เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: แหม... คุณชายฟู่คลั่งรัก!

บทที่ 21: แหม... คุณชายฟู่คลั่งรัก!

บทที่ 21: แหม... คุณชายฟู่คลั่งรัก!


บทที่ 21: แหม... คุณชายฟู่คลั่งรัก!

ฟู่เหิงซิวปัดมือมู่ไป๋ทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ สีหน้าพลันบึ้งตึง "ทำบ้าอะไรของแก!"

มู่ไป๋ถอยหลังไปสองสามก้าว "ก็ดูว่าแกช็อกจนเพี้ยนไปขนาดไหนน่ะสิ ถึงได้ดีใจกับการเป็นพ่อเลี้ยงชาวบ้านขนาดนี้"

"ไสหัวไป!"

ฟู่เหิงซิวยกเท้าเตะ แต่มู่ไป๋ไหวตัวทันเลยหลบได้หวุดหวิด

เขารีบถอยห่างออกมาอีกหลายก้าว เว้นระยะปลอดภัยจากฟู่เหิงซิว ก่อนจะเอ่ยปาก "ข้าพูดผิดตรงไหน? แกไม่รู้สภาพร่างกายตัวเองหรือไง?"

ฟู่เหิงซิวตอบเสียงหนักแน่น "รู้ แต่สวรรค์จะเมตตาข้าบ้างไม่ได้หรือไง? ภรรยาข้าเป็นคนเสนอให้ตรวจ DNA เอง ข้าเชื่อใจภรรยาข้า"

มู่ไป๋ "..."

นี่มันคนหลงเมียขั้นโคม่าชัดๆ

"งั้นก็เรียกนางออกมา ตรวจกันเดี๋ยวนี้เลย"

เขาเองก็อยากรู้คำตอบใจจะขาด แถมอยากเห็นหน้าแม่นางผู้วิเศษที่ทำให้ฟู่เหิงซิวกลายเป็นคนคลั่งรักได้ขนาดนี้ด้วย

อีกอย่าง เขาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นั่งเครื่องบินกลับมาทั้งคืน

อยากรีบๆ จัดการให้เสร็จแล้วกลับไปนอน

น้ำเสียงฟู่เหิงซิวอ่อนลงทันตา "รออีกหน่อย ภรรยาข้ายังไม่ตื่น! นี่มันยังเช้าอยู่ คนท้องต้องนอนเยอะๆ"

มู่ไป๋ "..."

ข้านั่งเครื่องบินข้ามคืนมานะเว้ย!

ฟู่เหิงซิวเป็นโรคคลั่งรักระยะสุดท้าย... คอนเฟิร์ม!

เขาชี้ไปที่เบ้าตาตัวเองพลางโอดครวญ "เห็นขอบตาข้ามั้ย? ข้ารีบบึ่งกลับมาเพื่อเรื่องของแกทั้งคืน แล้วแกจะให้คนอดนอนอย่างข้านั่งรอเมียแกตื่นเนี่ยนะ?"

ให้ตายเถอะ คบกันมาตั้งกี่ปี เพิ่งรู้ว่าฟู่เหิงซิวเป็นพวกเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนก็วันนี้แหละ!

ฟู่เหิงซิวชี้ไปที่โซฟา "แกก็นอนพักไปก่อนสิ ข้าไม่ได้ห้ามนี่ พอเมียข้าตื่น ข้าจะปลุกแกเอง"

มู่ไป๋ "..."

พูดไม่ออก!

ใครมันจะไปหลับลงวะ?

สถานการณ์ที่เมียของคนเป็นหมันดันตั้งท้อง... ความน่าจะเป็นมันคืออะไร ต้องให้อธิบายอีกมั้ย? เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ใครจะไปข่มตานอนได้?

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฟู่เหิงซิวถึงยังอารมณ์ดีอยู่ได้

ไม่สงสัยเมียตัวเอง แถมยังหวังปาฏิหาริย์จากสวรรค์อีก

ฝันกลางวันชัดๆ!

ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกฟู่เหิงซิวจริง เขาจะยอมตอนตัวเองเลยเอ้า

คิดได้ดังนั้น มู่ไป๋ก็เลื่อนสายตาลงต่ำไปที่เป้ากางเกงฟู่เหิงซิว "ไปสิ ไปเอาออกมา ข้าจะเอาไปตรวจ"

เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ หรือหมวกเขียวใบโตกันแน่

ถ้าเรื่องนี้ไม่กระจ่าง เขาคงนอนไม่หลับจริงๆ

ฟู่เหิงซิวรับอุปกรณ์ที่มู่ไป๋ยื่นให้

แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

ผ่านไปนานสองนาน ฟู่เหิงซิวก็เดินกลับออกมา

มู่ไป๋รีบคว้าตัวอย่างแล้วบึ่งรถกลับไปยังห้องแล็บส่วนตัวในเมืองหลวงทันที

ปกติงานพื้นๆ แบบนี้ให้ผู้ช่วยทำก็ได้

แต่เรื่องนี้เป็นความลับของฟู่เหิงซิว ที่ผ่านมาเขาเป็นคนดูแลเองมาโดยตลอด

แม้แต่ผู้ช่วยก็ไม่รู้เรื่องนี้

ผลการตรวจออกมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นว่าน้ำเชื้อของฟู่เหิงซิวเต็มไปด้วยตัวอสุจิที่แข็งแรง

ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง

เขายกมือขยี้ตาตัวเอง กลัวว่าจะตาฝาด แต่หลังจากตรวจซ้ำหลายรอบ คุณภาพอสุจิก็ยังดีเยี่ยม

ไม่ว่าจะเป็นปริมาณหรือความสามารถในการเคลื่อนที่... ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ดีที่สุด

หรือเขาจะอดนอนจนหลอนไปเอง?

มู่ไป๋เดินไปล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเรียกสติ

แล้วกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลก็ยังเหมือนเดิมเป๊ะ

ทั้งปริมาณและการเคลื่อนไหว... ยอดเยี่ยม

คนเป็นหมันไร้อสุจิ จู่ๆ กลับมีอสุจิคุณภาพดีกว่าคนปกติเสียอีก

กินยาเทวดาตัวไหนเข้าไปเนี่ย?

มู่ไป๋รีบบึ่งรถกลับไปที่บ้านตระกูลฟู่อีกครั้ง

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เขาก็พุ่งเข้าไปจับมือฟู่เหิงซิวด้วยความตื่นเต้น "เหิงซิว แกกินยาอะไรเข้าไป? อาการหมันของแกหายแล้ว! ข้าตรวจน้ำเชื้อแกแล้ว การเคลื่อนไหวดีมาก อัตราการรอดชีวิตก็สูง คุณภาพคับแก้วสุดๆ"

ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าเป็นกรณีอสุจิตายนง่ายหรือเคลื่อนไหวน้อย ยังพอปรับปรุงได้ด้วยยา แต่กรณีไร้อสุจิเลยเนี่ย เขาไม่เคยได้ยินว่ารักษาให้กลับมามีได้

ปัจจุบันผู้คนมีปัญหาเรื่องการมีบุตรยากกันเยอะ ถ้าเอาชนะปัญหานี้ได้ ถือเป็นคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติเชียวนะ

มู่ไป๋จะไม่ตื่นเต้นได้ยังไงไหว

ฟู่เหิงซิวดีใจจนเนื้อเต้น "ข้าหายเป็นหมันแล้วจริงๆ เหรอ?"

"ใช่ คุณภาพระดับพรีเมียมเลยล่ะ"

ตอนที่ชิงเฉิงเดินออกมา เธอเห็นฟู่เหิงซิวจับมือกับผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งคู่ดูตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่

ภาพที่เห็น... ช่างเหมือนคู่รักทางไกลที่เพิ่งได้เจอกันไม่มีผิด

เธอกระแอมเบาๆ ฟู่เหิงซิวรีบปล่อยมือจากมู่ไป๋ทันที

เขารีบเดินเข้ามาประคองชิงเฉิงที่กำลังเดินลงบันได แววตาเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน "เมิ่งเหยา ตื่นแล้วเหรอ หิวหรือยัง? หิวน้ำมั้ย?"

มู่ไป๋ "..."

ดูท่าทางจะไม่ใช่การคลุมถุงชนแฮะ!

ที่แท้ไอ้หมาหัวเน่าก็คือข้าเองสินะ

"หิวนิดหน่อยค่ะ"

เมื่อคืนดินเนอร์ใต้แสงเทียน เธอกินอะไรไม่ค่อยลง

ตื่นมาเช้านี้เลยรู้สึกหิว

"ผมให้ป้าแม่บ้านเตรียมโจ๊กเป๋าฮื้อ แซนด์วิช ปาท่องโก๋ แพนเค้กไข่... ลองดูสิว่าอยากทานอะไร"

ฟู่เหิงซิวร่ายรายการอาหารเช้าออกมาเป็นหางว่าว

จากนั้น มู่ไป๋ก็ได้เห็นท่านประธานฟู่ผู้สูงส่งกำลังปรนนิบัติภรรยาทานอาหารเช้า

โจ๊กในช้อนต้องเป่าให้หายร้อนก่อนถึงจะป้อนใส่ปาก

ท่าทีระมัดระวังประคบประหงมขนาดนั้น ราวกับคนตรงหน้าเป็นทารกน้อยก็ไม่ปาน

แค่ท้อง... ต้องบอบบางขนาดนี้เลยเหรอ?

ฟู่เหิงซิว "..."

ไม่เกี่ยวกับท้องหรอก นี่มันชีวิตปกติประจำวัน คนไม่มีเมียอย่างแกไม่เข้าใจหรอก

ความใส่ใจทุกรายละเอียดทำเอามู่ไป๋นั่งมองตาค้าง

เขาเงยหน้ามองออกไปข้างนอก... วันนี้พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นทางทิศตะวันออกนี่หว่า!

เขากระแอมเบาๆ หวังจะเรียกสติเพื่อนรักให้กลับคืนมา

แต่ฟู่เหิงซิวมีดวงตาไว้มองแค่ภรรยาเท่านั้น ไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาเลย

มู่ไป๋ "..."

ยังมีคนหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกคนนะเว้ย!

เห็นข้ามั้ยเนี่ย?

ข้าก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน!

เพลียจิตชะมัด นี่หรือคือการต้อนรับคนที่อุตส่าห์นั่งเครื่องบินข้ามคืนมาหา

ในที่สุด เมื่อเขากระแอมเป็นครั้งที่สาม

ชิงเฉิงก็สะกิดฟู่เหิงซิว "คุณไม่ชวนเพื่อนมาทานด้วยกันเหรอคะ?"

ฟู่เหิงซิว "เขาไม่หิวหรอก"

นั่งไปไกลๆ เลย อย่ามาเป็นก้างขวางคอ

มู่ไป๋ผู้เต็มไปด้วยความดื้อรั้นด้วยความโมโห เดินมานั่งลงตรงข้ามทั้งสองคนทันที

เขาไม่กินก็ได้วะ! ได้แต่นั่งเท้าคางจ้องมองทั้งคู่ตาเขม็ง

ฟู่เหิงซิวหน้าหนาไม่สะทกสะท้าน

แต่ชิงเฉิงไม่ได้หน้าหนาเหมือนเขา

เธอถลึงตาใส่ฟู่เหิงซิว

ฟู่เหิงซิวจำใจต้องลุกเข้าครัวไปหยิบชามกับตะเกียบมาให้มู่ไป๋อย่างเสียไม่ได้

เขามองมู่ไป๋ด้วยสายตาอาฆาต

ก็เห็นๆ อยู่ว่าตอนมาถึง มันบอกว่ากินข้าวเช้ามาแล้ว

ไอ้ผู้ชายตอแหล!

เห็นฟู่เหิงซิวหงุดหงิด มู่ไป๋กลับรู้สึกเบิกบานใจอย่างประหลาด

ตั้งแต่เล็กจนโต ฟู่เหิงซิวคนนี้เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ผิดปกติ

ฐานะทางบ้านดีที่สุด ผลการเรียนดีที่สุด เล่นบาสเกตบอลเก่งที่สุด ทุกอย่างดีที่สุดไปหมด

ยกเว้นเรื่องเป็นหมัน นอกนั้นก็ไม่มีข้อบกพร่องอะไรเลย

แน่นอนว่าเขาไม่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนฟู่เหิงซิวหรอก ดังนั้นข้อเสียนี้ก็เท่ากับไม่มี

หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ ชิงเฉิงก็ขอให้มู่ไป๋ตรวจ DNA ให้เธอ

แต่ฟู่เหิงซิวกลับเป็นฝ่ายห้ามไว้ บอกว่าไม่จำเป็น

เขาตรวจน้ำเชื้อแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร

แค่เอาผลตรวจนี้ไปให้ที่บ้านดูก็พอ

แม้จะไม่ได้ตรวจ DNA แต่มู่ไป๋ก็ยังทำการตรวจร่างกายพื้นฐานให้เธอ

จบบทที่ บทที่ 21: แหม... คุณชายฟู่คลั่งรัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว