'เอ็ดเวิร์ดเช็ค'

ซังจินได้ลบใบหน้าของเอ็ดเวิร์ดออกไปจากจิตใจ

ส่วนที่เหลือนั้นเขาไม่ค่อยจะรู้จักมากนัก คนแรกคือสุดยอดพลหอกริวชิน ริวชินนั้นเป็นคนที่เชื่อมั่นในฝีมือของตนอย่างมาก

'ตระกูลศิลปะการต่อสู้ของเขาได้ปกป้องคุ้มคครองคนรุ่นหัลงไปจนตบอดถึงคนรุ่นใหม่...'

เนื่องจากเพราะว่าความภาคภูมิใจนี้ เขานั้นก็มักจะทะเลาะกับนักล่าคนอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นเพราะความภาคภูมิใจนี้ที่ทำให้เขาไม่น่าจะมีโอกาสไปเป็นฆาตกร

ต่อมาอรูวโจ อรูวโจนั้นเป็นครูฝึกทหารผู้เชี่ยวชาญที่ชื่นชอบในการสอนคนอื่นๆ เป็นคนที่มีไหวพริบ สนุกสนานๆ เขาดูเหมือนจะห่างไกลจากการเป็นฆาตกร

ต่อมาอัมคูบ้า ชาวแอฟริกันที่เติบโตขึ้นมาห่างจากอารยธรรมดังนั้นถ้าหากว่าเขารู้สึกว่า 'ฉันจะต้องเป็นฆาตกร' เขาก็จะทำเช่นนั้นโดยไม่ต้องสงสัยอะไรหรือลังเลเลย

'อัมคูบ้าเช็ค'

ซันซูเกะเขาเงียบมากจนแทบจะไม่เคยคุยกันเลย เพราะงั้นซังจินจึงไม่สามารถจะตัดสินใจอะไรจากเขาได้เลย

'ซันซูเกะ...เลื่อนการตัดสินใจ'

สุดท้ายอิลลิช ชายผู้เย็นชา อดีตทหารเก่า เขามีจิตวิญญาณและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม แต่ว่าเขาก็จะไม่ให้อภัยกับการผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจากแผนของเขา

'ถ้าเป็นอิลลิช...'

ซังจินเงยหน้าขึ้นมองเพดานในขณะที่เขาจินตนาการอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าอิลลิชสรุปได้ว่าการเป็นฆาตกรมันมีประโยชน์เขาก็จะทำมัน

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมก็ตาม ยิ่งกว่านั้นซังจินก็คิดว่าเขามีท่าทางว่าเคยทำมัน ซังจินได้ใส่ดาบไว้สามดวงในความคิดของเขา

'อิลลิช เช็ค เช็ค เช็ค'

จากนั้น

[10 นาทีได้ผ่านไปตั้งแต่ที่มามิตินี้]

โอเปอเรเตอร์ได้แจ้งให้เขาทราบ เขามักจะตั้งการแจ้งเตือนมันเอาไว้เมื่อใช้หินแสวงหาฆาตกร

"หืมม...เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่มีเท่าไหร่"

[42 นาที 21 วินาที]

"โอเค"

การจู่โจมนี้มันจะมีเวลาเพิ่มเล็กน้อยสำหรับการกระโดดข้ามมิติ แต่ว่าเขาก็ยัเวลาที่เหลืออกีมาในการจัดการล่าฆาตกรอีกสองครัง ซังจินได้หยิบเอาหินแสวงหาฆาตกรออกมา มันเป็นการล่าครั้งที่สี่จของเขา จากนั้นซังจินก็พูดออกมา

"แสวงหาความยุติธรรม"

เสาแส่งได้ส่องลงมาจากด้านบนอีกครั้ง ในขณะที่แสงลงมาบนตัวเขา เขาก็คิดขึ้นมา

'หืมมม...มันอาจจะเป็นไปได้ที่ฉันจะได้ไปพบกันอิลลิช อัมคูบ้าหรือไม่ก็เอ็ดเวิร์ดโดยการใช้ไอเทมนี้'

จบบทที่ Chapter 128 – Kariharan Frostplains (7) [01-03-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว