เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)

Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)

Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)


Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)

ร่างกายของเบอเซิกเกอร์ได้เปลื่ยนเป็นสีแดง ดวงตาของเขาได้กลายไปเป็นสีแดงเลือดและส่องสว่างออะมา ยอนฮัวเรทก็ได้ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง

'ฆ่า ฆ่า ฆ่า'

จากภายในหูของเขา

'เขากำลังพลังเพิ่มขึ้น ระวังตัวด้วยเค'

เบสโกโร่ได้เตือนออกมา ซังจินรู้ดีเกี่ยวกับมันแน่นอน ไม่ว่าความแตกต่างของสเตตัสจะมากแค่ไหน แต่สถานะดังกล่าวมันก็เป็นอันตราย

"จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง"

เขาได้ร่ายเวทย์พร้อมด้วยเบสโกโร่

"จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง"

ซังจินได้จงใจร่ายเวทย์ช้าลงเล็กน้อยเพื่อที่จะให้เวทย์ของเบสโกโร่หยุดศัตรไว้กับที่เพื่อสร้างโอกาสให้ศัตรูโดนเวทย์บอลไฟเต็มๆ

"ฟรอสต์ไบท์"

เมื่อเวทย์ของเบสโกโร่ออกมาก่อนจะถึงตัวศัตรู ม่านพลังป้องกันรอบๆเขาก็ปรากฎออกมาและช่วยหยุดความหนาวเย็นไว้ มันเป็นเวทย์ป้องกันของไอเทมหรือฉายาที่เตรียมไว้ป้องกัน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาหยุดร่ายเวทย์บอลไฟ

"บอลไฟ"

บอลไฟได้รวมตัวกันขึ้นที่ปลายบลัดเวเจนและพุ่งเข้าไปใส่เบอเซิกเกอร์

"ตูมม"

เวทย์ได้ตกลงไปบนพื้นและระเบิดออกมา แต่ว่าเบอเซิกเกอร์ได้วิ่งออกมาจากเขตอันตรายแล้ว เขาได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจินด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ซังจินได้หยุดเขาด้วยการใช้ดวงตาของบาซิลิสทันที

"ดวงตาอสรพิษ"

เบอเซิกเกอร์ได้หยุดลงครู่หนึ่ง แต่ว่าก็มีม่านทรงกลมได้ปรากฏออกมา และเบอเซิกเกอร์ก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

"ภูมิต้านทาน?"

ดูเหมือนกับว่าเขาวิ่งเข้ามาโดยที่ไม่กลัวตายเลย ซังจินได้เตรียมดาบขึ้นมา เบอเซิกเกอร์ได้เข้ามาในระยะและเริ่มเหวี่ยงดาบมั่วๆโดยไร้ซึ่งแบบแผน สิ่งที่เขาใช้ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามมีเพียงแค่พลังและความเร็วเท่านั้น

คนอื่นก็อาจจะมีปัญหากับการโจมตีที่บ้าคลั่งนี้ แต่ว่ามันไม่ใช่กับซังจิน เขาได้อดทนและปัดขวานแต่ละครั้งของเบอเซิกเกอร์อย่างใจเย็นด้วยดาบคู่ของเขา

"เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง"

เสียงดาบได้ปะทะกันมากกว่าสิบครั้งในไม่กี่วินาที เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่านักล่าคนอื่นๆที่ซังจินเคยได้เผชิญหน้ามาจนถึงตอนนี้ การโจมตีของเขาเทียบได้กับคาเรี่ยนในบทก่อนหน้านี้

แต่มันมีความแตกต่างกันระหว่างเบิกเซิกเกอร์กับคาเรี่ยน เบอเซิกเกอร์มีระยะเวลาที่จะเคลื่อนไหวเช่นนี้ได้เพียง 30 วินาทีเท่านั้น เมื่อพ้น 30 วินาทีนี้ไปซังจินก็จะชนะไปได้โดยอัตโนมัติ และทำเพียงแค่ป้องกันอย่างง่ายๆก็พอแล้ว

เหตุผลเดียวที่ทำให้การต่อสู้กับคาเรี่ยนทำได้ยากเพราะเขาจำเป็นต้องหาจังหวะสวนกลับไป

"เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง"

เพียงแค่ป้องกันก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชนะ และเบอเซิกเกอร์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกนอกจากการโจมตีในโหมดบ้าคลั่งนี้ เขาทำได้เพียงแค่เหวี้ยงอาวุธของเขาไปเรื่อยๆเท่านั้น

มันเป็นเรื่องของเวลาที่ว่าเบอเซิกเกอร์จะโดนฆ่าโดยดาบของซังจินเมื่อไหร่ แต่แล้วก็ได้มีอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา

"จงตื่นขึ้นและกลายมาเป็นทาสของข้า"

ซังจินที่กำลังเผชิญหน้ากับเบอเซิกเกอร์อยู่ก็ได้ยินเสียงร่ายเวทย์ออกมาจากด้านหลัง

"การฟื้นคืนของคนตาย"

และ

"ก๊าซซซ"

ซามูไรระดับสูงได้ลุกขึ้นมากลายเป็นอันเดธและเข้าร่วมการต่อสู้ ในตอนนี้มันได้กลายเป็นการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 ไปแล้ว เบอเซิกเกอร์ได้จดจ่ออยู่กับการโจมตีมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้

เนื่องจากว่าซามูไรระดับสูงเป็นคนที่มีความสามารถในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นศพของเขาก็ยังคงพอจะมีความสามารถอยู้บ้างและได้ทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้น แต่ซังจินก็เริ่มที่จะกังวล

'นี่มันไม่ดีแน่....'

ชะตากรรมของเบอเซิกเกอร์ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องตายแน่นอน แค่ว่าถ้าหากเขาถูกฆ่าโดยอันเดธซามูไรมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ไอเทมมันจะไม่ดรอปลงมา ในขณะเดียวกันนาดาก็ได้ร่ายเวทย์อื่นออกมา

"อำนาจแห่งความชั่วร้ายลอกผิวหนังและทำลายกระดูก คลั่ง"

ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้มันเช่นกัน

"คลั่ง"

แสงสีแดงได้ส่องออกมาจากตาของเบสโกโร่และซังจินก็เล็งโจมตีไปที่หัวไหล่และข้อศอกซึ่งยากจะหลบเลี่ยง

เบอเซิกเกอร์นั้นไม่ได้อยู่นิ่งดังนั้นมันจึงทำให้โดนแค่ถากๆ แต่ว่ามันก็เพียงพอแล้วที่จะเพิ่มความเร็วการโจมตีของซังจิน

ซังจินไปแทงไปที่ด้านข้างและต้นขา และเมื่อความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นสามขั้น เขาก็สามารถจะเอาชนะอันเดธซามูไรในกาแข่งตัดหัวเบอเซิกเกอร์ไปได้

"ฉึบ"

เบอเซิกเกอร์ได้ตายลงไปก่อนที่ผลของยอนฮัวเรทจะหมดลง ไอเทมทั้งสองชิ้นได้ตกลงมา

"วูวว..."

ซังจินได้ถอนหายใจออกมาและจากนั้นก็หันหน้าไปมองนาดา นาดาก็ได้มองเขาอยู่ด้วยดวงตาที่แสดงความสงสัย

"นายเป็นใคร?"

อันเดธซามูไรยังคงอยู่ในท่าเตรียมต่อสู้ มันพร้อมที่จะโจมตีตามคำสั่งของนาดา เธอยังคงไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเพื่อนหรือศัตรู

ซังจินได้เก็บดาบลงไปเพื่อที่ให้เธอมั่นใจ

"อา ไม่ต้องกังวล"

แต่เบสโกโร่ก็ได้ตะโกนออกมาในหัวของเขา

"ว๊าว มันใหญ่มากเลยนะเค"

เขาพูดถูก หน้าอกของเธอใหญ่ล้นออกมา เขาพยายามที่จะเมินมันและพูดต่อไป

'ฉันเป็นพันธมิตร'

แต่ว่า

'ดูที่หน้าอกนั้นสิ....หน้าอกนั่น'

เพราะว่าการรบกวนของเบสโกโร่มันได้ทำให้เขากลายเป็นลิ้นพันกัน

"ฉันเป็นหน้าอก"

"อะไรนะ?"

การแสดงของทางสีหน้าของนาดาได้เปลื่ยนไปอย่างฉับพลัน เธอได้หยิบมีดสั้นขึ้นและกำลังจะพุ่งเข้าใส่เขา

'อ้า ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ'

เบสโกโร่ได้เริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"เวรเอ้ย"

'ฉันเป็นหน้าอก...หน้าอก'

ซังจินได้โยนหมวกออกไปในทันที

"ฉันเป็นพันธมิตร ฉันไม่ใช่ศัตรู"

แต่เธอก็ได้ตั้งท่าเฝ้าระวังเขาแล้ว อันเดธซามูไรก็ดูเหมือนจะพร้อมพุ่งเข้าใส่ซังจินตลอดเวลา

เพื่อที่จะให้เธอสบายใจซังจินจึงยกมือขึ้นและก้าวออกไปหลายก้าว

"ฉันจะบอกเธออีกครั้ง ฉันไม่ใช่ศัตรูและก็ไม่ใช่ฆาตกร"

ลูกบาศก์ของนาดาก็ได้ยืนยันคำพูโของเขา

[ฆาตกรทั้งหมดได้ถูกกำจัดแล้ว]

[จะเริ่มการแจกรางวัลอีกครั้ง]

[ผลงานของคุณคือ 100%]

[ได้รับแต้มสเตตัส 12600 แต้ม และเหรียญดำ 12600 เหรียญ...]

เธอได้ผูกขาดผลงานเนื่องจากว่าพรรคพวกของเธอตายหมดแล้ว เธอได้รับผลงานมากกว่าซังจินซะอีก และซังจินก็ได้ยืนรอเธอในขณะที่เธอรับรางวัล

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[คิเมโร่ - แหวนแห่งการรวมสัตว์]

[เมอร์ก้า - ผลไม้วิวัฒนาการ]

[เซอร์บีรอส - ผู้เฝ้าประตูนรก]

[หินเอนชานต์]

เธอได้รับไอเทมมากกว่าเขาหนึ่งอย่างคือเซอร์บีรอส คทาของเรนิน

[สุดท้ายนี้จะเริ่มการมอบฉายาที่ได้รับจากการจู่โจม]

แม้ว่ามันจะใกล้ถึงตอนจบของการแจกรางวัล แต่นาดาก็ไม่ได้ลดการเฝ้าระวังซังจินลงเลย ซังจินอาจจะต้องถูกบังคับให้อยู่ในสถานการณืที่เลวร้ายได้เลย (ต่อสู้กับเธอ)

เมื่อได้เห็นฉายานักล่าสมบัติของเธอ เธอจะต้องได้ต่อสู้กับบอสลับหลายตัวและเก็บรวบรวมชิ้นส่วนลับหลายๆชิ้น เธออาจะอ่อนแอกว่าเขาแต่มันก็ไม่ได้มากนัก แม้อย่างนั้นก็ตามเขาก็ไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเธอ

ซังจินชอบเธอมากเลยทีเดียว(ไม่ใช่ในเรื่องเพศ แต่เป็นแนวๆเพื่อนมนุษย์) ผู้ใช้มีดสั้นและเวทมนตร์ดำมันไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอแย่เลย เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งและเป็นคนดี เมื่อได้พูดคุยกับเธอ เธอมักจะพูดว่า

'ฉันจะต้องพึ่งพานานะซังจิน'

'ฉันจะระวังหลังให้นายซังจิน'

'ระวังตัวด้วยซังจิน'

เธอเป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยนมากกว่าคนอื่นๆ ในชีวิตก่อนหน้านี้เธอไว้ใจเขาและเชื่อในความเป็นผู้นำของเขา

'เราจะได้มาร่วมทีมกันอีกครั้ง ฉันจะมั่นใจเมื่อได้ร่วมทีมกับนาย'

แต่ว่าในคราวนี้มันดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะผิดพลาด ซังจินได้นึกย้อนกลับไปในสิ่งที่เกินขึ้นเร็วๆนี้ราวกับการกอกลับหลังของหนัง

'ฉันเป็นหน้าอก'

ซังจินได้ปิดตาแน่น

'ให้ตายเถอะ'

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเธอได้มองมาที่เขาราวกับเขาเป็นโรคจิต เขาสามารถจะเข้าใจเธอได้อยู่ สิ่งแบบนี้ได้เกิดขึ้นกับเธอเกือบจะทุกรอบการจู่โจม เธอคงจะมีประสบการณ์ที่คล้ายๆกับของเซริน

[จอมเวทย์ดำระดับสูง - เพิ่มพลังเวทมนตร์ดำ 30%]

[คุณจะกลับไปที่ฮอลนักล่าในอีก 3 นาที 32 วินาที]

'3 นาที 32 วินาที...'

นี้มันเป็นการล่าฆาตกรครั้งสุดท้ายแล้ว เวลาของการจู่โจมนี้ 1 ชั่วโมง 30 นาที ใกล้จะหมดลงแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซังจินจึงได้กล่าวกับเธออีกครั้งหนึ่ง

"ฉันไม่ใช่ศัตรู"

และเธอก็ได้ตอบกลับมา

"แล้วนายเป็นอะไร?"

ซังจินลังเล แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะพูดความจริงกับเธอ เขาไม่สามารถจะโกหกสหายในอนาคตของเขาได้

"ฉันเป็น..."

ซังจินได้เหล่มองและชี้ไปที่ฉายาที่ลอยอยู่บนหัวของเขา

"ผู้พิพากษา ฉันเชี่ยวชาญในการล่าฆาตกร"

ด้วยคำพูดนี้ นาดาก็ได้ให้คำตอบที่ไม่คาดคิดออกมา

"ฉันรู้แล้ว ผู้พิพากษา ฮันก็มีฉายานี้เช่นกัน"

'หืมมม?'

ในตอนนี้เธอได้กล่าวมันออกมา มันเห็นได้ชัดว่าเธอจะมีโอกาสได้พบกับฆาตกรมากว่าเขามาก ดังนั้นเขาก็คสรจะตระหนักถึงมันตั้งแต่แรก

จากนั้นซังจินก็ได้ตรวจสอบด้านหลังของเขา มันมีศพของนักล่านกฮูกอยู่เขาได้ถือธนูเอาไว้และมีบางอย่างที่คล้ายกับธนูวางอยู่ข้างๆเขาด้วย เธอก็คงจะได้จัดการฆ่าฆาตกรคนนี้เพื่อเอาไอเทมมาเช่นกัน

"เอาหละ ก่อนหน้านี้นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน? นายไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนที่เริ่มการจู่โจมนิ"

ซังจินได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง

'ฉันควรจะบอกเธอเกี่ยวกับร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำดีไหมนะ?'

แต่ว่าการที่บอกเธอไปอาจจะทำให้เกิดอะไรแปลกๆขึ้นได้ ซังจินรู้สึกว่าหากเขาบอกเธอไป มันก็อาจจะมีการเปลื่ยนแปลงที่ยากจะควบคุมได้ ดังนั้นซังจินจึงตัดสินใจที่จะให้คำตอบเธอไปสั้นๆ

"ฉันมีไอเทมที่อนุญาติให้เคลื่อนย้ายไประหว่างมิติได้ มันจะช่วยให้ฉันได้แทรกแซงการจู่โจมอื่นๆ"

ด้วยความรู้สึกขอบคุณ

'นายได้มันมาจากที่ไหน?'

เธอไม่ได้ถามคำนั้นออกมา เธอพูดเพียงแค่

"ถ้านายเสร็จธุระแล้ว ก็ไปได้แล้ว"

ดูเหมือนว่าเธอจะมองซังจินในเรื่องของความกลัว อาจจะว่าเนื่องจากเห็นเขาต่อสู้กับเบอเซิกเกอร์ในก่อนหน้านี้

เธอไม่ได้กลัวกับการสู้กับนักล่าคนอื่นๆแบบ 3 ต่อ 1 แต่เธอก็ได้หวาดกลัวซังจินเมื่อเห็นเขาต่อสู้ก่อนหน้านี้ ซังจินจึงพูดกับเธอ

"ฉันไม่สามารถจากไปในทันทีได้ และฉันก็ยังไม่มีความต้องการที่จะสู้กับเธอด้วย"

"ฉันจะรู้ได้ยังไง?"

"เธอไม่ใช่ฆาตกร ฉันจะได้รับอะไรงั้นหรอจากการฆ่าเธอ"

แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องฆ่าเธอ สิ่งที่ปากของเขาได้พูดออกมาในก่อนหน้านี้

'หน้าอก'

นาดาไม่สามารถคลายการเฝ้าระวังของเธอได้ ซังจินจึงได้ขมวดคิ้วขึ้น มันดูเหมือนว่าสถานการณืจะไม่สามารถแก้ไขได้เพียงแค่พูดคุยกัน ซังจินจึงพูดกับเธอ

"ไม่ว่าเธอจะเชื่อฉันรือไม่ก็ตาม ฉันจะไปเก็บไอเทมของฉัน แต่ถ้าหากว่าเธอโจมตีฉัน ในขณะเดียวกันฉันก็จะตอบโต้กลับไป

ซังจินได้เริ่มขยับช้าๆ นาดาก็ได้คอยสังเกตุการณ์เขาอยู่ เธอดูเหมือนจะเข้ามาโจมตีเขา แต่เธอก็ไม่ได้เลือกที่จะโจมตีเขาซังจินเว้นแต่ว่าเขาจะเป็นฆาตกร

แถมเธอก็ยังกลัวการกลายไปเป็นฆาตกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายตรงข้ามที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการล่าฆาตกรที่ใช้ฉายาว่าผู้พิพากษาอยู่

ซังจินได้หยินไอเทมของซามูไรและเบอเซิกเกอร์ขึ้นมาและเก็บมันลงไปในลูกบาศก์ มันช่วยไม่ได้ที่้เขาจะคิดบางอย่างขึ้นมา

'ฉันต้องการจะล้างบาปเธอ....'

เธอเป็นพรรคพวกที่ไว้ใจได้และน่าเชื่อถือมากที่สุดในหมู่ของ 10 คนสุดท้าย เธอมีความสามารถและมนูษย์สัมพันธ์ที่ดี เธอเหมาะสมที่สุดแล้ว ทักษะของเธอก็เป็นที่ต้องการในเวลานี้เช่นกัน

ปัญหาก็คือตอนนี้เธอได้เชื่ออย่างสมบูรณืไปแล้วว่าเขาเป็นโรคจิต

'ฉันหวังว่าฉันจะสามารถใช้เวทมนตร์น้ำเงินระดับ 9 เพื่อที่จะย้อนเวลากลับไปได้...'

ในขณะเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คุณจะกลับไปที่ฮอลนักล่าในอีก 1 นาที]

เหลือเวลาอีกเพีง 2 นาที

'ฉันควรจะทำยังไงดี?'

ฉันจินได้เค้นสมองของเขาเพื่อหาคำตอบนี้

จบบทที่ Chapter 89 – Magician’s Ivory Tower (10)

คัดลอกลิงก์แล้ว