เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare [09-02-2020]

Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare [09-02-2020]

Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare [09-02-2020]


Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare


Demon King’s Castle Raid

Objective – hunt the Demon King ‘Chadnezzar’

Time Limit 5 hours


นักล่าได้มารวมตัวกันที่หย้สประตูที่เขาได้มาถึงก่อนหน้านี้ ซังจินได้กอดบลัดเวเจนเอาไว้ในขณะที่มองไปรอบๆ

ฮิวเดอแบรนท์และอิลลิชกำลังคุยกันอยู่ที่ด้านหน้า

"กระดาษข้อมูลมันได้บอกถึงที่นี้ แต่ว่าสิ่งที่เราควรจะเฝ้าระวัง..."

"ใช่แล้ว...ถ้าหากมีจอมเวทย์ปรากฏขึ้น ฉันจะทำเครื่องหมายไว้ ฉันจะปล่อยที่เหลือไว้ให้นาย"

ริวชินและอัมคูบ้ากำลังยืนกันอยู่ในแถวที่สาม

"ฮู ฮู"

อัมคูบ้ากำลังทำเสียงแปลกๆออกมาในขณะที่กระโดยเบาๆกับที่ ริวชินได้บิดคอของเขาและจากนั้นก็เคาะไปที่ซิกแพ็คของอัมคูบ้าพร้อมกับพูดออกมา

"คอยดูนะอัมคูบ้า ฉันจะต้องได้รับค่าผลงานมากกว่านายในครั้งนี้"

อัมคูบ้าได้ยิ้มกว้างออกมา

"ฮ่าๆ เราจะได้เห็นดีกัน"

"อะไร? นายอยากจะมีปัญหากับฉันหรอ?"

"โอเปอเรเตอร์จะตัดสินมันอย่างยุติธรรม"

"ดี...มาดูกันว่าใครจะดีกว่ากัน"

ในแถวที่สี่เป็นที่ของอรูวโจและเอ็ดเวิร์ด อรูวโจวที่แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดมักจะบ่นเรื่องราวทั่วไปกับเอ็ดเวิร์ด

"เฮ้เอ็ดเวิร์ดฟังฉันนะ นายน่ะเป็นคนที่ดีที่สุด แต่ว่านายมักจะทำตามใจนาย"

"ฉันจะแข็งแกร่งที่สุดเมื่อทำในสิ่งที่ฉันต้องการจะทำ"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันหมายถึง มันเป็นปัญหา"

ในแถวสุดท้ายคือที่ๆซันซูเกะและมุสตาฟายืนอยู่ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็อยู่เงียบๆ ซันซูเกะกำลังตรวจสอบหน้าไม้ของเขา และมุสตาฟาก็กำลังอ่านหนังสือบางอย่าง ซังจินได้มองไปที่พวกเขาพร้อมกับคิดขึ้น

'นี่...มันคือการเดินทางครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ...'

แต่ทันใดนั้นเองหน้าอกขนาดใหญ่ก็ได้เข้ามาในมุมมองของเขา

"ซังจินฉันรอคอยที่จะได้ร่วมงานกับนายอีกครั้ง"

ซังจินงุนงงและก้าวถอยหลังไป คนที่ยืนอยู่แถวเดียวกับเขาก็คือนาดา เธอเป็นคนที่ใช้อาวุธสองอย่างคือมีดสั้นและคทา

"ฉันจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ นาดา"

ซังจินได้กลายเป็นมิตรกลับนาดาหลังจากที่ได้ผ่านการจู่โจมอื่นๆมาด้วยกัน เธอนั่นเป็นคนที่น่ากลัวเล็กน้อยเมื่อพบกันในตอนแรกเพราะว่าเธอได้ใช้มีดสั้นและซอมบี้ในการต่อสู้ แต่ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่ใจดีและอบอุ่น

"ฉันหวังว่าการจู่โจมนี้จะเป็นการจู่โจมสุดท้าย ราชาปีศาจมันมักจะเป็นบอสสุดท้ายของเรื่องเล่าและเกมเสมอจริงไหม?"

"ฉันคิดว่า..."

"ฉันจะไปเที่ยวเกาหลีซักครั้งเมื่อมันจบลง ซังจิน ฉันอยากรู้ว่านายใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงยังไง"

"ฉัน...สบายดี..."

ซังจินไม่สามารถจะตอบกลับไปตรงๆได้ เขาเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็กและการใช้ชีวิตในวัยเด็กของเขาบากลำบากอย่างมากและแทบจะไม่สามารถอยู่รอดได้เลย เธอยังคงถามต่อไป

"นายจะไปทำอะไรเมื่อนายได้กลับไป?"

"หืม...ความจริงแล้ว...มันไม่มีอะไรที่ฉันอยากจะทำจริงๆเลย..."

ในตอนนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็ได้เข้ามาร่วมบทสนทนา

"นายอาจจะได้พบกับสิ่งที่นายอยากจะทำเมื่อนายได้กลับไป"

ซังจินและนาดาได้หันไปมองเขา เขามักจะเต็มไปด้วยพลังและมักจะเอาตัวเองเข้าไปร่วมในบทสนาของผู้อื่น

"นายหมายถึงอะไร?"

"ฉันหมายถึงอะไรงั้นหรอ? มันก็ควรจะชัดเจนแล้วนะ? เมื่อการจู่โจมจบลง พวกเราก็จะกลายไปเป็นเศรษฐี มันไม่สามารถจะจินตนาการได้เลย"

เมื่อซังจินได้เอียงหัวอย่างสงสัย เขาก็ได้อธิบายออกมา

"นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการจู่โจมจบลง

นาดาได้ให้คำตอบมาตามปกติ

"หืมมม...ฉันจะได้พบกับครอบครัวและได้พูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง"

แต่ซังจินก็ไม่สามารถจะพูดอะไรได้ เขานั้นไม่มีครอบครัว เอ็ดเวิร์ดได้พูดต่อออกมา

"ใช่แล้ว เธอจะไปหาครอบครัวของเธอ...และจากนั้นหละ?"

"หืมม...ฉันได้บอกกับซังจินไว้ว่าจะไปเที่ยวที่เกาหลีด้วยเช่นกัน"

"เธอสามารถจะไปเกาหลีได้...แต่ว่าเธอก็คารจะสามารถไปดูได้ทั่วทั้งโลก"

"ทั่วโลก?"

เอ็ดเวิร์ดได้หยักหน้าออกมาราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่ชัดเจน

"แน่นอนว่าเราจะต้องเดินทางไปทั่วโลก แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจ เราก็อาจจะต้องทำมันในฐานะ 10 คนสุดท้ายที่ได้ช่วยปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้"

"นายหมายถึงเรื่องนั้น?"

เอ็ดเวิร์ดได้ตอบกลับด้วยการกางแขนออก

"มันเห็นได้ชัด ใช่ไหมหละ? พวกเราจะกลายไปเป็นฮีโร่ของมวลมนุษย์เมื่อการจู่โจมจบลง"

นาดาและซังจินได้พูดออกมาในเวลาเดียวกัน

"ฮี-โร่?"

เอ็ดได้หยักหน้าอีกครั้งราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ

"แน่นอนฮีโร่"

"ยังไง?"

"มันเป็นเพราะเราเป็นสิบคนสุดท้าย เราได้ช่วยปกป้องทุกๆประเทศในฐานะที่เป็นฮีโร่ทั้งสิบคนผู้ที่ช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติให้พ้นอันตราย นายไม่คิดว่าเราจะได้รับการตอบรับแบบฮีโร่งั้นหรอ?"

ดวงตาของซังจินได้แคบลง

"แล้วใครจะรู้เรื่องนี้กันหละ"

"เอาหละ...โอเปอเรเตอร์จะไม่ประกาศให้ทุกๆคนรู้เลยงั้นหรอ? อย่างเช่นประกาศชื่อของสิบคนสุดท้ายหรืออะไรบางอย่าง"

นาดาก็ยังได้ส่ายหัวออกมา

"ฉันไม่รู้..."

เอ็ดเวิร์ดยังคงมองโลกในแง่ดี

"เอาหละ ถ้าพวกเราไม่สามารถจะพูดออกไปได้ว่าเราเป็นเช่นนั้น ถ้านั้นทุกคนก็สามารถจะเราเรื่องเดียวกันนี้ได้ พวกเขาจะต้องเชื่อพวกเรา และคนที่ได้ตายลงไปพร้อมกันก็สามารถจะเป็นพยานให้ได้ ถ้าหากว่าเราใส่ความทรงจำและอัตชีวประวัติลงไป ฉันเดิมพันได้เลยว่าพวกเขาจะต้องขายมันอย่างกับคนบ้า มันจะต้องขายดีแน่นอน ถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นทำไมพวกเราถึงจะไม่รวยกันหละ?"

"พวกเรา?"

