เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

684 - ถล่มรังเก่าของตระกูลหวัง?

684 - ถล่มรังเก่าของตระกูลหวัง?

684 - ถล่มรังเก่าของตระกูลหวัง?


1994 - ถล่มรังเก่าของตระกูลหวัง?

ฮอง!

แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เปลี่ยนอมตะหวังก็ไม่อาจตัดใจปล่อยให้ทายาทของตัวเองต้องได้รับความลำบากจากการเป็นเชลย เขาจึงพยายามปลดปล่อยการโจมตีเพื่อช่วยเหลือหวังปาอีกครั้ง

โชคไม่ดีที่ภายใต้การกีดขวางของสือฮ่าว เขาไม่สามารถเสี่ยงมากเกินไปได้

นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้นในสถานที่ที่เซียนอมตะหวังอยู่มันส่งผลกระทบต่อเขาพอสมควร

ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจเบาๆและหายไปอย่างสมบูรณ์

“น่าเสียดายจริงๆ” สือฮ่าวส่ายหัวที่หวังสือหนีไปแบบนั้น

สือฮ่าวรู้สึกเหมือนเจ้าสิบของตระกูลหวังต้องมีสิ่งดีๆกับตัวอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่เซียนอมตะหวังสามารถช่วยเขาออกไปในตอนสุดท้ายได้สำเร็จ

เขาตัดหัวของหวังสือลงมาแล้ว แต่เดิมคิดว่าเพียงโจมตีอีกครั้งก็สามารถปลิดชีวิตของเขาได้

แต่ใครจะคิดว่าจะมีแท่นศักดิ์สิทธิ์เชิญวิญญาณอยู่ที่นั่น มันกระตุ้นการปรากฏตัวของเซียนอมตะหวัง

หลังจากนั้นสือฮ่าวรีบวิ่งไปข้างหน้า ก่อนจะจับศีรษะของมังกรตัวที่แปดของตระกูลหวังขึ้นมาพร้อมกับปิดผนึกวิญญาณดั้งเดิมที่กำลังแตกร้าวของเขา

มังกรตัวที่แปดของตระกูลหวังรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก การฝึกฝนของอดีตเด็กเหลือขอคนนี้ยังด้อยกว่าลูกชายของเขาด้วยซ้ำ

แต่เพียงเวลาไม่กี่ปีฝ่ายตรงข้ามกลับสามารถปราบปรามตามเขาได้โดยตรง

ในตอนแรกภูเขาซูมี่นั้นเงียบสงบ แต่หลังจากนั้นก็มีเสียงโห่ร้องระเบิดขึ้น

ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ พลังของฮวงนั้นเกินจินตนาการของพวกเขา

ฮวงกล้าเผชิญหน้าแม้กระทั่งเซียนอมตะหวังแบบตัวต่อตัว ต้องเข้าใจว่าเขาเพิ่งก้าวเข้ามาในอาณาจักรนี้!

ย้อนกลับไปในตอนนั้น เขามักจะเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งในฐานะผู้อ่อนแอ และยังสามารถเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองอยู่เสมอตอนนี้ก็เช่นกัน

เหล่าสหายของเขาต่างก็รีบพุ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น ความสำเร็จในการต่อสู้ประเภทนี้เกินจินตนาการของพวกเขา

ฮวงเดิมทีเป็นคนรุ่นเดียวกัน แต่ตอนนี้เขาสามารถเผชิญหน้ากับเซียนอมตะหวังผู้ซึ่งมีความสำเร็จในเต๋าอันยิ่งใหญ่เหนือล้ำกว่าทุกคนในเก้าสวรรค์สิบพิภพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาคิดว่าสือฮ่าวได้บุกเข้าไปแม้กระทั่งดินแดนบรรพบุรุษตระกูลจินพวกเขาทั้งหมดก็สงบลงเล็กน้อย สหายเก่าของพวกเขาก้าวหน้าเร็วเกินไป!

“เราเกือบจะฆ่าหวังสือได้แล้ว เฮ้อ! น่าเสียดาย” กระต่ายหยกจันทราพึมพำ

กระต่ายตัวนี้ยังคงไม่ลืมการกระทำของตระกูลหวังที่ปฏิบัติต่อนางเมื่อสักครู่

“หลังจากไม่ได้เจอกันมาสามสิบปี ไม่เพียงแต่เจ้าจะไม่พิการ เท่านั้นแต่ยังทะยานขึ้นสู่สวรรค์ทำลายประวัติศาสตร์การบ่มเพาะอย่างสิ้นเชิง!” ราชันย์สิบสมัยเดินเข้ามาพร้อมกับถอนหายใจ

ก่อนหน้านี้เขาเคยต่อสู้กับสือฮ่าวและยอมรับว่าเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามหลังจากสามสิบปีผ่านไป ทะเลสีครามกลายเป็นทุ่งหม่อน สือฮ่าวได้กลายเป็นผู้สูงสุดไปแล้ว

แม้แต่ผู้อมตะที่ถูกเนรเทศซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปก็ยังไม่สามารถสงบใจของตัวเองลงได้ ใบหน้าของเขามีการแสดงออกที่ซับซ้อน

“สือฮ่าวเจ้าต้องออกจากที่นี่ ตอนนี้ตัวตนของเจ้าถูกเปิดเผยแล้ว หากเซียนอมตะหวังและจินไท่จุนลงมือร่วมกันมันจะทำให้เจ้าได้รับอันตราย” ชิงยี่รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก

วันนี้อารมณ์ของนางค่อนข้างไม่ปกติทั้งที่นางควรจะตัดทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมรรตัยออกไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่นางพบกับสือฮ่าวอีกครั้งนางก็ไม่สามารถสงบลงได้อีกต่อไป

“ผู้เฒ่าคนนั้นค่อนข้างพิเศษ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตของโลกนี้!” จู่ๆเจ้าหมาน้อยก็พูดขึ้น ในตอนนั้นมันมุ่งความสนใจไปที่เซียนอมตะหวังทำให้มันรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

กลุ่มคนที่ล้อมรอบสือฮ่าวมีมากเกินไปพวกเขามีเรื่องราวพูดคุยกันไม่รู้จบ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาสามสิบปีอารมณ์ที่แท้จริงของพวกเขาก็ถูกเปิดเผย

มีผู้บ่มเพาะบางคนที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับตระกูลหวังและตระกูลจินที่นี่ พวกเขาทั้งหมดไม่สบายใจอย่างยิ่งโดยกลัวว่าฮวงจะจัดการพวกเขาไปด้วย

“ไปกันเถอะ รีบออกจากที่นี่เร็วเข้า!” เจ้าอ้วนเฉาตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว

“พวกเจ้าออกไปก่อน นี่เป็นโอกาสที่หายากข้ายังมีสิ่งที่อยากทำ!” สือฮ่าวกล่าวเบาๆกับทุกคน

"เจ้าอยากทำอะไรล่ะ?" หงส์เพลิงหนึ่งในสี่ของตระกูลเว่ยตกใจและถามออกมา นางคิดว่าชายคนนี้จะต้องมีความคิดอะไรแปลกๆขึ้นมาอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริงคนอื่นๆต่างก็มีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

เมื่อไหร่ก็ตามที่ฮวงจริงจังขนาดนี้ เขาจะต้องสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น รับรองได้ว่ามันต้องสามารถเขย่าท้องฟ้าให้แตกเป็นเสี่ยงๆ

“ข้าจะบุกเข้าไปในตระกูลหวังดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มังกรตัวที่แปดของตระกูลหวังนำพาสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมาที่นี่มันทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจ!” สือฮ่าวกล่าว

เขากำลังจะทลายสวรรค์จริงๆ! ทุกคนสั่นสะท้านจากภายใน

เขาเพิ่งเข่นฆ่าเข้าไปในตระกูลจิน ยิ่งกว่านั้นยังเพิ่งเผชิญหน้ากับเซียนอมตะหวัง ตอนนี้กำลังจะพุ่งตรงเข้าไปในถ้ำเสือของตระกูลหวังอีก

“ตอนนี้เซียนอมตะหวังไม่อยู่ที่นี่ มันเป็นโอกาสที่ดี!” สือฮ่าวกล่าว

แม้ว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องการพูดกับเพื่อนเก่าของเขาหลังจากที่เพิ่งพบกันอีกครั้ง แต่ปัญหาเร่งด่วนต้องการการแก้ไขในทันทีเขาจึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น

สือฮ่าวไม่ได้หยุดที่นี่ คราวนี้เขาพาสุนัขตัวน้อยมาด้วยเท่านั้น โดยมุ่งตรงไปหาตระกูลหวังเพื่อจะบดขยี้ให้สิ้นซาก

"ระวังตัวด้วย!" กลุ่มคนตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วง

ตระกูลหวังมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์กว่าหมื่นแห่งที่นี่ ทุกแห่งสวยงามราวกับยอดเขาสวรรค์ น้ำตกสีเงินไหลลงมามันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแก่นแท้แห่งสวรรค์และปฐพี

สือฮ่าวบุกมาถึงที่นี่ เขายืนยันแล้วว่าเซียนอมตะหวังไม่ได้อยู่ในตระกูล ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการจู่โจมรังเก่าของเขา

“หากมีสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดซ่อนอยู่ภายใน สิ่งต่างๆจะต้องบ้าคลั่งอย่างแน่นอน!” สือฮ่าวพูดกับตัวเอง

“มันสายเกินไปแล้ว ค่ายกลระดับที่สามารถสังหารผู้อมตะได้เปิดขึ้นแล้ว ตระกูลหวังต้องได้รับข่าวอย่างแน่นอน” เจ้าหมาน้อยกล่าว

มันเป็นเจ้าแห่งค่ายกลพวกเขาเพิ่งมาถึงแต่มันเพียงสูดดมเล็กน้อยก็สามารถสัมผัสถึงความแตกต่างได้

“วิญญาณของผู้อมตะที่อาศัยอยู่ในค่ายกลได้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีทางที่เราจะบุกเข้าไปได้อีก” เจ้าหมาน้อยพูดอย่างเด็ดขาด

เซียนอมตะหวังน่าจะมีวิธีการรับบางอย่างทำให้เขาสามารถติดต่อกับคนที่นี่ได้ตลอดเวลา

“ดูเหมือนว่าการถอนกำลังของอาณาจักรเซียนจะค่อนข้างมีปัญหา!” สือฮ่าวกล่าว

เขามองไปที่รังเก่าของตระกูลหวังด้วยความเสียใจเล็กน้อย

เขารู้สึกว่าหากเขายืนอยู่ที่จุดสูงสุดของเต๋ามนุษย์เขาก็สามารถพุ่งเข้าใส่ได้โดยตรง อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาเพิ่งเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดดังนั้นการจะบุกเข้าไปจะทำให้เขาได้รับอันตรายถึงชีวิต

“ถ้าเราจัดการที่นี่ไม่ได้เราก็ไปเยือนตำหนักเซียนกันเถอะ” สือฮ่าวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เส้นทางการแก้แค้นของสือฮ่าวมีมากมายเหลือคณานับ ตั้งแต่ตระกูลจิน ภูเขาซูมี่ ตระกูลหวัง หลังจากนั้นจะเป็นตำหนักเซียน แล้วต่อด้วยตระกูลเฟิง

เนื่องจากสิ่งต่างๆเกิดขึ้นกับการถอนทหารของอาณาจักรเซียน ดังนั้นผู้อมตะของตำหนักเซียนอาจจะไม่อยู่ที่นั่นด้วย

ระหว่างทางสือฮ่าวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า เขารวบรวมข้อมูลระหว่างทางเพื่อยืนยันความสงสัยของตัวเอง

อาณาจักรเซียนถอนทหารกลับไปจริงๆ เพียงแต่ว่าเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นมีความขัดแย้งภายในจนส่งผลให้เกิดการต่อสู้

เป็นเพราะว่าหลังจากต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมาเป็นเวลานานแล้ว ผู้คนมากมายจึงถูกปนเปื้อนด้วยสารแห่งความมืด พวกเขาจึงถูกบังคับให้อยู่ที่นี่ตลอดไปไม่สามารถกลับสู่อาณาจักรเซียนได้

ขณะถอนตัวผู้นำหลายคนก่อปัญหา ในที่สุดความขัดแย้งนองเลือดก็เกิดขึ้นและมีการต่อสู้ที่รุนแรงตามมา

เซียนอมตะวังรวมถึงผู้สูงสุดคนอื่นๆจึงอยู่ที่นั่นเพื่อระงับเหตุการณ์

“เจ้าง่อยของตำหนักเซียนก็ไปที่นั่นเช่นกัน?” สือฮ่าวได้ยินเรื่องนี้อย่างไม่คาดคิด ในเก้าสวรรค์สิบพิภพมีผู้อมตะที่แท้จริงถึงสี่คน

ในที่สุดพวกเขาถูกเรียกออกไประงับเหตุและชุมนุมที่นั่นพร้อมกัน

“พวกมันสมควรตายจริงๆ!” สือฮ่าวรู้สึกถึงคลื่นแห่งความขุ่นเคือง

ย้อนกลับไประหว่างการสู้รบครั้งใหญ่ของชายแดนรกร้างไม่มีผู้อมตะของเก้าสวรรค์สิบพิภพกล้าไปเผชิญหน้ากับศัตรูแม้แต่คนเดียว

จบบทที่ 684 - ถล่มรังเก่าของตระกูลหวัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว