เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 541 กลิ่นควันบุหรี่ + บทที่ 542 ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่

(ฟรี) บทที่ 541 กลิ่นควันบุหรี่ + บทที่ 542 ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่

(ฟรี) บทที่ 541 กลิ่นควันบุหรี่ + บทที่ 542 ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่


ตอนเผยแพร่นิยายอีกเรื่องผมเผลอใส่หมวดเรื่องผิด ผมขอลงตอนนี้ให้อ่านฟรีนะครับ ขออภัยผู้อ่านที่หลงไปอ่านด้วยครับ

เวลาลงนิยายเว็บนี้มันจะไม่แยกเรื่อง แต่จะให้คลิกเป็นป้ายกำกับแทน โอกาสคลิกผิดพลาดบ่อยมาก ถ้าพบเห็นว่าลงผิดเรื่อง ช่วยเตือนผู้แปลหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

.

.

.

บทที่ 541 กลิ่นควันบุหรี่

จางไห่ไต้รู้สึกปวดหัวตึบ “พวกนายส่งคิวอาร์โค้ดรับเงินเข้ามาในกลุ่มก็พอ”

คนพวกนี้ยังถือว่าว่านอนสอนง่ายอยู่ บวกกับมีอั่งเปาให้ลุ้น ทุกคนเลยกระตือรือร้นส่งคิวอาร์โค้ดของตัวเองลงในกลุ่มแชทกันยกใหญ่

จางไห่ไต้โอนเงินให้ไอ้หัวแดงที่ส่งคิวอาร์โค้ดมาเป็นคนแรกก่อน

เสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าแบบสังเคราะห์ดังขึ้นจากมือถือของไอ้หัวแดง

[วีแชทได้รับเงินหนึ่งล้านหยวน]

พวกนักเลงที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันหัวเราะลั่น

“ไอ้หัวแดง เอ็งนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ แค่เปิดเสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าก็ว่าหนักแล้ว ยังจะตั้งเสียงเป็นแบบนี้อีก”

“ฮ่า ๆ ๆ นายคิดว่าตั้งเสียงแบบนี้แล้วพวกสาว ๆ จะหันมามองนายหรือไง?”

“สาว ๆ สมัยนี้เขาไม่ได้โง่นะเว้ย เขาดูแค่ว่านายใช้มือถือรุ่นแพงแค่ไหน ใส่นาฬิกาแบรนด์เนมหรือเปล่าต่างหาก”

ไอ้หัวแดงหัวเราะแหะ ๆ “พวกเอ็งจะมายุ่งอะไรด้วยวะ?”

เสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าสามารถตั้งค่าได้ พวกเขาเหล่านี้จัดเป็นชนชั้นล่างสุดของสังคม

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกเขาไม่นับเป็นชนชั้นล่างด้วยซ้ำ แต่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทภัยสังคม

ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็มีวิธีหาความสุขใส่ตัวในแบบของตัวเอง

เหมือนอย่างไอ้หัวแดง ไม่ว่าจะได้รับเงินหนึ่งหยวนหรือห้าเจี่ยว เสียงแจ้งเตือนของเขาก็จะดังว่า ‘วีแชทได้รับเงินหนึ่งล้านหยวน’ เสมอ

ไอ้หัวแดงกดเปิดแอปพลิเคชันเพื่อดูยอดเงินที่เข้ามาด้วยรอยยิ้ม แต่พอได้เห็นตัวเลขจริง ๆ เขาก็ถึงกับสะดุ้งโหยง

“พี่... พี่ไห่ไต้ พี่โอนผิดหรือเปล่าครับ?”

ในตอนนั้นเอง คนอื่น ๆ ก็ได้รับเงินโอนจากจางไห่ไต้เช่นกัน

“พี่ไห่ไต้ พี่กดศูนย์เกินมาสองตัวหรือเปล่า?”

ทุกคนต่างรู้สึกเหลือเชื่อ พวกเขาหันไปดูยอดเงินของคนข้าง ๆ

ถ้าเป็นแค่คนเดียว อาจจะเป็นการโอนผิด แต่ทุกคนได้ยอดเท่ากันหมดนี่สิ

“พี่... พี่ไห่ไต้ สามพันหยวนจริง ๆ เหรอครับ ไม่ใช่สามสิบหยวนนะ?”

จางไห่ไต้กระแอมเบา ๆ “นี่เป็นเงินก้อนแรกสำหรับพวกนาย ต่อไปจะให้พวกนายเดือนละสามพันหยวน ให้ทั้งหมด 20 เดือน”

กลุ่มคนเหล่านี้ บ้างก็นั่งอยู่บนโซฟาของจางไห่ไต้ บ้างก็นั่งขอบโต๊ะ บางคนถึงกับกระโดดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้

ตอนนี้แต่ละคนทำหน้าเหมือนกำลังฝันไป

บางคนหยิกแก้มตัวเอง แล้วก็หันไปหยิกแก้มคนอื่น พอรู้สึกเจ็บถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ฝัน

พวกเขาทำงานแค่ 5 วัน ได้เงิน 3,000 หยวน?

แถมพี่ไห่ไต้ยังบอกว่าจะให้ต่อเนื่องอีก 20 เดือน เดือนละ 3,000 หยวน

รวมกันแล้วก็ตั้ง 60,000 หยวนเชียวนะ?

ทำงาน 5 วัน ได้เงิน 60,000 หยวน?

นี่มันได้เงินง่ายกว่าไปปล้นเขาเสียอีก

ฮวงซุ้ยบรรพบุรุษของพวกเขาคงมีควันเขียวพวยพุ่งออกมาแล้วแน่ ๆ (โชคหล่นทับ)

ซินเกาหยางมองดูคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาเรียบเฉย สมองของคนพวกนี้มันไม่รู้จักคิดซับซ้อนบ้างเลยหรือไง?

พวกเขาไม่รู้สึกว่าการที่จางไห่ไต้ดองเงินก้อนโตของพวกเขาไว้ แล้วทยอยจ่ายให้แค่เดือนละ 3,000 หยวนมันมีปัญหาบ้างเหรอ?

คนทั้ง 10 คนนี้กลับไม่มีใครเอะใจถามเรื่องนี้เลยสักคน

ตรงกันข้าม แต่ละคนกลับทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าเก็บสมบัติล้ำค่าได้ยังไงยังงั้น

ซินเกาหยางตวัดสายตาคมกริบมองไปทางจางไห่ไต้ ถ้าหมอนี่กล้าหักเงินเขาแบบนี้บ้างล่ะก็ เขาจะซัดให้น่วมเลยคอยดู

จางไห่ไต้รู้สึกหนาวสันหลังวาบเมื่อถูกซินเกาหยางจ้องมอง เขาจึงรีบไล่พวก 10 คนนั้นกลับไป

จากนั้นเขาก็โอนเงินให้ซินเกาหยางและไล่จ้วงแยกต่างหาก

จางไห่ไต้โอนให้ซินเกาหยาง 300,000 หยวน และโอนให้ไล่จ้วง 100,000 หยวน

แม้เขาจะหมั่นไส้ซินเกาหยาง แต่ซินเกาหยางกับไล่จ้วงย่อมแตกต่างจากคนพวกนั้น

ความจริงแล้วเขาอยากจะให้ไล่จ้วงมากกว่านี้ แต่ด้วยความบกพร่องทางร่างกายของไล่จ้วง ประสิทธิภาพในการแซะเพรียงจึงไม่สูงนัก

ซินเกาหยางปรายตามองจางไห่ไต้ “นายทำกับอดีตพี่น้องของนายได้แสบใช่เล่นเลยนะ!”

คนพวกนี้จางไห่ไต้เป็นคนจ้างมา จะให้ 50,000 หรือ 100,000 หยวนก็ไม่ใช่ปัญหา

ปัญหาคือการจ่ายแบบผ่อนส่งนี่แหละ

ซินเกาหยางมีความรู้กว้างขวางกว่า สถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นธนาคาร ก็เท่ากับว่าเอาเงินไปฝากกินดอกเบี้ย

จางไห่ไต้สามารถเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนหรือปล่อยกู้ต่อได้สบาย ๆ ขนาดฝากเงินไว้ในธนาคาร ธนาคารยังต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเลย แต่จางไห่ไต้กลับไม่ได้คิดลึกซึ้งขนาดนั้น

“ถ้าฉันโอนเงินก้อนให้พวกมันทีเดียว ป่านนี้คงเอาไปผลาญจนหมดเกลี้ยงแล้ว”

อีกอย่าง เขาไม่เคยคิดจะเอาเงินของคนพวกนั้นไปลงทุนอะไรด้วย เขาเองก็ไม่มีลู่ทางลงทุนอะไรอยู่แล้ว

ซินเกาหยางลองตรองดูอีกที ก็รู้สึกว่าที่จางไห่ไต้พูดมาก็มีเหตุผล คนพวกนั้นดูท่าทางเก็บเงินไม่อยู่จริง ๆ

ถ้ามองในมุมนี้ จางไห่ไต้ก็ถือว่าหวังดีกับพวกเขามากทีเดียว

ตอนแรกเขานึกว่าจางไห่ไต้แค่แกล้งทำเป็นซื่อบื้อต่อหน้าเจียงหานเสียอีก ถ้าจางไห่ไต้เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกขนาดนั้นจริง ๆ เขาคงต้องเตือนเจียงหานให้ระวังตัวไว้บ้าง

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากไปเอง

ช่วงใกล้เที่ยง เจียงหานกะเวลาไว้พอดี เขาไปรอรับนายกเทศมนตรีหลงที่ท่าเรือประจำตำบล

นายกเทศมนตรีหลงนึกว่าเจียงหานจะพาเขาไปดูพื้นที่บนภูเขาลูกไหนสักแห่ง ไม่คิดว่าจะต้องลงเรือ

นายกเทศมนตรีหลงมองดูเรือประมงลำใหม่ของเจียงหาน ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มคนนี้

“นี่เรือของเธอเองเหรอ?”

“ผ่อนส่งหรือเปล่า?”

“ครับ” ก็ถือว่าแบ่งจ่ายไปหลายงวดเหมือนกัน

“เหลือยอดกู้เท่าไหร่ล่ะ?”

“ตอนไปรับเรือ ผมจ่ายส่วนที่เหลือครบหมดแล้วครับ”

นายกเทศมนตรีหลง: “...”

เขาคิดมาตลอดว่าเจียงหานเป็นเด็กมีอนาคต แต่ไม่คิดว่าจะไปได้ไกลขนาดนี้

เรือลำนี้ดูยังไงก็ราคาไม่เบา เด็กหนุ่มอายุน้อยขนาดนี้ จะไปหาเงินซื้อเรือดี ๆ แบบนี้ได้จากที่ไหน แถมยังจ่ายสดจนครบก่อนรับเรืออีกต่างหาก

เจียงหานชวนนายกเทศมนตรีหลงคุยเรื่องสัพเพเหระ ในฐานะไต้ก๋งเรือลำนี้ เขาเตรียมผลไม้สดและขนมไว้บนเรือมากมาย ถือว่าทำหน้าที่เจ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

นายกเทศมนตรีหลงไม่รู้ว่าเจียงหานจะพาไปที่ไหน แต่เขาเชื่อใจเจียงหาน

เรือแล่นอ้อมเกาะเจียววาไปครึ่งรอบ สุดท้ายก็ไปจอดเทียบท่าตรงบริเวณหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่ง

นายกเทศมนตรีหลงรู้สึกแปลกใจ ทำไมถึงมาจอดเรือตรงนี้?

ทันใดนั้น เขาก็เห็นเจียงหานยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ เอื้อมมือไปแหวกกิ่งไม้ของต้นไม้สองต้นออก ปากถ้ำแห่งหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา

นายกเทศมนตรีหลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “นี่... นี่มันถ้ำทะเลเหรอ?”

เจียงหานพยักหน้า “ใช่ครับ นี่คือถ้ำทะเล”

เจียงหานมุดเข้าไปในถ้ำทันที นายกเทศมนตรีหลงอยากจะร้องห้าม แต่เจียงหานก็เข้าไปข้างในเสียแล้ว

นายกเทศมนตรีหลงกลัวว่าในถ้ำจะมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่

แต่พอนึกได้ว่าเจียงหานกล้าพาเขามาที่นี่ แสดงว่าเจียงหานต้องตรวจสอบความปลอดภัยมาแล้วแน่ ๆ

นายกเทศมนตรีหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจมุดตามเข้าไปในถ้ำ

เขาคิดว่าถ้ำนี้คงตื้น ๆ เดินแป๊บเดียวก็สุดทาง แต่ไม่นึกเลยว่าพอเจียงหานเลี้ยวไปทางด้านข้าง กลับพบโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่

เมื่อนายกเทศมนตรีหลงได้เห็นหาดทรายสีทองภายในถ้ำ เขาก็ถึงกับตะลึงงัน ในโลกนี้มีสถานที่ที่น่าอัศจรรย์ขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ?

ถ้าใช้ที่นี่เป็นจุดขายเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว รับรองว่าต้องมีคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองมากมายแน่นอน

แบบนี้เกาะเจียววาก็จะไม่ได้มีดีแค่ทะเลอีกต่อไป

นายกเทศมนตรีหลงสูดจมูกