เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 80 - Magician's Ivory Tower (1)

Chapter 80 - Magician's Ivory Tower (1)

Chapter 80 - Magician's Ivory Tower (1)


Chapter 80 - Magician's Ivory Tower (1)

ซังจินได้ปอกเปลือกส้มออกมาด้วนมือข้างหนึ่งในขณะที่มืออีกข้างก็ถือกระดาษข้อมูลอ่านไปพร้อมๆกัน


Chapter 9 – Magician’s Ivory Tower Raid

Objective – Hunt the Mad Magician ‘Lenin’

Time limit: 1 hour 30 minutes


สิ่งที่สะดุดสายตาของซังจินมากที่สุดก็คือส่วนที่บอกว่า 'บทที่ 9'

'อา...และแล้วเราก็ได้มาถึงจุดๆนี้...'

เหตุผลที่ซังจินแทดงท่าทางแบบนี้ก็เพราะในบทที่ 10 คือการจู่โจมรังมังกรแดง

จากจุดๆนั้น การจู่โจมก็จะเปลื่ยนจากทีม 5 คน มาเป็นในรูปแบบทีม 10 คนแทน และบอสการจู่โจม 'มังกรแดงคาลกัลล์' ก็แข็งแกร่งเป็นสองเท่าของบอสการจู่โจมที่ผ่านๆมา

การที่ไม่ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม 10 คนมันก็จะทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น และบอสก็แข็งแกน่งพอที่จะทำให้ซังจินไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถเอาชนะมันได้ด้วยตนเองหรือไม่

'...ฉันต้องการที่จะเตรียมตัวเองมากว่านี้สำหรับในการจู่โจมถัดไป..'

ซังจินได้วางกระดาข้อมูลลงไปหลังจากที่จัดการความคิดเสร็จืจากนั้นเขาก็ดำเนินการเตรียมพร้อมสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มการจู่โจม

"โอเปอเรเตอร์อัพความแข็งแกร่ง 2500 ความคล่องแคล่ว 2500 ความอดทน 1000 พลังเวทย์ 1000 และพลังจิตใจ 2900"

ซังจินต้องการที่จะเพิ่มพลังเวทย์จพนวนมากเพื่อที่จะใช้เวทมนตร์ระดับ 9 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าการที่จะทำเช่นนั้นมันก็จะทำให้พลังโดยรวมของซังจินน้อยลง

เขาได้รับประสบการณ์มาแล้วในตอนที่ต่อสู้กับดาร์คเอลฟ์ที่ถูกเนรเทศ การที่ขาดสเตตัสความแข็งแกร่งและคล่องแคล่วมันจะทำให้เขาไปสู่เส้นทางของความตาย

'แต่ถ้าหากว่าฉันจะทำตามตรรกะนั้น ฉันก็ควรจะใช้ฉายาสุดยอดนักล่าตลอดเวลา...'

แต่ว่าในตอนนี้ เขาไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถเอาฉายาผู้พิพากษาออกไปได้ เนื่องจากว่าการที่เขาทำเช่นนั้นมันก็จะทำให้รายได้ที่เขาได้รับเหลือเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง เขาปฏิญาณตนว่าจะซื้อดวงดาวไร้นามหลังจากการจู่โจมนี้จบลง

ซังจินได้ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อนึกถึงองค์ประกอบลับของการจู่โจมในความทรงจำของเขา

'ใช่แล้ว...ฉันนึกออกแล้วว่ามันอยู่ที่ไหน...'

เนื่องจากว่าเขารู้แล้วว่าองค์ประกอบลับมันซ่อนอยู่ที่ไหน เขาจึงต้องการที่จะใช้ทักษะของนักล่าสมบัติในการค้นหาบอสเพียงเท่านั้น จากจุดนนี้ไปซังจินได้รู้ถึงที่อยู่ถึงองค์ประกอบลับในแต่ละบท

นี้มันเป็นเพราะว่าในชีวิตที่แล้วของเขานักล่าได้ตระหนักถึงมันและรู้ว่ามันอยู่ไหน และ

'ในบทนี้ มันก็ซ่อนอยู่ที่นั่น'

สิ่งนี้เขาได้รู้จากการพูดคุยเล่ากันระหว่างนักล่าในอดีตที่พวกเขาได้ค้นพบพวกมัน เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้ว ซังจินได้ปอกเปลือกส้มผลสุดท้ายและกินมันเข้าไป แต่ว่าในขณะเดียวกัน

['ราร์ - ไข่ทองคำ' ได้กำลังสั่น]

โอเปอเรเตอร์ได้รายงานออกมา

'โอ้ ใช่แล้ว...'

เขาได้ลืมมันไปอีกแล้ว

"โอเปอเรเตอร์ส่งมันมามห้ฉันเดียวนึงสิ"

ลูกบาศก์ได้ส่งไข่ออกมาให้ซังจินและเขาก็ตรจจสอบมัน


ราร์ - ไข่ทองคำ

ไข่ระดับตำนาน

ทักษะติดตัว

สั่นสามครั้ง - ไข่จะสั่นสามครั้งต่อวัน

นกที่มุ่งมั่นจะออกมาจากไข่ ไข่ของมันคือโลก เพื่อที่จะเกิดออกมา มันจะต้องทำลายโลกเล็กๆใบนั่น


'นี้มันอะไรกัน? มันเปลื่ยนไปอีกแล้ว'

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง ทันใดนั้นได้ก็ได้สั่น

'ครืด'

ซังจินได้ถือไข่ไว้แน่นเพื่อที่จะไม่ให้มันหลุดออกจากมือ และจากนั้นมันก็สั่นออกมาเป็นครั้งที่สอง

'ครืด'

และจากนั้นก็ครั้งที่สาม

'แคร๊ก'

ไข่ได้เปิดออกมา และเขาก็สามารถจะมองเห็นภายในนั้น ซังจินได้มองไปที่รูเปลืกนั้น มันมีตาของนกอินทรีอยู่ภายในนั้นกระพิบอยู่

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศออกมาอีกครั้ง

[ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้รับไอเทมระดับตำนาน 'ราร์ - ปีกทองคำ']

ซังจินได้วางไข่ลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง อินทรีย์ตัวนั้นมันได้ทำขายเปบือกไข่และปีนออกมา ในที่สุดซังจินก็ได้รู้ว่าตัวที่อยู่ภายในไข่มันไม่ใช่นกอินทรีย์

มันมีหัวเป็นอินทรีย์ แต่ว่าร่างกายมันเป็นของสิงโต เบสโกโร่ได้กล่าวออกมาเป็นคนแรก

'มันเป็นกริฟฟิน'

จากนั้นเบสโกโร่กกล่าวเสริมถึงลักษณะออกมาอีก

'สีปีกของมันแสดงถึงว่ามันเป็นสายพันธ์ุที่หายาก ดังนั้นฉันเดาว่ามันน่าจะเป็นสายพันธ์ุจักพรรดิกริฟฟิน มันได้เกิดออกมาอย่างมีเกียรติ'

ซาดาเมียร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมา

"โอ้ มันเป็นกริฟฟินจักพรรดิ มันเกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งและความสามารถในการป้องกันเวทย์ที่มากกว่าสายพันธุ์อื่น"

เคนก็ได้จ้องมองไปที่ลูกกริฟฟินโดยไร้คำพูดเช่นกัน ทุกๆคนกำลังจ้องดูมันอยู่ จากนั้นซังจินก็ยกลูกกริฟฟินขึ้นมา

กริฟฟินมันมีขนาดที่ใหญ่เล็กน้อยเมื่อพิจารณาจากการที่มันพึ่งเกิดมา ขนาดโดยรวมของมันประมาณ 60 ซม.

"ก๊า~"

มันได้ร้องออกมาอย่างน่ารัก และในเวลาเดียวกันไข่ทองคำย่อส่วนก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนมือของซังจิน มันมีลักษณะดูคล้ายกับรูปสลักไม้ของเคน

ซังจินได้มองกลับไปกลับมาระหว่างไข่ทองคำกับกริฟฟินที่พึ่งเกิด กริฟฟินมันได้มองมาที่ซังจินด้วยดวงตาที่กลมโต

'สัตว์สายพันธุ์นกมันจะจดจำสิ่งแรกที่เห็นในตอนที่เกิดมาว่าเป็นพ่อแม่ของมัน...'

แต่ว่าเนื่องจากกริฟฟินมันมีส่วนบนเป็นนกและท่อนล่างเป็นสิงโต ซังจินจึงไม่แน่ใจว่ามันเป็นสายพันธุ์อะไรกันแนา แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าซังจินจะต้องเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูกริฟฟิน

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอยู่อีกเท่าไหร่ก่อนการจู่โจมจะเริ่มขึ้น?"

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 ชม. 32 นาที]

ซังจินได้หันไปมองที่ดารูปิน ดารูปินก็ได้มองดูเขาเช่นกันจากระยะไกล

"ดารูปินช่วยดูแลเจ้าหนูนี้แทนฉันทีนะ ในตอนที่ฉันไม่อยู่"

ดารูปินได้ตอบรับกลับมา

"รับทราบท่านนักล่า"

ในขณะเดียวกัน

"ก๊า~"

ลูกกริฟฟินก็ได้นั่งลงบนมือของซังจินและร้องออกมาอย่างน่ารัก ระดับความน่ารักของมันไร้ซึ่งขอบเขต ซึ่งทำให้ซังจินได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ของเขาเล่นกับเจ้าเด็กตัวนี้และในที่สุดเขาก็ถูกส่งไปที่ไอวอรี่หอคอยแห่งจอมเวทย์

****

มันเป็นเมืองที่อยู่ในเปลวเพลิง โครงสร้างไม้ได้ถูกเผาและถล่มลงมาและมีควันลอยขึ้นไปในอากาศ

'กรี๊ด'

เสียงกรีดร้องได้ดังออกมาจากระยะไกล มันเหมือนกับเป็นฉากในนรก ในตรงกลางมันทีหอคอยตั้งอยู่โดดเดี่ยว จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ให้คำแนะนำออกมา

[ยินดีต้อนรับ ที่แห่งนี้คือหอยคอยแห่งจอมเวทย์]

[มันเป็นที่อยู่ของจอมเวทย์เรนิน ผู้ที่ได้เผาเมืองและพรากชีวิตของผู้คนไป]

[โปรดระวังเอาไว้ด้วยว่าจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งได้ไม่เป็นเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่]

[โฮมุนครุสที่ถูกทดลองก็เป็นอันตรายภายในหอคอยแห่งนี้]

ครู่หนึ่งเมื่อโอเปอเรเตอร์พูดจบ

"ฮ้า ฮ้า ฮ้า ไหม้ไป ไหม้ไป"

ได้มีภาพเงาของจอมเวทย์ที่ได้ปาบอลไฟลงมาในเมืองจากบนท้องฟ้า เขาคนนั้นคือจอมเวทย์เรนิน

เวทย์ของเขาได้เผาไหม้โครงสร้างของเมืองเกือบทั้งหมด หลังจากที่เขาทำลายเมืองแล้ว เขาก็กลับไปที่ด้านบนสุดของหอคอยและหายตัวไป

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง

'เดี๋ยวก่อนนะ...ถ้าฉันสามารถจะบินขึ้นไปที่นั่น ฉันจะไม่ไปเจอบอสเลยงั้นหรอ?'

ไม่เหมือนกับในปราสาทของแวมไพร์ การจู่โจมนี้มันมีอิสระ ถ้าหากเขาสามารถบินขึ้นไปได้เหมือนกับจอมเวทย์ที่บ้าคลั่ง มันก็อาจจะเป็นไปได้ในการที่จะข้ามส่วนอื่นๆและจบการจู่โจม

ในตอนนี้ซังจินมีหินแสวงหาฆาตกรอยู่ 5 ก้อน ในการที่จะใช้มันทั้งหมด เขาจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 50 นาที กล่าวอีกนัยนึงคู่เขาจะต้องจัดการเคลียทุกสิ่งที่นี่ให้เสร็จภายใน 40 นาที เขาจะต้องหาทางลัดในการทำเช่นนั้น

ในขณะที่ซังจินกำลังมองขึ้นไปบนหอคอย นักล่าคนอื่นๆก็ได้เริ่มโผล่ออกมา

[ทำการจัดทีมนักล่า]

นักล่าที่ได้ถูกอัญเชิญมาต่างก็มีฉายาดังนี้ 'ภูผา' 'ฮอปไลต์ (เป็นทหารกรีกที่ใช้หอกกับโล่)' 'ชาวภูเขา' 'จอมเวทย์เขียว' มันเป็นการนากที่จะเห็นฉายาปกติในตอนนีิ มีเพียงแค่คนที่เก่งเท่านั้นที่ยังรอดอยู่

"สวัสดี"

"มาร่วมมือกันเถอะ"

ทุกๆคนต่างก็คุ้นเคยกับการจู่โจมดี และในหมู่พวกเขา จอมเวทย์เขียวก็ได้ยดมือขึ้นมาและ

"มีเคยเจอชิ้นส่วนลับหรือบอสลับไหม?"

เขาได้ถามกับกลุ่มนี้ 'ฮอปไลต์' และ 'ชาวภูเขา' ได้ชูมือขึ้นมา ซังจินได้มองดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยกมือขึ้นมาเช่นกัน ปรากฏว่ามีเพียงแค่ 'ภูผา' เท่านั้นที่ยังไม่เคยพบกับชิ้นส่วนลับและบอสลับ

"มันคืออะไร?"

"มันเป็นองค์ประกอบที่ได้ซ่อนอยู่..."

จอมเวทย์เขียวได้อธิบายออกมาเกี่ยวกับมัน ในขณะที่มองดูเขาอธิบายซังจินก็คิดขึ้นกับตัวเอง

'ดูเหมือนมันจะถึงเวลาที่ฉันควรจะเริ่มมองหา 'พันธมิตรที่แท้จริง' ของฉันอย่างจริงจังแล้ว'

"ฉันไม่รู้ว่า..."

เห็นได้ชัดว่า 'ภูผา' มีความรู้สึกเสียใจเนื่องจากว่าเขาได้พลาดโอกาสเหล่านั้นไป แต่ชาวภูเขาก็ได้กล่าวปลอบใจออกมา

"ไม่ต้องเสียใจไม่หรอก การที่จะหาชิ้นส่วนลับและฆ่าบอสลับมันเป็นเรื่องยากมาก มันไม่ใช่สิ่งที่จะได้พบกันบ่อยๆ และบางทีอาจจะเป็นพวกเราเองที่จะถูกบอสลับฆ่าเอา'

ฮอปไลต์ก็ได้ถามออกมา

"นายเคยเจอมาก่อนหรอ?"

"ฉันหรอ? มันเป็นบอสลับมนุษย์หมาป่าในบทที่ 2 แต่ว่านอกเหนือจากนั้นฉันก็ไม่เคยเจออีกเลย"

"จริงหรอ? มันมีอะไรบางอย่างใรบทที่ 2 ด้วย? ฉันได้ฆ่าคนเฝ้าสุสานในบทที่ 3 ไป"

'จอมเวทย์เขียว' ได้โพล่งประโยคขึ้นมา

"ฉันก็ได้เจอคนเฝ้าสุสานเช่นกัน แต่ว่าเพื่อนร่วมทีมของฉันสองคนได้กลายไปเป็นอันเดท ดังนั้น...ฉันจึงต้องวิ่งหนีไปเรื่อยๆจนเวลาหมดลง"

"ฉันได้เจอกับดาร์คเอลฟ์ที่ถูกเนรเทศหรืออะไรบางอย่างในบทล่าสุด แต่ว่าหลังจากที่ฉับพบกับมัน...แท้งก็ได้ตายลงไปภายในเวลา 3 วินาที...'

นักล่ายังคงแลกเปลื่ยนข้อมูลกันต่อไป ในขณะที่ซังจินได้เฝ้ามองอย่างเงียบๆ จากนั้น 'จอมเวทย์เขียว' ก็ได้หันมาถามซังจิน

"แล้วนายเจอกับอะไรงั้นหรอ?"

'ทั้งหมดนั้นแหละ'

เขาไม่สามารถจะตอบแบบนี้ออกไปได้ ไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็ไม่มีทจะเชื่อเขา

ซังจินได้ครุ่นคิดถึงคำตอบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป

"อืม...มันไม่ใช่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่เราจะทำในการจู่โจมต่อไปนี้งั้นหรอ?"

ด้วยคำพูดนี้ ในที่สุดกลุ่มของพวกเขาก็ได้กลับมาพูดคุยถึงแผนการการจู่โจม

"ดังนั้นรูปแบบการยืนของเราควรจะเป็น 'ภูผา' ยืนด้านหน้าและตามมาด้วย 'ชาวภูเขา' และ 'ผู้พิพากษา' จากนั้นก็ 'ฮอปไลต์' กับ 'จอมเวทย์เขียว' ในด้านหลังสุด"

"จอมเวทย์เขียว...นายสามารถจะใช้เวทย์อะไรได้บ้าง?"

"ฉันสามารถจะใช้เวทย์รักษาที่มีชื่อว่า 'การฟื้นฟู' และ 'ออร่าของพระอาทิตย์' ซึ่งมันจะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับ..."

ในขณะที่ชายทั้งสี่คนกำลังวางแผนกันอย่างจริงจัง ซังจินก็ยังคงจ้องมองไปที่หอคอยจอมเวทย์อยู่

บอสจอมเวทย์ที่บ้าคลั่งจะรอนักล่าอยู่ที่ชั้นบนสุด ชั้นที่ 10 ซ่งตามปกติแล้วนักล่าจะต้องสู้ไปในแต่ละชั้นเพื่อที่จะขึ้นไปหาบอส

แต่มันก็ดูเหมือนกับว่าจะสามารถขี่พรมเวทมนตร์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดและจบการจู่โจมได้เลย

'ถ้ามันเป็นเช่นนั้น ฉันก็จะสามารถจบการจู่โจมนี้ได้ด้วยตนเอง ฉันไม่จำเป็นที่จะต้องไปกับคนพวกนี้...'

ในขณะเดียวกันนักล่าก็ยังคงคุยกันอยู่

"โอเคงั้นเอาตามนี้"

"ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน"

"เช่นกัน หวังว่าทุกคนจะโชคดีนะ"

พรรคพวกเขาเขาดูเหมือนจะน่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี หรือไม่อย่างน้อยก็ภายนอก

[การจู่โจมจะเริ่มในอีก 10 วินาที 9 8 7 ... 2 1 0]

การจู่โจมได้เริ่มขึ้นแล้ว และประตูชั้นแรกของหอคอยก็ได้เปิดออกมา

"ไปกัน!"

''ภูผา' ได้ประกาศออกมา แต่ว่าซังจินก็ได้หยุดพวกเขา

"เดี๋ยวก่อน"

ซังจินได้หยิบพรมออกมาจากลูกบาศก์

"บิน"

เขาได้บินขึ้นไปตามด้านข้างของหอคอยเพียงคนเดียว

"เฮ้.."

"รอเดี๋ยวสิ"

คนอื่นๆได้ร้องเรียกเขาจากด้านหลัง แต่ว่าซังจินก็ไม่ได้สนใจพวกเขา ซังจินได้ขึ้นไปบนหอคอยเรื่อยๆเพียงลำพัง ในจุดบนสุดของหอคอยมีซากหัวของสิงโตอยู่

'มันคืออะไร?'

ซังจินได้ลงไปที่ชั้นบนสุดของหอคอย เมื่อเขาได้เดินเข้าไป เขาก็ได้เห็นวงเวทย์ที่วาดไว้อยู่ภายใต้ซากศพ มันเหมือนกับชื่อของเขา การกระทำของเขาเหมือนกับ 'จอมเวทย์ที่บ้าคลั่ง' อย่างแท้จริง

ซังจินไม่สนใจซากศพและมองไปรอบๆที่บันได ทางมันได้เปิดอยู่ ถ้าหากว่าเขาไปที่นั้นเขาก็จะได้เผชิญหน้ากับบอสในทันที

ซังจินได้หันกลับหลังและขี่พรมลงไปหาพวกนักล่าที่ได้ยื่นรอเขาอยู่

"พวกนายจงร่วมมือกันและและขึ้นไปที่หอคอยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจะให้รางวัลกับพวกนายถ้าหากพวกานทำเช่นนั้น"

"อะไรนะ?!"

ทุกๆคนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ว่าซังจินเคยชินกับปฏิกิริยานี้แล้ว

"ฉันจะเริ่มต้นจากชั้นบนสุดและลงไปหาพวกนาน จากนั้นพวกเราก็จะพบกันอีกครั้ง"

ซังจินได้ให้ข้อเสนอกับพวกเขาจากนั้นก็กล่าวลาออกมา และก็กลับขึ้นไปที่ชั้นบนสุดมุ่งหน้าไปที่บันได

จบบทที่ Chapter 80 - Magician's Ivory Tower (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว