เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 61 – Tahrakhan Plateau (6)

Chapter 61 – Tahrakhan Plateau (6)

Chapter 61 – Tahrakhan Plateau (6)


Chapter 61 – Tahrakhan Plateau (6)

ซังจินได้เดินเข้าไปหานักล่าสมบัติและสะกิดไปที่ไหล่เขา

"เฮ้ ช่วยใช้ทักษะนักล่าสมบัติที ในตอนนี้เลย"

"อะไรนะ....ใช้อะไร"

นักล่าสมบัติที่แสดงตัวว่ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับองค์ประสอบในก่อนหน้านี้ดูเหมือนกับว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ซังจินกล่าวออกมา

"ทักษะใช้งานนักล่าสมบัตินะ สิ่งที่นายได้โม้ไว้ในช่วงต้นการจู่โจมนั้นนะ"

ในที่สุดเขาก็เข้าใจและหยักหน้าออกมา

"อา....โอเค"

เนื่องจากเขาพึ่งได้รับมันมาในทะเลทรายคูตาลในก่อนหน้านี้ สถานที่เดียวที่เขาจะได้ลองทดสอบมันในก่อนหน้าคือปราสาทของเคาท์เดมิทรี แต่เขาก็ไม่ได้หัวกระโหลกของซังจินและดูติดขัดในตอนที่ซังจินให้เขาใช้ทักษะ ดังนั้นมันจึงเป็นที่แน่ชัดว่าเขาไม่เคยใช้มันมาก่อน

"อะ...โอเปอเรเตอร์ ฉันต้องการจะใช้ทักษะนักล่าสมบัติ ถ้าหากว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในที่ราบสูงนี้ ช่วยให้คำใบ้ฉันที"

เมื่อเขาพูดจบ โอเปอเรเตอร์ก็ได้ให้คำใบ้ออกมา

[ราชาแห่งที่ราบสูง]

[ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือเมฆ]

[มันได้เฝ้ารอศัตรูเพียงหนึ่งเดียว]

[และนำเอาของขวัญมาให้มันคือชัยชนะ]

[และจากนั้นราชาก็จะมา]

มันเป็นคำใบ้ที่ดูจะงุนงงแปลกๆ ซังจินจึงตบมือขึ้นและพูดออกมา

"ทวนอีกครั้งหนึ่ง"

แต่ลูกบาศก์ก็ไม่ได้ตอบสนองกลับมา ซังจินจึงมองไปที่นักล่าสมบัติและพูดกับเขา

"เฮ้ช่วยทวนอีกครั้งสิ"

"ห๊ะ อะไรนะ"

นักล่าสมบัติดูเหมือนจะยังขาดประสบการณ์ในการใช้ทักษะนี้เป็นอย่างมาก

"ฉันบอกว่าให้นายบอกให้โอเปอเรเตอร์ทวนอีกครั้งหนึ่ง"

เมือซังจินอธิบายออกมา ในที่สุดเขาก็เข้าใจและพูดกับลูกบาศก์

"อา...โอเปอเรเตอร์ช่วยทวนให้ฉันอีกครั้งหนึ่งที ในสิ่งที่นายพึ่งจะกล่าวออกมานะ"

[ราชาแห่งที่ราบสูง]

[ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือเมฆ]

ลูกบาศก์ได้กล่าวซ้ำออกมาอีกครั้งและซังจินก็ตกลงไปอยู่ในความคิด

'บัลลังกก์เหนือเมฆ...'

ซังจินมองออกไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้มันได้สูงเหนือเมฆอยู่แต่แรกแล้วแต่สถานที่เดียวที่สูงที่สุดในที่แห่งนี้ก็คือเนินเขาตรงกลางที่ราบสูง

และก่อนที่ซังจินจะนึกคำตอบออก เบสโกโร่ก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมา

'มันจะต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ ที่ๆสูงที่สุด'

เมื่อตอนที่เขาวิ่งค้นหาออกไปรอบๆ เขาก็ได้ขึ้นไปบนเนินนั้นมาแล้วเพื่อสำรวจพื้นที่ แม้ว่าพื้นที่ราบสูงส่วนอื่นๆจะมีหมอกเใฆบางๆขวางอยู่บ้าง แต่บนเนินพื้นที่นั้นมันไม่มีเมฆอยู่เลย เป็นที่ชัดเจนว่าจุดนั้นเป็นที่ๆอยู่เหนือเมฆขึ้นไปโดยสิ้นเชิง

'เยี่ยม...อย่างน้อยฉันก็รู้สถานที่...'

จากนั้นซังจินก็ครุ่นคิดไปต่อในประโยคอื่นๆ

"มันได้เฝ้ารอศัตรูเพียวคนเดียวที่จะนำของขวัญมาให้มันคือชัยชนะ"

เขาไม่แน่ใจมากนักเกี่ยวกับคำใบ้คำนี้ ซังจินจึงตัดสินใจหันหน้าไปถามนักล่าสมบัติ

"นายคิดว่ามันจะหมายถึงอะไร"

นักล่าสมบัติได้เบิกตากว้างขึ้นและส่ายหัว ซังจินจึงส่ายหัวและกล่าวเพิ่ม

"ลืมเกี่ยวกับการเป็นนักล่าสมบัติไปเลยและมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแกร่ง หนายจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยหากเป็นเช่นนี้"

ซังจินหันมองไปรอบๆโดยที่ไม่รอให้เขาตอบกลับมา นักล่าคนอื่นๆก็ไม่น่าจะเป็นตัวช่วยได้แน่นอน พวกเขายังคงตกใจกับคำใบ้ของโอเปอเรเตอร์อยู่เลย

ซังจินจึงจำเป็นต้องถามกับเบสโกโร่

"เบสโกโร่ นายคิดว่ายังไง นายได้คิดไหมว่าของขวัญอะไรที่มันอยากได้รับ"

'ฉันไม่แน่ใจ แต่...'

มันเป็นเรื่องน่าขบขันมากที่บอสลับในการจู่โจมรอบก่อนกำลังพยายามจะค้นหาบอสลับในการจู่โจมนี้

'ฉันคิดว่าคำถามหลักก็คืออะไรที่เขากำลังเฝ้ารอ'

"เยี่ยม งั้นไปตรวจสอบที่บัลลังก์ก่อนเป็นอย่างแรกแล้วกัน"

ซังจินได้บอกเบสโกโร่

'โอเค'

นักล่าคนอื่นๆกำลังมองมาที่เขาที่กำลังพูดกับตนเอง หลังจากที่เขาคุยกับเบสโกโร่จบ เขาก็หันหน้าไปหานักล่าคนอื่นๆและกล่าวออกมา

"ฉันจะไม่ไปแตะพวกมอนเตอร์ธรรมดา ถ้าหากว่าพวกนายมีเวลาว่างและความสามารถก็จงไปฆ่าพวกมันซะ และก็สำหรับบอสลับ..."

ขณะที่เขากำลังพูดอยู๋ เขาก็ได้สังเกตุเห็นว่านักล่าคนอื่นๆไม่ได้สนใจเขา พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับกันและกัน พวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังกันเองและความไม่ไว้ใจกัน

'พวกเขาดูเหมือนกับว่าจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตมากกว่าเพื่อนร่วมทีมกัน พวกเขากำลังจะไปเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในการต่อสู้'

"ลืมเกี่ยวกับบอสลับไปซะ เข้าใจนะ"

ซังจินได้ยักไหล่และเดินออกไปจากกลุ่มนักล่าทั้งสี่ เขาได้มุ่งไปสู่เนินเขาตรงกลางที่ราบสูง เบสโกโร่ก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมา

'ท่านกำลังทำอะไรก้าวออกมาและไม่แสดความเป็นผู้นำอย่างลูกผู้ชาย? ลูกผู้ชายตัวจริงควรจะรวบรวมนำทีมคนอื่นๆและให้คำแนะนำพวกเขา แล้วก็ถ้าหากท่านต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งนี้ก็แค่พูดออกมา'

มันเป็นคำพูดที่เหมาะสมแล้วสำหรับอดีตอัศวิน เมื่อซังจินได้เดินออกมาไกลจากเหล่านักล่าเขาก็ตอบกลับไป

"ไม่ มันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม มันจะยังมีโอกาสอยู่มากมายที่ฉันตะมีโอกาสก้าวเข้าไปนำและควบคุม แต่ว่ามันไม่ใช่ในตอนนี้ มันยังเร็ซเกินไป"

'งั้นหรอ?'

"ใช่แล้ว มันอยู่ที่เวลา ฉันคิดว่าเมื่อเหลือนักล่าเพียงแค่ 100 คน ฉันก็จะต้องเข้าไปเป็นผู้นำและร่วมทีม และถ้าหากว่ามันถึงเวลานั้นฉันก็คงจะต้องการความช่วยเหลือจากนาย ท่านอัศวิน"

หลังจากที่ซังจินได้กล่าวคำชมเชยยกย่องว่าเขาเป็นอัศวิน เบสโกโร่ก็ได้หัวเราะออกมาเป็นครั้งแรก

'ข้าจะรอวันนั้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ'

****

ซังจินได้ปีนขึ้นไปบนเนินเขาอย่างขยันขันแข็ง ทั้งม้า พรมเวทมนตร์ และแม้แต่รองเท้าก็ได้อยู่ในระยะคูลดาว ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินเท้า ในบางครั้งบางคราว

"แบ๊ะ ๆ"

แพะก็ได้เข้ามาโจมตีซังจินในขณะที่เขากำลังปีนเขา

"โฮ่ง ๆ"

เคนได้เรียกหาซังจิน

"หืมม มีอะไรหรอเคน นายเห็นอะไรบางอย่างงั้นหรอ"

แต่เคนก็ได้หมุนไปรอบๆ และนั่งลง

"อะไรหรอ...?"

ซังจินต้องการจะถามออกไปแต่แล้วเขาก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยการที่เคนได้กลับกลายไปเป็นรูปสลักไม้

"อา..."

เขาคงต้องการจะบอกซังจินว่าเวลาได้หมดลงแล้ว

'โอเคๆ ฉันจะเข้าใจมันในครั้งหน้าแน่นอน'

ซังจินคิดขึ้นในขณะที่เขาเก็บรูปสลักไม้ลงไป จากนั้นเขาก็เรียกโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอีกเท่าไหร่"

[คุณจะกลับไปที่ตลาดมืดในอีก 48 นาที 12 วินาที]

"หืมม..."

ซังจินตัดสินใจที่จะถามอย่างอื่นกับโอเปอเรเตอร์อีก

"โอเปอเรเตอร์ส่ง หินแสวงหาฆาตกร มาให้ฉันที"

หินทรงกลมที่เปล่งแสงได้โผล่ออกมาจากลูกบาศก์ และซังจินก็หยิบมันขึ้นมา

ทริไบท์ - หินแสวงหาฆาตกร

หินระดับวีรบุรุษ

ทักษะใช้งาน

ค้นหาความยุติธรรม - วาปไปยังดินแดนทีมีฆาตกรอาศัยอยู่ ใช้หนึ่งชาร์จในการใช้งาน

ความโกรธแค้นเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์

และจากนั้นเจาเก็บมันลงไปในกระเป๋าเสื้อ ในตอนนี้เขายังคงเหลือเวลาอยู่อีกเหลือเฝือ

ถ้าหากว่าในมิติแห่งนี้เหลือเวลาอีก 48 นาที มิติอืนก็ควรจะเหลือเวลาอีก48 นาทีเช่นกัน ในเวลานี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่อีกฝ่ายจะจัดการราชินีฮาปี้ลงไปได้อย่างรวดเร็ว

และตราบใดที่ราชินีฮาปี้ยังคงรอดอยู่ โอกาสที่จะเกิดฆาตกรขึ้นก็จะน้อยเป็นอย่างมาก

หลังจากที่ยืนยันเวลาที่เหลืออยู่แล้ว ซังจินก็ลุกขึ้นยืนและเดินต่อไป

ที่ราบสูงทาราชานนี้มีมุมมองที่สวยงามกว่าในบทอื่นๆ ถ้าหากว่าไม่มีมอนสเตอร์อยู่ซังจินก็อยากจะอยู่ที่นี่ซักสองสามวันเพื่อพักผ่อน

ในขณะที่เจากำลังมีความคิดเช่นนั้น ซังจินก็ยังคงปืนขึ้นไปจนกว่าจะถึงยอดสุด

'ที่แห่งนี้จะต้องเป็นบัลลังก์ของราชา'

เบสโกโร่ได้แสดงความคิดเห็นออกมาก่อนที่ซังจินจะขึ้นไปถึง ที่ด้่านขวาภายใต้เนินเขานั้นมีถ้ำเปิดอยู่

ซังจินกระโดดเข้าไปและหยิบเอา 'พงศาวดารสามก๊ก'ออกมาถือไว้และค่อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำ แม้ว่าภายในถ้ำมันจะมืดแต่เขาก็มองเห็นมันได้ชัดเนื่องจากทักษะ วิสัยทัศน์ของวิญญาณ แต่ว่า

"มันว่างเปล่า"

'ฉันเห็นแล้ว'

ซังจินได้เดินลึกเข้าไปในถ้ำ ถ้ำมันมีขนาดที่เล็กกว่าที่เขาคิดเอาไว้ แม้ว่ามันจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องโดยมาตฐานของมนุษย์ แต่ว่ามันก็ดูจะด้อยเกินไปในแง่ของบัลลังก์

'สิ่งที่เขาเฝ้ารอ....อะไรกันที่เขากำลังเฝ้ารอ'

ซังจินมองสำรวจไปรอบๆถ้ำ ในห้องแห่งนี้มันไม่มีอะไรเลบ เว้นเสียแต่โครงกระดูก ซังจินจึงหยิบมันขึ้นมา

'หืมม'

มันมีเพียงแค่เงื่อนงำ และจากนั้นเบสโกโร่ก็กล่าวออกมา

'ท่านคิดไหมว่าเขากำลังเฝ้ารออาหาร?'

"อาจจะใช่"

ซังจินได้มองสำรวจไปที่กระดูกใกล้ๆ มันเป็นกระดูกเล็กๆเป็นส่วนใหญ่ จะมีชิ้นกระดูกใหญ่ๆอยู่น้อยมาก

"มันอาจจะเป็น..."

ซังจินได้ขุดค้นกองกระดูกและเขาก็ได้พบกับหลักฐานสำคัญ มันเป็นหัวกระโหลกขนาดใหญ่ที่มีเขาสั้นๆยื่นออกมา

"กระดูกนี้...มันใม่ใช่ของฮาปี้และแพะภูเขา"

'แล้วเป็นของอะไร?'

