- หน้าแรก
- เกิดใหม่: เปิดเรื่องมาจับได้ว่า ‘ราชินีน้ำแข็ง’ ขโมยของในซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 616: ไม่มีคุณชายลู่ มีเพียงลู่หยวนชิว
บทที่ 616: ไม่มีคุณชายลู่ มีเพียงลู่หยวนชิว
บทที่ 616: ไม่มีคุณชายลู่ มีเพียงลู่หยวนชิว
บทที่ 616: ไม่มีคุณชายลู่ มีเพียงลู่หยวนชิว
ฉือเฉ่าเฉ่า, ไป๋ชิงเซี่ย, หลิววั่งชุนสามคนยังคงยืนเรียงกันเป็นแถวเหมือนแถบสัญญาณ ลู่หยวนชิวเดินไปอยู่ข้างๆ ชะโงกศีรษะอย่างอยากรู้อยากเห็น “กินอะไรกันอยู่เหรอ? แขนก็ยกขึ้นมากันหมดเลย เหมือนแฮมสเตอร์สามตัว”
เด็กผู้หญิงสามคนหันมาพร้อมกัน แก้มตุ่ยๆ มองเขา มีเพียงไป๋ชิงเซี่ยที่อยู่ตรงกลางที่รู้สึกว่าภาพลักษณ์เสียหาย เธฮรีบเคี้ยวสองสามทีแล้วก็กลืนอาหารในปากลงท้อง แถมยังมีเสียง “เอื๊อก” ดังออกมาอีกด้วย
ฉือเฉ่าเฉ่ากับหลิววั่งชุนกลับทำเป็นไม่เห็นการมีอยู่ของลู่หยวนชิว ยังคงเลือกของว่างชิ้นเล็กๆ บนโต๊ะกินต่อไป ฉือเฉ่าเฉ่าเลือกแต่ของที่หน้าตาน่ารัก ไม่สนใจว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย ยังไงซะเธอก็ไม่เคยกินอยู่แล้ว
เมื่อเห็นลู่หยวนชิวไม่พูดอะไร ไป๋ชิงเซี่ยก็สองมือประคองเค้กชิ้นเล็กๆ ยื่นมาที่ปากตัวเอง แต่หางตากลับรู้สึกว่าลู่หยวนชิวยังคงจ้องมองเธออยู่ เธอไม่ได้กิน หันไปยื่นเค้กชิ้นเล็กๆ ในมือให้ลู่หยวนชิวด้วยสองมือ แล้วถาม “นายจะกินไหม?”
ลู่หยวนชิวอ้าปากกว้าง “อ้า—”
มือของไป๋ชิงเซี่ยเพิ่งจะยื่นไปข้างหน้า แต่ผลคือกลางทางก็มีศีรษะหนึ่งโผล่มา หลิววั่งชุนเหมือนกับสุนัขงับเค้กชิ้นเล็กๆ ไปหนึ่งคำ วิ่งอย่างร่าเริงไปยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของฉือเฉ่าเฉ่า
“ตัวเองไม่มีมือเหรอถึงจะหยิบไม่ได้? อันนี้ฉันเอาแล้ว” หลิววั่งชุนนำเค้กชิ้นเล็กๆ ออกมาจากปาก แกว่งให้ลู่หยวนชิวดูอย่างภาคภูมิใจ
ลู่หยวนชิวใช้รูปปากด่าคำสบถ
ไป๋ชิงเซี่ยพรืดหัวเราะออกมา หยิบเค้กชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากลู่หยวนชิว
ลู่หยวนชิวถึงได้พอใจ สองมือกอดอก จงใจเคี้ยวเสียงแจ๊บๆ จริงๆ แล้วจนถึงตอนนี้เขาก็หิวแล้วเหมือนกัน
เมื่อมองนักเรียนที่ตัวเองเพิ่งจะดูแลมาได้ไม่กี่วันไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมด ติงหว่านจวินก็ยิ้มให้ซูเมี่ยวเมี่ยว จริงๆ แล้ววันนี้เธอเชิญแค่เพื่อนสนิทกับศิษย์ร่วมสำนักของตัวเอง ซูเมี่ยวเมี่ยวพาเจิ้งอีเฟิงมาด้วย เป็นเจิ้งอีเฟิงที่เสนอว่าจะเรียกพวกของลู่หยวนชิวมาอีก
จริงๆ แล้วติงหว่านจวินก็อยากจะเชิญพวกของลู่หยวนชิวมานานแล้ว เพียงแต่เธอรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งจะมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชั้นของคณะแพทยศาสตร์ได้ไม่กี่วัน พวกของลู่หยวนชิวอาจจะไม่มา ให้เจิ้งอีเฟิงเป็นคนเอ่ยปากจะดีกว่า
จนถึงเก้าโมงเย็น พวกของลู่หยวนชิวถึงได้ออกมาจากโรงแรม เมื่อมองเฟอร์รารี่ F12 ของลู่หยวนชิว เหลียงจิ้งเฟิงกับจงจิ่นเฉิงก็รีบถูมือเดินเข้ามา ยิ้มอย่างกระตือรือร้นอยากจะลอง เหลียงจิ้งเฟิงเมื่อครู่จงใจอดทนไม่แตะต้องแอลกอฮอล์เลยสักหยด ก็เพื่อรอคอยวินาทีที่จะได้ลองรถหลังจบงานเลี้ยงนี่แหละ
“เธอบอกพวกเขาให้ระวังหน่อยสิ บอกว่าถ้าชนแล้วต้องจ่ายเงินนะ” ไป๋ชิงเซี่ยกระซิบข้างหูหลิววั่งชุน เธอหลักๆ แล้วกลัวว่ารถของลู่หยวนชิวจะถลอกหรือชนแล้วจะโดนผู้ใหญ่ตำหนิ เพราะจนถึงตอนนี้พวกผู้ใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่าลู่หยวนชิวขับรถออกมาแล้ว
หลิววั่งชุนพยักหน้า เธอมองไปยังลู่หยวนชิว เจ้าคนนี้ดูไม่คิดอะไรมาก กำลังหัวเราะร่าพิจารณาเพื่อนๆ ของตัวเอง ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด กลับกันเป็นไป๋ชิงเซี่ยที่คอยระวังอยู่ตลอดเวลา
“ระวังหน่อยนะ ชนแล้วถลอกพวกแกต้องจ่ายเงินนะ” หลิววั่งชุนเอ่ยกับคนทั้งสอง เธอพูดคำพูดเหล่านี้ออกมาโดยไม่มีภาระใดๆ
เหลียงจิ้งเฟิงกับจงจิ่นเฉิงรีบหันกลับมาอย่างระมัดระวัง ทำท่า “โอเค”
ลู่หยวนชิวยืนยิ้มพิจารณาท่าทางที่ทั้งสองคนกำลังสัมผัสประสบการณ์อย่างปิติยินดีอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นเฟินเก๋อเอ่อร์, เต้าจ่างพวกเขาหลายคนกำลังมองอยู่ข้างๆ ลู่หยวนชิวก็รีบกวักมือเรียก “รุ่นพี่, เต้าจ่าง, เร็วเข้า! พวกนายหลายๆ คนก็ขึ้นรถมาลองสิ! ขึ้นมาลองนั่งดู!”
เฟินเก๋อเอ่อร์หดคอ สายตามองไปยังหลิววั่งชุน หลิววั่งชุนพูดอย่าง “ใจกว้าง” มาก “ก็...อยากจะลองก็นั่งสิ”
เพราะว่าเฟินเก๋อเอ่อร์, ต้าซูพวกเขายังไม่ได้สอบใบขับขี่ ดังนั้นลู่หยวนชิวจึงเป็นฝ่ายนั่งลงบนที่นั่งคนขับ พาพวกเขาขับวนไปตามถนนเส้นนี้หลายรอบ
ตอนแรกไป๋ชิงเซี่ยยังคงเป็นห่วงอยู่ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลู่หยวนชิวที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับนั้นบริสุทธิ์อย่างยิ่ง เป็นความบริสุทธิ์ที่หวังจะแบ่งปันความสุขให้กับเพื่อนๆ เธอก็พลอยคลายความตึงเครียดในใจลงไปได้หลายส่วน เมื่อเห็นฉือเฉ่าเฉ่าที่อยู่ข้างๆ มองตาปริบๆ เธอก็ก้มตัวลงถาม “อยากจะนั่งไหม?”
ฉือเฉ่าเฉ่าทำท่าเหนียมอายเล็กน้อย เธอมองไปยังหลิววั่งชุน “พี่วั่งชุนคะ ได้ไหมคะ...”
“แน่นอนว่าได้สิ!” เมื่อปฏิบัติต่อฉือเฉ่าเฉ่า หลิววั่งชุนตอบกลับอย่างเด็ดขาด
หลังจากเฟินเก๋อเอ่อร์ลงจากรถแล้ว เขาก็เดินมาหาเจิ้งอีเฟิงอย่างตื่นเต้น “เจิ้งอีเฟิงแกก็ไปด้วยสิ โคตรฟินเลย! ให้ตายสิ วันนี้ก็ถือว่าได้สัมผัสโลกของคนรวยแล้ว!”
“ฉัน...ฉันไม่ต้องแล้วล่ะ” เจิ้งอีเฟิงยิ้มพลางยกมือขึ้นปฏิเสธอย่างสุภาพ
รถซูเปอร์คาร์ของเขาเดือนมิถุนายนปีหน้าก็จะมาถึงแล้ว
ข้างๆ ซูเมี่ยวเมี่ยวเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เจิ้งอีเฟิงก็เหลือบไปมองเธอเช่นกัน คำพูดที่ทั้งสองคนอยากจะแสดงออกก็สื่อสารกันในสายตาจนหมดสิ้นแล้ว
หลังจากต้าซูลงจากรถแล้วก็เปลี่ยนเป็นเต้าจ่าง หลังจากเต้าจ่างก็เป็นฉือเฉ่าเฉ่า คืนนี้ลู่หยวนชิวใจกว้างพาเพื่อนๆ สัมผัสความรู้สึกของการได้นั่งบนรถซูเปอร์คาร์โลดแล่นไปในบริเวณลู่เจียเจี่ยวนี้ทีละคน
เมื่อมองท่าทางที่แปลกใหม่และปิติยินดีของพวกเขาบนที่นั่งข้างคนขับ บนใบหน้าของเขาก็ประดับด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ ใช่แล้ว ภูมิหลังของครอบครัวของทุกคนแตกต่างกันมาก แต่การเกิดใหม่ครั้งนี้ลู่หยวนชิวกลับใส่ใจความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของมิตรภาพในวัยรุ่นแบบนี้มากกว่าเมื่อก่อน เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถเล่นสนุกกับพวกเขาโดยไม่มีการแบ่งชนชั้นไปตลอด
ไม่มีคุณชายลู่ มีเพียงลู่หยวนชิว
...
วันรุ่งขึ้น
“ทีก้า!!”
หลังจากลู่หยวนชิวลงจากเตียงก็ถือของใช้ส่วนตัวมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ เฟินเก๋อเอ่อร์บนเตียงก็ลืมตาอย่างงัวเงีย รู้สึกว่าตัวเองหูแว่ว วันนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงไกอา
สิ่งที่เรียกว่ากิจกรรมเสริมสร้างคุณภาพ ชื่อเต็มคือการพัฒนาคุณภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัย จุดประสงค์ก็เพื่อยกระดับคุณภาพทางจิตใจของนักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาคุณภาพแบบผสมผสานที่พละกำลังและการปฏิบัติ
คำอธิบายของซูเมี่ยวเมี่ยวจะกระชับกว่า ก็คือไปเล่นเกมกลางแจ้งนั่นแหละ
หลังจากจบกิจกรรมเสริมสร้างคุณภาพแล้วยังจะได้รับ “ใบประกาศนียบัตรจบการศึกษา” อีกหนึ่งใบ อาศัยใบประกาศนียบัตรก็จะสามารถได้รับหน่วยกิตนวัตกรรมหนึ่งหน่วยกิต
ลู่หยวนชิวสะพายเป้ขึ้นรถบัสที่จอดอยู่ที่ประตูตะวันออกของโรงเรียน ในเป้ก็แค่ใส่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนชุดหนึ่งง่ายๆ เพราะกิจกรรมทั้งหมดก็แค่สองวัน สั้นมาก
เขาเดินไปยังเบาะหลังของรถบัส ไป๋ชิงเซี่ยนั่งอยู่คนเดียวที่ที่นั่งริมหน้าต่าง ที่นั่งข้างทางเดินเห็นได้ชัดว่าเว้นไว้ให้เขา
ลู่หยวนชิวนั่งลง เห็นกระโปรงพลีทสั้นบนตัวไป๋ชิงเซี่ย ก็พลันชะงักไป “เธอใส่กระโปรงทำไม?”
ดวงตากลมโตของไป๋ชิงเซี่ยส่งสายตาสงสัยมาให้ ลู่หยวนชิวอธิบาย “เล่นเกมไม่สะดวก”
“ไม่เป็นไรน่า ฉันยังเอาเสื้อผ้ามาอีกสองชุด” ไป๋ชิงเซี่ยยิ้มพลางหยิบกระเป๋าเป้สีชมพูของตัวเองมาไว้ข้างหน้า
รถบัสเคลื่อนตัว ทันใดนั้นหลังศีรษะของลู่หยวนชิวก็ถูกแกล้งเคาะเบาๆ ทีหนึ่ง เขาไม่ต้องหันกลับไปก็รู้ว่าเป็นจงจิ่นเฉิงที่นั่งอยู่แถวหลัง เจ้าคนนี้เมื่อวานขับรถจนฟิน ต้องช่วยหลิววั่งชุนขับรถไปโรงเรียนให้ได้ ยังดีที่ลู่หยวนชิวทั้งหลอกทั้งล่อถึงได้แย่งกุญแจกลับมาได้ จากนั้นก็แอบขับรถไปที่บริษัทสาขา แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับมา
“จงจิ่นเฉิง ดูเหมือนแกจะยังไม่รู้ตัวนะว่าคนที่แกไปมีเรื่องด้วยคือใคร”
“ใครหา?” เสียงที่ไม่แยแสของจงจิ่นเฉิงดังมาจากข้างหลัง
“เถ้าแก่ของแกไง”
“เถ้าแก่ของฉันคือไป๋ชิงเซี่ยชัดๆ”
“เขาเป็นเถ้าแก่เนี้ย ฉันต่างหากที่เป็นเถ้าแก่ของร้านเซี่ยอี้หว่านเมี่ยน”
(จบตอน)