เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15) [24-01-2020]

Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15) [24-01-2020]

Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15) [24-01-2020]


Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15)

ซังจินได้ถูกเทเลพอตมาที่มิติอื่นมันทีที่แสงสว่างขึ้น เขาได้วางแผนไว้ว่าจะค้นหานาดาทันทีที่ได้มาถึง แต่ว่าเขาก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะมองไปรอบๆเพราะว่าบอลไฟยักษ์ได้หล่นเข้าใส่เขาจากด้านบน

'เอ๊ะ...'

เขาไม่มีไอเทมที่จะป้องกันมันได้มากนัก มันสายเกินไปที่จะร่ายเวทย์บางอย่าง และอาเทอร์มิโอก็พังอยู่ ซังจินจึงได้ถูกบังคับให้ใช้ไอเทมที่ปกป้องเขาอันสุดท้าย เขาได้สะบัดผ้าคลุมมาคลุมตัวเองและตะโกนออกมา

"แข็งตัว"

มันได้ปกคลุมเขาในทันที

"ตูมมมม"

บอลไฟได้ระเบิดออกมา ต้องขอบคุณที่มันได้ปกคลุมเขาทันเวลามันทำให้เขาไม่ได้รับเสียหายจากการระเบิดและปลิวออกไป แต่ว่าเขาก็ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้

'อึก...'

ผมของเขาไหม้ และผิวของเขาก็ไหม้เล็กน้อย แต่ว่าต้องขอบคุณเกราะเกล็ดมังกรของคาลกัลป์ มันได้ช่วยลดความเสียหายจากไฟให้กับเขา

'นี่มันมีประโยชน์จริงๆ'

ซังจินได้คิดกับตัวเองในขณะที่มองไปรอบๆ สิ่งแรกที่เขาได้สังเกตุเห็นก็คือคาลกัลป์ที่กำลังบินไปรอบๆถ้ำ มันได้ปล่อยบอลไฟออกมาจากมือในขณะที่บินอยู่ จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆที่นักล่าคนอื่นๆและครางออกมา

'อา...'

เขาเห็นศพหลายศพถูกแยกออกเป็นสองส่วนหรือไม่ก็กลายไปเป็นขี้เถ้า มีเพียงนักล่าห้าคนเท่านั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ตามที่เธอได้บอกออกมา เธิกำลังตกอยู่ในอันตราย

ซังจินได้ตรวจสอบไปที่คาบกัลป์อีกครั้ง คาลกัลป์มันกำลังบินลงมาที่พื้นช้าๆ แต่ว่าซังจินก็ไม่สามารถจะมองเห็นบาดแผลบนร่างกายของมันได้ ทีมนี้ไม่สามารถจะสร้างความเสียหายแก่มันได้เลยแม้ว่าจะต้องเสียสละสมาชิกไปครึ่งหนึ่ง

'ว๊าว...ฉันจะต้องให้ความสำคัญกับมัน...ในตอนนี้มันอันตรายจริงๆ'

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่จะปะทะกับคาลกัลป์อรกครั้งหนึ่ง แต่ในเวลานี้บลัดเวเจนและมูนสเปคนั้นฟันเข้าไปได้มากกว่าแต่ก่อน

แม้ว่าเขาจะฟันเข้าไปในจุดที่ไม่เหมาะสม คาลกัลป์ก็ได้ร้องออกมาทุกๆครั้งที่ดาบของซังจินสัมผัสกับเกล็ดของมัน

'อาใช่แล้ว....ฉันมีสิ่งนั้น'

ซังจินได้นึกขึ้นได้ว่าเขาพึ่งจะได้รับฉายานักล่ามังกรมา แม้ว่ามันจะไม่ทำให้สร้างความเสียหายได้ 4 เท่าเนื่องจากเขาไม่ได้สวมใส่มัน แต่ว่ามันก็ยังคงช่วยเพิ่มความเสียหาย 2 เท่า นาดาก็ได้ใช้เวทมนตร์ดำเพื่อที่จะสนับสนุนซังจิน

"กล้ามเนื้อตึง และกระดูกหดตัว อ่อนแอ"

เธอได้ลดความสามารถของมังกร นักล่าคนอื่นๆก็ได้ตกใจกับการปรากฏตัวของซังจิน แต่ว่าพวกเขาก็ได้เข้ามาร่วมมือกับซังจิน และแล้วซังจินก็สามารถจะล้มพวกมันได้อีกครั้งหนึด้วยความช่วยเหลือของพวกเขา

"กรรรรร...."

คาลกัลป์มันได้ร้องออกมาก่อนที่จะล้มลงไปนอนตายลงบนพื้น

"เย้!!"

"พวกเราทำได้"

ในขณะที่คนอื่นๆกำลังแสดงความยินดีกับชัยชนะ ซังจินก็ได้พิงไปที่มังกรที่ล้มลง

"วูวว..."

เขาได้ถอนหายใจออกมา มันเป็นการต่อสู้ที่ลำบาก เพราะว่าไอเทมส่วนใหญ่ของเขากำลังติดอยู่ในการคูลดาวล์ เขาไม่สามารถจะใช้ไอเทมเข้ามาช่วยได้ในรอบนี้ ถ้าหากว่าเขาไม่มีฉายานักล่ามังกร เขาก็จะต้องเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อที่จะเอาชนะมัน

นาดาได้เดินเข้ามาหาซังจินที่กำลังพักอยู่ เธอได่แสดงท่าทางแสดงความขอบคุณและตอบรับเป็นครั้งแรก

"ขอบคุณนายมาก แทงค์ของพวกเราทั้งหมดได้ถูก้ผาตาย ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ในอันตราย แต่ว่านายก็ได้ช่วยพวกเราเอาไว้"

"อา ไม่เป็นไร แทนที...."

'หน้าอก!! โอ้วว! มันยิ่งใหญ่มาก!!'

ซังจินได้ถอดเบสโกโร่ออกมาก่อนที่จะสูดหายใจลึกและตอบกลับไป

"เธอได้รู้แล้วใช่ไหมว่าทั้งหมดนั่นมันคือความเข้าใจผิด?"

ด้วยคำพูดนี้ิเธอได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นและพูดออกมา

"เอาหละ ใช้แล้ว นทยได้พยายามเพื่อที่จะช่วยฉัน...ฉันคิดว่าฉันเข้าใจนายผิดไป"

ซังจินได้หยักหน้ารับ

"นั่นมันเยี่ยมมาก ย้อนกลับไปตอนนั้น...ฉันไม่เหลือเวลาที่มากพอ...ฉันไม่มีทางเลือก"

"ฉันได้รู้ถึงมันในเมื่อคืนวา...ฉันเข้าใจ...นายอาจจะเป็นคนที่มีเหตุผล"

ซังจินได้ปรบมือและยืนขึ้นในขณะที่เขาพูดออกมา

"เอาหละ ถ้างั้น...ฉันจะต้องไปแล้ว"

"ไป? ที่ไหน?"

",...ฉันจะต้องไปที่มิตเช่นกัน"

นาดาได้ตอบกลับมาทันทีที่เขาพูดคำนี้ออกมา

"มิติอื่น? ในตอนนี้?"

ซังจินมีหินแสงหาฆาตกรอยู่ทั้งหมดห้าก้อน แต่ว่าเขาได้ใช้เวลามากเกินไปแล้วสำหรับเรื่องนี้ ฆาตกรส่วนใหญ่มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ฆ่าคาลกัลป์

"เอาหละ ฉันอยากจะให้คำอธิบายแก่เธอมากกว่านี้ แต่ว่า...ฉันไม่มีเวลาเหลืออยู่เลย แต่ว่า...ตั้งแต่ที่เธอสามารถจะเรียกฉันได้หนึ่งครั้วต่อสัน เธอก็สามารถจะรอจนกว่าการจู่โจมถัดไปตกอยู่ในอันตราย แต่ถ้าไม่..."

เขาได้หยุดครู่หนึ่งเพื่อที่จะคิด เขามีนัดอยู่แล้วตอน 5 โมงกับ 6 โมง

"หนึ่งทุ่ม ถ้าหากว่าเธอต้องการ ก็เรียกฉันในตอนหนึ่งทุ่ม

"หนึ่งทุ่ม...เข้าใจละ"

ซังจินได้หันไปเผชิญหน้ากับนักล่าอื่นๆอีกสี่คนและพูดออกมา

"ถ้าหากแค่ห้าคน...การจะล่ามอนสเตอร์ก็อาจจะเป็นอันตราย..."

นาดาเธอได้ยกคทาของเธอเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา มันเป็นคทาของเลนิน

"การล่ามอนสเตอร์ปกติเพียงแค่ห้าคนมันจะไม่เป็นอะไริตั้วแต่ที่ฉันอยู่ที่นี่"

ซังจินได้มองไปที่เธอ

"ถ้างั้นก็ใันมีชิ้นส่วนลับอยู่ที่หลังน้ำตกลาวา อย่างแรกก็ไปเอามันมาไว้ก่อน มันเป็นชิ้นส่วนลับสมบัติของมังกร

ซังจินก็ได้กล่าวเสริมบาวอย่างเข้าไปอีกเมื่อเขานึกบางอย่างออก

"อา แล้วก็อย่าไปท้ายงทายบอสลับหละถ้าเธอสามารถจะเจอ...เอาหละคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ต้องการจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ว่า..."

"...เข้าใจแล้ว"

เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ได้หยิบหินแสวงหาฆาตกรออกมาอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นการพบกันที่กระทันหัน แต่ว่าเขาก็ดีใจที่สามารถจะแก้ความเข้าใจผิดไปได้

ในตอนนี้เขาได้รับพรรคพวกที่เชื่อใจและไว้ใจได้มาแล้วสามคน ซังจินจึงใช้หินแสวงหาเพื่อที่จะค้นหาฆาตกรจากที่อื่นๆต่อ

เพราะว่ามันเป็นการจู่โจมที่รวมนักล่าเอาไว้ 10 คน ดังนั้นมันจึงเป็นการจู่โจมที่ค่อนข้างจะใหญ่หรือไม่ก็เป็นแบบขาดลอย ในการเทเลพอตครั้งที่สองของเขา เขาได้มาพบกับการต่อสู้ของนักล่า 3 ต่อ 3

ซังจินได้เข้าไปร่วมด้วยและสามารถจะจัดการไปได้สองในสามคนและเก็บไอเทมของพวกนั้น การเทเลพอตครั้งที่สามเขาได้มาพบกับคนสองคนที่กำลังสู้กับอยู่เพื่อแต้มผลงาน

พวกเขาต่างก็โจมตีคนอื่นๆและเข้าสู่สถานะฆาตกรทั้งคู่ พวกเขาได้ต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเขา แต่ว่าฉันชนะในตอนท้ายนั้นเป็นของซังจินผู้ที่มากจากมิติอื่น เมื่อซังจินไปแยกพวกเขา พวกเขาก็ได้มองซังจินเป็นศัตรู

เนื่องจากการปรากฏตัวของศัตรูที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้พวกเขาจึงได้พักรบกันชั่วคราว แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซังจิน พวกเขาได้ถูกฆ่าและเก็บไอเทมไป

ในมิติที่ 4 มีเพียงฆาตกรคนเดี่ยวเท่านั้นที่ยังรอดอยู่

เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แต่ว่าเขาก็ได้ฆ่าฆาตกรคนเดียวคนนี้ไปและเก็บไอเทมมา และจากนั้นเขาก็ถามกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาเหลืออยู่อีกเท่าไหร่?"

[28 นาที 32 วินาที]

ซังจอนได้ใช้เวลาไปแล้ว 2 ชั่วโมง ฆ่าและเทเลพอต

"วูว...มันยุ่งมาก..."

ซังจินรู้สึกหมดแรง แต่อย่างไรเขาก็ได้้ดินไปที่ศพของมังกรและใช้หินก้อนสุดท้าย

"นี่มันเป็นอันสุดท้าย...และในที่สุดมันก็จะจบลง"

ในตอนท้าย เขาได้พูดขึ้น

"การแสวงหาความยุติธรรม"

เสาแสงได้ส่องลงมาบนตัวของซังจิน เมื่อซังจินได้ถูกเทเลพอตไป เขาก็ได้พยายามมองไปรอบๆหานักล่าคนอ แต่ว่าเขากลับได้พบกับคาลกัลป์ที่กำลังหลับอยู่

ซังจินได้ก้าวถอยหลังไปสองก้าว เขาไม่สามารถจะเข้าไปมกล้ปลุกมังกรออกมาได้และมังกรมันก็ยังคงหลับต่อไป ซึ่งซังจินก็ได้คิดกับตัวเอง

'เกิดอะไรขึ้น? มันเป็นไปได้ยังไง...? เดี๋ยววนะฆาตกรทำมันก่อนที่จะได้เจอกับอส?'

มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เหมือนกับของนักบวช

'ถ้าเขาตาย ฉันก็แค่อยู่เฉยๆ ถ้าเชามีชีวิตอยู่ ฉันก็จะทำมันเสียเปล่า'

ฆาตกรที่ปราศจากแผนการ พวกคนที่เป็นแบบว่า

'แกทำให้ฉันโกรธ ตาย!!!'

พวกเขาไม่ได้สนใจผลรับหรือผลเสียอะไร พววกคนเช่นนี้มักจะทำตามอารมณ์ของพวกเขาเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าการต่อสู้เช่นนี้มันมักจะเกิดก่อนการต่อสู้กับบอส มันเหมือนกับการฆ่าตัวตาย

'ฉันคิดว่ามันก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ มันหาได้ยากว่า แต่ว่า...'

มันยังคงน่าตกใจอยู่ดีเมื่อได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้จริงๆ

'แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน? นักล่าที่มีชีวิตอยู่?"

ซังจินได้เดินออกไปอย่าวระมัดระวังเพื่อที่จะไม่ให้คาลกัลป์ตื่น และเริ่มที่จะค้นหา แต่ว่าเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องค้นหาไกลนัก

นักล่าที่เหลืออยู่ได้รวมตัวกันอยู่ที่ทางขวาก่อนทางเข้าถ้ำ ซังจินได้นับจำนวนของพวกเขา

'หนึ่ง สอง สาม สี่ ...'

มีนักล่าเหลืออยู่ 4 คน พวกเขาไม่ได้สนใจการจู่โจมเลยและนั่งนิ่งอยู่กับที่ ซังจินได้เดินเข้าไปหาพวกเขา

"พวกนายกำลังทำอะไรกัน? ทำไมถึงได้มานั่งอยู่ที่นี่?"

พวกเขาตกใจมากที่เห็นซังจิน

"อา...? อะไร?"

"ผู้พิพากษาหรอ? นายไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนที่เริ่มนี่น่า"

ซังจินไม่ได้ตอบพวกเขากลับไป แต่โยนคำถามอื่นเข้าไปแทน

"ไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับฉันหรอก...แต่มันเกิดอะไรขึ้น? พวกนายทุกคนมาทำอะไรอยู่ที่นี่?"

นักล่าทั้งสี้คนได้นั่งกับพื้นโดยที่ไร้คำพูด ในที่สุดหนึ่งในนักล่าก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างห่อเหี่ยว ซังจินสามารถจะเห็นความสิ้นหวังบนใบหน้าของพวกเขาได้

แม้แต่กับซังจินยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับมังกรในตอนที่มีสมาชิกครบ 10 คน

แต่ว่าทีมนี้เหลือกันเพียงแค่สี่คนเท่านั้น ไม่ใช่แม้แต่ครึ่งหนึ่งของจำนวนเต็ม พวกเขาต่างก็สิ้นหวัง พวกเขารู้ได้โดยไม่ต้องสงสัยเลย พวกเขาจะตายถ้าหากว่าพวกเขาท้าทายมังกรหรือว่าถ้าหากพวกเขานั่งเฉยๆจนเวลาหมดลง ในจุดจบของพวกเขามันก็เหมือนกัน ซังจินจึงได้ถามออกมา

"ฆาตกรได้โผล่ออกมาที่นี่ใช่ไหม? และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนลดลงสินะ แล้วตอนนี้เขาไปอยู่ไหน?"

หนึ่งในนักล่าได้ตอบกลับมา

"ฆาตกร? ใช่แล้ว มีอยู่คนนึง เขาได้ตายลงไปด้วยมือของพวกเรา"

เขาได้ชี้ออกไป ที่นั่นมันมีศพของนักล่าอยู่ไกลออกไป ในขณะที่ซังจินถูกเทเลพอตมา นักล่าคนอื่นๆคงจะกำลังฆ่าเขาพอดี ซังจินจึงถามกับเขา

"แล้วทำไมเขาถึงจบลงด้วยการเป็นฆาตกร?"

เป็นอีกครั้ง นักล่าได้เงียบลงไปกับคำถามนี้ ซังจินได้เริ่มใจร้อนและเหวี่ยงดาบไปบนอากาศก่อนจะพูดออกมา

"ตอบฉัน ถ้าหากว่านายให้คำตอบที่ดี ฉันก็จะช่วยพวกนาย"

สองในสี่นักล่าได้มองขึ้นมาที่ซังจิน

"นายหมายความว่ายังไง?"

"ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่ว่านายคิดว่านายสามารถจะฆ่ามังกรนั่นได้หรอ?"

ซังจินได้มองไปที่เขาก่อนที่จะตัดสินใจโกหกออกมา

"ฉันคือคนที่จะปรากฏตัวออกมาเมื่อมีความสิ้นหวัง...ผู้ช่วยเหลือ"

"ผู้ช่วยเหลือ"

ในตอนนี้ทุกๆคนได้มองมาที่เขา

"ใช่แล้วผู้ช่วยเหลือ พวกนายทุกคนคิดว่ามันจบแล้วใช่ไหม? นั่นมันก็คือเหตุผลที่พวกนายนั่งกันอยู่ที่นี่ ใช่ไหม?"

ทุกๆคนได้เงียบเสียงกันลงไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าเหตุผลที่เงียบเสียงกันไปนั้นต่างออกไป ในคราวนี้พวกเขาเงียบกันไปเพราะว่าซังจินได้มห้ความหวัง ซังจินได้เหวี่ยงดาบอีกครั้งและพูดออกมา

"ฉันจะถามนายอีกคำถาม มีฆาตกรคนอื่นอีกไหม? ถ้านายตอบ ฉันจะฆ่ามังกรแทนพวกนายเอง"

จบบทที่ Chapter 109 – Red Dragon’s Lair (15) [24-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว