เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3) [01-02-2020]

Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3) [01-02-2020]

Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3) [01-02-2020]


Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3)

ซังจินได้แกล้งไอออกมาสองครั้ง เขาภูกมองโดยเซรินที่ได้เปลื่ยนทัศนคติไปอย่างกะทันหัน

"อา...ฉันหมายความว่าโอเค ฉันจะหลีกเลี่ยงคำที่เป็นทางการหลังจากนี้"

"ช่วยทำด้วย โอปป้า"

เริ่มจากการที่เรียกโอปป้ามันน่าอึดอัดมาก ดังนั้นซังจินจึงพยายามที่จะโยงไปเรื่องอื่น

"แล้วในก่อนหน้านี้....ได้มีคนเรียกฉันไปเพราะว่าอยู่ในอันตราย เธอเป็นผู้ถูกเลือกคนอื่นๆเหมือนกับเธอ และเธอก็อยู่ในอันตราย"

"อาใช่...ฉัน...ฉันก็เห็นเช่นนั้น"

แต่ว่าเซริรนก็ได้แสดงออกอย่างมืดมนในขณะที่ตอบกลับมา ซังจินได้นึกไปถึงเหตุการณ์ในก่อนหน้านี้

'เฮ้นายหน้าอก นายบอกว่าให้ฉันเรียกนายเมื่อมีปัญหาใช่ไหม? ตอนนี้ฉันกำลังมีปัญหา'

เขาได้เอามือไปจับหน้าผาก

'โอ้ ใช่แล้ว...'

ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงสถานการณ์มันก็ไม่ได้ดีสำหรับเขา ซังจินจึงเปลื่ยนเรื่องไปอย่างรวดเร็ว

"อา เอาหละ...แล้วมันเป็นยังไงบ้างหละตั้งแต่ที่เราแยกกันที่หุบเขา"

"ฉันได้รวบรวมหนังสืออย่างที่โอปป้าบอก ทั้งหมดสามเล่มมันได้รวมกันแล้ว"

เธอได้หยิบเอาหนังสือออกมาจากกระเป๋า ที่หน้าปกมันเขียนเอาไว้ว่า หนึ่งพันหนึ่งราตรี

'อย่างที่ฉันคิดเลย...เธอเป็นคนที่ทำมัน'

เขาได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้ เธอยังคงอธิบายต่อไป

"หลังจากที่ฉันได้รับส่วนที่สอง ฉันได้สะสมเหรียญให้มากขึ้น ฉันได้เก็บจนมันครบ 5000 เหรียญอย่างรวดเร็ว แต่ว่าฉันได้รออยู่อีกสักหน่อยก่อนที่จะซื้อและในขณะที่ฉันกำลังตรวจสอบร้านประมูล..."

ซังจินได้ต่อคำพูดของเธอ

"และเธอก็ได้ซื้อกระเป๋าลับใช่ไหม?"

"โอใช่แล้ว นายรู้ได้ยังไง?"

"ฉันเป็นคนที่นำมันไปขาย"

"จริงอะ?"

ตาของเซรินได้เบิกกว้างและปากก็ได้อ้าเป็นรูปตัวโอ ซังจินก็ได้คิดขึ้น

'เธอสามารถจะทำหน้าเหมือนได้เลยหละ'

เธอมีใบหน้าโป๊กเกอร์อยู่ตลอดเวลาซังจินเคยเห็นเธอมาก่อน แต่ในตอนนี้เธอกำลังทำตัวเหมือนกับผู้หญิงปกติวัยสี่สิบ

เขาได้เห็นใบหน้าของเธอในโปสเตอร์และโฆษณา รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ แต่ว่าเขาก็เห็นเห็นตัวของเธอจริงๆแล้ว ซังจินได้ตอบกลับไปอย่างใจเย็น

"ใช่แล้ว เธอสามารถจะบอกได้โดยการดูฉายาของคนขาย มันไม่ใช่สุดยอดนักล่างั้นหรอ?"

"ไม่ ฉันได้ซื้อมันจาก...นักล่าสมบัติ..."

ซังจินได้นึกย้อนกลับไปในความทรงจำของเขา เขามีข้อมูลเพียงพอและเคยใช้ฉายานักล่าสมบัติในช่วงเวลานั้น

"อา...ใช่แล้ว ตอนนั้นมันยังเป็นนักล่าสมบัติ ฉันจะเปลื่้ยนฉายาของฉันไปบางครั้ง"

"อา..."

"แล้วเธอได้รับชิ้นที่สองหรือสามหละ"

"ใช่แล้ว ความจริงฉันกังวลมาก แต่ฉันก็โชคดี ฉันได้รับส่วนที่หนึ่งจากกระเป๋า ดังนั้นฉันจึงได้ไปซื้อส่วนที่สามจากพ่อค้าแพะและมันก็สมบูรณ์

"แล้วมันมีผลยังไงบ้างหละ?"

"เยี่ยมมาก มันแข็งแกร่งพอที่จะใช้เอาชนะบอสได้อย่างง่ายมาก และ...ถ้าพวกเรามั่นใจมันก็สามารถจะจัดการบอสลับได้เลย"

"จริงหรอ? แล้วบอสอะไรเธอสามารถจะเอาชนะได้?"

"หมู่บ้านดาร์คเอลฟ์และหอคอยจอมเวทย์ ทั้งสองอย่างนี้"

ตอนที่เขาเห็นเธอสวมแหวน "คิเมโร่ - แหวนแห่งการผสมสัตว์" บนนิ้ว เมื่อเขาเห็นเธอใส่เช่นนี้มันเหมือนกับการใส่แหวนคู่

"ฉันรู้...."

ซังจินได้หยักหน้า

"แล้วในการจู่โจมนี้ ฉันได้วิ่งเข้าไปหาฆาตกร แต่ว่าเมื่อพวกเราได้ไปถึงตำแหน่งของชิ้นส่วนลับ...."

"ชิ้นส่วนลับ...เธอได้ทำอะไรกับหัวใจมังกร"

"อายั่ย...ฉันตัดสินใจที่จะให้ช่างตีเหล็กเอามันมาไปลูกธนูของฉัน

ซังจินยังคงคุยกับเซรินเกี่ยวกับการจู่โจมไปเรื่อยๆ ในตอนแรกเขาอึดอัดใจ แต่ตอนนี้ลึกๆเข้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ถามเธอออกมมา

"ในตอนนี้ฉันพึ่งนึกออก...โอปป้าบอกฉันว่าหลังจาก..."

"อืมมม? ฉันได้พูดอะไร?"

"ถ้าเราพบกันอีกครั้ง นายจะบอกชื่อจริงๆ"

ซังจินได้หยักหน้า

"โอใช่แล้ว นันคือเรื่องจริง"

"แล้ว นายขื่ออะไรหละ?"

ซังจินได้หายใเขาและนี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดชื่อจริวอีกครั้งหลังจากย้อนเวลามา

"ซังจิน"

"ซังจิน?"

"ใช่แล้ว"

"นามสกุลหละ?"

"นั่นมัน...."

ซังจินเม้มริมฝีปาก เมื่อเขาได้มองไปที่เซรินเขาก็ได้นึกออกว่าทำไมเขาถึงจะต้องใช้นามแฝงและซ่อนตัวตนของตัวเอง

"เรื่องนั้น...ฉันจะบอกเธอเมื่อการจู่โจมจบลง"

"ทำไม?"

เหตุผลที่เขาใช่นามแฝงนั้นง่าบมาก เพราะว่าการที่จะใช้ชื่อจริงมันจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นเท่านั้น และการที่ดูคนใกล้ตัวตายไปมันจะทำให้เจ็บปวด

ในอดีตซังจินได้บอกชื่้อกับทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ว่าพวกเขาส่วนใหญ่

'ช่วยด้วย ซังจิน'

'ซังจินวิ่ง'

พวกเขาได้เสียชีวิตในขณะที่กรีดร้องเรียกซังจิน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไม่บอกชื่อจริงออกไป

หากว่าเขาใช้นามแฝงมันจะทำให้เกิดความรู้สึกห่างเหินจากผู้อื่น ดังนั้นซังจินจึงหลีกเลี่ยงที่จะบอกชื่อกับคนอื่นๆจนถึงตอนนี้ ซังจินได้มองไปที่ดวงตาของเซรินและพูดออกมา

"เอาหละ..."

ซังจินได้คิดขึ้น

'ฉันไม่ต้องการที่จะดูเธอตายไปในขณะที่กรีดร้องชื่อของฉัน'

แต่เขาก็ไม่สามารถจะพูดเช่นนี้ออกไปได้

"ฉันมีเหตุผลของฉันนะ"

"เหตุผล?"

"...เธอจะพบมันเองเมื่อการจู่โจมมันยังคงดำเนินต่อไป"

ซังจินไม่ได้คิดอะไรในขณะที่พูดแบบนี้ แต่ว่าเซรินก็ได้รู้สึกถึงบางอย่างเองและพูดออกมา

"...มันแปลกมาก โอปป้าดูเหมือน...พูดราวกับว่านายได้ทำมันทั้งหมดมาก่อนแล้ว"

ตาของซังจินได้เบิกกว้างขึ้น

"ฉัน?"

"ใช่แล้ว แม้แต่ในตอนที่เราเจอกันครั้งแรก...จนถึงตอนนี้..."

ซังจินได้สะดุ้งเล็กน้อย แต่ว่า

'ก่อนหน้านี้ ฉันได้เป็นนักล่าที่รอดเป็นคนสุดท้ายและได้รับโอกาสที่สอง'

เขาไม่สามารถจะบอกกับเธอเช่นนี้ได้ เขาพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่แสดงความรู้สึกออกไป

"อืม...ฉัยว่าที่มันเป็นเช่นนี้ เพราะว่าฉันแข็งแกร่ง แต่ว่าใครกันหละที่จะเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง?"

แต่เธอก็ได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีก

"โกหก"

"อะไรนะ?"

เธอได้ปัดผมของเธอออกเพื่อที่จะแสดงบางอย่างออกมา ที่หูของเธอมีตุ่มหูสีม่วงซ่อนอยู่

'ดวงตาแห่งเจรามิท'

ซังจินทำได้เพียงแค่อ้าปากค้าง ต่างหูอันนี้มันไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากไอเทมที่จะสามารถช่วยอ่านใจได้

"ฉันได้สัมผัสมันก่อนที่จะถามมันออกมา โอปป้าฉันขอโทษด้วยที่อ่านความคิดของคุณ ฉันไม่อยากจะทำเลย..."

ซังจินได้จับไปที่หน้าผาก ก่อนหน้านี้เธอก็ได้บอกเขาแล้วว่าเธอได้จัดการบอสลับของเมืองดาร์ดเอลฟ์ไป เขาก็ควรจะตระหนักได้ว่าเธอก็คงจะได้ค้นหาไปทั่วแมพและพบกับชิ้นส่วนลับเช่นกัน

"แต่เมื่อคิดถึงมัน ความแข็งแกร่งมันเป็นอีกเรื่อง โอปป้าได้วิ่งไปข้างหน้าและฆ่าบอสในทันทีที่การจู่โจมเริ่มขึ้น จากนั้นก็รู้เกี่ยวกับบอสลับที่ซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งในแมพ ทั้งหมดนี้มันน่าสงสัย และไหนจะเรื่องหน้ากาก หนังสือ และการข้ามมิติในตอนนี้อีก โอปป้าคุณรู้มากเกินไปกว่าคนที่มาที่นี่ครั้งแรก"

"แล้วเธอได้อ่านความคิดของฉันไปไกลแค่ไหน?"

"จนถึงตอนที่โอปป้าบอกว่าคุณเป็นนักล่าคนสุดท้ายที่รอดอยู่และได้รับโอกาสที่สอง"

ถ้าเธอได้ยินมาจนถึงตอนนั้นเธอก็ได้รู้จนเกือบหมดทุกอย่างแล้ว เธอยังคงพูดต่อไปในขณะที่ซังจินยังคงกุมขมับ

"แต่ ฉันหมายความว่า....โอปป้าไม่จำเป็นจะต้องเก็บมันไว้เป็นความลับ มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่จะพูดออกมาว่าโอปป้าคือนักล่าคนสุดท้ายที่ได้กลับมาและพบายามที่จะเคลียการจจู่โจมนี้"

ซังจินได้คิดถึงสิ่งที่เธอพูด แน่นอนว่าเธอพูดไม่ผิดถ้าหากว่าคนที่เขาบอกก็คือคนที่เขาสามารถจะไว้ใจได้ เธอได้เอานิ้วมาชี้ที่ริมฝีปากและพูดออกมา

"นั่นมันหมายความว่า...ในการจู่โจมรอบสุดท้าย...ฉันได้ตายไปแล้ว...?"

ซังจินได้ยอมแพ้และบอกกับเธอไป

"ใช่แล้ว เธอจะต้องตาย ฉันไม่รู้ว่ามันไกลแค่ไหน....แต่แม้แต่ฉันก็ยังตจาย มนุษย์ทั้งหมดได้ตายไป"

"เข้าใจแล้ว..."

เธอได้หยักหน้ารับ เธอยังคงสงบแม้ว่าจะได้ยินความจริงเช่นนี้ เหตุการณ์นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้เธอประหลาดใจเลย

'แล้ว...ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องเก็บเป็นความลับอีก'

เหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเก็บมันเอาไว้อย่างแรกก็เป็นเพราะเขาคิดว่าคงจะไม่มีใครเชื่อเขา แยากที่สองคือเขากลัวว่าคนอื่นๆจะคิดว่าเขาบ้าและสามเพราะการได้ยินว่านี่ไม่ใช่การจู่โจมครั้งแรกมันอาจจะทำให้เกิดการช็อคขึ้นได้

แต่ว่าเธอได้เชื่อเขา เธออาจจะคิดว่ามันแปลกและเธอก็ไม่ได้รับผลกระทบจากความจริงนี้ ซังจินจึงได้ตัดสินใจที่จะบอกเธอ

"เอาหละ ช่วยเก็บมันเอาไว้เป็นความลับจากคนอื่นๆด้วย เธอนะไม่เป็นไร...แต่ว่ามันอาจจะสามารถทำให้คนอื่นช็อคได้"

"โอเค โอปป้า"

"และฉันก็ได้บอกเธอไปเมื่อครั้งที่แล้ว แต่จำนวนคนของการจู่โจมจะลดลงไปเรื่องๆ เอาหละ การมีคนมากๆมันเป็นเรื่องดี....แต่ว่าเราไม่สามารถจะช่วยทุกคนได้"

เซรินได้หยักหน้า เธอควรจะได้เห็นความตายหลายๆแบบมาแล้วในก่อนหน้านี้

"ในครั้งนั้นเหลือ 1000 คนที่ยังรอด จากนั้นก็ 100 จากนั้นก็50 และจากนั้นจำนวนก็ได้ลดลงมาเรื่อยๆจนเหลือ 10 คนสุดท้าย...แต่ว่ามันก็ได้มีการทะเลาะกันภายในและพวกเราก็จบลงล้มเหลว"

เซรินได้ฟังซังจินพูดอย่างเงียบๆ

"ดันนั้นแผนการของฉันจึงมีดังนั้ ค้นหาเพื่อนร่วมทีมที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ 10 ึราุดท้ายและทำลายการจู่โจมสุดท้าบ กล่าวอีกนัยนึงก็คือผู้ที่ถูกเลือกก็จะเป็รเช่นเดียวกับที่ฉันเลือกเธอ

เมื่อได้ฟังซังจินพูด เซรินก็ได้ชี้ไปที่หัวของเธอ

"อา ฉายานี้มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ขอบคุณสเตตัสของโอปป้าที่สูงมาก...ฉันจึงไม่จึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลกับการตายไปพักหนึ่ง"

"ถ้าเธอโชคไม่ดีก็โทรหาฉันนะ"

"ใช่แล้ว และอย่างที่เธอเห็น ฉันอายากจะให้ทุกคนได้พบกันเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ว่า..."

ซังจินได้คิดอยู่ครู๋หนึ่งคอนนี้พวกเขากำลังมองหาวิธแก้ปัญหา

"ฉันพยายามที่จะค้นหาสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามฉันจะไปช่วยหาตัวคูรมาให้คนอื่นๆ "

เซรินได้กล่าวออกมาอย่างกะทันหัน

"ฉันรู้แล้ว ฉันคิดว่ามันเกเป็นไอเดียที่ดีเลยนะโอปป้า"

ซังจินได้จิบกาแฟและพูดออกมา

"ฉันหมายความว่า...เอาหละ...สิ่งที่ดีที่สุดก็คือสิ่งที่ทำได้ จับต้องได้"

"เข้าใจแล้ว แล้วมันมีอะไรที่สามารถจะช่วยโอปป้าได้บ้างหละ"

"อย่างแรกจงแข็งแกร่งขึ้น และยิ่งเธอแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะสามารถช่วยทีมได้มากเท่านั้น"

"โอเค แล้ว?"

สิ่งที่ซังจินพูดออกมานั้นชัดเจนมาก เนื่องจากว่ามีนเป็นการอยู่รอดชีวิต ซังจินได้พยายามคิดไปลึกๆ บางอย่างที่เธอสามารถจะช่วยเขาได้ แล้วในที่สุดเบสโกโร่ที่เงียบมาตลอดเวลาก็ได้พูดขึ้น

'นายกำลังพูดอะไร เค? ลองขอให้เธอเรียกตอนกลางคืนสิ มันมีหลายอย่างที่จะทำได้หลังจากการจู่โจม'

ซังจินได้ถอดเขาออกมาในทันที ซังจินได้ลืมเรื่องเกี่ยวกับเขาไปเพราะการเงียบที่ยาวนานของเขา

'ฮ่าห์...'

ซังจินได้ถอนหายใจและบอกกับเธอ

"สิ่งที่นายสามารถจะช่วยฉันได้..."

ในตอนนี้เขาได้คิดไปถึงการซือดาบบลัดเวเจนแทนเขา

"ที่ลาทเอจ...ฉันมีบางสิ่งที่อยากจะต้องดูแลพวกนั้น"

"โอเค โอปป้า"

เซรินได้เดินตามมา ซังจินได้เดินไปที่ตลามืดพร้อมกับเซริ จากนั้นซังจินก็ได้นึกบางอย่างออก

"โอ้ใช่แล้ว เซรินยังไงซะ...."

เซรินได้มองขึ้นไปที่ซังจิน

"ถ้าหากว่าเธอเห็นใครบางคนที่มีชื่อว่าเอ็ดหรือเอเดรี่ยน คุณจะต้องจัดการเขา เขาเป็นคนที่เป็นฆาตกร ข้วยฆ่าเข้าที เขาเป็นคนผมลอนด์และใช้เวทมนตร์ ฉายาของเขาน่าจะเป็น...สุดยอดจอมเวทย์"

"สุดยอดจอมเวทย์เอ็ด...แต่ทำไมหละ"

ใบหน้าของเขาได้เริ่มแข็งขึ้นในขณะที่จะพูดออกมา

"คนๆนั้น...เขาได้ยิงเวทย์ไปที่ด้านหลังเพื่อนในวินาทีสุดท้าย"

จบบทที่ Chapter 113 – Black Market Tenth Shopping (3) [01-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว