เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 17: สัญญาที่ยังติดค้างตลอด 10 ปี  (ตอน2)

เล่ม 1 ตอนที่ 17: สัญญาที่ยังติดค้างตลอด 10 ปี  (ตอน2)

เล่ม 1 ตอนที่ 17: สัญญาที่ยังติดค้างตลอด 10 ปี  (ตอน2)


เล่มที่ 1 ตอนที่ 17: สัญญาที่ยังติดค้างตลอด 10 ปี  (ตอน2)

บลูมูนไนท์คลับนั้นตั้งอยู่บนถนนเทียนเหมิน เป็นสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองเค มันเป็นแหล่งที่คนมีอำนาจมักจะมารวมตัวกันอยู่ที่นั้น ผู้คนในทุก ๆ สาขาอาชีพในเมืองเคก็มักจะมาสังสรรค์กันที่นั่นมากมาย ขณะเดียวกันมันก็ยังตั้งอยู่ในย่านที่เจริญรุ่งเรืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเคอีกด้วย

ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆสีดำและเวลานั้นก็เป็นยามค่ำคืนแล้ว มีเพียงแสงสีที่มีเสน่ห์ของบลูมูนไนท์คลับเท่านั้นที่ส่องสว่างผ่านหมอกหนาทึบและกระพริบเป็นจังหวะราวกับว่าเป็นดวงดาวบนท้องฟ้าจนทำให้เกิดความดึงดูดใจของผู้ที่สัญจรไปมาบนถนน

ในเวลานี้ ห้องเล็ก ๆ บนชั้นสามของบลูมูนไนท์คลับ มีคนสี่คนกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ แสงสีชมพูเปล่งประกายให้อารมณ์อ่อนไหวราวกับว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่น ร่วมกับภาพจิตรกรรมอีโรติกที่อยู่บนฝาผนังด้านหลัง มันทำให้เลือดของใครหลายคนต้องเดือดพล่าน

ในห้องแคบ ๆ นั้นมีเพียงโซฟาสีเหลืองครีมดูหรูหราวางอยู่พร้อมกับโต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมคุณภาพสูง

ตรงกลางโซฟานั้นมีชายอ้วนคนหนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าที่เบิกบานยิ้มออกมาจนแทบจะไม่เห็นลูกตา

ถัดจากเขาเป็นหญิงสาวอายุราวๆ 17-18 ปี ที่สวมกระโปรงสั้นสีแดงเข้ม ร่างกายท่อนล่างนั้นเผยให้เห็นเรียวขาที่ยาวของเธอ จนทำให้สายตาของชายอ้วนไม่สามารถละจากมันไปได้ เรียวขาที่แนบชิดพร้อมกับกระโปรงที่สั้นนั้นทำให้คนที่เห็นอดที่จะจินตนาการไม่ได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น

เขาพูดออกมาอย่างหื่นกระหายว่า “ที่รัก พี่จะไม่ได้อยู่ที่นี่สองสามวัน มันคงจะยากเกินไปที่จะห้ามใจเอาไว้ได้ ฮี่ฮี่”

หญิงสาวคนนั้นเกาะติดร่างกายชายอ้วน มันราวกับว่าร่างกายของเธอไม่มีกระดูก มือที่ขาวดั่งหยกของเธอค่อย ๆ ลูบไล้ลงบนไขมันและหน้าอกของเขา ผ่านลำคอที่เปิดอยู่ จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “พี่หลี่ซู อย่าไปรู้สึกเสียใจอะไรเลย มันก็แค่สองสามวันเท่านั้น”

คำพูดและพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของชายสองคนนี้ พวกเขาต่างก็ทำมันออกมาราวกับว่าเป็นการกระทำที่น่าภาคภูมิใจ ขณะนี้ในห้องก็ยังมีชายร่างใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของประตู พวกเขาต่างก็นิ่งเงียบ มันเหมือนกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และถ้าหากว่าเปิดประตูออกไป ก็จะพบว่ามีชายร่างกายกำยำยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกอีก 2 คน

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” มีเสียงเคาะประตูเล็กน้อยจากด้านนอก เสียงนั้นทำให้หลี่ซูยั้งมืออย่างไม่เต็มใจ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองชายร่างใหญ่ทั้งสองราวกับว่าเป็นการส่งสัญญาณให้เปิดประตู

“นายท่าน ข้างล่างมีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย” ชายร่างใหญ่หน้าประตูก้มลงพร้อมกับมองชายอ้วนด้วยความเคารพ

“แกกับเสือดาวลงไปดูหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเราก็เรียกพวกเขาขึ้นมาที่นี่ ที่นี่เป็นสถานที่ใหญ่โต ดังนั้นเราจะต้องเอาหน้าสักเล็กน้อย” ชายอ้วนโบกมืออย่างไม่พอใจหลังจากพูดจบ

“ที่รัก มานี่มา พี่หลี่คนนี้จะดูแลเธอเอง” เมื่อหลี่ซูเห็นว่าประตูปิดลง เขาก็รีบจับเข้าไปบนหน้าอกของผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางหื่นกระหายทันที

“ก๊อก ๆ” ชายอ้วนโกรธขึ้นมาทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาขัดจังหวะ เขาตบโต๊ะและตะโกนด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง “มันเป็นบ้าอะไรวะ ไม่รู้ว่าหลี่ซูกำลังยุ่งอยู่รึไง ?” พูดแล้วเขาก็โบกมือให้ชายร่างใหญ่ทั้งสอง “เปิดประตู”

ขณะที่ประตูเปิดออก เขาก็พบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ราว ๆ 1.8 เมตรกำลังสวมชุดนักเรียนเดินเข้ามา

หลี่ซูเห็นว่าในมือของเด็กชายคนนั้นกำลังถือกระเช้าดอกไม้ แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับสงบนิ่งแปลก ๆ เขาเลยพูดกับคนทั้งสองของเขาว่า “ให้เด็กคนนั้นเข้ามา เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

เด็กที่กำลังเดินเข้าไปในห้องคนนั้นก็คือมู่หรงเสี่ยวเทียน หลังจากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่ใบหน้าของหลี่ซูอย่างเยือกเย็น สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก จากนั้นเขาก็หันไปหาผู้หญิงที่แต่งตัวแปลกประหลาดก่อนจะพูดขึ้นว่า “ขอโทษนะ คุณชื่อฟางฟางใช่มั้ย ?”

“ใช่ ฉันเอง นายมีอะไรกับฉันหรือเปล่า ?” ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นยืนและดึงปกเสื้อของเธอลงมาเพื่อปกปิดเนินอกที่ขาวอวบอิ่มราวกับว่าเป็นหิมะเอาไว้

มู่หลงเสี่ยวเทียนเหลือบมองไปที่หลี่ซูอย่างลังเลอยู่สักพัก เขาวางตะกร้าดอกไม้เอาไว้บนโต๊ะไม้ พร้อมกับชี้ไปที่หลี่ซูและพูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า “คุณหวังใช้ให้ผมนำมาให้ และเขาก็ยังฝากมาบอกอีกว่าให้ไปพบกับเขาสถานที่เดิมในวันพรุ่งนี้”

ก่อนที่มู่หรงเสี่ยวเทียนจะพูดจบ หลี่ซูก็ได้ตบไปที่ผู้หญิงคนนั้นจนล้มลงไปนอนกองกับพื้นและชี้ไปที่เธอด้วยความโกรธ “ฉันจ่ายเงินมากมายเพื่อดูแลเธอขนาดนี้ ทำไมยังกล้าดีที่จะไปหาคนอื่นอีก ?” เขารีบพุ่งเข้าไปและจิกผมของผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง

“พี่หลี่ พี่เข้าใจฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันขอโทษ !” ผู้หญิงคนนั้นตะโกนออกมาด้วยความตกใจโดยมีความกลัวปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ

“มีคนฝากผมมาบอก มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมนะ ผมไม่รู้จริง ๆ ผมมีเรื่องจะบอกแค่นี้ ขอตัวก่อน” มู่หรงเสี่ยวเทียนสั่นสะท้านไปทั้งตัวและใบหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นความกลัวเช่นกัน

“ไว้ฉันจับชู้ของเธอได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาชำระแค้นกับเธอ !” หลี่ซูโยนผู้หญิงคนนั้นทิ้งไป เขาหันหลังและเดินตามมู่หรงเสี่ยวเทียนที่กำลังจะจากไป เขาคว้าคอเสื้อของมู่หรงเสี่ยวเทียนและถามอย่างดุเดือดว่า “พูดออกมา ใครเป็นคนจ้างแกมา ?”

มู่หรงเสี่ยวเทียนหน้าซีดแทบจะทันทีและตอนนี้ริมฝีปากของเขาก็สั่นสะท้าน “พี่ใหญ่ ผมเป็นแค่นักเรียน ผมไม่ได้สร้างความคับแค้นใจให้กับพี่เลย พี่อย่าทำร้ายผมเลยนะ และถ้าผมบอกพี่ว่าคนคนนั้นเป็นใคร เขาจะต้องเอาผมตายแน่ ๆ”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่บอกใครว่าแกเป็นคนพูด” หลี่ซูปล่อยมือจากคอเสื้อของมู่หรงเสี่ยวเทียนพร้อมกับรอยยิ้มที่หายาก จากนั้นเขาก็ปัดคอเสื้อของมู่หรงให้เรียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มู่หรงเสี่ยวเทียนเอียงศีรษะอยู่สักพัก จากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูดเหมือนกับเด็กว่า “ตกลง ผมจะบอกพี่ แต่ผมจะบอกพี่แค่คนเดียวนะ พี่ต้องให้คนอื่นออกไปก่อน” มู่หรงเสี่ยวเทียนยื่นมืออกมาและชี้ไปที่ชายร่างใหญ่สองคนนั้น เขาพูดต่อ “นอกจากนี้พี่ไม่สามารถบอกคนอื่นได้”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่พูดถึงแก” หลี่ซูเกือบจะหัวเราะออกมาดัง ๆ เพราะเด็กชายคนนี้ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ เขาโบกมือและสั่งชายสองคนนั้น “พวกแกออกไปก่อน”

เมื่อมู่หรงเสี่ยวเทียนเห็นว่าชายสองคนนั้นออกไปแล้ว เขาก็ปิดประตูพร้อมกับพยักหน้าและยิ้ม “พี่หลี่ พี่มานี่ เดี๋ยวผมจะบอกพี่เองว่ามันเป็นใคร ?”

ร่างกายอ้วนท้วมของหลี่ซูขยับใกล้เข้ามา มู่หรงเสี่ยวเทียนเอนตัวแนบหูและกระซิบว่า “มีคนโทรมาหาฉันและบอกฉันว่าจะต้องตัดแขนของแก !” เสียงที่สงบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันใด เด็กผู้ชายตัวสูงที่สั่นสะท้านด้วยความกลัวเมื่อสักครู่นี้กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน จากนั้นความต้องการฆ่าก็ปรากฏขึ้นมาในแววตาของมู่หรงเสี่ยวเทียนราวกับว่าเป็นหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำลูกแกะ

To be continued…

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 17: สัญญาที่ยังติดค้างตลอด 10 ปี  (ตอน2)

คัดลอกลิงก์แล้ว