เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

621 - ยิ่งกว่าโรคระบาด

621 - ยิ่งกว่าโรคระบาด

621 - ยิ่งกว่าโรคระบาด


1931 - ยิ่งกว่าโรคระบาด

เรื่องนี้ทำให้เกิดคลื่นใหญ่ตามธรรมชาติ สามพันแคว้นไม่สามารถสงบลงได้ ตระกูลอมตะของเก้าสวรรค์เบื้องบนล้วนกำลังเตรียมตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ที่รุนแรงมากที่สุด

พื้นที่ของอาณาจักรวิญญาณกลายเป็นสถานที่แห่งความตายไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้ หมอกสีดำและมืดมิดแผ่กระจายราวกับว่าประตูนรกได้เปิดออก

จากนั้นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น

พื้นที่ของโลกวิญญาณเริ่มแตกสลายหมอกสีดำกระจัดกระจายออกมาครอบคลุมโลกแห่งความเป็นจริงทำให้ทุกคนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

"นั่นคืออะไร?"

“การกัดกร่อนของความมืดอย่าให้พวกมันสัมผัสตัวไม่งั้นเจ้าจะตายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!”

มีคนสองสามคนร้องออกมาด้วยความตกใจ

ภูมิภาคนี้เป็นขอบเขตของสามพันแคว้นโชคดีที่ดินแดนแห่งนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากนัก ไม่เช่นนั้นจะเกิดหายนะร้ายแรงที่อยากจะแก้ไข

อย่างไรก็ตามความเร็วของการกัดกร่อนน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก พวกมันเคลื่อนไหวราวกับว่าทะเลสีดำพลุ่งพล่านเข้าท่วมสามพันแคว้น ในเวลาเพียงหนึ่งวันพื้นที่ทั้งหมดใกล้ชายแดนถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น

ในสถานที่แห่งนั้นตราบใดที่ถูกความมืดเข้ากลืนกินสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะสูญสลายไป

“ตายแล้วพวกเขาตายหมดแล้วไม่มีใครสามารถรอดชีวิตได้!” ใครบางคนกรีดร้องออกมา เขาเป็นผู้รอดชีวิต

แม้ว่าเขาจะวิ่งออกมาทัน แต่กลับมีเส้นเลือดสีดำโผล่ขึ้นมาบนหน้าผากของเขา ในที่สุดเขาก็ร่วงหล่นลงจากท้องฟ้าร่างกายของเขากลายเป็นสีเทาก่อนจะตกลงพื้น

มีใครบางคนไปตรวจสอบเขาพบว่าวิญญาณดั้งเดิมของเขากระจัดกระจายราวกับว่ามันถูกลบออกอย่างสมบูรณ์และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

อย่างไรก็ตามร่างกายของเขาสมบูรณ์ดีไม่มีอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย

ภัยพิบัติอยู่ยังคงสอดแทรกอยู่ทุกสัดส่วนของเขา พลังแห่งความตายพุ่งออกมาจากร่างกายของบุคคลนั้นทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความไม่เป็นมงคล

จากนั้นความมืดก็แพร่กระจายออกมา

อา…

เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้เคียงต่างก็ร่วงหล่นลงพร้อมกัน

การเปลี่ยนแปลงของหมอกปีศาจประเภทนี้น่ากลัวเกินไปราวกับว่าโรคระบาดกำลังแพร่กระจายสร้างหายนะที่ไม่เคยมีมาก่อน!

“จุดเริ่มต้นของความมืด! ยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่กำลังจะมาถึง!” มีใครบางคนถอนหายใจ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่เต็มใจและเศร้าโศก

ในเวลาเพียงวันเดียวสองแคว้นก็หายไปสิ่งมีชีวิตทุกชนิดถูกกลืนกินเข้าไปในความมืดไม่สามารถหลบหนีออกมาทัน

โรคระบาดนี้ยังคงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ!

สามพันแคว้นวุ่นวายไปหมด นี่คือหายนะวันสิ้นสุดของโลกได้มาถึงแล้ว!

มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ต่างๆล้วนกำลังอพยพขึ้นสู่อาณาจักรที่สูงกว่าด้วยความหวาดกลัว

ในเก้าสวรรค์เบื้องบนเหล่าตระกูลอมตะต่างพากันตื่นตระหนก พวกเขาคิดไม่ออกว่ามันคืออะไรทำไมถึงเป็นแบบนี้!

แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขาในทันที แต่มหาอำนาจของเก้าสวรรค์เบื้องบนก็เตรียมการล่วงหน้า พวกเขาคนไหนที่ไม่ต้องการเข้าสู่อาณาจักรเซียน?

“ข้าเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้มีเพียงเมล็ดพันธุ์อันยอดเยี่ยมเท่านั้นถึงจะถูกรับเลือกให้เข้าสู่อาณาจักรเซียน”

สวรรค์ทั้งเก้าเริ่มสับสนวุ่นวาย แม้แต่สำนักเสริมฟ้าตระกูลหวังตะกูลจินและตระกูลอมตะอื่นๆล้วนไม่สามารถสงบลงได้ พวกเขาทั้งหมดพยายามหาวิธีเข้าสู่อาณาจักรเซียนและละทิ้งโลกนี้ไป

“บรรพบุรุษของเรามาจากดินแดนเซียน พวกเราได้ติดต่อไปหาตระกูลหวังที่อาณาจักรด้านบนแล้วและกำลังรอคำตอบอยู่!”

“พวกเราเป็นเพียงตระกูลสาขาที่อยู่ในเก้าสวรรค์พิภพ ตระกูลหลักที่แท้จริงของพวกเราที่อยู่ในอาณาจักรเซียนนั้นมีรากฐานไม่ใช่ชั่ว ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเราจะได้เข้าสู่อาณาจักรเซียนอย่างแน่นอน!” ภายในตระกูลอมตมากมายสิ่งมีชีวิตเก่าแก่ของพวกเขาปลอบขวัญลูกหลาน

ทุกตระกูลพยายามหาทางทุกคนทำงานอย่างหนักหวังจะหนีจากภัยพิบัตินี้

สำหรับเยว่ฉาน จินซาน องค์หญิงเหยาเยว่และคนอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นอัจฉริยะที่กลุ่มต่างๆต้องการ

เป็นเพราะด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีใครเทียบได้จึงมีโอกาสที่ตระกูลของพวกเขาจะติดตามคนเหล่านี้เข้าสู่อาณาจักรเซียน

เมื่อบรรลุความรู้แจ้งขั้นสูงสุดสือฮ่าวก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเขาหันกลับมาทุกอย่างก็รกร้างทะเลสาบดวงดาวเหือดแห้งกระท่อมมุงจากก็หายไป

บนพื้นมีหัวกะโหลกสีขาวราวกับหิมะ มันวางอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆไม่เคลื่อนไหว แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาประสบสิ่งนี้ แต่สือฮ่าวก็ยังรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลก

เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยลมฤดูใบไม้ผลิที่อ่อนนุ่มกลิ่นหอมของสมุนไพรลอยไปมา พระราชวังโลหะที่ตั้งตระหง่านเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์

ในพริบตาทุกอย่างกลายเป็นฝุ่นเหลือเพียงซากปรักหักพัง ในขี้เถ้าเราสามารถเห็นกระเบื้องที่พังทลายและเศษซากปรักหักพังที่ถูกสร้างขึ้นจากโลหะ

พวกมันเคยเจิดจรัสส่องแสงไปทั่วโลกราวกับดวงอาทิตย์บนสวรรค์แต่สุดท้ายแล้วทุกสิ่งก็กลับคืนสู่ดิน สือฮ่าวถอนหายใจเบาๆ

ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนิรันดร์และไม่มีมรดกที่ไม่สามารถถูกทำลายได้ ในท้ายที่สุดวันนั้นก็ยังคงมาถึงทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับคืนสู่ผืนดิน

ความรุ่งเรืองของยุคเซียนโบราณมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

ยุคแห่งจักรพรรดินั้นน่าตื่นตาไม่มีใครเทียบได้ แต่สุดท้ายมันก็จบสิ้นเหลือเพียงแค่ตำนานเท่านั้น

“ตัวข้าต่างหากที่จะไม่มีวันร่วงหล่นไปตามกาลเวลา” สือฮ่าวพูดกับตัวเอง

เขาไม่ต้องการเป็นเหมือนราชาอมตะเหล่านั้นเช่นราชันย์แห่งดินแดนปิดผนึกคนนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาหลายยุคหลายสมัยแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตาแห่งการร่วงหล่นได้

แต่ใครเล่าที่จะสามารถหลีกเลี่ยงพวกนี้? บางทีอันหลาน ซือถู จักรพรรดิแดงอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ชนะ? เพียงแต่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ชนะชั่วคราวหรือชั่วนิรันดร์เท่านั้นเอง?

ต้นกำเนิดของอาณาจักรเซียนนั้นลึกลับไม่สามารถวัดได้ ว่ากันว่าพวกเขาดำรงมาตั้งแต่ก่อนยุคที่จักรพรรดิ์ร่วงหล่นซะอีก

เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีชีวิตยืนยาวมาตั้งแต่ยุคที่จักรพรรดิร่วงหล่น? มันยากที่จะพูด

สือฮ่าวจากไปแล้ว เขาได้รับความทรมานจากคำสาปสังหารอมตะอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นได้เรียนรู้มรดกของเผ่าพันธุ์ลิงปีศาจทำให้ความแข็งแกร่งของเขาก้าวไปอีกขั้น!

เมื่อเขากลับไปที่หมู่บ้านหินผา สือฮ่าวได้เรียกให้ลูกขนมาที่นี่ตอนนี้มันกำลังฝึกฝนญาณวิเศษหกสังสารวัฏด้วยความหงุดหงิด

“เจ้าต้องการเรียนมรดกอันล้ำค่าหรือไม่? ไม่มีอะไรเหมาะสมกับเจ้ายิ่งกว่านี้อีกแล้ว” สือฮ่าวยิ้ม เขารู้สึกว่าจูเหยียนเหมาะสมกับวิชาแปดเก้าสวรรค์มากที่สุด

ญาณวิเศษนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์มันจึงเป็นธรรมดาที่มันจะเป็นผู้สืบทอดที่เหมาะสมที่สุดเช่นกัน!

“แล้วมัวโอ้เอ้อยู่ทำไม?” จูเหยียนตะโกน

“เจ้ามีหมัดเทพเจ้าเต่าดำที่ทรงพลังที่สุดหรือไม่? ข้าก็อยากเรียนด้วย!” ไม่ไกลนักเต่าดำตัวใหญ่ก็เบียดตัวเข้ามา

“ออกไปจากที่นี่หยุดสร้างความรำคาญได้แล้ว!” ลูกขนเตะมันออกไปด้านข้าง

ต้องบอกว่าวิชานี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเผ่าพันธุ์จูเหยียนมันเรียนรู้ได้เร็วมาก ในถิ่นทุรกันดารใหญ่ทุกคนสามารถเห็นลิงสีทองที่ดุร้ายยืนตระหง่านคำรามไปยังสวรรค์

แต่เดิมลูกขนไม่ได้ตัวใหญ่มากนัก แต่ในตอนนี้เมื่อมันแสดงญาณวิเศษออกมาศีรษะของมันก็แทงทะลุสวรรค์ขึ้นไปแล้ว

สือฮ่าวใช้เวลาหลายวันต่อมาในการส่งต่อวิชานี้ให้แก่จูเหยียนโดยไม่ได้ปิดบังอะไรไว้

ในช่วงเวลานี้เขากำลังศึกษาญาณวิเศษของหงส์เพลิงที่แท้จริงรวมทั้งยังเคี่ยวเข็ญให้กับมังกรแดงฝึกฝนอีกด้วย

เขายังคงหวังว่าสักวันจะได้เห็นญาณวิเศษอันล้ำค่าของหงส์เพลิงและมังกรผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นวิชาที่ไม่มีใครเทียบ!

มังกรแดงก็ฝึกฝนอย่างหนักราวกับว่ามันถูกอาบด้วยเปลวไฟแห่งการเกิดใหม่ เสียงร้องของมังกรดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าร่างของหงส์เพลิงแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว แสงไฟโหมกระหน่ำเป็นฉากที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

สือฮ่าวฝึกฝนอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายวันและคอยชี้แนะการบ่มเพาะของเด็กๆอย่างระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในที่สุด

ไม่จำเป็นต้องพูดถึง 'เมล็ดพันธุ์' ที่นำกลับมาจากแดนรกร้าง ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกเขายังมากกว่าทายาทของตระกูลอมตะเสียอีก!

ความวุ่นวายระหว่างชีวิตและความเป็นความตายทำให้เด็กๆพวกนี้มีความสงบมากยิ่งขึ้น หลังจากได้เรียนรู้ญาณวิเศษอันล้ำค่าก็ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรุ่นเยาว์ที่ไม่มีใครเทียบได้ในรุ่นเดียวกัน

สือฮ่าวเชื่อว่าวันหนึ่งนี่จะเป็นกองทัพทรงพลังที่จะติดตามเขาในอนาคต!

“เจ้าต้องระวังตัวด้วย” อวิ๋นซีมากล่าวอำลาดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกังวลกลัวว่าเขาจะพบเจออันตรายบนอาณาจักรที่สูงกว่า

เมื่อเร็วๆนี้สือฮ่าวยุ่งอยู่กับการบ่มเพาะมาโดยตลอดทำให้เขาละเลยไม่ได้ใส่ใจไข่มุกแห่งตระกูลเทพสวรรค์ เขาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เพราะเวลาของเขาเร่งรีบมากเกินไป

“เจ้าก็ต้องดูแลตัวเองเช่นกัน!” สือฮ่าวกล่าวอย่างจริงจังพร้อมกับรูปศีรษะของนางเบาๆ

หลังจากนั้นเขาก็คว้านางเข้ามากอดในอ้อมอก

“รอสามีของเจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง” สือฮ่าวหัวเราะเสียงดัง

ท้ายที่สุดเขาก็จากไป

สือฮ่าวต้องการสำรวจอาณาจักรที่สูงกว่าอีกครั้ง มีสัญญาณมากมายบ่งบอกว่าตอนนี้เกิดเหตุการณ์รายแรงในอาณาจักรด้านบนทำให้เขาต้องออกไปดูด้วยตาของตัวเอง

จบบทที่ 621 - ยิ่งกว่าโรคระบาด

คัดลอกลิงก์แล้ว