เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 มาเพื่อเป็นพยาน 2

บทที่ 27 มาเพื่อเป็นพยาน 2

บทที่ 27 มาเพื่อเป็นพยาน 2


บทที่ 27 มาเพื่อเป็นพยาน 2

นิยายแนวโรงเรียนเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยมีความรักใสๆ ของพระเอกนางเอกเป็นแกนหลัก ตั้งแต่ชุดนักเรียนไปจนถึงชุดแต่งงาน ระหว่างทางผ่านบททดสอบ ผ่านสิ่งยั่วยวน ผ่านการปรับจูนเข้าหากัน จนสุดท้ายเป็นเรื่องราวของการเลือกกันและกันอย่างแน่วแน่

นี่เป็นโลกที่สมบูรณ์แบบมาก ไม่ได้พังทลาย ไม่ว่าเวินเส้าจะทำลายเนื้อเรื่องหรืออยู่เฉยๆ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเสถียรของโลก

ดังนั้น ชาตินี้จะใช้ชีวิตยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาแล้ว

ในตอนนี้เนื้อเรื่องยังไม่เริ่ม จุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องหลักคือหลังจากพระเอกนางเอกเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว หลังจากนั้นพวกเขาก็ตกลงคบหาดูใจกัน ส่วนช่วงมัธยมปลายอันไร้เดียงสา เป็นเพียงความทรงจำอันงดงามที่แทรกอยู่ในทุกครั้งที่พวกเขามีปัญหากัน

นางเอกเมิ่งฉยงอี๋ย้ายมาโรงเรียนนี้ตอนมัธยมปลายปีสอง ใบหน้าที่งดงามสั่นคลอนหัวใจของเหล่าเด็กหนุ่ม แต่นักเรียนมัธยมปลายในโลกนี้ไม่ได้เหมือนนิยายแนวโรงเรียนทั่วไปที่นักเรียนอยู่ในโรงเรียนคุณหนูคุณชาย มีมือถือ สามารถตั้งกระทู้โหวตดาวโรงเรียนเดือนโรงเรียน แล้วเรื่องใส่ร้ายป้ายสีวางแผนทำร้ายกันก็ตามมาเป็นพรวน

นี่คือโรงเรียนธรรมดา นักเรียนธรรมดา ทุกคนต่างต่อสู้เพื่ออนาคต ต่อให้มีสักคนสองคนหลงผิด พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และโรงเรียนก็จะร่วมมือกัน ดึงพวกเขากลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอย่างเข้มงวดแต่อ่อนโยน

ด้วยเหตุนี้เมื่อบรรยากาศคลุมเครือระหว่างเมิ่งฉยงอี๋กับเวินอันก่อตัวขึ้น หัวใจที่ว้าวุ่นของเหล่าเด็กหนุ่มก็ค่อยๆ สงบลง ก้มหน้าอ่านหนังสือกันต่อไป

บางครั้งก็มีบ้างที่ตอนอาจารย์ไม่อยู่ จะส่งเสียงแซวกันเบาๆ

แต่จนถึงตอนนี้ พวกเขาเป็นแค่คนคุยกันเท่านั้น เมิ่งฉยงอี๋ยังไม่ตอบรับคำขอเป็นแฟนของเวินอัน

เมิ่งฉยงอี๋ย้ายโรงเรียนมาเพราะความเปลี่ยนแปลงทางบ้าน สิ่งที่เธอต้องการคือจุดเปลี่ยนของชีวิต ไม่ใช่อนาคตที่ไม่แน่นอน

เธอกำลังลังเล

แต่เวินอันไม่รู้ เขาร้อนใจจนนั่งไม่ติด เกาทั้งหัวทั้งหู รุกไล่ทีละก้าว ต้องการคำตอบที่ชัดเจน

เสียงออดที่ฟังสบายหูดังขึ้น เวินอันถอนหายใจ รีบวางข้อสอบลง เพราะจิตใจไม่สงบ ข้อสอบแผ่นหนึ่งยังว่างไปกว่าครึ่ง บนกระดาษทดมีรอยขีดเขียนอะไรมั่วซั่วไปหมด

เวินอันเดินตรงไปที่ประตู ยืนมองเมิ่งฉยงอี๋ที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเหม่อลอย

ท่ามกลางเสียงแซว เมิ่งฉยงอี๋กำปากกาในมือแน่น สููดหายใจเข้าลึกๆ ถึงได้ลุกขึ้นยืน

เวินอันและเมิ่งฉยงอี๋เดินไปที่สุดทางเดิน ตรงนี้ไม่ค่อยมีคน

"เสี่ยวอี๋ ทำไมเธอต้องหลบหน้าฉันด้วย?" เวินอันจ้องมองเมิ่งฉยงอี๋ที่ก้มหน้าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาร้อนแรง

ในโลกทัศน์ของเขา ชอบก็คือคบกัน นี่เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดแล้ว

"ฉันไม่เชื่อว่าความรู้สึกของฉันก่อนหน้านี้มันจะเป็นของปลอม" เห็นเมิ่งฉยงอี๋ไม่พูด เขาก็เสริมขึ้นอีก

เมิ่งฉยงอี๋เงยหน้ามองเขา ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ

แม้เขาจะไม่ได้มาจากตระกูลร่ำรวยล้นฟ้า แต่ครอบครัวชนชั้นกลางก็มีกินมีใช้ไม่ขัดสน พ่อแม่รักใคร่กลมเกลียว พี่ชายคอยดูแล เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเธอกำลังกลัวอะไร

เธอกลัวว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมาสั่นคลอนหัวใจของเธอได้ง่ายๆ เธอกลัวว่าตัวเองจะไม่มีแรงใจมารับมือกับความรู้สึกที่มาเร็วเกินไปนี้ เธอกลัวว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมาทำให้แผนการของเธอรวน

"เธอ... เธออย่าร้องไห้สิ..."

เวินอันเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว ท่าทางขึงขังเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของเด็กสาว แต่ก็รู้สึกว่ายังไม่ตกลงคบกันทำแบบนี้คงไม่เหมาะ สุดท้ายเลยยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธอแผ่นหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาว่า

"เธออย่าร้องไห้ ฉันไม่ถามแล้วก็ได้"

พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินจากไปอย่างหงอยเหงา

"เดี๋ยวก่อน!" เมิ่งฉยงอี๋ดึงแขนเสื้อเขาไว้ จู่ๆ ก็พูดขึ้นอย่างแน่วแน่

"ถ้าพวกเราสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันได้ พวกเราจะคบกัน"

"จริงเหรอ?"

"จริงสิ ถ้าตอนนั้นนายยังไม่เปลี่ยนใจนะ"

เวินอันรีบพูดทันที "ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจ เธอเองก็ห้ามเปลี่ยนใจนะ พวกเราจะได้คบกันแน่นอน!"

ความแน่วแน่ของเวินอันส่งผลต่อเมิ่งฉยงอี๋ หัวใจที่ยังลังเลอยู่บ้างสงบลงอย่างรวดเร็ว

เธอพูดเสียงเบา "ฉันจะรอวันนั้น"

ทั้งสองคนเดินกลับเข้าห้องเรียนตามหลังกันมา เวินอันมีเป้าหมายแล้ว ไฟแรงเต็มพิกัด

เขารู้มาตลอดว่ามหาวิทยาลัยในใจที่เมิ่งฉยงอี๋อยากเข้าคือที่ไหน และเพราะเขาเรียนไม่เก่งบางวิชา คะแนนจึงยังห่างจากมหาวิทยาลัยเป้าหมายของเธออยู่บ้าง

ยังดีที่เหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งปี เขายังทำทัน

เวินอันเล็งเป้าไปที่พี่ชายของตัวเอง

พี่ชายของเขาตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ ครองที่หนึ่งของชั้นปีมาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ไม่อยากข้ามชั้น ป่านนี้คงเรียนจบมหาวิทยาลัยไปนานแล้ว

เวินเส้าย่อมไม่ข้ามชั้นอยู่แล้ว เพราะเขารอเป็นพยานในเส้นทางความรักของพระเอกนางเอก รอเปิดหูเปิดตากับความรักของคนปกติ

เวินเส้าตอบตกลงคำขอให้ช่วยติวของเวินอันด้วยความยินดี ดังนั้นช่วงเวลาต่อมา เพื่อนๆ ในห้องที่แอบจิ้นคู่จิ้นคู่นี้อยู่เงียบๆ ก็พบว่า คู่จิ้นของพวกเขาดูเหมือนจะเรือล่มแล้ว?

ทั้งสองคนต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาเรียน การพูดคุยกันก็น้อยลง

ฮือๆๆ ~

คู่ที่ฉันจิ้นจะล่มไม่ได้นะ!!!

แต่ไม่นานพวกเธอก็พบว่า แม้ทั้งสองจะไปมาหาสู่กันน้อยลง แต่นานๆ ครั้งที่สายตาสบกัน ต่างก็เผยรอยยิ้มที่รู้ใจและหวานซึ้งออกมา

กรี๊ดดดดด สายตาเชื่อมกันจนเป็นสายไหมแล้ว!

กองทัพนักจิ้นกรีดร้องเหมือนตัวตุ่นอยู่ในใจ

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะคิดยังไงกันลับหลัง แต่ภายนอกเวินอันและเมิ่งฉยงอี๋ก็สงบเสงี่ยมลงแล้ว ทำให้อาจารย์ประจำชั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติของทั้งคู่และเตรียมจะเรียกมาคุยต้องล้มเลิกความคิดไป

ป้ายนับถอยหลังที่หน้าห้องเรียนถูกฉีกออกไปทีละหน้าๆ

300 กว่าวัน ฟังดูเหมือนยังอีกนาน

แต่ดูเหมือนแค่พริบตาเดียวก็ถึงวันปฏิญาณตนร้อยวันก่อนสอบ

ดูเหมือนแค่พริบตาเดียวก็ก้าวเข้าสู่ห้องสอบแล้ว

เสียงประกาศของผู้หญิงที่สดใสประกาศเริ่มการสอบ เวินอันจรดปากกาเขียนคำตอบ

นี่เป็นการสอบที่สำคัญมาก ไม่เพียงแต่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเขา แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนบนเส้นทางความรักของเขาด้วย

ข้อสอบเอ็นทรานซ์ง่ายกว่าที่เขาจินตนาการไว้เล็กน้อย สอบวิชาสุดท้ายเสร็จ ภายในใจของเวินอันยังรู้สึกโหวงๆ อยู่บ้าง

เอ็นทรานซ์ จบลงแล้ว

นี่คือเป้าหมายที่เขาพากเพียรพยายามมาตลอดสิบสองปีหรือ?

...

"จะออกไปข้างนอก?" เวินเส้ามองน้องชายจัดแจงเสื้อผ้าด้วยความขบขัน เมื่อก่อนไม่เห็นจะใส่ใจรูปลักษณ์ภายนอกขนาดนี้ ไปหาใครก็คงเดาได้ไม่ยาก

"อื้ม~"

เวินอันตอบรับคำหนึ่ง แม้คะแนนจะยังไม่ออก แต่หลังจากประเมินคะแนนดูแล้วเขาคิดว่าผ่านฉลุย บวกกับผลการสอบจำลองหลายครั้งก่อนหน้านี้เขาทำได้ดี ตอนนี้เหมือนจะมองเห็นแฟนสาวคนสวยกำลังกวักมือเรียกเขาอยู่ น้ำเสียงจึงเจือไปด้วยกลิ่นเหม็นความรัก

เขายังพูดจาน่าหมั่นไส้อีกประโยคว่า "หมาโสดอย่างพี่ไม่มีวันเข้าใจหรอก!"

"หืม?"

"ผมไปก่อนนะ!" เวินอันทะลึ่งทะเล้นนิดหน่อย แล้วรีบพุ่งตัวออกไปทางประตูทันที

...

เมื่อถึงจุดนัดพบ เวินอันถือดอกกุหลาบช่อใหญ่รอเมิ่งฉยงอี๋

"ให้เธอ" เวินอันยื่นดอกไม้ให้

เมิ่งฉยงอี๋กลับเลี่ยงดอกไม้ช่อที่แฝงความหมายพิเศษนี้ "รอผลสอบออกก่อน ค่อยให้ก็ยังไม่สาย"

"ก็ได้..." เวินอันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หดมือกลับไปเงียบๆ

หนึ่งปีมานี้ สิ่งที่เติบโตไม่ใช่แค่ผลการเรียน หลังจากผ่านวันเกิดอายุสิบแปดปี เขาที่บรรลุนิติภาวะทางกฎหมายก็พอจะเข้าใจความกังวลของเมิ่งฉยงอี๋อยู่บ้าง ไม่รุกไล่บีบคั้นเหมือนเมื่อก่อน

ดอกไม้เหี่ยวแล้วซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าแฟนสาวหนีไปแล้วก็คือเสียไปเลย

"ไปเถอะ พวกเราไปกินข้าวกันก่อน"

"อื้ม"

พวกเขานั่งคุยกันเรื่องความฝัน เรื่องการวางแผนชีวิต

พวกเขาสองคนที่เพิ่งผ่านการสอบเอ็นทรานซ์มายังไม่เคยผ่านความล้มเหลวมากมาย ความใฝ่ฝันที่มีต่ออนาคตจึงแทรกซึมอยู่ในทุกถ้อยคำ พนักงานเสิร์ฟที่ยกอาหารมาได้ฟังแล้วถึงกับชะงักในใจ ถอนหายใจเงียบๆ ทีหนึ่ง ไม่รู้ว่านึกถึงเรื่องอะไรขึ้นมา

ความรักของทั้งสองคนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาดแค่อีกนิดเดียวเท่านั้น

ฟองสบู่แห่งความรักปกคลุมครอบครัวนี้ ผู้ใหญ่สองคนที่งานยุ่งก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติ แม่เวินหรี่ตาลง แล้วก็สอบสวนเขาชุดใหญ่

เวินอันเกาหัว "ยังจีบไม่ติดเลยครับ"

"จีบไม่ติด?"

แม่เวินเดาะลิ้น กวาดสายตามองเขาสองรอบ

"แกนี่ไม่ได้เรื่อง"

เวินอัน: ...

เอาเถอะ อีกสักพักก็ได้ใบตอบรับแล้ว ถึงตอนนั้นนะ หึหึ~

ช่วงวันหยุดมักจะผ่านไปเร็วกว่าตอนเรียน เผลอแป๊บเดียวเวินอันก็ได้ใบตอบรับที่รอคอยมานาน

"ดูแกดีใจเข้าสิ ดูพี่แกสิสุขุมจะตาย" แม่เวินกล่าว

ตรงหน้าเวินเส้า มีใบตอบรับเข้าศึกษาแบบเดียวกับเขาเปี๊ยบวางหราอยู่

เวินอันปรายตามองใบหน้าอันสุขุมของพี่ชาย โบกใบตอบรับไปมา แล้วโอ้อวดว่า "หมาโสด จะไปรู้อะไร"

แลกกับการโดนเวินเส้าเขกกะโหลกไปทีหนึ่ง

"โอ๊ย!" เวินอันกุมหน้าผาก ถอยไปทางประตู

"ผมไปแล้ว ไม่ถือสาคนชอบใช้ความรุนแรงหรอก"

ผ่านไปไม่ถึงสองวินาทีเขาก็กลับมาเกาะขอบประตูโผล่หัวเข้ามา "จริงสิ มื้อเที่ยงไม่ต้องรอผมกินข้าวนะ"

แม่เวินจุ๊ปาก "ลูกชายคนนี้ ถือว่ายกให้คนอื่นไปแล้วเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 27 มาเพื่อเป็นพยาน 2

คัดลอกลิงก์แล้ว