เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

673 - แผนการของตระกูลหวัง

673 - แผนการของตระกูลหวัง

673 - แผนการของตระกูลหวัง


1983 - แผนการของตระกูลหวัง

นี่เป็นคำง่ายๆ แต่มันทำให้การแสดงออกของหวังสือดูไม่สบอารมณ์ เขาไม่คิดว่าเทพธิดาของสำนักเสริมฟ้าจะกล่าวออกมาตรงๆแบบนี้

“อย่างนั้นหรือ? ข้าหวังว่าเขาจะมีชีวิตอยู่จริงๆพวกเราจะได้พบกันในสักวันหนึ่ง” หวังสือกล่าวอย่างใจเย็น

“ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ วันนั้นจะมาถึงอย่างรวดเร็ว พี่น้องของข้าจะต้องกลับมาผงาดและสังหารผู้อมตะของตำหนักเซียนคนนั้นอย่างแน่นอน!” มดเขาสวรรค์กล่าวด้วยความเชื่อมั่น

ลักษณะท่าทางของมันมีความหยิ่งผยองเป็นอย่างมากในฐานะทายาทของหนึ่งในสิบอสูรผู้ยิ่งใหญ่มันไม่เคยกลัวสิ่งใดภายใต้สวรรค์และปฐพีนี้

แม้แต่การต่อสู้อันยิ่งใหญ่ในชายแดนรกร้างมันก็เคยเข้าร่วมมาแล้วนับประสาอะไรกับความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ของตระกูลหวัง

“เฮ้ ข้าก็หวังเหมือนกัน ท้ายที่สุดอันดับหนึ่งในรุ่นก็จบลงด้วยการถูกคำสาปสังหารอมตะ บางทีนั่นอาจจะเป็นเพียงความหวังของพวกเจ้าเขาคงไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว”

ก่อนที่หวังสือจะพูดขึ้นอีกครั้ง มีคนอื่นพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและแตกต่างออกไป น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

อิทธิพลของตระกูลหวังและตระกูลจินนั้นยิ่งใหญ่เกินไปในเก้าสวรรค์เบื้องบน ดังนั้นพวกเขาจึงมีพันธมิตรอยู่บ้า

มีอัจฉริยะระดับแนวหน้าจากคนรุ่นนี้ที่ต้องการใกล้ชิดกับพวกเขามากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาพูดออกมาจากด้านข้าง

“หุบปาก!”

เส้นผมสีทองของมดเขาสวรรค์เป็นประกายเหมือนด้ายสีทอง ราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังทำอะไรไม่ถูกเลย

ในท้ายที่สุด เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าสือฮ่าวกลายเป็นคนธรรมดา อย่างไรก็ตาม คำสาปสังหารอมตะนั้นไม่สามารถกำจัดได้จริงๆ ใครจะสามารถผ่านมันไปได้?

ย้อนกลับไปเมื่อผู้เป็นอมตะของตำหนักเซียนลงมือ ไม่มีใครหยุดเขาได้ พวกเขาสามารถเก็บงำความเสียใจของตัวเองไว้เท่านั้น

“เฮอะ หลังจากผ่านไปสามสิบปี ไม่ว่าเขาจะเก่งกาจขนาดไหน พลังโลหิตของเขาน่าจะแห้งเหือดไปหมดแล้ว สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็แค่ยื่นเท้าข้างหนึ่งเข้าไปในหลุมศพ

แทบจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ส่วนที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือเขาตายไปแล้วต่างหาก! ” ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเฟิงตะกูลจินและตระกูลหวังทั้งสามตระกูลอมตะที่เคยต่อสู้อย่างยาวนานกับสือฮ่าวล้วนพยายามเย้ยหยันเขา

ฉางกงเอี๋ยน มดเขาสวรรค์ และสหายคนอื่นๆของสือฮ่าวต่างระเบิดพลังออกมาใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

ในความเป็นจริงทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเคยไปเยี่ยมเขาในอาณาจักรแห่งความว่างเปล่า ในเวลานั้นทุกคนกลางก็ได้มองเห็นเขาด้วยตาของตัวเอง

แม้ว่าเขาจะยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส แต่สิ่งที่เขาบอกพวกเขาก็คือเขาเหลือเวลาอีกไม่กี่วันและจะกลายเป็นคนพิการในที่สุด การพลัดพรากหนึ่งครั้งยาวนานถึงสามสิบปี

หลังจากที่อาณาจักรแห่งความมืดกัดกินอาณาจักรวิญญาณพวกเขาก็ไม่เคยได้ข่าวของสือฮ่าวอีกเลย!

ไม่ได้เจอกันมาสามสิบปีแล้ว เป็นไปได้ไหมว่าเพื่อนเก่าคนนี้กำลังจะตายแล้วจริงๆ วีรบุรุษผู้แข็งแกร่งขนาดนั้นจะร่วงหล่นไปได้อย่างไร?

แต่นี่คือ… ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุด!

“การสามารถมีชีวิตอยู่ได้นั้นเป็นความเอื้อเฟื้อของสวรรค์อยู่แล้ว จะมีอะไรให้พูดถึงอีก? ฮึ่ม!” จินซานกล่าวออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยาม

ความไม่พอใจของเขากับสือฮ่าวนั้นลึกซึ้ง จุดเปลี่ยนของชีวิตของเขาเป็นเพราะการต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างฮวงและตัวเขาเอง หลังจากประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในเมืองจักรพรรดิ์มันทำให้เขาเสียโอกาสที่จะเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่

นั่นคือจุดแตกหักของชะตากรรมของเขา หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น เขาก็รู้สึกหดหู่อยู่เสมอ ทักษะเต๋าของเขาไม่มั่นคง ในท้ายที่สุด เมื่อเขาต่อสู้กับอีกฝ่าย เขาก็พ่ายแพ้จนเนื้อของเขาขาดรุ่งริ่ง

หลังจากการสู้รบครั้งนั้น หวางซีไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาดังนั้นจึงเกิดความร้าวฉานระหว่างตระกูลจินและตระกูลหวัง

“ขี้แพ้อย่างเจ้ามีสิทธิ์จะพูดอะไร เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าในเมืองจักรพรรดิ์เขาบดขยี้เจ้าอย่างง่ายดายแค่ไหน? ตอนนี้เขาไม่อยู่เจ้าจึงกล้าตะโกนออกมาอย่างนั้นเหรอ?”

มดเขาสวรรค์รู้สึกรำคาญ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเยาะเย้ยอีกฝ่ายโดยตรง

ดวงตาของจินซานเย็นชา เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่ไม่สิ้นสุด

“ทุกคน การพูดสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไร? ไม่จำเป็นต้องทำลายบรรยากาศของเหตุการณ์ที่ผ่านมา เหตุผลหลักที่เราได้พบกันในวันนี้คือเพื่อหารือเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตของเรา” มีคนพูดออกมาเพื่อบรรเทาความตึงเครียด

น่าเสียดายที่ความพยายามนี้สูญเปล่า มันไม่ได้ส่งผลต่อสถานการณ์เลย

มีบางคนยืนอยู่ตรงข้ามกัน แสดงความเกลียดชังต่อมดเขาสวรรค์ กระต่ายหยกจันทราและคนอื่นๆ

“คนตายไปแล้วสรรเสริญเขาไปจะมีประโยชน์อะไร? ไม่ว่าเมื่อก่อนจะน่าทึ่งขนาดไหน ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีอะไรมากไปกว่ากองกระดูกที่พังทลายในอาณาจักรเบื้องล่าง” สิ่งนี้มาจากผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเฟิง

ในความเป็นจริงในอดีต นี่เป็นกลุ่มแรกที่ต่อต้านสือฮ่าว เมื่อสือฮ่าวเพิ่งปรากฏตัวในสวรรค์ไร้ขอบเขต เขาตกเป็นเป้าหมายของหยวนชิงและถูกส่งไปที่เหมืองโบราณต้นกำเนิด

ทั้งหมดเป็นเพราะสายเลือดของคนบาปขัดแย้งกับบรรพบุรุษของตระกูลนี้

มีความแค้นร่วมกันระหว่างพวกเขา พวกเขาไม่ต้องการให้โอกาสแก่ผู้คนของตระกูลหินในการสร้างผู้เชี่ยวชาญที่สามารถคุกคามพวกเขาได้

“สหายคำพูดของเจ้าบาดหูข้าเหลือเกิน” ทัวปาอู่หลงและตระกูลอมตะของเมืองจักรพรรดิเตรียมพร้อมที่จะลงมือ

ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับสือฮ่าวนำแน่นแฟ้นเป็นอย่างยิ่ง การที่มีคนกล่าวดูถูกเหยียดหยามสือฮ่าวแบบนี้มันทำให้พวกเขารู้สึกโกรธแค้นอย่างแท้จริง

ยิ่งกว่านั้นทัวปาอู่หลงหงส์เพลิงของตระกูลเว่ยและคนอื่นๆล้วนเป็นหนี้ชีวิตของสือฮ่าวในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของชายแดนรกร้าง

มีผู้คนมากมายที่ไม่ชอบคำพูดของตระกูลเฟิง นั่นรวมไปถึงชิงยี่และเซียนสาวของสำนักแยกฟ้า

“คนตายไปแล้วมีอะไรให้ต้องพูดถึง” มีคนจากตระกูลหวังพูดออกมา แต่ก็ไม่ใช่เพื่อบรรเทาความตึงเครียด แต่เป็นการเริ่มยั่วยุให้มากขึ้น นั่นเป็นเพราะเขายังมีคำพูดตามมาอีก

“เส้นทางอยู่ใต้เท้าของเราล้วนเป็นทางเลือกของเราเอง ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการเลือกของเขาเอง” เขาพูดอย่างใจเย็น

นี่เป็นอีกคนหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาจากตระกูลหวังนอกเหนือจากหวังสือ หวังหลาน คนที่เพิ่งผงาดขึ้นในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก

"เจ้าพยายามจะพูดอะไร?" ฉางกงเอี๋ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่จมดิ่ง

“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเขารนหาที่เอง” เขาพูดอย่างใจเย็น

“เจ้าเด็กโง่หากเจ้ายังกล้าเอ่ยปากออกมาอีกข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย ตอนที่เขาสร้างผลงานในชายแดนรกร้างเจ้าจะรู้อะไร มารดาเจ้ายังดูดนมอยู่ในตระกูลหวังอยู่เลย!” มดเขาสวรรค์ยังคงมีอารมณ์ร้อนแรงเช่นเดิม

การดื่มนมเป็นการพูดเกินจริง แต่ในตอนนั้นหวังหลานยังไม่ปรากฏตัวในโลก เพราะในเวลานี้เขายังมีอายุไม่ถึงสามสิบปีด้วยซ้ำ

“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องในอดีต แต่มีเรื่องที่ต้องพูดถึงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” หวังหลานไม่โกรธ จู่ๆก็เปลี่ยนเรื่อง เขามองไปในทิศทางของกระต่ายหยกจันทรา

“ไม่นานมานี้ ผู้อาวุโสของตระกูลของข้าประสบภัยพิบัติ ถูกใครบางคนจับตัวไป ข้าได้ยินว่ามีใครบางคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาคือนักพรตอ้วนสหายของพวกเจ้า เฉาอวี่เซิ่ง!”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” กระต่ายหยกจันทราถาม

“ต้องขออภัยด้วย แต่ข้าได้ยินว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับเขาตลอดมา ดังนั้นหลังจากจบการชุมนุมครั้งนี้ต้องขอเชิญเจ้ากลับไปพำนักที่ตระกูลหวัง” หวังหลานกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนี้หลายคนก็ตกใจ จากนั้นพวกเขามองไปที่หวังสือซึ่งยังคงเงียบตลอดเวลานี้

เขาเป็นหนึ่งในผู้เสนอหลักสำหรับการประชุมที่โดดเด่นนี้ ความตั้งใจของเขาดูเหมือนจะไม่บริสุทธิ์

หวังสือพูดอย่างเย็นชาไม่สงบอีกต่อไป ต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

“พี่ใหญ่ของข้าถูกจับไปเป็นเชลย วันนี้พวกเราจะต้องให้เจ้าอ้วนนั่นชดใช้ความผิด”

ถึงตอนนี้ที่เขาพูดแบบนี้ ทุกคนก็เข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น มีการวางแผนไว้ก่อนแล้ว

ชิงยี่ มดเขาสวรรค์ เซียนสาว และคนอื่นๆล้วนแสดงท่าทีโกรธแค้นออกมา

พวกเขาไม่คิดว่าการจัดงานในครั้งนี้ของตระกูลหวังแท้ที่จริงแล้วกลับเพียงต้องการกวาดต้อนสหายของสือฮ่าว?

“บังอาจ!” มดเขาสวรรค์เป็นคนแรกที่ก้าวออกมา เขาใช้ร่างกายของตัวเองยืนบังกระต่ายหยกจันทราไว้

ฮอง!

ในเวลานี้กิเลนสีขาวราวกับหิมะที่ติดตามกระต่ายหยกจันทราก็ระเบิดพลังของตัวเองออกมากลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่

นี่เป็นหนึ่งในลูกหลานของอสูรผู้ยิ่งใหญ่หลังจากผ่านไปสามสิบปี มันก็เติบโตขึ้นแล้ว!

จบบทที่ 673 - แผนการของตระกูลหวัง

คัดลอกลิงก์แล้ว