"มันเป็นหัวกระโหลกของควายยักษ์"

ซังจินก็ตรวจสอบกองกระดูกอื่นๆเช่นกั มันไม่มีหัวกระโหลกที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ของฮาปี้และหัวกระโหลกที่มีเขาขนาดใหญ่หมุนวนของแพะอยู่เลย

กระโหลกศีรษะเดียวที่เขาหาเจอมีเพียงแค่กระโหลกของควายยักษ์เท่านั้น

"ฉันคิดว่า...ฉันพอจะรู้แล้วว่าของขวัญคืออะไร"

ซังจินโผล่ออกมาจากถ้ำและค่อยๆปีนลงไปจากภูเขา

"เบสโกโร่ช่วยบอกฉันด้วยถ้าหากนายเห็นควายยักษ์"

ตามคำขอของเขาเบสโกโร่ได้ตอบกลับมาในทันที

'ไปทางขวามือ'

ซังจินไปมองทางขวาเล็กน้อย ในระยะไกลออกไปมันได้มีควายขนาดยักษ์อยู่

ซังจินจึงคิดที่จะใช้เวทมนตร์เข้าใส่มัยแต่แล้วเขาก็เปลื่ยนใจ

"ถ้าหากว่าฉันเผามันจนไหม้เกินไปแล้วราชาไม่ต้องการมัน ฉันจะทำยังไง?"

ซังจินได้ดึงดาบออกมาละกล่าวขึ้น

"อาใช่ การนำไปถวายมันควรจะทำให้มันเป็นชิ้นเนื้อสเต็กบางๆ"

เมื่อควายมันได้ตระถึงการมีอยู่ของซังจินมันก็ร้องออกมา

"มอ~~~"

มันได้พุ่งเข้ามาหาซังจิน ซังจินจึงต้องหลบออกไปทางซ้ายและเหวี่ยวดาบเฉือนเข้าไปที่คอของมันเช่นมาทาดอร์ของสเปน อย่างไรก็ตามมอนสเตอร์ก็ยังคงเป็นมอนสเตอร์

แม้ดาบจะเฉือนเข้าไปแล้วถึงหนึ่งในสามของลำคอ ควายก็ได้หันไปรอบๆและพุ่งเข้ามาอีกอย่างไม่สะทกสะท้าน ซังจินจึงหลบไปด้านอื่นและตัดไปที่คออีกครั้ง

เมื่อควายได้ถูกโจมตีเป็นครั้งที่สองคอของมันก็ขาดลง ไม่มีใครที่จะสามารถรับการโจมตีของซังจินที่คอได้ถึงสองครั้ง ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตสิ่งนั้นจะทรงพลังมากแค่ไหน มันได้พุ่งออกไปข้างหน้าอีกเล็กน้อยก่อนที่จะล้มลง ซังจินเก็บดาบเข้าไปในฝักและเดินไปที่ควายยักษ์

ควายตัวนั้นมันมีขนาดใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ

'ควายตัวนี้มันมีน้ำหนักเป็นตันเลยใช่ไหมเนี้ย'

และในขณะที่เขาคิดเช่นนั้น เขาก็จับไปที่ควายด้วยมือเปล่าๆ การยกมันจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการยกระดับสเตตัสจากโอเปอเรเตอร์

ซังจินได้แบกควายไว้บนไหล่ของเขาและเดินกลับไปที่ห้องบัลลังก์แห่งราชา มันอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากที่นั้น

ซังจินได้วางศพไว้ที่หน้าประตูถ้ำ ในตอนที่เขาทำเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมา

"นายคิดว่า...นี้มันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องไหม"

'แล้วท่านมีคำแนะนำอื่นๆ อีกไหม'

"ถ้าหากมันไม่มีการตอบสนองกลับมาเพียงเล็ก..."

แต่แล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คำเตือน บอสลับ]

[แมนติคอร์ปรากฏตัว]

'ที่ไหน?'

ซังจินมองสำรวจไปรอบๆ แล้วจากนั้นเบสโกโร่ก็กล่าวออกมา

'ด้านบน'

ซังจินเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากในระยะไกลออกไปเขาก็สามารถจะมองเห็นหัวของชายชราบนหัวสิงโตและหางของแมงป่องได้ มันบินผ่านอากาศมาด้วยปีกของมัน ซังจินได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ 'พงศาวดารสามก๊ก' ในทันที

จบบทที่ Chapter 61 – Tahrakhan Plateau (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว