เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 9: คำสาปร้ายแรง

เล่ม 1 ตอนที่ 9: คำสาปร้ายแรง

เล่ม 1 ตอนที่ 9: คำสาปร้ายแรง


เล่ม 1 ตอนที่ 9: คำสาปร้ายแรง

ด้วยความบ้าคลั่งที่กำลังประทุ มู่หรงเสี่ยวเทียนวิ่งกลับมาที่หมู่บ้านโนวิซภายในไม่กี่อึดใจเท่านั้น จากนั้นเขาก็รีบพุ่งเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าทันที

“เจ้าของร้าน พอจะมีผ้าขายให้กับผมบ้างไหม ?” มู่หรงเสี่ยวเทียนหอบหายใจออกมา

“มีสิพ่อหนุ่ม เจ้าต้องการแบบไหน ?” เจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงตอบกลับมา

ร้านขายผ้าในหมู่บ้านโนวิซแห่งนี้ ล้วนเป็นผ้าที่ไม่มีคุณสมบัติใดๆติดมาเลย เช่น ป้องกันไฟ หรือเพิ่มความแข็งแกร่ง  เนื่องจากว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนอยู่ในเลเวล 10 พวกเขาจึงยังไม่สามารถเปิดใช้งานประตูมิติได้ ดังนั้นระบบในเกมจึงสร้างร้านขายผ้านี้ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เล่น และหากผู้เล่นคนไหนเลือกอาชีพตัดเย็บ ก็สามารถมาทำงานที่ร้านขายผ้านี้ได้เพื่อแลกกับเหรียญ และการเรียนรู้ทักษะตัดเย็บนั้นจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาการใช้ชีวิต และสร้างความสมดุลให้กับเกมได้เป็นอย่างดี

“ผมต้องการผ้าขาวยาว 2 ฟุตและกว้าง 1 ฟุต” มู่หรงเสี่ยวเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “อ้อ อีกอย่างหนึ่งช่วยเลือกผ้าเปื้อนเลือด ที่สีมันคล้ายกับผ้าพันศพมัมมี่ของอียิป เพราะมันคงจะแปลกมากถ้าหากว่ามัมมี่ไม่มีเลือดเปื้อนตามลำตัว”

เจ้าของร้านมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย แต่เธอเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา “ถ้าเช่นนั้นก็ตามข้ามาหลังร้าน ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง”

มู่หรงเสี่ยวเทียนเดินตามเจ้าของร้านไปที่ด้านหลัง เขากำลังรอเจ้าของร้านปักเย็บผ้าสีขาวให้ตามต้องการ เธอทำชุดออกมาได้เหมือนอย่างที่เขาต้องการไม่มีผิด

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น มู่หรงเสี่ยวเทียนก็หันหลังกลับออกจากร้านขายเสื้อผ้า เขาเปิดหน้าต่างข้อความออกมาและส่งออกไปว่า “จิงยี่ อยู่รึเปล่า ?”

“อยู่ ๆ มีอะไรรึเปล่า ?” เธอตอบกลับมาในกล่องข้อความในทันที

“มาพบฉันที่ปากทางเข้าหมู่บ้านโนวิซหน่อยสิ” มู่หรงเสี่ยวเทียนตอบกลับ จากนั้นเขาก็ปิดหน้าต่างข้อความลง เขาเดินไปรอยังปากทางเข้าหมู่บ้านโนวิซ จากนั้นก็เริ่มมองซ้ายมองขวา ไม่นานร่างของฉินจิงยี่ก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาของเขา

“เรียกฉันมาด่วนขนาดนี้มีเรื่องอะไรรึเปล่า ?” จิงยี่ถามออกมาอย่างสงสัย

“มานี่สิ เดี๋ยวฉันจะบอกให้” มู่หรงเสี่ยวเทียนโบกมือเรียกจิงยี่เข้ามาหาเขาเพื่อที่จะกระซิบบอก

มู่หรงเสี่ยวเทียนรีบอธิบายรายละเอียดของแผนการออกไปทันที

จิงยี่ออกจากหมู่บ้านโนวิซและเดินไปทางด้านขวาตรงไปที่ชายป่า ตามพิกัดที่มู่หรงเสี่ยวเทียนบอกเธอเอาไว้ ทันใดนั้นเธอก็พบกับกลุ่มของพวกเจ้าหนูอย่างรวดเร็ว

“ว้าว น้องสาวคนสวยจะไปไหนจ๊ะ” ก่อนที่จิงยี่จะปรากฏตัวออกมากลับเป็นเจ้าลิงที่มีสายตาแหลมคมมองเห็นเธอก่อน เขาจึงตะโกนเสียงดังออกมา

“อืมม สาวน้อย”ไม่มีเงิน“ให้พวกเราพาเธอไปอัพเลเวลเอาไหม ?” เจ้าไก่จ้องไปที่จิงยี่จนตาของเขาแทบจะทะลักออกมาจากเบ้า

“ขอบคุณนะแต่ไม่เป็นไร” จิงยี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ด้วยท่าทีอ่อนโยนและมีเสน่ห์อย่างมาก จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมาเพื่อปัดผมหน้าม้าที่กำลังบังหน้าผากของเธอออก “หมู่บ้านโนวิซกำลังแจกจ่ายเงินกัน พวกนายไม่อยากได้มันหรือ ?”

“ว่าไงนะ ?” เจ้ามังกรถามขึ้นมาอย่างเร่งรีบ

“พวกเขากำลังแจกเหรียญม่วง” จิงยี่กระพริบตาที่สวยบาดใจของเธอ “ผู้คนที่ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านโนวิซช่วงเวลา 10.40 ถึง 11.00 นาฬิกาจะได้รับเหรียญม่วง พวกนายไม่ลองไปดูหน่อยหรือบางทีอาจจะยังทัน”

“หืม ? เธอไม่ได้หลอกพวกเราเล่นใช่มั้ย ?” เจ้าวัวถามออกไปอย่างสงสัย (ถึงแม้ว่าจะเป็นวัวแต่เขาก็ไม่ได้โง่นะ)

“เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่พวกนายเถอะ” จิงยี่จ้องมองไปที่กลุ่มคนเหล่านั้น จากนั้นก็โบกมือให้กับพวกเขา “ลาก่อนนะหนุ่ม ๆ ฉันหวังว่าพวกนายจะพบกับช่วงเวลาอันแสนสุข”

พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างใจเย็น

เมื่อเห็นเงาที่สง่างามของจิงยี่ห่างออกไปไกลแล้ว เจ้าหนูพี่ใหญ่ของกลุ่ม ก็ผายมือออกมา ก่อนจะพูดว่า “พวกนาย รีบไปที่หมู่บ้านโนวิซกันเถอะ”

ไม่ไกลมากนัก มู่หรงเสี่ยวเทียนกำลังซุ่มตัวเงียบในพุ่มหญ้าอันหนาทึบ เขาเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของทุก ๆ คนในที่แห่งนั้น หลังจากที่กลุ่มของเจ้าหนูได้หายจากไป เขาก็รีบกระโดดออกมาอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะไปเก็บเลเวลต่อ ระหว่างที่วิ่งไป เขาก็ส่งข้อความไปหาจิงยี่อีกว่า “มาได้แล้ว พวกนั้นไปกันแล้ว”

ขณะที่มู่หรงวิ่งมาถึงจุดที่เขาต้องการแล้ว จิงยี่ก็เดินออกมาจากอีกทิศทางหนึ่ง “เร็วเข้าช่วยฉันขุดหลุมพราง 2 ที่หน่อย” มู่หรงเสี่ยวเทียนวัดขนาดหลุมบนพื้น จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่สองแห่งและทำเครื่องหมายเอาไว้

“โอ้โห นี่นายใช้ฉันอย่างกับทาสเลยนะ” จิงยี่ตะโกนออกมาใส่มู่หรงเสี่ยวเทียนพร้อมกับจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง จากนั้นเธอก็ได้นำจอบขุดเหมืองออกมาและเริ่มลงมือขุด

“ขอโทษด้วยนะ ไว้วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวเย็นเธอเป็นการตอบแทน” มู่หรงเสี่ยวเทียนยิ้มออกมาอย่างเขินอาย “แต่.....ฉันเลี้ยงแต่เธอจ่าย ฮ่าฮ่า” หลังจากพูดเสร็จเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกับวิ่งหนีเข้าไปในพุ่มไม้

“นายนี่มันโจรชั่วชัด ๆ !” จิงยี่พูดออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับทั้งหัวเราะและสาปแช่งไปพร้อม ๆ กัน “เอาเปรียบกันชัด ๆ ฉันช่วยนายขนาดนี้ แล้วนายยังทำกับฉันได้ลงคอ”

ในทางมู่หรงเสี่ยวเทียนเขาได้หยิบดาบไม้ของเขาขึ้นมา จากนั้นก็ฟันมันลงไปที่ต้นไม้สองต้นที่มีขนาดหนาพอ ๆ กับต้นขาของเขา เขาตัดมันลงมาพร้อมทั้งเอากิ่งไม้กับใบไม้ ทั้งหมดออกจากลำต้น จากนั้นก็นำมันออกมาจากพุ่มไม้

เมื่อเห็นว่าจิงยี่ขุดหลุมเอาไว้แล้ว มู่หรงเสี่ยวเทียนก็ได้เอาผ้าสีขาวออกมาจากกระเป๋ามิติของเขาก่อนที่จะพันมันเอาไว้รอบ ๆ ท่อนไม้ที่เขาตัดมาและใส่ลงไปในหลุม ขนาดของมันพอดีเป๊ะกับหลุมที่ขุด  จากนั้นมู่หรงเสี่ยวเทียนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“จิงยี่ ถมดินเร็วเข้า” ทั้งสองพยายามเอาดินกลบหลุมนั้นและใช้เท้าเหยียบมันจนแน่น

เขาได้เอาป้ายไม้อันหนึ่งที่สูงสองฟุตและกว้างหนึ่งฟุตมาปักลงตรงหลุมนั้นจนเป็นที่สะดุดตา

“เรียบร้อย รอให้ไอ้พวกนั้นกลับมาอีกครั้งแค่นั้นแหละ เสร็จฉันแน่ !” มู่หรงเสี่ยวเทียนปรบมือและพูดออกมาด้วยท่าทางพอใจ

“ดูไม่ออกเลย นายนี่มันร้ายจริง ๆ” จิงยี่มองไปที่คำสาบแซ่งที่เขียนบนป้ายนั้น ก่อนจะหัวเราะจนท้องแข็ง

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก” มู่หรงเสี่ยวเทียนพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง “ม้าดีมักจะมีคนขี่ แต่คนดีมักจะโดนรังแก”

หลังจากได้ยินเรื่องนี้ ดวงตาของจิงยี่ก็หรี่ลงมาราวกับว่าเธอคิดอะไรได้บางอย่างภายในใจของเธอ เธอเงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาว่า “ฉันไปเก็บเลเวลก่อนนะ ฉันจะต้องไปเก็บวัตถุดิบมาทำยา”

มู่หรงเสี่ยวเทียนมองเห็นความเศร้าในดวงตาของจิงยี่และดูเหมือนว่าเธอต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อขณะที่เธอกำลังขยับปากอยู่ เธอก็ทนฝืนและเก็บมันเอาไว้ในใจ เธอได้แต่พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ และเขาก็ได้แต่เฝ้าดูการจากไปของเธอ

“ดูเหมือนว่าจิงยี่กำลังจะมีปัญหาบางอย่างในโลกของความเป็นจริง” มู่หรงเสี่ยวเทียนคิดภายในใจและถอนหายใจออกมาเบา ๆ

เจ้าหนูและพรรคพวกของเขารีบออกมาจากหมู่บ้านโนวิซด้วยความโกรธ เขาสาปแช่งหญิงสาวคนนั้นที่โกหกพวกเขา เขารีบมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่พวกเขาเคยเก็บเลเวลก่อนหน้านี้เมื่อมาถึงเจ้าหนูก็ได้เห็นป้ายบางอย่างที่มู่หรงเสี่ยวเทียนได้ตั้งเอาไว้

“ลูกพี่ นั่นมันอะไรกัน ?” เจ้าลิงยกนิ้วขึ้นมาชี้ไปที่ป้ายนั่นและถามเขาขณะที่กำลังเดินผ่าน

“ฉันยังมองเห็นมันไม่ค่อยชัด” เจ้าหนูส่ายหัวไปมาอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็รีบเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปดูใกล้ ๆ

เมื่อพวกเขามาถึงตรงที่ป้ายปักอยู่ ทั้งกลุ่มก็ต้องตกตะลึงขึ้นมาทันที พวกเขาเห็นมัมมี่สองตัวนอนในหลุมดูแล้วมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก มีสัญลักษณ์แปลก ๆ มากมายวางอยู่บนหลุมนั้น ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ราวกับเป็นการเซ่นไหว้หรืออัญเชิญวิญญาณอะไรสักอย่าง และตรงหน้านั้นก็เขียนตัวอักษรว่า “คำสาปที่รุนแรง หากผู้ใดละเมิดเข้าไปในบริเวณนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เล่นชื่อ”โจร“หรือผู้ใดทำลายเสานี้ หากเกิดเป็นชายจะต้องไปเป็นทาส หากเกิดเป็นหญิงจะต้องไปเป็นโสเภณี หลายชั่วอายุคน เมื่อตายไปเท้าจะต้องเดินลงขุมนรกชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาคนนั้นจะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีก !”

“บ้าไปแล้ว นี่มันวันอะไรกันวะเนี่ย ซวยจริง ๆ” เจ้ามังกรแสดงปฏิกิริยาตอบสนองออกมาเป็นคนแรก

“แย่แล้ว พวกเราถูกหลอก ! หญิงสาวคนนั้นเป็นพวกเดียวกันกับไอ้โจรกระจอกนี้” เจ้าวัวกวัดแกว่งดาบไม้ไปมาอย่างดุเดือด

“ไง..พวกโง่ !” มู่หรงเสี่ยวเทียนหัวเราะออกมาขณะที่กำลังต่อสู้อยู่กับมอนเตอร์หัวม้าอย่างสนุกสนาน เขาสร้างเสานี้ขึ้นมาเหมือนเป็นตัวแบ่งเขตเพื่อไม่ให้พวกเจ้าหนูเข้ามายังบริเวณที่มอนสเตอร์หัวม้าปรากฏและเขาจะได้เก็บเลเวลแต่เพียงผู้เดียว การวางแผนแบบนี้ก็เพื่อให้พวกนั้นกลัวและไม่กล้าละเมิดเข้ามายังที่ที่เขาเก็บเลเวล

“ชายคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเป็นคนที่มีความเหี้ยมโหดมาก” เจ้ามังกรแสดงใบหน้าอันสงบนิ่งออกมา

เจ้าหนูพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองไปที่มู่หรงเสี่ยวเทียนอย่างดุเดือด “น้องชาย ครั้งนี้แกชนะไป แต่ฉันฝากไว้ก่อน แล้วเราจะได้เห็นดีกันในภายหลัง !” หลังจากพูดจบเขาก็หยุดชะงักและหันหลังกลับไปบอกคนของตัวเอง “ไปกันเถอะ !”

พวกนั้นรีบจากไปจริง ๆ แฮะ ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะได้ผลเร็วขนาดนี้ ! ฮ่าฮ่าฮ่า

เมื่อเห็นคนพวกนั้นค่อย ๆ เดินจากไป มู่หรงเสี่ยวเทียนก็ยิ้มออกมาราวกับว่าเป็นผู้ชนะ

To be continued…

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 9: คำสาปร้ายแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว