เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 19: แฟนธ่อม ดริฟ

เล่ม 1 ตอนที่ 19: แฟนธ่อม ดริฟ

เล่ม 1 ตอนที่ 19: แฟนธ่อม ดริฟ


เล่มที่ 1 ตอนที่ 19: แฟนธ่อม ดริฟ

ขณะนี้มู่หรงเสี่ยวเทียนกำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์หัวม้า เขาใช้ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก หรือแม้แต่ทุกส่วนของร่างกายในการหลบหลีก เคลื่อนไหวและสวนกลับออกไปสอดคล้องกันเป็นอย่างมาก มันดูคล่องแคล่วและเป็นอิสระท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์หัวม้า เขาโจมตีพวกมันอย่างรวดเร็ว ความป่าเถื่อนที่ซ่อนอยู่ในใจที่หลับไหลมาเป็นเวลานานได้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ความว่องไว แม่นยำ และไร้ความปราณี ในการต่อสู้นั้นมันราวกับว่าเขาเป็นนักฆ่าที่กำลังต่อสู้กับฝูงมอนสเตอร์หัวม้าที่เปรียบเสมือนลูกน้องของเจ้าอ้วนหลี่ซู

การโจมตีที่ดุดันของมู่หรงเสี่ยวเทียนนั้นแทบจะไม่เปิดโอกาสให้มอนสเตอร์หัวม้าได้ตอบโต้กลับ เขาโจมตีอย่างต่อเนื่องภายในเสี้ยวพริบตา ทันใดนั้นเองมู่หรงเสี่ยวเทียนก็เดินโซซัดโซเซราวกับว่าล่องลอยอยู่ในอากาศ เขากำลังสูญเสียการทรงตัว จากนั้นก็ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น ฝูงมอนสเตอร์หัวม้าจำนวนมากวิ่งกรูเข้าไปล้อมรอบตัวเขา แต่ถึงอย่างนั้นจอบในมือของเขาก็ฟาดฟันพวกมันไปอย่างไร้ความปราณี

เมื่อ 10 ปีก่อนนั้น หมิงหยวนได้สละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ฉากที่เขาเข้ามาป้องกันคมมีดคมขวานจำนวนมากก็ผ่านเข้ามาในความคิดของเขา ดวงตาของมู่หรงเสี่ยวเทียนเปล่งประกายความโศกเศร้าออกมาอีกครั้ง

“โชคชะตาของฉันถูกกำหนดโดยพระเจ้าอีกแล้วหรือ ?” เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา ความมุ่งมั่นอันทรงพลังได้ลุกโชนขึ้นมาในจิตใจ ความดื้อรันและความมุทะลุได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง “ประวัติศาสตร์จะไม่มีวันซ้ำรอยเป็นอันขาด !” มู่หรงเสี่ยวเทียนตะโกนออกมา เมื่อสิ้นเสียงตะโกนร่างกายของเขาก็มีแสงสว่างออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นก็คล้ายมีกับร่างแยกปรากฎออกมาสองสามร่างห่างออกไปไม่กี่ฟุตจากจุดที่เขายืนอยู่

“ติ๊ง !” ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ชื่อว่าโจร ท่านได้สร้างทักษะขึ้นมาเป็นของตัวเองแล้ว คะแนนโชคลาภเพิ่มขึ้น 2 หน่วย การรับรู้เพิ่มขึ้น 5 หน่วย ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีก 5,000 หน่วย

“ตึ๊ง !” ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ชื่อว่าโจร คุณคือคนแรกในเกมเดสตินี่ที่สามารถสร้างทักษะขึ้นมาเองได้ รางวัลที่จะได้รับนั้นคือค่าชื่อเสียง 2,000 หน่วย

“ตึ๊ง !” ผู้เล่นโจรได้สร้างทักษะของตัวเองแต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ กรุณาใส่ชื่อของทักษะนั้นด้วย

เมื่อมู่หรงเสี่ยวเทียนได้ยินระบบแจ้งเตือนมาเช่นนั้น เขาก็เปิดหน้าต่างข้อมูลของตัวเขาออกมาดูอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มีอีกหนึ่งทักษะเพิ่มขึ้นมา

สกิล : ไม่มีชื่อ

ความแข็งแกร่ง : 5

ความว่องไว : 10

ความเร็ว : 4 เท่า

ความเร็วใจการโจมตี : 5

ค่ามานา 50 หน่วยเมื่อใช้ทักษะนี้

ไม่มีเวลาคูลดาวน์

มีโอกาส 5 % ในการหลบหลีกความเสียหายจากการโจมตีทางกายภาพ

มีโอกาส 1 % ที่จะเทเลพอร์ตไปยังสถานที่อื่น ในระยะรัศมี 2 ไมล์ทันที

“ฮ่าฮ่าฮ่า” เมื่อเห็นว่ามีสกิลที่ยอดเยี่ยมโผล่ออกมา ความหดหู่และเหนื่อยล้าในสองสามวันที่ผ่านมาของมู่หรงเสี่ยวเทียนก็หายไปในทันที

ทั้งเวลาที่สูญเสียไป ความอดทนในหลาย ๆ วันที่ผ่านมา ทั้งการตายที่นับครั้งไม่ถ้วน และประสบการณ์อันขมขื่นมากมายจากการพยายามอย่างหนักหน่วง ในที่สุดมันก็ได้รับการตอบแทนอย่างสาสม แม้ว่าสกิลนี้จะใช้มานามากพอสมควร แต่มันจะสามารถช่วยให้เขารอดชีวิตได้ในสถานการณ์วิกฤต

“ชื่อของมันคือ แฟนธ่อมดริฟ !” มู่หรงเสี่ยวเทียนคิดชื่อแล้วใส่มันลงไป

หมอกในยามเช้าจางหายไป ภูเขาและเมฆจากระยะไกลกำลังปั่นป่วน อากาศก็แปรปรวนคาดเดาไม่ถูกเลยว่าสภาพอากาศในวันนี้จะเป็นอย่างไร มองดูแล้วมันเหมือนกับว่าสวรรค์นั้นจะพังทลายลงมา

มู่หรงเสี่ยวเทียนจ้องมองดูโลกที่กว้างสุดลูกหูลูกตา และไร้ขอบเขตด้วยความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ เขาส่งเสียงตะโกนดังก้องไปไกลสุดขอบฟ้า “28 ปีที่ผ่านมา ! ชะตากรรมของฉันนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง วันนี้หลังจาก 28 ปีที่ผ่านมา โชคชะตาก็เริ่มเข้าข้างฉันบ้างแล้ว ! ชีวิตของฉัน ฉันเลือกเองได้ !”

...........

หยางซ่งยืนอยู่ตรงทางเข้าโรงอาหาร เขาเงยหน้ามองไปรอบ ๆ และบ่นพึมพำกับเปียวซือที่อยู่ข้าง ๆ ออกมาว่า  “เอาจริงนะ ฉันก็เบื่อที่ต้องมารอกินข้าวทีละมื้อ ๆ ต้องออนไลน์ออฟไลน์อยู่อย่างนี้ ทำไมเราไม่กินให้มันจบ ๆ ไปครั้งเดียวเลย ไม่รู้ทำไม อะไร ๆ ก็เพื่อสุขภาพของผู้เล่น”

เปียวซือเม้มปากและยิ้มเบา ๆ ออกมา เธอมองไปที่ใบหน้าของหยางซ่ง “อันที่จริงฉันก็ไม่เห็นนายกินอาหารที่มีประโยชน์หรือผลไม้เลยนะ เช่นองุ่นที่นายบอกว่ามันเปรี้ยวน่ะ”

“ฮึ่ม !” หยางซ่งเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดด้วยท่าทีไม่ค่อยพอใจ “อาหารเพื่อสุขภาพไม่เห็นมันจะอร่อยตรงไหนเลย ฉันไม่สนใจมันหรอก !”

“จริงหรือ ?” เปียวซือหัวเราะเยาะออกมา “แต่เมื่อวานใครกันนะที่วิ่งเข้าไปหาผู้ช่วยเย่มินแล้วบอกว่าอาหารเพื่อสุขภาพะอร่อยน่ะ ?”

“หา ? เธอรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ ?” หยางซ่งยิ้มอย่างกระอักกระอวนและกระทืบเท้าลงไปบนพื้นด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนออกมาอย่างไม่อดทนว่า “พวกเขาทำอะไรอยู่เนี่ย แม้ว่านี่จะเป็นมื้อสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่ทำไมพวกนั้นยังไม่ลงมาอีก นี่ก็รอมานานแล้วนะ !”

เปียวซือส่ายหน้าอย่างฉุนเฉียวและพูดเบา ๆ ว่า “นาย นายจะอยู่เฉย ๆ สักพักไม่ได้เลยรึไง ? ถ้าหากว่านายต้องการจะเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้เล่นมืออาชีพของกลุ่มหนานเทียน นายจะต้องมีความอดทนมากกว่านี้ !”

หยางซ่งกลอกตามองบน ก่อนจะยิ้มท่าทางเจ้าเล่ห์ และพูดออกมาอย่างสนุกสนาน “นี่....ถ้าหากว่าฉันกลายเป็นผู้เล่นหลักแล้ว เธอจะคิดกับฉันมากกว่านี้ไหม แบบ..เรื่องอย่างว่าน่ะ... ฮ่าฮ่า”

“นายกำลังคิดอะไรอยู่ ?” เปียวซือเบิกตากว้างและมองไปที่หยางซ่ง “ปกตินายเป็นคนที่คิดอะไรก็พูดออกมา แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่พูดออกมาให้มันชัดเจนล่ะ ?”

“ก็แบบว่า พิจารณาความสัมพันธ์ของเราทั้งสองไง” หยางซ่งจ้องมองไปที่แก้มที่แดงก่ำของเปียวซือ

“ฝันไปเถอะ สุนัขไม่สามารถไปอยู่ดวงจันทร์กับกระต่ายได้หรอก !” เปียวซือหน้าแดงแต่กลับพูดปฏิเสธออกไป

“น้อยชาย นี้นายกำลังพยายามล่อลวงเปียวซือตอนที่พวกเราไม่อยู่หรือยังไง ?” วู่เฟิงยิ้มและเดินเข้ามาพร้อมกับนักฆ่า

“ใช่ ๆ เก่งจริงนะเรื่องเข้าด้ายเข้าเข็มเนี่ย ฮ่าฮ่า” นักฆ่าพูดแซวออกมาเช่นกัน

“แหม ลุง นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังสร้างปัญหาให้ผมอีกนะ” หยางซ่งถอนหายใจออกมาอย่างขมขื่น

เปียวซือกระทืบเท้าด้วยความอาย เธอจ้องมองไปที่คนเหล่านั้นอย่างไม่พอใจก่อนที่จะพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พวกนายนี่น่าเกลียดจริง ๆ ฉันจะโกรธแล้วนะ”

“ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว” วู่เฟิงพูดด้วยใบหน้าซื่อตรง เขามองที่หยางซ่ง “นายซื้อชุดใหม่ที่เราจะเอาไปให้พี่เทียนรึยัง ?”

“เรียบร้อย” หยางซ่งพยักหน้า

“ถ้าอย่างงั้นก็ไปกินข้าวกันเถอะ ซัมมอนเนอร์กำลังรอพวกเราที่ปากทางเข้าของหมู่บ้าน เดี๋ยวเราไปกินข้าวแล้วเข้าเกมไปหาเขากัน” วู่เฟิงโบกมือของเขาและเดินนำไปทันที

เมื่อพวกเขาไปถึงที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขาก็พบกับซัมมอนเนอร์ จากนั้นทั้งหมดก็พากันเดินไปที่ป่าด้านขวาของหมู่บ้าน

“พรุ่งนี้พวกเราน่าจะถึงเลเวล 10 กันแล้ว หลังจากนั้นพวกเราก็จะเดินทางไปเมืองใหญ่ ๆ ได้ ฉันเฝ้ารอให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ จริง ๆ” ซัมมอนเนอร์รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“พวกเราน่ะไปได้ แต่พี่เทียนนะสิ” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อารมณ์ของหยางซ่งก็หดหู่เล็กน้อย

“ถ้าหากว่ายังเอาชนะมอนสเตอร์หัวม้าไม่ได้ เขาจะไปต่อได้ยังไงกัน ?” วู่เฟิงพูดขึ้นมาขณะที่กำลังมองไปยังภูเขาที่ตั้งอยู่ห่างออกไป

หยางซ่งพยักหน้าให้กับสิ่งที่วู่เฟิงต้องการจะสื่อ เขาขยับปากแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อพวกเขามาถึงยังชายป่า ทุก ๆ คนก็ถึงกับต้องตกตะลึง มีเพียงวู่เฟิงเท่านั้นที่ยิ้มออกมา ฉากตรงหน้า ทำให้พวกเขาแทบไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง

มู่หรงเสี่ยวเทียนที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางมอนสเตอร์หัวม้านับฝูงอย่างอิสระ ทุกการเคลื่อนไหวนั้นทั้งเฉียบคมและว่องไว เมื่อใดก็ตามที่มีอันตรายเข้ามาใกล้ ความเร็วของมู่หรงเสี่ยวเทียนก็จะเร็วขึ้นไปกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว การเคลื่อนไหวของเขาเร็วมาก สายตาของคนธรรมดาแทบจะไม่สามารถมองตามเขาได้ทัน จะเหลือก็แต่ภาพติดตาเท่านั้น โดยที่ร่างของเขาเคลื่อนไหวไปที่อื่นแล้ว

“ร่างแยกหรือ ? ทำไมถึงมีหลายร่างปรากฏขึ้นมาจากการเคลื่อนไหวของพี่เทียน ?” หยางซ่องร้องอุทานออกมาด้วยความงุนงง

“เขาสร้างทักษะหรือสกิลขึ้นมาด้วยตัวเอง !” วู่เฟิงตอบอย่างสงบ “ถ้าจะให้เดานะ ตอนนี้พี่เทียนน่าจะได้ทักษะเป็นของตัวเองแล้ว”

“อ้ากกก ผมก็อยากได้แบบนั้นเหมือนกัน” หยางซ่งตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

“นายคิดว่ามันง่ายหรือที่จะสร้างสกิลหรือทักษะขึ้นมาด้วยตัวเองได้ ?” วู่เฟิงพูดออกมาอย่างเย็นชา “นายจะต้องมีความเพียร ความกล้าหาญ และไม่ยอมแพ้ ถ้าหากว่ายังทำไม่ได้ขนาดนั้นก็ลืมมันไปซะเถอะ บางทีนายลองไปถามพี่เทียนดูสิว่าเขายอมอดทนต่อความเจ็บปวดที่เกิดจากคมหอกคมดาบและการถูกฆ่าตายมากี่ครั้งกี่หน บางทีนายอาจจะต้องเผชิญกับความตายที่นับครั้งไม่ถ้วนให้เหมือนกับพี่เทียนเจอ ถึงแม้ว่านายจะมีความทรหดอดทนได้เท่ากับเขา แต่ทว่าเขาก็ยังมีประสบการณ์การต่อสู้ในชีวิตจริงที่ยาวนานไม่ใช่หรือ ?” เมื่อวู่เฟิงกล่าวเช่นนั้น เขาก็จ้องมองไปยังรอยแผลนับไม่ถ้วนบนร่างกายของมู่หรงเสี่ยวเทียน เขากล่าวต่อว่า “แม้ว่าฉันเองจะไม่รู้ถึงอดีตของพี่เทียน แต่ดูจากรอยแผลเป็นบนร่างกายของเขาสิ ฉันคิดว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ” วู่เฟิงกล่าวต่ออีกว่า “แม้ว่านายทำทุกอย่างได้ตามแบบของเขา แต่บางทีนายก็ยังไม่อาจจะสามารถสร้างสกิลของตัวเองขึ้นมาได้ เพราะนอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้มันยังมีสิ่งสำคัญอยู่อีกหนึ่งอย่าง” วู่เฟิงกล่าวอย่างหนักแน่น “มันก็คือ ความบังเอิญยังไงล่ะ !”

To be continued…

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 19: แฟนธ่อม ดริฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว