เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 104 – Red Dragon’s Lair (10) [14-01-2020]

Chapter 104 – Red Dragon’s Lair (10) [14-01-2020]

Chapter 104 – Red Dragon’s Lair (10) [14-01-2020]


Chapter 104 – Red Dragon’s Lair (10)

10 วินาทีต่อมาในที่สุดซังจินก็ได้เปิดปากออกมาหลังจากที่คิดอย่างระมัดระวัง

"ถ้าหากท่านคิดอย่างมีเหตุผล มันก็จะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่า...."

'แล้วถ้าเพียงแค่คิดอย่างมีเหคุผล นายมันสายตามืดบอดในเวทมนตร์'

เบสโกโร่ได้ตะออกมา แต่ว่ามีเพียงแค่ซังจินเท่านั้นที่ได้ยิน

"ข้าคิดว่ามันมีโอกาสอยู่บ้าง มันเป็นที่รู้จักกันดีว่ามังกรมันทรงพลัง แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่หยิ่งทรนง ถ้าหากว่าท่านหาวิธีใช้ประโยชน์จากมัน ท่านก็สามารถจะสร้างความเสียหายกับเสื้อผ้ามันได้"

ซาดาเมียร์ได้ให้ความคิดเห็นในเชิงบวกออกมา

"หืมม จริงหรอ?"

ซังจินรู้ว่าจะต้องอยากจะต่อสู้กับเธอ ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสุขมากที่ได้ยินความคิดเห็นเช่นนี้ ซังจินได้หันไปมองเธอ เธอยังคงหยิ่งทรนงอยู่ตลอดเวลา

'เห็นได้ชัดว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะข้าได้แม้กระทั่งอีกหลายร้อยคนมาร่วมด้วย'

"แน่นอนว่าถ้าหากเธอตัดสินใจที่จะต่อสู้อย่างจริงจังมันก็จะไม่มีโอกาสที่จะชนะได้เลย แต่เมื่อมองดูไปที่เธอ ดูเหมือนกับว่าเธอแค่ต้องการจะหาความบันเทิงเท่านั้น"

ซาดาเมียร์พูดถูก

"คัก คัก ฮ่า ฮ้า จริงรึ? น่าสนุกนี่ และก็บอสลับ...มันชื่ออะไรกันนี่น่าชื่นชอบจริงๆ บอสลับ...."

เธอรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้ว่านักล่าอาจจะสู้กับเธอ ซาดาเมียก็ยังคงอธิบายออกมา

"มังกรนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมังกรโบราณ ศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขาก็คือความเบื่อหน่ายและความไม่แยแส มังกรที่เบื่อเป็นอย่างมากพวกมันจะคลั่งและก่ออาชญากรรมรุนแรงจนกว่าพวกมันจะถูกสังหารลงโดยพวกวีรบุรุษ บางทีถ้าหากท่านต่อสู้กับเธอเธอก็อาจจะเล่นๆก็ได้ ซึ่งนี่ก็จะเป็นโอกาสในการจัดการเธอ"

ซังจินได้รับการยินยอมตามคำพูดของซาดาเมียร์ มังกรตนนี้เป็นประเภทที่ประหลาดที่เขาไม่เคยจะพบมาก่อน

เธอสามารถจะจับลูกบาศก์ได้ด้วยมือของเธอ เธอสามารถจะบอกได้ว่าพวกนักล่ามีโชคชะตาที่น่าสงสาร เธอดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่อยู่นอกเหนือกฏเกณของการจู่โจม

ในบรรดา NPC และมอนสเตอร์ที่ซังจินเคยพบมา เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดูเหมือนว่าจะรู้อะไรบางอบ่างที่เกี่ยวข้องกับการจู่โจม

'ถ้าหากว่าฉันตายลงที่นี่....นั่นก็หมายความว่าฉันมีศักยภาพของฉันมีเพียงแค่นี้เท่านั้น ฉันจะคอยเชยร์คนอื่นๆเองจากในนรก'

ซังจินได้ได้ตัดสินใจปัญหาและกลับไปหานักล่าคนอื่นๆพร้อมกับพูดออกมา

"ทุกคนจะมากับฉันไหม?"

"นาย...นายต้องการจะลอง?"

"นายพูดจริง?"

ทุกๆคนได้รู้สึกประหลาดใจมากกับคำพูดของเขา แต่ก็ไม่ได้มีใครซักคนก้าวออกไปข้างหน้า ซังจินจึงได้ถามออกมาอีกครั้งหนึ่ง

"ฉันได้ตัดสินใจที่จะท้าทายเธอ จะไม่มีใครมากับฉันงั้นหรอ?"

นักล่าก็ยังคงมองไปรอบๆต่อไป แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ มันไม่น่าแปลกใจเลยตั้งแต่ที่เขาได้ยินเสียงความคิดในก่อนหน้านี้

ถ้าหากว่าทุกคนเข้ามาพร้อมๆกัน พวกเขาก็จะสามารถสัมผัสเสื้อผ้าของเธอได้ แต่ว่าการเข้ามามีส่วนร่วมมันจะเพิ่มโอกาสการตายของพวกเขา

พวกเขาจะตายถ้าหากว่าโชคร้าย นี่มันเป็นการชั่งน้ำหนักจิตใจของพวกเขา

ซังจินได้ทิ้งคนอื่นๆเอาไว้และมุ่งหน้าเข้าไปหามังกร

'เฮ้ ไอ้เจ้าบ้า'

เบสโกโร่ได้ตะโกนออกมา แต่ซังจินก็ได้พูดกับเขา

"ฉันได้ทำใจเอาไว้แล้ว เบสโกโร่"

'เฮ้...นายจะออกไปจากจิตใจของนาย'

"ทำไมไม่ช่วยฉันตั้งแต่ที่ฉันได้มุ่งมั่นไปแล้วแทนหละ? ถ้าหากว่านายเอาแต่กวนใจฉันมันก็มีแต่จะเพิ่มโอกาสให้ฉันตายมากขึ้น"

เบสโกโร่ได้พยายามที่จะหยุดเขา แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถจะทำได้ในขณะที่ยังคงเป็นวิญญาณ เขาเพิ่งจะไปปิดปากลงอีกครั้ง

"มูนสเปคฉันก็จะต้องพึ่งเธอเช่นกัน"

'แน่นอนนายท่าน เพียงแค่ท่านเอ๋ยปากออกมา'

ในที่สุดเขาก็ได้มายืนอยู่เบื้องหน้าของมังกร เขารู้สึกหวาดกลัว เขาจึงหลับตาลง

'ถ้าหากฉันตาย...'

สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นในใจของเขาก็คือเคน เขาไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่ว่าเขาก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับซังจินมากที่สุดตั้งแต่ที่เริ่มการรีสตาท

ก่อนที่เขาจะมาถึงที่นี่เคนได้กลับไปเป็นรูปสลักไม้เนียงจากว่าไม่สามารถจะเข้ามาในช่องแคบนี้ได้ ถ้าหากว่าซังจินไม่ได้กลับไปที่ตลาดมืดเขาจะต้องเศร้ามากแน่ๆ

ต่อมาก็คือคนที่เขาเคยได้พบและเป็นเพื่อนกันในระหว่างการจู่โจม เช่น ฟรานซ์ นาดา เซริน มาฮาเดส และคนอื่นๆ

'เอาหละ การออำลามันเป็นส่วนสำคัญของการจู่โจมอยู่แล้ว'

ซังจินได้เปิดตาออกมาในขณะที่คิดอย่างนั้น ด้านหน้าของเขาคือมังกรในรูปร่างของมนุษย์ ซังจินได้เตรียมตัวเป็นครั้งสุดท้ายโดยการที่ใช้ดวงดาวไร้นาม

"เปลื่ยนชื่อ สุดยอดนักล่า"

เขาได้เปลื่ยนฉายากลับมาใช้สุดยอดนักล่า มันเป็นฉายาที่ทรงพลังที่สุดที่เขามีอยู่ เขาได้เก็บมูนสเปคใส่ปลอกอีกครั้ง เธอจะถูกเรียกออกมาพร้อมๆกับเสียงคร่ำครวญของคนตาย

เขาถือพงศาวดารสามก๊กด้วยมือขวาแทนบลัดเวเจนมันจะดีกว่าในด้านความเสียหาย แต่ว่าการสร้างความเสียหายมันไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือเพียงแค่โจมตีให้ถูกเท่านั้น

'ฉันคิดว่า...การที่ฉันจะต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายมันมาเร็วกว่าที่คิด'

เขาได้หยิบเอายอนฮัวเรทออกมา มันเป็นที่เขาจะใช้มันในตอนที่ฉุกเฉินเท่านั้น และในตอนนี้มันก็เป็นเช่นนั้น

'ฆ่า ฆ่า'

สร้อยคอนี่มักจะตะโกนออกมาเสียงดัง ในตอนนี้มันได้อยู่อย่างเงียบเชียบภายในจิตใจ

'อะไน....นี่มันคืออความแตกต่างกันระหว่างคน? เหมือนเช่นในตอนนี้'

แต่ว่ามันจะถูกเปิดใช้งานเมื่อเขาพูดคำสั่งออกมา มันเป็นไอเทมประเภทนั้น ในตอนท้ายสุดซํงจินก็ได้หันไปพูดกับเพื่อนสนิทของเขา

"ซาดาเมียร์ฉันต้องการความช่วยเหลือจากนาย"

"ครับ นายท่าน"

"ถ้าหากว่าฉันตาบช่วยบอกเคนด้วยว่าฉันขอโทษ..."

แต่แล้วเขาก็ตอบกลับมาด้วย

"ฉันได้เชื่อมต่อกับท่านด้วยสัญญา ถ้าหากท่านตาย ข้าก็จะไม่สามารถรักษารูปร่างเอาไว้ได้

"จริงๆ?"

ซาดาเมียร์ก็ได้ตอบกลับมาอย่างอดทน

"ใช่แล้ว"

"ถ้างั้นพวกเราจะต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเรา"

"ใช่แล้วนายท่าน"

ในที่สุดซังจินก็ก้าวต่ออกไปข้างหน้าก่อนที่มังกรจะมองมาที่เขาและถามออกมาอีกครั้ง

"งั้นนายเตรียมพร้อมที่จะสู้กับฉันแล้วหรอ?"

ซังจินได้ตอบกลับเธอไป

"ใช่แล้ว"

เธอได้เหลือบมองไปที่นักล่าเบื้องหลังของซังจิน

"แล้วมีกันทั้งหมดกี่คนที่จะสู้?"

ซังจินก็ได้ให้คำตอบแก่เธอ

"แค่ฉัน"

เธอตกใจมากเมื่อได้ยินคำตอบของเขา

"อะไรนะ?"

ซังจินได้ย้ำออกมาอีกครั้ง

"ฉันจะท้าทายเธอคนเดียว"

สายตาของเธอได้แคบลงเมื่อได้ยินเช่นนี้

"โอ้ จริงหรอ? ถ้าทายฉันเพียงแค่คนเดียวโดยที่ปราศจากความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม ฉันไม่สามารถจะบอกได้เลยว่านายมันโง่หรือกล้าหาญกันแน่....สิ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มันน่างุนงง..."

เสียงของเธอได้หยุดไปขณะพูด แต่แล้วครู่หนึ่งเธอก็พูดต่อไป

"แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม การที่มีความกล้าที่จะเอาชนะความกลัวตายมันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่"

เธอได้หันหน้าไปมองนักล่าที่อยู่เบื้องหลังซังจินและพูดออกมา

"อยู่ให้ห่างจากการต่อสู้ของเรา"

คำพูดของเธอได้ทำให้นักล่าหายไปทันที

'นายสามารถจะตายได้เลยเพียงแค่เธอพูดมันออกมา'

ในขณะที่คิดเช่นนี้คำพูดของเบสโกโร่ก็อาจจะถูกต้อง ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ขัดจังหวะเขาด้วยการถามออกมา

"แต่นายจะโอเคไหม? มานะของนายแทยจะไม่มีเลยนะ"

ซังจินรู้สึกตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนี้

'ใช่แล้วมันถูกต้อง'

เขามัวแต่คิดถึงการเตรียมพร้อมอุปกรณ์จนลืมเรื่องมานาของเขาไป เขาได้ใช้มันเกือบจะทั้งหมดในตอนที่เข้ามาในน้ำตกลาวาก่อนหน้านี้

'มานาต่ำ'

เขาได้ยินคำเตือนจากโอเปอเรเตอร์ในก่อนหน้านี้ แต่ว่าเขาได้ปล่อยมันเอาไว้เนื่องจากยุ่งอยู่กับการค้นหาบอสลับ

"อา...ช่วยให้เวลาฉันสักแปปสิ ฉันจะไปเติมมานาของฉัน"

แต่แล้วเธอก็ได้ทำทางท่าบางอย่าง

"ไม่ ฉันจะทำเอง"

และร่างของซังจินก็ได้ส่องแสงสีฟ้าออกมา เขารู้สึกว่าพลังเวทย์ของเขาได้ถูกเติมเต็ม ซังจินจึงหันไปถามกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์มานาของฉันมีอยู่เท่าไหร่?"

[มานาสูงสุด]

เธอได้เติมมานาให้กับศัตรู เธอไม่สนใจในผลของการแพ้ชนะ เธอแค่อยากจะรู้ว่าซังจินจะทำเช่นไรต่อไป

'แต่ต้องขอบคุณมัน...ฉันมีโอกาส'

เธอได้ยื่นมือออกมาจากเสื้อคลุมของเธอและพูดออกมา

"เข้ามา"

ในเวลาเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คำเตือน]

[บอสลับแม่ของคาลกัลป์อาเรี่ยนได้ปรากฏตัว]

ซังจินได้ตะโกนออกมาในทันที

"อ่านแทน"

แว่นตาของกอเมทได้ส่องประกายออกมาเพียงหนึ่งครั้งและบินไปบนอากาศพร้อมกับพงศาวดารสามก๊ก และมันก็เริ่มอ่านออกมาเองโดยอัตโนมัต

"กองทัพที่ยิ่งใหญ่ของโจโฉได้เดินลึกไปในตอนดึกและไปถึงสะพานเตียงปันเกียว"

มันเหมือนกันเป็นสิ่งที่คุ้นเคย มันเป็นข้อความเดียวกับที่เขาได้สิงสถิตครั้งแรกเตียวหุย พงศาวดารสามก๊กมันจะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับในแต่ละสถานการณ์

'ด้วยสิ่งนี้...ฉันจะสามารถปิดผนึกเวทมนตร์ทั้งหมดของเธอได้ในระยะเวลาสั้นๆ'

แต่แล้วเธอก็ได้ยิงเวทย์ออกมาแล้ว

"เปลวเพลิงนิรันดร์แห่งนรก อินเฟอโน่"

ขนาดของอินเฟอโน่ของเธอนั้นใหญ่โตมาก มันแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกคลุมทั้งถ้ำให้ตกไปอยู่ในเปลวไฟ ซาดาเมียร์ได้ร่ายเวทย์โล่ป้องกันออกมาอย่างรวดเร็ง

"โล่ต้านเวทย์"

แต่เวทย์ของซาดาเมียร์ก็กันเวทย์ได้ไม่นานนัก ซังจินกับเบสโกโร่จึงร่ายเวทย์ออกมาเพิ่มขึ้นอีก

"โล่ต้านเวทย์"

"โล่ต้านเวทย์"

แต่เปลวเพลิงของเธอก็ได้พังโล่มาเรื่อยๆและพุ่งต่อเข้ามาใส่ซังจิน ซังจินได้เฝ้ามองดูเปลวเพลิงอย่างระมัดระวังและหลบการพังทลายไป แม้มันจะผ่านโล่มาสามชั้นแต่เวทย์อินเฟอโน่ของเธอมันยังคงใหญ่อยู่ ซังจินได้หันหน้าไปมองที่พงศาวดารสามก๊ก

'เร็วสิ...'

แต่ว่าแว่นของกอเมทก็ยังคงอ่านหนังสืออยู่

"แต่เขาได้จ้องมองลงไปที่ทหารในขณะทีปิดกั้นสะพาน..."

ในขณะเดียวกันเธอก็บินขึ้นไปบนอากาศและยิงเวทย์อื่นออกมาอีก

"เผาไหม้ทุกอย่างในเส้นทาง บอลไฟ"

มันเป็นเพียงบอลไฟเพียงแค่ในนามเท่านั้น จากมุมมองของซังจินที่อยู่ด้านล่างมันดูคล้ายกับดาวตกมากกว่าซะอีก ซาดาเมียร์ได้ตะโกนขึ้นออกมา

"นายท่าน!!!"

สำหรับเขาที่ตะโกนออกมามันเป็นเพราะไม่มีอะไรที่เขาสามารถจะทำได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะยับยั้งเอาไว้ได้ด้วยเวทมนตร์ของเขา ซังจินได้ดึงเอาอาเทอร์มิโอออกมาในทันที

"สะท้อนเวทมนตร์"

อาเทอร์มิโอได้เริ่มที่จะส่องแสงสีม่วงออกมา แต่มันก็ไม่สามารถจะช่วยให้ซังจินมั่นใจขึ้นได้

'...มันใช่สิ่งที่สามารถจะสะท้อนไปได้ไหม?'

มันอยู่ต่ำกว่าเวทย์ระดับ 7 มันตรงตามความต้องการในการใช้งาน แต่ว่าซังจินก็ยังคงไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถใช้งานได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะมาไตร่ตรองเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว ถ้าหากว่าเขาโดนโจมตีมันจะหมายความว่าเขาจะตายไปในทันที

ซังจินได้ใช้อาเทอร์มิโอในการปัดบอลไฟกลับไป และโชคดีที่มันสามารถจะสะท้อนบอลไฟกลับไปได้

"โอ้ววว นายสามารถจะรอดชีวิตจากเวทย์ของฉันได้ตั้งสองครั้ง...น่าสนุกจังเลย"

แค่เธอก็ได้ยื่นมือออกมาและดูดบอลไฟไป มันดูคล้ายกับอะไรที่เป็นมังกรโบราณมาก มันไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นเลยแม้เพียงนิดเดียว แต่ว่าเขาก็ได้มีเวลามากพอ

"ข้าคือเตียวหุย"

แว่นตาของกอเมทได้อ่านหนังสือแทนจนสร็จ

[การสิงสถิตของเตียวหุยได้ถูกใช้งาน]

[ทักษะติดตัว - เพิ่มพลังโจมตี(III) ความรวดเร็ว(III) ได้ถูกใช้งานแล้ว]

พลังใหม่ได้ไหลเข้ามาสู่ร่างกายของซังจิน ซังจินจึงวิ่งเขาไปหามังกรในทันที แต่ว่าเธอก็ได้สนใจหนังสือมากกว่าตัวของเขา

"โอ้ววว นั่นมัน...คือพลังของบุคคลโบราณมราอยู่ในสมัยก่อนๆ? น่าสนใจๆ มันน่าสนุกอะไรอย่างนี้"

เธอได้หัวเราะราวกับว่าเธอกำลังสนุกกับตัวเองอย่างแท้จริง ซังจินก็ได้ ซังจินได้ใช้มืออื่นกวาดกรวดทรายในขณะที่พุ่งไปข้างหน้า

จบบทที่ Chapter 104 – Red Dragon’s Lair (10) [14-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว