เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping [28-01-2020]

Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping [28-01-2020]

Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping [28-01-2020]


Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping

ซังจินได้ถูกเทเลพอตมาที่ตลาดมืดพร้อมๆกับเสาแสง การจู่โจมมันได้จบลงไปแล้ว

'ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะได้เคลียบอสตัวเดิมไปถึงสามครั้ง...'

ซังจินได้ไปนั่งอยู่ที่ร้านของซุยราน จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้พูดกับเชส

[ขอแสดงความยินดีด้วยกับนักล่าทุกคนที่สามารถจะข้ามผ่านบทที่ 10 มาได้]

ซังจินได้ลุกขึ้นและมองไปที่ลูกบาศก์

[การจู่โจมถัดไปจะเริ่มในอีกสองวันต่อจากนี้ วันนี้และวันพรุ่งนี้ก็คือช่วงเวลาแห่งการผักผ่อนและจัดการกับธุระของตนเอง]

'อา...ใช่แล้ว'

มันมีเวลาพักผ่อนสองวันก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาไม่ได้สนใจมันมากนักเนื่องจากเขาต้องการที่จะเอาชีวิตรอดเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขาจะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นซุยรานก็ได้เดินเข้ามาหาเขา

"คุณต้องการจะรับอะไร ท่านนักล่า"

ซังจินได้ครุ่นคิดถึงเมนูอาหารของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ซังจินได้ตกอยู่ในลาวาที่ร้อนแรงมานานมากในก่อนหน้านี้ ซังจินจึงถามเธอกลับไป

"เธอพิจะมีโค๊กไหม?"

"แน่นอน พวกเรามี"

"ถ้านั้นเอาโค๊ก"

"โอเค ได้แล้วหละ"

ซุยรานได้นำแก้วน้ำโค๊กมามอบให้แกซังจินพร้อมกับก้อนน้ำแข็งเย็นๆ ซังจินได้ดื่มมันลงไปอย่างหิวกระหาย

"ฮ่าห์...มันเยี่ยมมาก"

การดื่มโค๊กมันเหมือนกับจะทำให้ความร้อนและความเมื่อยล้าหมดไป ซังจินได้วางโค๊กไว้ข้างๆในขณะที่ตรวจสอบไอเทมที่ได้รับมาในรอบนี้

"โอเปอเรเตอร์ส่งไอทมทุกอย่างที่ได้มาในรอบนี้มาให้ฉัน...ยกเว้นผลไม้วิวัฒนาการและก็หินเอนชานต์"

โอเปอเรเตอร์ได้ส่งไอเทมกองใหญ่ออกมาให้กับซังจิน ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไปและจระหนักได้ถึงบางอย่าง

'โอใช่แล้ว...มันมี...เหลืออีกหลายอย่าง'

เขายังเหลือหัวใจของมังกรและก็'มู - ปากกาตอบกลับ' ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเพราะว่าเขาได้ถูกอาเรี่ยนมาขัดไว้ และในตอนปากกาเขาก็ได้ยุ่งอยู่กับการช่วยเซริน

ซังจินได้หยิบไอเทมทั้งสองชิ้นออกมาจากกองไอเทมและวางมันไว้บนโต๊ะ อย่างแรกที่เขาตรวจสอบก็คือหัวใจมังกร มันมีลักษณะภายนอกคล้ายๆกับหินสีดำ แต่มีพื้นผิวเรียบ ซังจินได้หยิบเอามันขึ้นมา และครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงหน้าต่างสถานะออกมา


หัวใจมังกร - ต้นกำเนิดมานา

วัสดุระดับตำนาน

หัวใจที่มอบมานาให้กับมังกรจำนวนมหาศาล มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากเนื่องจากมันได้รับการประเมินว่าเป็นแร่เกรดสูงที่สุด


มีช่างตีเหล็กเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับมัน

ซังจินได้นึกไปถึงคาร์กอตทันทีเมื่อเขาได้อ่านข้อมูล

'ช่างตีเหล็กเพียงไม่กี่คน เขาเป็นคนเดียวที่อยู่ในตลาดมืดดังนั้น...'

ซังจินได้เก็บไอเทมกลับลงไปในลูกบาศก์ ในตอนนี้มีไอเทมชิ้นเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่นั้นคือปากกาที่อาเรี่ยนได้มอบให้แก่เขา

'ลองใช้มันดู ฉันไม่รู้ว่ามันจะนับเป็นคำใบ้หรือไม่'

ตามมาด้วย

'มันสนุกมากเจ้ามนุษย์ ฉันหวังว่าของขวัญของฉันจะช่วยให้นายหลุดพ้นจากโชคชะตาที่น่าเศร้าได้'

ซังจินได้หยิบปากกาขึ้นมาในขณะที่พึมพัมกับตัวเอง

"แล้วมันจะช่วยยังไง..."

เขาไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ มันไม่เหมือนกับ 'ไอโอ - แหวนแห่งจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่' มันไม่ได้มีลักษณะที่จะช่วยในการต่อสู้ได้เลย ซังจินได้ยกปากกาขึ้นมา


มู - ปากกาตอบกลับ

ปากกาธรรมดา

เขียนคำสะกด - เขียนข้อความที่เก็บเอาไว้ เมื่อเขียนข้อความไปแล้วมันจะสูญเสียความสามารถ


ปากกาที่ใช้ในการส่งข้อความที่ยากที่จะพูดออกมา

'...บ้าอะไรกัน มันเป็นไอเทมระดับธรรมดา'

ซังจินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาค่อนข้างจะแน่ใจอยู่แล้วว่ามันจะไม่มีประโบชน์มรก่่ีต่อสู้ แต่ว่าลึกๆแล้วเขาก็ยังหวังให้ความคิดของเขาผิดพลาด

'เอาหละ ไม่ว่ายังไงก็ตามในกรณีนี้....ฉันควรจะตรวจสอบข้อความที่มันได้เก็บเอาไว้'

ซังจินได้หยิบเอาผ้าเช็ดปากขึ้นมาบนโตธ ผ้าเช็ดปากนี้มันดูแข็งแรงพอที่จะเขียนอะไรลงไปได้ เขาได้วางปากกาลงไปและพูดออกมา

"เขียนสะกด"

ปากกาได้เริ่มที่จะขยับด้วยตนเอง ซังจินได้ปล่อยปากกาไว้ให้มันเขียนเอง

'ผู้ที่ค้นหาคำตอบจะพบกับคำถาม...'

แต่แล้วข้อความที่คุ้นเคยอย่างน่าแปลกใจก็ได้โผล่ออกมา

'และผู้ที่ค้นหาคำถามก็จะพบกับคำตอบ'

ซังจินได้อ่านข้อความจนจบและคิดไปถึงร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ พ่อค้าของที่นั่นได้พูดเช่นนี้เป็นครั้งคราว ปากกามันยังคงเขียนต่อไป

'4.30 ในตอนเช้า มุ่งหน้าไปที่เขตสามอาคารที่อยู่หลังสุดทางขวา ชั้นใต้ดิน'

เมื่อมันได้เขียนเสร็จปากกามันก็ได้ตกลงไปนิ่งๆที่ด้านข้าง มันได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซังจินได้ตรวจสอบพวกคำสุดท้ายที่มันได้เขียน จากนั้นก็พึมพัมกับตัวเอง

"นี้มันคืออะไร.."

ปากกานี้มันได้เขียนวิธีแนะนำการไปที่ร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ

'อืม...จิรงๆแล้วมันก็คือหนทางเดียวที่จะเปลื่ยนชะตากรรมของตนเอง...'

ปัญหาก็คือซังจินได้รู้ถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาได้นึกไปถึงอดีต

'เมือฉันได้ยินเกี่ยวกับพ่อค้าลับเป็นครั้งแรกครั้งแรก...มันเป็น...ในการจู่มโจมก่อนที่จะถึงการจู่โจมสุดท้าย...'

ความทรงจำของเขาได้ย้อนกลับมา และครู่หนึ่งเขาก็นึกย้อนกลับไป

'ฉันพยายามจะไปที่นั่นในตอนกลางคืน และมีนก็อยู่ที่นั่น'

'จริง?'

'จริง มันขายแม้แต่ไอเทมที่จะช่วยให้นายสามารถข้ามไปมิติอื่นได้'

'มิติอื่น? ยังไง?'

'ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? เขาบอกมา...บางอย่างเช่นการล่าฆาตกรในมิติอื่นๆ'

'แต่ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่พวกเราสิบคนแล้ว ในตอนนี้มันจะมีความหมายอะไรถ้าหากไปมิติอื่น?'

'เอาหละ นั่นมันเป็นเรื่องจริง...'

คนที่บอกเรื่องนี้แก่ซังจินแน่นอนว่าก็คือ

"เอ็ดเวิร์ด..."

เป็นสุดยอดจอมเวทย์เอ็ด ซังจินได้มองไปที่ผ้าเช็ดปากในขณะที่คิด

'เดียวก่อนนะ...มันหมายความว่าฉันได้พบกับอาเรียน...และชนะ? จากนั้นทำไม...'

อาเรียนได้พูดเอาไว้ว่าปากกามันอาจจะช่วยเปลื่ยนชะตากรรมของเขาได้ และจุดประสงค์ของปากกาก็คือการแสดงเส้นทางที่จะไปหาพ่อค้ารับ และซังจินก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว อาเรี่ยนได้บอกกับเขาว่า

'...ฉันไม่สามารถจะบอกนายได้มากกว่า...แม่ได้เตือนไม่ให้ฉันมีส่วนร่วมเกี่ยวกับมัน'

นั่นมันหมายความว่าซังจินได้ตระหนักถึงความลับของอาเรี่ยนที่กลัวจะพูดออกมาดังๆอยู่แล้ว

'มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน?'

ซังจินรู้สึกถึงกับสถานการณืนี้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถคิดออกได้เพียงลำพัง ถ้าเขาสามารถจะกลับไปถามกับเอ็ดเวิร์ดได้ด้วยตนเอง มันก็จะนำไปสู่บางสิ่งบางอย่าง แต่นั่นมันก็เป็นความคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้

เขาได้ตายไปแล้ว และการพบกับเขาอีกครั้งก็ไม่เป็นผลดีเพระาเอ็ดเวิร์ดในตอนนี้ไม่สามารถจะจำเรื่องราวในตอนนั้นได้

'อย่างแรก...ฉันควรจะไปคุยกับเขาในตอนเช้า พ่อค้านั่น...เขาไม่ตอบคำถามทุกๆอย่างที่ฉันขอ แต่ว่า....อย่างน้อยฉันก็สามารถจะแสดงผ้าเช็ดปากให้เขาดูได้'

ซังจินคิดในขณะที่วางปากกาลงไปในลูกบาศก์และเก็บผ้าเช็ดปากลงไปในกระเป๋า จากนั้นเขาก็เริ่มตรวจสอบไอเทมทีลอย่าง

นี่มันเป็นไอเทมที่ได้รับมาจากพวกฆาตกร จำนวนทั้งหมดที่เขาล่ามาได้ก็คือ 8 คน ดังนั้นเขาจึงได้รับไอเทมมาทั้งหมด 16 ชิ้น ไอเทมส่วนใหญ่มันเป็นระดับวีรชน

ซังจินได้ตรวจสอบแต่ละอันและทุกๆชิ้น ต้องขอบคุณบทการจู่โจมที่ดำเนินไปจึงได้ทำให้ไอเทมของฆาตกรทุกๆชิ้นเป็นของระดับวีรชน

'นี่มัน 4500 และ 5500 เหรียญ'

'นี่มัน 6000 ไปจนถึง 8000'

จำนวนไอเทมที่เพิ่มมาขึ้นมันได้ทำให้มูลค่าเฉลียของไอเทมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นมันจึงทำให้เขาได้รับกำไรมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน

"เอ๊ะ?"

ในรายการไอเทม ซังจินได้พบกับดาบที่เขามีอยู่แล้ว มันคือบลัดเวเจนอีกเล่มหนึ่ง

"ตอนไหนกันที่ฉันหยิบมันมา?"

มีเหตุผลที่ทำให้ซังจินไม่ได้สังเกตุเห็นมันในตอนแรก มันเนื่องจากว่ามีการเปลื่ยนฝักดาบไป มีเพียงแค่สีของมันเท่านั้นที่ได้เปลื่ยนไปจากเดิม แต่ว่าเนื้อหารายละเอียดต่างๆของมันยังคงเป็นเช่นเดิม

'ถ้าหากว่ามันเหมือนกัน....ฉันก็สามารถจะใช้มันสำหรับการอัพเกรด'

ซังจินได้คิดกับตัวเองและไม่ได้ตั้งราคาสำหรับไอเทมชิ้นนี้ เขาไม่รู้ว่าจะสามารถนำไอเทมไปผสมกับหินเอนชานต์เพื่ออัพเกรดไอเทมได้หรือไม่

แต่มันก็มีโอกาสสูงที่จะพบบลัดเวเจนอีก เพราะว่ามันมีขายอยู่ตามร้านทั่วๆไป

ซังจินได้จดบันทึกไอเทมทั้งหมดยกเว้นบัลดเวเจนและเก็บพวกมันลงไปในลูกบาศก์

เขาได้ทำแบบนี้มาบ่อยพอที่จะสามารถมองราคาสินค้าออกได้โดยการที่เพียงแค่มองผ่านๆ เมื่อเขากำหนดราคาเสร็จเขาก็มุ่งหน้าไปที่ร้านประมูล

เมื่อเขาได้มาถึงเขาก็ส่งลิสไอเทมออกไปและพูดออกใส

"ช่วยตั้งราคาของมันตามนี้"

จากนั้นเขาก็ส่งไอเทมจำนวนมากออกไป

"รับทราบท่านนักล่าที่รัก"

เขาได้โค้งคำนับแก่ซังจิน ในความจริงแล้วซังจินเป็นคนเดียวที่สามารถจะเอาไอเทมมาลงประมูลได้เป็นสิบๆชิ้น

เมื่อเขาได้เสร็จสิ้นธุระแล้ว ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะไปหาคาร์กอตก่อนที่จะกลับโรงแรม เขาต้องการจะรู้เกี่ยวกับหัวใจมังกน และใช้หินเอนชานต์ของเขา แต่แล้วเขาก็นึกออกถึงบางสิ่งบางอย่าง

'ตอนนี้ฉันพึ่งจะนึกออก...'

ซังจินได้กลับไปที่ร้านประมูลและถามกับหมู

"เฮ้ มีบลัดเวเจนอยู่ในการประมูลไหม? มันเป็นดาบระดับตำนาน"

มันไม่สามารถจะซื้อสิ้นค้าชิ้นที่สองได้ภายในตลาดมืดนอกเหลือไปจากไอเทมใช้งานปกติ

แต่ถ้าหากว่ามันได้ถูกขาดโดยนักล่าคนอื่น เขาก็สามารถจะซื้อมันมาได้และใช้มันในการอัพเกรดดาบ แต่ว่ามนุษย์หมูได้ตรวจสอบลิสอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่ายหัวออกมา

"มันไม่มีเลย ท่านนักล่า"

'อา...ฉันว่าแล้ว...'

"ฉันควรจะส่งข้อความไปถึงท่านไหมเมื่อมีการนำมันมาลงประมูลในภายหลัง"

"นั่นมันจะดีมากเลยหละ"

ซังจินได้ตอบกลับไปทันที แต่แล้วจากนั้นเขาก็คิดขึ้นได้ว่า

'จะเกิดอะไรขึ้นถ้า...ฉันใช้ฟรานซ์ นาดา และเซริน...?'

หินเอนชานต์มันเป็นไอเทมที่ยากจะได้รับ มันไม่ได้มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ในทางกลับกันบลัดเวเจนมันสามารถจะหาซื้อได้โดยใครก็ตามที่มีเงินถึง 9800 เหรียญ

ตั้งแต่ที่เขาได้มันมาเล่มหนึ่งในก่อนหน้านี้ ถ้าเขาสามารถจะได้รับชิ้นที่สองเพิ่มเติมมา เขาก็จะสามารถอัพเกรดมันได้ในทันที การแลกเปลื่ยนกับผู้ถูกเลือกมันจะต้องเป็นไปได้แน่นอน

'งั้นเอาเป็นวิธีนี้แหละ'

ซังจินได้กำหมัดและทุบไปที่มืออีกข้างหนึ่ง จากนั้นเขาก็จะสามารถใช้หินเอนชานต์สามก้อนในการอัพเกรดอาเทอร์มิโอได้

'นั่นมันเยี่ยมมาก'

ซังจินได้คิดในขณะที่ได้ไปทางโรงตีเหล็กของคาร์กอต คาร์กอตกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโต๊ะ เขาได้เห็นซังจินและพูดออกมา

"โย่ ดูดีนี่น่า นายนักล่าที่ใช้ดาบคู่ แล้วดาบมูนสเปคมันเป็นยังไงบ้างหละ?"

ซังจินได้ตอบกลับไป

"มันมากเกินกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก"

มูนสเปคได้กระซิบกับเขา

'ช่วยบอกกับเขาทีว่าข้ารู้สึกขอบคุณเขามากที่เขาช่วยให้ข้าสามารถจะส่งเสียงออกมาได้อีกครั้ง'

ซังจินได้พูดมันออกมา

"มูนสเปคก็ขอขอบคุณนายเช่นกัน"

คาร์กอตได้มองมาอย่างอายๆเล็กน้อยในขณะที่ตอบกลับไป

"ใช่แล้ว เอาหละ....อะไรที่นายต้องการจะมอบหมายให้ฉันทำเป็นชิ้นต่อไป"

ซังจินได้ยิ้มและพูดออกไป

"ยังไงก็ตาม ฉันมีบางอย่างที่ต้องการจะให้นายทำ"

"โอ้ มันคืออะไรหละ?"

ซังจินได้หยิบเอาหัวใจมังกรออกมาจากลูกบาศก์ในขณะที่พูดออกมา

"นายรู้ว่านี้มันคืออะไรใช่ไหมคาร์กอต?"

แต่ว่าซังจินได้ได้ต้องการคำตอบกลับมาใดๆ ช่วยเวลาที่ซังจินได้ดึงเอาหัวใจมังกรออกมาจากลูกบาศก์ ดวงตาของคารน์กอตก็ได้เหลือกขึ้นอย่างประหลาดใจ

จบบทที่ Chapter 111 – Black Market Tenth Shopping [28-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว