เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 ตอนที่ 38: พบกับไป่หยุนครั้งแรก (2)

เล่มที่ 1 ตอนที่ 38: พบกับไป่หยุนครั้งแรก (2)

เล่มที่ 1 ตอนที่ 38: พบกับไป่หยุนครั้งแรก (2)


เล่มที่ 1 ตอนที่ 38: พบกับไป่หยุนครั้งแรก (2)

“นั่งลงก่อนสิ” มู่หรงเสี่ยวเทียนจ้องมองไปที่หญิงสาวคนนั้นและพูดออกมาอย่างสุภาพ

“ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในฤดูใบไม้ผลิ  ยกขวดสุราขึ้นมาดื่มอย่างเดียวดาย จากนั้นก็เอาความกังวลที่มีทั้งหมดในใจทิ้งลงไปในแก้วสุรา มาเถอะพี่ชาย ฉันขอชนแก้วกับพี่สักหน่อย” เด็กสาวยกมือขึ้นมาเบา ๆ และเติมสุราลงแก้วที่อยู่ด้านหน้าของเธอ

“ฮ่าฮ่า ดีเลย ฉันก็กำลังเหงาอยู่พอดี” มู่หรงเสี่ยวเทียนปลดปล่อยเสียงหัวเราะออกมา “มันน่าเศร้าที่จะต้องมาดื่มอะไรแบบนี้อย่างโดดเดี่ยว เธอกับฉันก็มีใจตรงกัน ถ้าเป็นงั้นมู่หรงเสี่ยวเทียนคนนี้จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง มา มาดื่มกันเถอะ โยนความกังวลทั้งหมดลงไปในแก้ว แล้วเริ่มต้นใหม่กันดีกว่า”

หญิงสาวคนนั้นยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ มันดูเป็นธรรมชาติ และรอยยิ้มนั้นก็เผยออกมาบนใบหน้าที่สวยงามของเธออย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งสองนั่งดื่มสุราด้วยกัน พวกเขานั้นต่างเติมเต็มความสุขและความอบอุ่นในโรงเตี๊ยมที่กว้างขวาง

“พี่กำลังทุกข์ใจเพราะเรื่องเปลี่ยนอาชีพอยู่หรือ ? อันที่จริง พี่ควรจะทำอะไรก็ตามที่อยากจะทำ และปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตาของพี่ ทำไมพี่ถึงอยากจะฝืนมันนักล่ะ ? !” สวยตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความสับสน

“เธอรู้จักฉันด้วยหรือ ?” ปมในใจของมู่หรงเสี่ยวเทียนที่มีมาหลายวันจางหายกลายเป็นฝุ่นผงทันที มันล่องลอยไปตามสายลม สิ่งนั้นปลุกความสงบและความมั่นใจในหัวใจของเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่คือผู้เล่นที่ชื่อโจร จะมีใครบ้างในเกมเดสตินี่ที่ไม่รู้จักพี่ ?” หญิงสาวตอบออกมาอย่างใจเย็น

“ขอบใจ ! ฮ่าฮ่าฮ่า” มู่หรงเสี่ยวเทียนกำลังจะยกมือขึ้นเพื่อจะบอกเจ้าของร้านว่าจะเอาสุราอีก 1 ขวด

“ไม่ล่ะ” เธอยังคงนิ่งสงบ

มู่หรงเสี่ยวเทียนยิ้มออกมา การพูดคุยกับคนที่ฉลาด ทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลามากมายในการอธิบาย โดยไม่ต้องพูดใด ๆ ออกมาเธอก็รู้แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร

“เธอชื่ออะไร ?” มู่หรงเสี่ยวเทียนถามออกไป

“นี่ไงชื่อของฉัน” ไป่หยุนชี้ไปที่บนหัวของเธอ

มู่หรงเสี่ยวเทียนยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง “ไป่หยุนเหรอ เป็นชื่อที่น่ารักดีนะ น่ารักเหมือนเจ้าของชื่อเลย”

“นี่พี่ชมกันหรือ ?” ไป่หยุนดื่มเข้าไปอีกสองสามแก้ว ใบหน้าที่ซีดขาวเริ่มจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย “พี่ ช่วยเล่าเรื่องการเปลี่ยนอาชีพของพี่ให้ฉันฟังได้ไหม ?”

“ได้สิ” มู่หรงเสี่ยวเทียนพยักหน้า “บางทีค่าโชคลาภของฉันอาจจะสูงเกินไป ฉันมักจะได้ภารกิจระดับ G ตลอด สำหรับการเปลี่ยนอาชีพกับผู้ให้การทดสอบโม่เทียน โม่เทียน !” มู่หรงเสี่ยวเทียนหยุดชะงักและจ้องมองไปยังไป่หยุน

“มีอะไรเหรอ หรือว่าเล่าไม่ได้ ?” ไป่หยุนถาม

“ไม่ใช่ยังงั้น” มู่หรงเสี่ยวเทียนส่ายหัวและยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน “ฉันเปลี่ยนวิธีพูดได้ไหม ? ฉันรู้สึกเกร็งมากเมื่อคุยกับเธอแบบนี้ (เมื่อหัวร้อนแต่ต้องพูดสุภาพ)”

ไป่หยุนหัวเราะออกมาเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้หัวเราะจนเสียมารยาท มันดูเป็นธรรมชาติเสียมากกว่า “พี่ เชิญพี่ทำตัวตามสบายเถอะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า” มู่หรงเสี่ยวเทียนหัวเราะออกมาอย่างป่าเถื่อน ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย “ไป่หยุน ฉันจะบอกอะไรบางอย่างให้เธอฟังนะ คนที่เป็นผู้ให้การทดสอบในการเปลี่ยนอาชีพที่ชื่อว่าโม่เทียน เป็นตาเฒ่าที่สารเลวจริง ๆ ฉันต้องทำการทดสอบไอคิวของเด็กปัญญาอ่อนอะไรนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็...”

“แต่เขาก็เปลี่ยนหัวข้อคำถามใหม่ให้พี่ไปเรื่อย ๆ อย่างงั้นหรือ ?” ไป่หยุนถามมู่หรงเสี่ยวเทียนด้วยรอยยิ้ม

มู่หรงเสี่ยวเทียนตกตะลึง จากนั้นเขาก็ปรบมือ “ฮ่าฮ่า ถ้าหากว่าเธอรับมือกับโม่เทียนได้ คำถามเหล่านั้นฉันคิดว่ามันก็คงจะเป็นเรื่องง่าย”

“เขามักจะเปลี่ยนคำตอบในภายหลังทุกครั้งที่พี่หาคำตอบได้ใช่รึไม่ ?” ไป่หยุนถามพร้อมกับรอยยิ้ม

“คนฉลาดยังไงก็คือคนฉลาดอยู่วันยังค่ำ ใช่ ตาเฒ่านั่นเปลี่ยนมันทุกครั้งที่ฉันตอบ” มู่หรงเสี่ยวเทียนพยายามโน้มน้าวเขา

“แล้วพี่จะทำยังไงต่อ ? ทำมันจนกว่าจะสำเร็จอย่างงั้นหรือ ?” ไป่หยุนมองไปที่มู่หรงเสี่ยวเทียนอย่างลึกซึ้ง

“ใช่ ฉันจะกลับไปอีกครั้ง หากว่ารอบนี้ไม่ได้ ฉันคิดว่าคงจะต้องลบบัญชีแล้วเริ่มใหม่” มู่หรงเสี่ยวเทียนตอบออกไปอย่างเรียบง่าย ไป่หยุนเองก็รู้สึกโล่งใจที่ตอนนี้มู่หรงเสี่ยวเทียนมีท่าทีที่เปิดเผยมากขึ้น

“ดีแล้ว ลูกผู้ชายเมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำให้สุด เพื่อไม่ให้สูญเสียจิตวิญญาณของตนเองไป” ไป่หยุนเผยแววตาของความชื่นชมออกมา

“ไป่หยุน ทำไมเธอยังอยู่ที่หมู่บ้านโนวิซ 110 เธอเองก็เลเวล 13 แล้วไม่ใช่หรือ ?” มู่หรงเสี่ยวเทียนสงสัยเล็กน้อย ในเกมมีการแสดงเลเวลของผู้เล่นด้วยและไป่หยุนเองก็ไม่ได้ซ่อนเลเวลของเธอเอาไว้ ดังนั้นมู่หรงเสี่ยวเทียนจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“ฉันมาเดินชมวิวเล่น ๆ น่ะ” ไป่หยุนกระพริบตาให้มู่หรงเสี่ยวเทียนอย่างเจ้าเล่ห์ “ฉันได้ยินมาว่ามีบางคนได้นำฝูงหมาป่าโลหิตมาฆ่าผู้เล่นมากมาย ฉันเลยอยากมาดูว่าหมู่บ้านโนวิซ 110 นั้นมีอะไรที่พิเศษแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า”

“พิเศษ ?” มู่หรงเสี่ยวเทียนตกใจ จากนั้นดวงตาก็เปล่งประกายเมื่อนึกถึงหุบเขาของพวกสัตว์กินพืชและอาณาจักรหมาป่าโลหิตนั้น “มันก็มีที่ที่พิเศษอยู่จริง ๆ ไปกันเถอะ ฉันจะพาเธอไปเอง”

ทั้งสองพูดคุยกันสักพักก่อนที่จะจ่ายค่าสุราและเดินจากไป มู่หรงเสี่ยวเทียนหยิบแผนที่ออกมาและชี้ให้ไป่หยุนมองไปพื้นที่ที่มีหมอกหนาปกคลุมอยู่ “ผ่านหมอกนี้ไปแล้วเธอจะถึงที่นั่น ฉันรับรองได้ว่าทิวทัศน์บริเวณนั้นจะต้องทำให้เธอประหลาดใจ” มู่หรงเสี่ยวเทียนกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเขาก็เดินนำเข้าไปในหมอกทึบ เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นและนุ่มนวลจากไอหมอก จากนั้นความรู้สึกแปลก ๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาในใจของมู่หรงเสี่ยวเทียน เขาส่ายหัวและคิดว่าเขานั้นคงจะบ้าไปแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะตอนนี้หัวใจเขาปิดตายเนื่องจากการจากไปของหยางซีเมื่อสิบปีที่แล้ว

หลังจากเดินเข้าไปในหุบเขาของพวกสัตว์กินพืช แม้ว่าจะเป็นครั้งที่สองที่เขามาที่นี่ แต่มู่หรงเสี่ยวเทียนก็ยังคงตกตะลึงกับทิวทัศน์ของที่แห่งนี้ เมื่อเห็นว่าไป่หยุนกำลังเดินเล่นอย่างมีความสุขท่ามกลางดอกไม้และสัตว์ป่า รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา วิวทิวทัศน์ตรงหน้ามันดูกลมกลืนเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ มู่หรงเสี่ยวเทียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับภาพบรรยากาศตรงหน้านี้ แต่เมื่อหันไปเห็นใบหน้าที่ขาวนวลของไป่หยุน เขาก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่นขึ้นมาอีกครั้ง

“ไป่หยุน เธออยากไปยังดินแดนของหมาป่าโลหิตเพื่อไปดูถ้ำของราชาหมาป่าโลหิตไหม ?” มู่หรงเสี่ยวเทียนมองไปที่ไป่หยุนอย่างกังวลจากนั้นก็ถามขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม

“ได้สิ พี่เสี่ยวเทียน” ไป่หยุนพยักหน้าอย่างมีความสุข

มู่หรงเสี่ยวเทียนเดินนำไป่หยุนเดินไปยังช่องเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไปจากครั้งที่แล้ว เสียงคำรามเสือโคร่งและเสียงเห่าหอนของหมาป่านั้นหายไป มู่หรงเสี่ยวเทียนงุนงงอยู่เล็กน้อย สัตว์พวกนี้ยังไม่เกิดใหม่อีกหรือ ? (เนื่องจากฝูงหมาป่าโดนทอรัสฆ่าตายไปจนหมด) แม้ว่าจะรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย เขาก็ยังคงไม่กล้าที่จะส่งเสียงดังออกมา เพราะท้ายที่สุดนั้นมันก็ยังคงมีอันตรายซ่อนอยู่

หลังจากเดินผ่านช่องเขามาแล้ว พวกเขาทั้งสองก็เดินไปอย่างระมัดระวังพร้อมกับมองสำรวจไปรอบ ๆ นี่มันกี่วันมาแล้ว ? ภูเขา ลำธาร หรือแม้แต่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มันยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป ครั้งก่อนที่เขาเข้ามาฝูงหมาป่าโลหิต และเสือโคร่งคอขาวที่อยู่ในระดับที่ 4 เดินไปทั่ว แต่ว่าครั้งนี้สัตว์พวกนั้นกลับหายไปหมด ! หรือว่าพวกมันไม่เกิดใหม่แล้ว ! ?

มู่หรงเสี่ยวเทียนโล่งอกเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็เริ่มมีความกล้าขึ้นมา “ไป ไปกันเถอะ เราไปดูที่ถ้ำของราชาหมาป่าโลหิตกัน” หากเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่อยากแม้แต่จะเข้าใกล้ แต่ในตอนนี้เผื่อว่าเขาโชคดีเขาอาจจะพบเจอกับลูกราชาหมาป่าโลหิตกลายพันธุ์อีกครั้งก็เป็นได้ เขาไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ รึเปล่า เขาคิดออกมาราวกับว่าฝันกลางวันอยู่อย่างไรอย่างนั้น

To be continued…

จบบทที่ เล่มที่ 1 ตอนที่ 38: พบกับไป่หยุนครั้งแรก (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว