- หน้าแรก
- แผนรักข้ามเวลา ย้อนชะตามาปั๊มเบบี้สยบใจท่านแม่ทัพ
- บทที่ 29: สงครามปะทะแม่สามี
บทที่ 29: สงครามปะทะแม่สามี
บทที่ 29: สงครามปะทะแม่สามี
บทที่ 29: สงครามปะทะแม่สามี
เมื่อชิงเฉิงมาถึง หมอหลวงเพิ่งจะตรวจจับชีพจรให้ไทเฮาเสร็จสิ้นตามกิจวัตรประจำวัน อาการไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงอันใด เพียงแต่วิตกกังวลมากเกินไป พักผ่อนให้จิตใจผ่อนคลายก็เพียงพอแล้ว
ไทเฮาปรายตามองเฉิงอวี้เอ๋อร์ที่เพิ่งเดินเข้ามา นางยกมือขึ้นนวดขมับพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "จะให้อายเจียผ่อนคลายได้อย่างไร? ตั้งแต่โบราณกาลมา บุรุษล้วนมีสามภรรยาสี่อนุ ยิ่งฝ่าบาททรงเป็นถึงประมุขของแผ่นดิน แต่กลับปล่อยให้วังหลังว่างเปล่าเพื่อสตรีเพียงคนเดียว"
หมอหลวงที่อยู่ด้านข้างรีบโค้งคำนับทันทีที่เห็นนาง "ถวายพระพรฮองเฮาพะยะค่ะ" ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น 'พวกท่านเทพเซียนจะตีกัน ช่วยรอให้กระหม่อมออกไปก่อนค่อยเริ่มศึกไม่ได้หรือ?'
'ไม่รู้หรือว่าทำแบบนี้มันน่ากลัวจนคนจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว! เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า!'
ทว่าชิงเฉิงทำหูทวนลม นางเดินผ่านหน้าหมอหลวงไปอย่างไม่ไยดี หาที่นั่งลงโดยไม่แม้แต่จะย่อกายถวายความเคารพไทเฮา
หากเป็นเฉิงอวี้เอ๋อร์คนก่อน ป่านนี้คงคุกเข่าลงกับพื้นไปนานแล้ว
เฉิงอวี้เอ๋อร์มักจะรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เสมอที่ตนทำผิดต่อไทเฮา นางไม่สามารถมีทายาทมังกรให้ฮ่องเต้ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจทำใจแบ่งปันสามีร่วมกับหญิงอื่น
ไทเฮาไม่ได้อุ้มหลานเสียที นางจึงคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของตนที่ปฏิเสธไม่ได้
ดังนั้น นางจึงยอมอดทนต่อการกลั่นแกล้งของไทเฮามาโดยตลอด
แต่ชิงเฉิงไม่ใช่... นางจะไม่ตามใจหญิงแก่ผู้นี้เด็ดขาด เป้าหมายหนึ่งของนางคือการยั่วโมโหไทเฮาให้อกแตกตาย
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ โทสะของไทเฮาก็ยิ่งยากจะระงับ นางเองก็อยากจะพักผ่อนให้สบายใจ แต่ตราบใดที่ยังไม่กำจัดเฉิงอวี้เอ๋อร์ออกไป...
...นางก็นอนตายตาไม่หลับ ดูความยะโสโอหังของฮองเฮานี่สิ
หากปล่อยให้นางคลอดโอรสสายตรงออกมาได้ มิใช่ว่าจะเป็นหายนะหรอกหรือ!
ไทเฮาตีหน้าขรึม ไม่ปิดบังความโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย "ฮองเฮา เดี๋ยวนี้เจ้าเห็นอายเจียแล้วไม่รู้จักทำความเคารพแล้วรึ!"
ชิงเฉิงแค่นหัวเราะ "อย่างไรเสียไทเฮาก็ทรงไม่พอพระทัยในตัวเปิ่นกงอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เปิ่นกงก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องทำเรื่องเสแสร้งจอมปลอมเหล่านั้น"
"อีกอย่าง ต่อให้เมื่อก่อนเปิ่นกงจะคุกเข่าคำนับ ไทเฮาก็ไม่เคยพอพระทัย เปิ่นกงเป็นถึงมารดาของแผ่นดิน ดูแลปกครองหกตำหนัก เปิ่นกงไม่อยากจะทนรับความคับแค้นใจอีกต่อไปแล้ว"
ใบหน้าของไทเฮามืดครึ้มถึงขีดสุด นางเอ่ยเน้นทีละคำ "ฮองเฮา เจ้ากำลังจะบอกว่าอายเจียกลั่นแกล้งเจ้างั้นรึ?"
"ถูกต้อง ไทเฮากำลังกลั่นแกล้งเปิ่นกง!" ชิงเฉิงสวนกลับทันควัน
"ไม่ต่างอะไรกับแม่ผัวใจร้ายในบ้านชาวบ้านร้านตลาดเลยสักนิด!"
"บังอาจ!"
วาจานั้นระคายหูยิ่งนัก ไทเฮาตบโต๊ะด้วยความเกรี้ยวโกรธแล้วผุดลุกขึ้นยืน
เหล่าข้ารับใช้ในห้องต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน โขกศีรษะแนบพื้น "ไทเฮาโปรดระงับโทสะ! ไทเฮาโปรดระงับโทสะ"
หมอหลวงที่คุกเข่าอยู่แล้วยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีก พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในใจเขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง 'ปล่อยให้ข้าออกไปก่อนได้ไหมเนี่ย?'
"ฮองเฮา เจ้ากล้าเสียมารยาทต่ออายเจียถึงเพียงนี้! นี่คือการอกตัญญูและขัดคำสั่ง" ไทเฮาตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เดิมทีนางก็เกลียดชังเฉิงอวี้เอ๋อร์เข้ากระดูกดำอยู่แล้ว ตอนนี้เพลิงโทสะจึงลุกโชนจนควบคุมไม่อยู่
นางเริ่มพูดจาไม่ยั้งคิด ตวาดเสียงแหลม "ไม่เพียงแต่อกตัญญู ในฐานะฮองเฮา เจ้ายังไม่มีปัญญาแม้แต่จะคลอดโอรสให้ฮ่องเต้ ซ้ำยังใช้มารยาทำให้ฮ่องเต้ไม่ยอมคัดเลือกสนม เจ้ามันสตรีขี้หึง คนอย่างเจ้ามีคุณสมบัติอะไรคู่ควรกับตำแหน่งฮองเฮาแห่งตำหนักกลาง!"
ชิงเฉิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินย่างสามขุมเข้าไปหาไทเฮา จ้องตากลับอย่างไม่เกรงกลัวแล้วเอ่ยเสียงเย็น "แล้วอย่างไร? ใครบอกว่าลูกชายของท่านชอบข้าแค่คนเดียว! ใครบอกว่าเขาจำเป็นต้องมอบความโปรดปรานสูงสุดให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว!"
แววตาของนางคมกริบเกินไป จนไทเฮาเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ชิงเฉิงก้าวเข้าไปทีละก้าว แผ่กลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นที่สั่นประสาทพรั่นพรึง
ไทเฮาราวกับมองเห็นภาพซ้อนทับของแม่ทัพหญิงผู้กรำศึกนองเลือดในสนามรบเมื่อครั้งอดีต
ความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ขาของนางอ่อนแรงจนทรุดตัวลงนั่งบนตั่ง
ชิงเฉิงยื่นมือออกไปเชยคางหญิงชรา แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "ต่อให้ไทเฮาไม่พอใจเปิ่นกง แล้วท่านจะทำอะไรได้? อย่าว่าแต่ท่านไม่มีสิทธิ์ปลดเปิ่นกงเลย ต่อให้มีสิทธิ์ ท่านกล้าปลดเปิ่นกงหรือ?"
ชิงเฉิงแค่นหัวเราะเสียงดัง ไม่คิดปิดบังความเย้ยหยันบนใบหน้า "หรือจะพูดให้ถูกคือ ท่านมีความสามารถพอที่จะปลดเปิ่นกงหรือเปล่า?"
บัลลังก์ของกู้เฉิงเซวียนยังไม่มั่นคง ยังคงต้องพึ่งพาตระกูลเฉิง ครั้งนี้ต่อให้นางทำตัวเหิมเกริมแค่ไหน...
...สองแม่ลูกคู่นี้ก็ไม่กล้าปลดนาง
มิฉะนั้น พวกเขาคงไม่ใช้วิธีอ้อมค้อมสกปรกมาจัดการนางหรอก
ไทเฮาจ้องมองนางเขม็ง "เจ้า... เจ้า... เจ้า... บังอาจเกินไปแล้ว... เจ้าถือดีว่าฮ่องเต้โปรดปรานถึงได้กล้าลบหลู่ข้า เจ้ามันก็แค่..." เสียงของนางดังก็จริง แต่ขาดความมั่นใจอย่างชัดเจน
ชิงเฉิงยกมือขึ้นตบแก้มไทเฮาเบาๆ เป็นการขัดจังหวะ แรงตบไม่มากนัก แต่เป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรงที่สุด
"เปิ่นกงไม่ได้อาศัยความโปรดปรานของฮ่องเต้ แต่เปิ่นกงมีความมั่นใจที่จะบังอาจด้วยตัวเอง ไทเฮา ท่านลืมไปแล้วหรือว่าที่ท่านกับฮ่องเต้นั่งเสวยสุขบนตำแหน่งนี้ได้อย่างมั่นคง ก็เพราะพึ่งพาตระกูลเฉิงของเราทั้งนั้น! ไทเฮาคิดจะ 'ข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพาน' ทิ้งอย่างนั้นรึ?"
แม้จะเป็นความจริงที่ไม่อยากยอมรับ แต่มันก็คือเรื่องจริง ไทเฮาย่อมไม่กล้าโต้ตอบในจุดนี้
ตระกูลฝั่งมารดาของนางเพิ่งจะเริ่มสร้างฐานอำนาจ แถมยังมีท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการที่จ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่ ก่อนหน้านี้สองแม่ลูกจึงจำต้องพึ่งพาตระกูลเฉิงเพื่อตรึงราชสำนักและรักษาบัลลังก์
ความรู้สึกอัดอั้นตันใจถาโถมเข้ามา ตระกูลเฉิงช่างมักใหญ่ใฝ่สูงและเหิมเกริมขึ้นทุกวันจริงๆ
เมื่อหมดหนทางสู้และรู้ว่าปะทะซึ่งหน้าไปก็ไร้ประโยชน์ นางไม่อาจกู้หน้าคืนมาได้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ไทเฮาจึงทำได้เพียง... "แกล้งเป็นลม"
เหล่าข้ารับใช้และหมอหลวงรีบกุลีกุจอจะเข้าไปดูอาการ
ชิงเฉิงปรายตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "จะตื่นตระหนกไปไย! ไปทูลเชิญฮ่องเต้เสด็จมาสิ"
ข้ารับใช้ทำได้เพียงรีบวิ่งไปเชิญฮ่องเต้
หมอหลวงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยอย่างร้อนรน "ฮองเฮาพะยะค่ะ ให้กระหม่อมลองจับชีพจรไทเฮาดูก่อนเถิด..."
เขาอยู่ตรงนี้แท้ๆ หากไทเฮาเป็นอะไรไป เขาหัวขาดแน่
ชิงเฉิงโบกมือปัด "ไม่จำเป็น นางไม่ตายหรอก เมื่อครู่นี้ตอนไทเฮาตวาดใส่เปิ่นกง เสียงยังทรงพลังอยู่เลย!"
ไทเฮาที่แกล้งสลบอยู่ "..." นังแพศยานี่คิดจะฆ่าอายเจียจริงๆ สินะ!
ฮ่องเต้เสด็จมาถึงอย่างรวดเร็ว เพราะได้รับรายงานจากนางกำนัลระหว่างทางแล้ว
เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจเฉิงอวี้เอ๋อร์มากขึ้นทุกที
เขาเพิ่งจะคิดเมตตาว่าจะเหลือทางรอดให้นางในภายภาคหน้า
ไม่นึกเลยว่านางจะรนหาที่ตายเอง!
การยั่วโมโหไทเฮาถึงขนาดนี้ ต่อให้ภายหลังเขาอยากจะไว้ชีวิตและเก็บนางไว้ข้างกาย เกรงว่าไทเฮาก็คงไม่ยอม
ก่อนที่กู้เฉิงเซวียนจะก้าวเข้ามา เขาปรับอารมณ์อย่างจงใจ เขาต้องแสดงบทบาทชายผู้รักมั่นในตัวเฉิงอวี้เอ๋อร์อย่างลึกซึ้ง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาต้องยืนอยู่ข้างนาง
เมื่อฮ่องเต้มาถึง ชิงเฉิงก็ฉวยโอกาสขว้างถ้วยชาในมือลงพื้นเสียงดังสนั่น
เพล้ง!
น้ำชาร้อนๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว สีหน้าของกู้เฉิงเซวียนแทบจะปั้นไม่ถูก
เหล่านางกำนัลขันทีคุกเข่ากันเกลื่อนพื้น "ฮองเฮาโปรดระงับโทสะ ฮองเฮาโปรดระงับโทสะ"
กู้เฉิงเซวียนข่มความไม่พอใจไว้ในอก เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองไทเฮา แต่กลับเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม "อวี้เอ๋อร์ เหตุใดจึงโมโหถึงเพียงนี้?"
กู้เฉิงเซวียนกุมมือเฉิงอวี้เอ๋อร์ขึ้นมา พพลิกดูอย่างละเอียดแล้วกล่าวว่า "วันหน้าอย่าทำเรื่องอันตรายเช่นนี้อีก หากเจ้าโดนลวก เจิ้นคงปวดใจแย่"
ไทเฮาที่แกล้งสลบ "..." เจ้าจะไม่สนใจอายเจียหน่อยรึ? ไม่รู้หรือไงว่าเกร็งท่าเดิมนานๆ มันเมื่อยนะ?
เฉิงอวี้เอ๋อร์สะบัดตัวผลักเขาออก นางจงใจออกแรงอย่างมากจนผลักกู้เฉิงเซวียนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น!
"ไสหัวไป! ฝ่าบาท รีบไปจัดงานคัดเลือกสนมเดี๋ยวนี้ ไปหาผู้หญิงเป็นร้อยๆ คนมาคลอดลูกให้ท่านเสีย เปิ่นกงไม่อยากจะถูกแม่ของท่านมารังควานทุกวี่ทุกวันอีกแล้ว!"