"แน่นอนพวกเรา และพวกเราจะไม่ใช่เพียงแค่เป็นฮีโร่เท่านั้น พวกเราได้ช่วยโลกเอาไว้ มันจะไม่แปลกเลยถ้าหากพวกเราได้กลาบไปเป็นซุปเปอร์สตาร์กับบริษัทต่างๆที่ขอให้พวกเราไปปรากฏตัวในโฆษนาและละครของพวกเขา มันอาจจะถึงจุดที่เราไม่จำเป็นจะต้องหาเงินไปอีกตลอดชีวิต

"หืมมม...อย่างงั้นหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"

"เอาหละ ฉันไม่..."

"อะไรนะ? ฉันพนันได้เลยว่าคนอื่นๆก็คิดเช่นเดียวกับฉัน นายก็ด้วยใช่ไหมฮิวเดอแบรนท์"

ในจุดนี้โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 นาที]

ฮิวเดอแบรนท์ได้พูดออกมาจากด้านหน้า

"มีชื่อเสียง การเป็นเศรษฐี ฮีโร่ของมนุษยชาติหรืออะไรก็ตามมันดีทั้งหมดแหละ แต่ว่าค่อยไปหารือกันตอนที่การจู่โจมจบลงเถอะ"

อิลลิชก็ได้เสริมขึ้นมา

"กลับไปที่ของนายเถอะเอ็ดเวิร์ด มันกำลังจะเริ่มแล้ว"

เอ็ดเวิร์ดได้เงียบลงและกลับไปที่จุดที่เขายืนอยู่ มันเหลือเวลาเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น นี่มันเป็นแค่ระยะเวลาสั้นเท่านั้นๆ แต่ซังจินก็ได้มีความฝันทีดี

'ฉันไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน...มันอาจจะเป็นความจริง...'

กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกและมีชีวิตอยู่ในระดับ VIP ถ้างั้น เขาก็จะปราศจากปัญหาด้านการเงินที่เขาขาดมาตลอดชีวิต เพียงแค่คิดเกี่ยวกับมันก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว ในขณะเดียวกัน

[10... 3 2 1 0]

[การจู่โจมได้เริ่มขึ้นแล้ว]

ประตูปราสาทของราชาปีศาจได้เปิดขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงของโอเปอเรเตอร์

****

โครงกระดูกจอมเวทย์ได้ร่าบเวทย์โดยใช้คทาที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา

"เปลวไฟ..."

ทุกๆคนรู้เกี่ยวกับเวทย์นี้ พวกเขาจึงได้แยกตัวกันออกไปทันที

"..นรกนิรันดร อินเฟอโน่"

ไฟได้พุ่งเข้าไปใส่นักล่า แต่ต้องขอบคุณการแยกตัวออกจากกันก่อนที่มันจะปล่อยเวทย์ออกมาจึงไม่มีใครบาดเจ็บมานัก หลังจากนั้นพวกเขาก้ได้จัดรูปแบบใหม่และโจมตีต่อไป แต่

"เอ็ดเวิร์ด มุสตาฟา"

อิลลิชได้ตะโกนออกมา แต่มันก็สายเกินไป

"เปลวไฟนรกนิรันดร อินเฟอโน่"

"เปลวไฟนรกนิรันดร อินเฟอโน่"

คทาของจอมเวทย์โครงกระดูกอีกสองตัวได้ปล่อยเวทย์ออกมา

"โล่ต้านเวทย์"

เอ็ดเวิร์ดและมุสตาฟาได้ใช้โล่ต้านเวทย์เพื่อปกป้องนักล่า แต่ว่าคนที่ไม่สามารถเข้าไปหลบได้ทันก็ได้ถูกไฟไหม้ไป

"อาา"

ซังจินที่อยู่แถวโล่ได้วิ่งออกมาและแกว่งดาบของเค้า

"การล้างบาปของโลหิต"

บลัดเวเจนได้เริ่มส่องแสงสีแดงออกมาเมื่อเขาได้เข้าไปโจมตีโครงกระดูก มันเป็นการโจมตีที่เสี่ยงเป็นอย่างมาก

หากว่ามีจอมเวทย์คนอื่นที่เข้ามาโจมตีซังจินด้วยเวทย์หลังจากที่เขาได้ใช้การล้างบาปของโลหิตไปซักสองสามวินาที มันก็อาจจะหมายความว่าเขาจะต้องตายไปในทันที แต่ซังจินเชื่อใจในเพื่่อนร่วมทีมของเขา

โชคดีที่ในขณะที่เขาต่อสู้กับโครงกระดูก นักล่าที่ไม่ได้โดนเวทย์โจมตีคนอื่นก็ได้พุ่งเข้าไปจัดการกับอีกสองตัว

"วูวว..."

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง นักล่าคนอื่นๆได้มาดูแลกันเอง

"นายโอเคไหม?"

โชคดีที่ไม่มีใครตาย แต่อิลลิชก็ได้เริ่มร้องออกมา

"เวรเอ้ย"

ทุกๆคนได้หันไปหาเขา

"ฉันบอกให้นายป้องกันแท้งในกรณีที่มันเป็นอันตราย"

เสียงของเขาได้ว่าเอ็ดเวิร์ดและมุสตาฟา ฮิลเดอแบรนท์ก็ได้มาปกป้องพวกเขา

"ฉันโดนมันเอง...มันปรากฏขึ้นรอบๆฉัน"

มุสตาฟาได้หยักไหล่และตอบกลับไป

"เอาหละ...มันดูเหมือนว่ามันอาจจะแย่มากถ้าหากซังจินและซันซูเกะถูกโจมตี ดังนั้นฉันจึงปกป้องพวกเขา

อิลลิชได้ขมวดคิ้วในขณะพูดออกมา

"เวรเอ้ย ถ้านายต้องการที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง แล้วทำไมพวกเราถึงจะต้องวางแผนล่วงหน้ากันด้วย? พระเจ้าบอกให้นายทำเช่นนั้นงั้นหรอ?"

"นายดูถูกพระเจ้า?"

การทะเลาะกันมันก็ได้เริ่มขึ้นมาจากอีกด้านเช่นกัน

"ทำไมนายถึงไม่ใช้มันป้องกันฉัน? ถ้านายป้องกันฉัน มันก็จะจบลงในพริบตาเดียว นายก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแกร่งที่สุด ฮ่าห์...ฉันไม่สามารถจะเหวี่ยงหอกของฉันได้เพราะว่าฉันมัวแต่ยุ่งอยู่กับการหลบไฟ"

มันเป็นริวชิน

"หยุดพูดไร้สาระ พวกเราจะต้องตอบสนองตามสภานการณ์ที่เกิดขึ้น นายจะให้ให้เล็งความสำคัญไปที่นายคนเดียวได้ยังไง?"

อรูวโจได้ตะโกนใส่เขา ซันซูเกะก็เข้าร่วมด้วย

"เขาพูดถูก นายจะต้องคิดถึงทีม"

จากนั้นริวชินก็ได้โวยวายใส่ซันซุเกะ

"ไม่ต้องมาพูดเลย จิตใจนายก็มีแต่ธุรกิจนั้นแหละ"

ซังจินได้กุมขมับของเขา การจู่โจมหลายๆครั้งได้พังทลายเพราะเหตุการณ์เช่นนี้ จนกระทั่งถึงตอนจบทุกคนก็ยังคงทะเลาะกันอยู่ ซังจินได้ส่ายหัวของเขา

จากนั้นเขาก็สังเหตุเอ็ดเวิร์ด ผู้ที่มักจะเต็มไปด้วยพลังงานได้แสดงออกอย่างแปลกประหลาด ตอนนั้นเองซังจินก็รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ผิดพลาด

****

การจู่โจมมันยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าหลังจากการโต้เถียงกัน หลังจาก 4 ชม.ได้ผ่านไปจากเวลาทั้งหมด 5 ชม. ในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงประตูของบอสราชาปีศาจชาเนตเซอร์

'ราชาปีศาจมังจะเป็นบอสตัวสุดท้ายใช่ไหม?'

ความคิดที่คล้ายๆกันนี้ได้วิ่งผ่านหัวพวกเขาทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงเครียดมากกว่าปกติ แม้กระทั่งซังจินก็เช่นกัน

'ถ้าพวกเราฆ่าเขา...พวกเราก็อาจจะจบมัน...'

ราชาปีศาจมีลักษณะที่เหมือนกับชื่อของมัน ผิวเขามันเป็นสีแดงดำมีรอบสักอยู่ทั่วร่างกาย และมีเขาที่ยื่นออกมาจากหัวและตาที่สามบนหน้าผาก เขามีแขนหกแขนและมือก็จับดาบ ค้อน คทา หอก และโล่อีกสองอัน

ร่างของมันได้ปกคลุมไปด้วยวัสดุสีดำที่ไม่สามารถจะระบุชนิดได้และเมื่อใดก็ตามที่เขาขยับวัสดุนั้นก็จะขยับไปกับเขา

"ฮ่าห์...แกได้บุกรุกเข้ามาในปราสาทของข้า...แกไม่เห็นคุณค่าของชีวิตแล้วใช่ไหม?"

เขาได้สะบัดเสื้อคลุมในขณะที่ยืนขึ้น

"มา คนของข้า ฆ่าพวกผู้บุกรุกเหล่านี้"

ประตูวาป 3 อันได้ปรากฏออกมาตามคำสั่งของเขาและมอนสเตอร์ก็ได้หลั่งไหลออกมา

"ทุกคนประจำตำแหน่ง"

ซังจินได้รับผิดชอบในประตูวาปด้านหลัง แผนของเขาคือเขาจะฆ่าศัตรูไปพักหนึ่งแล้วเข้าไปร่วมที่ด้านหน้าเมื่อพรรคพวกของเขาให้สัญญาณ เมือนนั้นเขาก็จะเข้าไปเผชิญหน้ากับราชาปีศาจ

แต่การต่อสู้มันยากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ นักล่า 7 คนที่ต่อสู้กับราชาปีศาจกำลังเผชิญกับปัญหา แต่นาดาและริวชินที่ไม่สามารถจะจัดการกับประตูวาปได้พวกเขาก็ได้ถูกผลักดันถอยไป

"เฮ้ ฮีล"

"มาช่วยฉันที่นี่ด้วย"

ซังจินยังคงพยายามอย่างดีที่สุดในการยื้อเอาไว้ แต่มอนสเตอร์ก็ได้ออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ดังนั้นในที่สุดเขาก็ถูกผลักดันไป ซังจินจึงได้ขอความช่วยเหลือจากเอ็ดเวิร์ด

"เอ็ดเวิร์ด สนับสนุนที่นี่ที"

ไม่ช้าเอ็ดเวิร์ดก็ได้ร่ายเวทย์ออกมา

"หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลาย หอกแห่งพระเจ้า"

แต่เวทย์มันไม่ได้พุ่งมาทางนี้

"อ๊ากกกก"

"แค่ก"

กลับกัน เขากลับได้ยินเสียงร้องจากฝั่งของนักล่าแทน ซังจินได้มองกับไปด้วยความตกใจและรู้สึกประหลาดใจ แทนที่เอ็กเวิร์ดจะช่วยเหลือซังจิน เขาได้ยิงเวทย์ไปใส่พวกนักล่าแทน ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง

"เกิดอะไรขึ้น? ควบคุมจิตใจ?"

แต่นั้นมันไม่ใช่ ร่างของเอ็ดเวิร์ดได้เรืองแสงสีแดงออกมา

'ฆาตกร?'

ซังจินไม่อาจจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นได้ แต่นี่มันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเขาคือฆาตกรรูปแบบของนักล่าแทบจะพลังทลายลงอย่างรวดเร็วจากการโจมตีของเอ็ดเวิร์ด

นักล่าคนอื่นๆหกคนที่ต่อสู้กับราชาปีศาจเป็นกลุ่มแรก

"กล้ามาท้าทายข้า? มันตลกอะไรเช่นนี้ ตายซะ"

ในขณะที่รูปแบบการยืนพังทลายนักล่าก็ได้ถูกสังหารในทีเดียว ซังจินได้คิดขึ้น

"ทำไม?"

"อ่าาา"

ในขณะเดียวกันริวชินก็ถูกสังหารไป นาดาก็ได้ก้าวถอยหลัง และซังจินก็ได้มองไปที่หลุมบนร่างของเธอ ซังจินได้ตะโกนใส่เอ็ดเวิร์ด

"ทำไม"

เอ็ดเวิร์ดไม่ได้ตอบกลับมา เขาหัวเราะเบาๆ และไม่นานหลังจากนั้น ร่างของเขาก็ได้หายจากการโจมตีของราชาปีศาจ มอนสเตอร์ทั้งหมดได้มารวมกันตรงที่ๆซังจินอยู่

"กรี๊ดดด"

บลัดเวเจนได้ร้องออกมา มันหมายความว่าพลังชีวิตของเขาได้เหลือ 1 แล้ว เขาได้เป็นอมตะ 1 วินาทีและไม่กี่วินาทีต่อมา ซังจินก็ได้ตายลงไป เป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่ล่วงหล่น

จบบทที่ Chapter 117 – Sungjin’s Nightmare [09-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว