- หน้าแรก
- แผนรักข้ามเวลา ย้อนชะตามาปั๊มเบบี้สยบใจท่านแม่ทัพ
- บทที่ 27 ผู้สำเร็จราชการคลั่งรักกับฮองเฮาผู้อ่อนหวาน 2
บทที่ 27 ผู้สำเร็จราชการคลั่งรักกับฮองเฮาผู้อ่อนหวาน 2
บทที่ 27 ผู้สำเร็จราชการคลั่งรักกับฮองเฮาผู้อ่อนหวาน 2
บทที่ 27 ผู้สำเร็จราชการคลั่งรักกับฮองเฮาผู้อ่อนหวาน 2
หัวใจของกู้ม่อเฉินอุ่นวาบขึ้นมาทันใด ใบหูของเขาแดงระเรื่อ
นางเฝ้าไข้เขาถึงสามวันสามคืนเชียวหรือ?
นางต้องมีใจให้เขาแน่ๆ
นางชอบเขาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ชายหญิงอยู่ร่วมห้องกันตามลำพัง เขาจำต้องรับผิดชอบชื่อเสียงของนาง
กู้ม่อเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แม่นาง ข้าจะ... รับผิดชอบเจ้าเอง"
"รอข้าหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะแต่งงานกับเจ้า"
ยังไม่ทันที่กู้ม่อเฉินจะกล่าวจบ มือเรียวของชิงเฉิงก็แตะลงบนริมฝีปากของเขาเบาๆ
นางเอ่ยเสียงนุ่ม "คุณชาย เอาไว้ค่อยพูดเถิด อาการบาดเจ็บของท่านยังไม่หายดี ต้องระวังรักษาสุขภาพให้มาก"
จากนั้นนางก็หันกลับไปมองเจ้ากระต่ายขาว "เจ้ากระต่าย ไปยกโจ๊กที่ข้าเคี่ยวเองกับมือมาที"
ซื้อเองกับมือ และอุ่นเองกับมือต่างหาก
ชิงเฉิงป้อนโจ๊กให้กู้ม่อเฉินทีละช้อนอย่างบรรจง
กู้ม่อเฉินไม่เคยลิ้มรสโจ๊กที่อร่อยล้ำขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ชิงเฉิงตลอดเวลา
รวมถึงใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมผืนบางนั้น
ดวงตาของเขาเจือไปด้วยรอยยิ้ม พลางเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง "แม่นาง นี่เป็นโจ๊กที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยทานมาเลย"
เจ้ากระต่ายขาวนึกค่อนขอดในใจอย่างจริงจังว่า ต่อให้เสี่ยวซูซุป้อนสารหนูให้เขา เขาก็คงบอกว่าหวานจับใจ
นี่สินะที่เขาเรียกว่าอาการของคนมี 'สมองคลั่งรัก'
หลังจากนั้น ทุกค่ำคืนชิงเฉิงจะแวะมาอยู่เป็นเพื่อนกู้ม่อเฉินครู่หนึ่ง
เจ้ากระต่ายขาวมักจะต้องทนเห็นฉากเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า:
ทั้งสองมักจะ 'บังเอิญ' มือสัมผัสกัน
อุ๊ยตาย... เสี่ยวซูซูเกือบจะล้ม กู้ม่อเฉินก็ช่างประจวบเหมาะรวบเอวบางของนางไว้ได้ทันท่วงที
กู้ม่อเฉินหันหน้ามา เกือบจะจุมพิตโดนเสี่ยวซูซู แล้วทั้งคู่ก็หน้าแดงซ่าน
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ปล่อยออร่าสีชมพูฟุ้งกระจายไปทั่ว
วันนี้ ขณะที่เสี่ยวซูซูปีนขึ้นไปเก็บว่าวบนต้นไม้ เท้าของนางเกิดลื่นไถลพลัดตกลงมา
กู้ม่อเฉินทะยานเข้ารับร่างของนางไว้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
ชิงเฉิงเปรียบเสมือนกระต่ายตื่นตูม สองแขนโอบรอบลำคอเขาแน่น
ผ้าคลุมหน้าหลุดร่วงไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เผยให้เห็นดวงหน้าโฉมสะคราญอันงดงามไร้ที่ติ
แม้จะสังหรณ์ใจมานานแล้วว่าใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นจะต้องงามล่มเมือง แต่กู้ม่อเฉินก็ยังคงตกตะลึงจนตาค้าง
เขาไม่ใช่คนลุ่มหลงในรูปโฉม แต่กลับต้องเสียอาการซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่ออยู่ต่อหน้าชิงเฉิง
ชิงเฉิงพอใจกับปฏิกิริยาของเขามาก
นางใช้วิชามายาเล็กน้อยเพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ต่างไปจากเดิมนิดหน่อย
เพื่อไม่ให้เขาจำนางได้ในทันที
เพียงแค่ความแตกต่างเล็กน้อยเท่านั้น
รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม...
เมื่อทั้งสองได้พบกันใหม่ในฐานะและตัวตนที่แท้จริง เขาจะต้องจำนางได้ในปราดเดียวอย่างแน่นอน
ชิงเฉิงดิ้นรนจะลงจากอ้อมแขน
บนฝ่ามือของนางมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย
กู้ม่อเฉินกุมมือนางไว้ บรรจงทำแผลให้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม
แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงแผลเล็กน้อย แต่เขากลับรู้สึกปวดใจเหลือประมาณ
สายตาของเขาอ่อนโยน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิตนเอง "ชิงเฉิง ให้ข้าปกป้องเจ้าได้หรือไม่?"
"ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องเจ็บตัวแม้แต่น้อย มันทำให้ข้าปวดใจ"
ชิงเฉิงชักมือกลับทันที แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าเป็นแม่ม่าย"
แม้ฮ่องเต้จะยังไม่ตาย แต่ในสายตาของนาง เขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย สถานะของนางจึงเท่ากับเป็นแม่ม่าย
ถึงนางจะเป็นสตรีเจ้าสำราญ แต่นางก็เป็นคนเปิดเผยเสมอ
อีกอย่าง ชายโบราณมักถือสาเรื่องพรรค์นี้ที่สุด
บอกไปเสียแต่เนิ่นๆ ให้เขากังวลใจเล่น แล้วค่อยให้เขาเป็นคนทำลายกฎเกณฑ์ของตัวเองจะดีกว่า
กู้ม่อเฉินรู้สึกจุกแน่นในอก ความรู้สึกนี้เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เขาคือผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน กุมอำนาจล้นฟ้า มีผู้คนมากมายส่งสาวงามมาบำเรอถึงเตียง
ทุกครั้งเขาจะสั่งให้คนโยนพวกนางออกไป ไม่เคยนึกสงสาร
และเขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งตนเองจะมาตกหลุมรักแม่ม่าย
เมื่อได้ยินคำว่า 'แม่ม่าย' เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจ แต่กลับรู้สึกสงสารจับใจ
ใครๆ ต่างก็บอกว่าชีวิตแม่ม่ายนั้นยากลำบาก โดยเฉพาะแม่ม่ายที่งดงามปานนี้ นางคงต้องทนทุกข์มามาก
มิน่านางถึงต้องปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุม
เขากุมมือนางไว้ แววตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งที่ไม่อาจปิดบัง "ชิงเฉิง ครึ่งชีวิตแรกของเจ้าข้าไม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ครึ่งชีวิตหลังนี้ ให้ข้าเป็นคนดูแลปกป้องเจ้าเถิด"
"จะได้หรือไม่?"
เขาบีบมือนางแน่นขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ในใจพร่ำภาวนาไม่หยุดหย่อน 'ชิงเฉิง อย่าปฏิเสธข้าเลย อย่าปฏิเสธข้าเลยนะ'
ชิงเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง
นางเป็นแม่ม่ายนะ เขาไม่คิดจะลังเลหน่อยหรือ?
เจ้ากระต่ายขาว: "..." ท่านไม่ลังเลเลยสักนิดเรอะ!
ชิงเฉิงเอียงคอเล็กน้อย "ข้าก็ชอบท่าน แต่ว่า..."
กู้ม่อเฉินยกมือขึ้นปิดปากนาง สีหน้าตื่นเต้นดีใจ
นางบอกว่า... นางชอบเขา
สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือทำให้ลมหายใจของกู้ม่อเฉินเริ่มถี่กระชั้น
สายตาหวานเชื่อมจับจ้องหญิงคนรัก "ชิงเฉิง ไม่มีคำว่า 'แต่' หรอกนะ"
บรรยากาศเริ่มคลุมเครือและเร่าร้อน กู้ม่อเฉินอดใจไม่ไหวโน้มตัวลงจุมพิตนาง
ในเมื่อเขาคือชายรูปงามที่นางเลือกแล้ว ชิงเฉิงย่อมไม่ปฏิเสธ
เมื่อได้รับการตอบสนองจากชิงเฉิง กู้ม่อเฉินก็ยิ่งตื่นตัว
อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
กู้ม่อเฉินกุมมือเล็กของชิงเฉิงไว้ เอ่ยเสียงแหบพร่า "ชิงเฉิง เรายังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกัน"
"ทำแบบนี้จะไม่ดีต่อเจ้า"
ชิงเฉิงสะบัดมือเขาออกอย่างรำคาญใจ จะมัวโอ้เอ้อะไรนักหนา...
สุดท้าย ภาพเหตุการณ์ก็ตัดไปที่หน้าจอระบบซึ่งขึ้นข้อความ 'ห้ามรับชม'
กู้ม่อเฉินรู้สึกเพียงว่าสติสัมปชัญญะของเขาเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว
ทว่าประสบการณ์ครั้งนี้... ไม่ค่อยดีนัก...
ชิงเฉิงรู้สึกเบื่อหน่าย...
กู้ม่อเฉินดึงมือนางไว้ ถามเสียงอ่อยอย่างคนหมดความมั่นใจ "ชิงเฉิง... ข้า... ข้า... ข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
ชิงเฉิงพยักหน้า "อืม ก็ดี"
นางไม่มีวันยอมให้ตัวเองต้องทนฝืน
ถ้ามันไม่ดี ก็คือไม่ดี
นางจะให้เขาเข้าใจผิดว่าตัวเองเก่งกาจไม่ได้
ไม่อย่างนั้นคุณภาพในภายภาคหน้าคงไม่พัฒนาขึ้น
มองดูแผ่นหลังของชิงเฉิงที่เดินจากไป กู้ม่อเฉินกำผ้าปูที่นอนแน่น สีหน้าเปลี่ยนไปมาหลากหลายอารมณ์ราวกับจานสี
เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของชิงเฉิง ต่อมเผือกของเจ้ากระต่ายขาวก็ทำงานยิบๆ
แต่สุดท้ายมันเป็นเรื่องส่วนตัว มันจึงไม่ได้เอ่ยถาม
มันเพียงแค่พูดว่า "คืนนี้ยังหัวค่ำอยู่เลย เราจะไปไหนกันต่อ?"
"ไปซื้อตำราวังวสันต์ (ภาพวาดเชิงสังวาส) มาให้กู้ม่อเฉินสักเล่ม"
"จากนั้นข้าจะกลับตระกูลเฉิง"
นางขลุกอยู่แต่ที่พักของกู้ม่อเฉินมาตลอด ยังไม่ได้กลับไปที่ตระกูลเฉิงเลย
ในเมื่อคิดจะก่อกบฏ ก็ต้องแจ้งให้ตระกูลเฉิงรับรู้
อีกอย่าง หลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการตายของพระสนมจิ้งอวี๋ล้วนชี้เป้าไปที่ผู้สำเร็จราชการ
และด้วยความแค้นที่ลูกสาวถูกฆ่านี่เอง ตระกูลเฉิงจึงได้ตามจองล้างจองผลาญกู้ม่อเฉินอย่างไม่ลดละ
สองตระกูลห้ำหั่นกัน จนกู้เฉิงเซวียน (ฮ่องเต้) ชุบมือเปิบ กลายเป็นผู้ชนะสูงสุด
ในชาตินี้ นางได้รวบหัวรวบหางกู้ม่อเฉินไว้แล้ว ย่อมปล่อยให้กู้เฉิงเซวียนสมหวังไม่ได้
ณ จวนตระกูลเฉิง
เมื่อบุตรสาวกลับมาบ้านเพียงลำพังอย่างกะทันหัน บิดามารดาสกุลเฉิงต่างตกตะลึง
ฮองเฮาไม่อาจออกจากวังได้ตามอำเภอใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกมาเพียงลำพัง
ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มเกาะกุมจิตใจของคนทั้งสอง
ชิงเฉิงไม่อ้อมค้อมกับคนในครอบครัว
นางวางหลักฐานแผนชั่วของกู้เฉิงเซวียนที่ใส่ร้ายพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองตระกูลเฉิง รวมถึงหลักฐานการลอบสังหารพระสนมจิ้งอวี๋ ลงตรงหน้าคู่สามีภรรยาชรา
รวมถึงเรื่องยาที่หมอหลวงจัดให้เฉิงอวี้เอ๋อร์ (ร่างเดิม) ดื่มเพื่อบำรุงร่างกายมาโดยตลอดนั้นมีปัญหา
หากดื่มยานั้นเข้าไปถ้วยแล้วถ้วยเล่า เฉิงอวี้เอ๋อร์จะไม่มีทางตั้งครรภ์ได้เลยตลอดชีวิต