เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

618 - เต่าดำ

618 - เต่าดำ

618 - เต่าดำ


1928 - เต่าดำ

หวือ!

ลมแรงพัดมา รูปแกะสลักหินอื่นๆ ทั้งหมดก็ฟื้นขึ้นมาเช่นกันพวกมันลงมือเข้าใส่สือฮ่าวพร้อมกัน หากมองดูผิวเผินจะเห็นว่าการโจมตีของมันเรียบง่าย

แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงแล้วความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากนิ้วของพวกมันนั้นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

ฉากนี้น่ากลัวอย่างยิ่งราวกับว่าผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้ฟื้นขึ้นมาจากยุคโบราณและเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้

สือฮ่าวไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้ที่ยากเท่านี้มาก่อน การต่อสู้อย่างเข้มข้นอาบเลือดกำลังทำให้เขาบ้าคลั่ง

“ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!” เขาคำรามออกมา

ถ้าเป็นการต่อสู้ในระดับเดียวกันเขาก็ไม่สามารถสู้กับคนอื่นได้อย่างเต็มที่ แต่ที่นี่เขาไม่ต้องกังวลเพราะรูปปั้นหินเหล่านี้ทรงพลังมากเกินไป

“สามารถปลดโซ่ของรูปปั้นหินสักตัวออกมาได้หรือไม่ข้าต้องการต่อสู้กับมันอย่างถึงที่สุด!” สือฮ่าวถาม

ตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างแท้จริงและต้องการต่อสู้โดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ

“อย่าล้อเล่น!” ผู้อาวุโสเหรียญเงินเดือน

สือฮ่าวไม่ได้พูดอะไรอีก เขารู้ว่าเขาจะไม่สามารถโน้มน้าวสหายเฒ่าสองคนนี้ได้

"ฆ่า!"

ในท้ายที่สุดเขาใช้ญาณวิเศษล้ำค่ามากมายที่อยู่ในตัวโจมตีอย่างบ้าคลั่งไม่สิ้นสุด

คราวนี้แม้แต่รูปปั้นหินเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะโกรธเล็กน้อย พวกมันพยายามทำลายโซ่ที่มัดพวกมันไว้เพื่อที่จะออกมาสังหารสือฮ่าวให้ได้

มือที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นขยับเข้าหากันเพื่อปราบปรามสือฮ่าว ความกดดันที่เพิ่มขึ้นมาทำให้สือฮ่าวอดไม่ได้ที่จะแผดเสียงดังกึกก้อง

แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่การต่อสู้ครั้งนี้ก็ยังทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก แม้ว่าจะมีอันตรายต่อชีวิตของเขาหลายครั้ง แต่เขาก็ยังหัวเราะด้วยท่าทางที่เป็นอิสระ

ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาได้เห็นส่วนหนึ่งของวิถีผู้เชี่ยวชาญในระดับนี้เขาสามารถใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อผสมผสานเส้นทางของตัวเองในวิธีการบ่มเพาะเพื่อขึ้นสู่อาณาจักรที่สูงกว่า

หลังจากผ่านไปหลายวัน สือฮ่าวก็หมกมุ่นอยู่กับสิ่งนี้เขารู้สึกเหมือนสถานที่แห่งนี้เป็นคลังเก็บวิชาที่สูญหายทุกประเภททำให้เขาได้รับการรู้แจ้งไม่รู้จบ

เรียกได้ว่าเป็น 'ดินแดนแห่งการเก็บเกี่ยวญาณวิเศษ' จริงๆ!

มีญาณวิเศษโบราณมากมายที่ถูกสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นใช้ออก หลังจากการต่อสู้ซ้ำไปซ้ำมาทำให้สือฮ่าวสามารถรู้แจ้งในญาณวิเศษเหล่านั้นได้ในที่สุด

แต่ในขณะที่สือฮ่าวกำลังบ่มเพาะ การเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจบางอย่างก็กำลังเกิดขึ้นในโลกภายนอก!

รุ้งสวรรค์สามสายปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าลงมาจากนอกโลกเชื่อมต่อกับสามพันแคว้นเหมือนสะพาน

จากนั้นพวกมันก็ขยายออกไปด้านนอกหลอมรวมเข้าสู่อาณาจักรวิญญาณจากโลกแห่งความเป็นจริง

หลายคนตกใจเมื่อเห็นฉากนี้ เกิดอะไรขึ้น?

สิ่งเหล่านี้เป็นสายรุ้งที่ไม่มีฐานใดๆไม่มีแหล่งที่มาให้เห็น เป็นเพราะพวกมันบินอยู่ที่นอกโลกพวกเขาไม่สามารถสัมผัสมันได้

"แย่แล้ว!"

วันนั้นในดินแดนโบราณแห่งหนึ่งผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งกันอย่างมากลืมตาขึ้นพร้อมกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เขาเป็นอาจารย์ของเฉาอวี่เซิ่งซึ่งเป็นคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนหลับโดยไม่ให้ความสนใจกับเรื่องต่างๆของโลกมากนัก

อย่างไรก็ตามในวันนั้นเขาตื่นขึ้นมา

“อาจารย์เป็นอะไรไป?”

เฉาอวี่เซิ่งที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมอาจารย์ได้เห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ

“มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับโลกจะมีปัญหาใหญ่หลวงตามมา!” ผู้อาวุโสถอนหายใจ

ร่างกายของเขาอ่อนแอมากเพียงลมกระโชกแรงก็สามารถทำให้ร่างของเขาล้มลง เฉาอวี่เซิ่งรู้ว่าอาจารย์ของเขามีพลังที่ไม่มีใครเทียบได้แต่ระยะหลังๆนี้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว

อาจารย์ของเขาบอกว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเขาพยายามมองให้เห็นโชคชะตาของใครบางคนในอนาคตข้างหน้า

เขารู้เขาเห็นทุกอย่างด้วยสายตาของตัวเองแต่เขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ และยิ่งไม่สามารถบอกให้ใครได้รู้ไม่เช่นนั้นเขาคงกลายเป็นขี้เถ้าไป

สาเหตุที่เขาตกอยู่ในสถานะปัจจุบันเป็นเพราะเขาเปิดเผยเจตจำนงแห่งสวรรค์อย่างต่อเนื่อง

แต่เขาไม่ยอมแพ้เขายังคงพยายามส่องอนาคตทุกครั้งที่ร่างกายแข็งแรงกลับมาจนเป็นเหตุให้เขาพิการอย่างถาวร

“เจ้าพยายามถามเกี่ยวกับเพื่อนของเจ้าที่ชื่อฮวง ข้าไม่สามารถบอกอะไรเจ้าได้หากเจ้าอยากให้ข้ามีชีวิตอีกสองสามปีก็อย่าได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก”

ผู้อาวุโสกล่าวออกมาเบาๆพร้อมกับมองไปที่สายรุ้งและเผยให้เห็นสีหน้ากังวล

“เมื่อข้าตายจงเผาศพของข้าและโปรยอัฐิลงไปในทะเลห้ามตั้งป้ายวิญญาณอย่างเด็ดขาด!” ชายชราเตือนศิษย์ของเขาเบาๆ

“อาจารย์ท่านกำลังพูดอะไร? ทำอย่าทำให้ข้าตกใจสิ” สีหน้าของเฉาอวี่เซิ่งเปลี่ยนเป็นซีดขาว อาจารย์ของเขากำลังสั่งเสียเรื่องราวในภายภาคหน้า เป็นไปได้ไหมว่าเวลาของเขากำลังจะหมดแล้ว?

“ทำตามที่ข้าบอก เมื่อถึงเวลานั้นให้เจ้าใช้เตาหลอมยาของข้าในการเผาร่าง ไม่เช่นนั้นร่างของข้าอาจจะสร้างหายนะให้กับโลกนี้” ผู้เฒ่ากล่าว.

เฉาอวี่เซิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ท่านอาจารย์ถึงแม้ว่าสิ่งต่างๆจะดูเลวร้าย แต่ทำไมร่างกายของท่านถึงต้องถูกเผา?”

“เป็นเพราะว่าท้ายที่สุดแล้วซากศพของข้าจะฟื้นคืนชีพขึ้นมา!” ผู้อาวุโสกล่าวแล้วเขาก็เสริมอีกว่า

“ข้าอยู่มานานเกินไปและเบื่อกับการมีชีวิตเต็มทน ข้าไม่ต้องการที่จะตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนอื่น”

“เมื่อศพของท่านฟื้นขึ้นมาจิตใจจะกลายเป็นคนอื่นใช่หรือไม่?” เฉาอวี่เซิ่งถาม

“ถูกต้อง”

“อาจารย์ท่านมีตัวตนแบบไหนกันแน่? ทำไมท่านถึงกังวลเรื่องนี้” เฉาอวี่เซิ่งต้องการถามเรื่องนี้เสมอ แต่เขาไม่เคยรวบรวมความกล้ามากพอ

“ข้าคือหนึ่งสิบอสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเก้าสวรรค์สิบพิภพ มีชีวิตยืนยาวมานานกว่ายุคเซียนโบราณเสียอีก ข้าคือเต่าดำ!” ผู้เฒ่ากล่าว.

เฉาอวี่เซิ่งอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขานึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้ที่ดินแดนสวรรค์สีชาด ซึ่งในตอนนั้นมีกระดองเต่าที่ใช้ในการเลือกคู่ต่อสู้ ว่ากันว่านี่คือของวิเศษที่ใช้ในการทำนายของเก้าสวรรค์

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงสุดท้ายของสงครามเซียนโบราณ ราชาอมตะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญพวกเขาใช้กระดองเต่านี้เพื่อเลือกคู่ต่อสู้

นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ซึ่งถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

“กระดองเต่านั่นเป็นของข้าเอง” ผู้เฒ่ากล่าว.

เฉาอวี่เซิ่งตกใจ ต้นกำเนิดอาจารย์ของเขานั้นยิ่งใหญ่เกินไป กระดองเต่านั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ยุคต้นๆของยุคเซียนโบราณอันยิ่งใหญ่

“อาจารย์อย่าโทษตัวเองเลย ย้อนกลับไปตอนนั้นเมื่อราชาอมตะใช้กระดองเต่าเพื่อเลือกคู่ต่อสู้มันไม่ใช่ความผิดของท่าน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตของเก้าสวรรค์สิบพิภพที่ไม่สามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตของอีกฝ่ายได้”

ชายชราถอนหายใจไม่พูดอะไร

“อาจารย์ท่านกังวลเรื่องอะไร? มีปัญหาอะไรหรือ?” เฉาอวี่เซิ่งถาม วันนี้อาจารย์ของเขาแปลกเกินไป ตามปกติแล้วเขาไม่เคยพูดมากถึงขนาดนี้

“เนื้อหนังร่างกายของข้าถูกกฎสวรรค์ทำลายไปมากแล้วมีเพียงวิญญาณดั้งเดิมของข้าเท่านั้นที่ยังทรงพลังมากพอ ตลอดชีวิตของข้ามีเพียงการปกป้องเส้นทางนั้น นั่นคือภารกิจที่สำคัญที่สุด ตอนนี้แม่ทัพแห่งความมืดกำลังจะบุกเข้าสู่เส้นทางนั้นแล้ว”

เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้เขาก็มองไปที่เฉาอวี่เซิ่งอย่างจริงจังและพูดว่า

"ถ้าข้าไม่กลับมาที่นี่ภายในสามปี ให้เจ้าเผาร่างกายของข้าด้วยไฟที่อยู่ในเตาปรุงยา ไฟจากที่อื่นไม่สามารถเผาร่างกายข้าได้ จงจำไว้เรื่องนี้ไม่อาจผิดพลาดอย่างเด็ดขาด”

ไค!

มีริ้วแสงออกจากกระหม่อมของเขา มันเป็นเต่าสีดำที่มีลักษณะดุร้ายขนาดใหญ่ กระดองของมันมีหนามแหลมคมน่ากลัวอย่างถึงที่สุด

“ยุคแห่งความมืดอันยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นแล้ว”

นี่เป็นคำพูดสุดท้ายของอาจารย์เฉาอวี่เซิ่งที่มีต่อเขาและจากนั้นวิญญาณดั้งเดิมของเขาก็หายไปในขอบเขตของขอบฟ้า

ในเวลาเดียวกันภายในสามพันแคว้นมังกรทั้งเก้าที่ลากโลงศพโบราณก็ปรากฏขึ้นทำให้เกิดความโกลาครั้งใหญ่ ร่างกายของพวกมันโอบล้อมไปด้วยเปลวไฟเซียนที่น่ากลัว

มันหายไปเป็นเวลานานแล้ว สือฮ่าวพยายามค้นหามันมาโดยตลอดแต่ก็ไม่พบ

วันนี้มันกลับปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง

จบบทที่ 618 - เต่าดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว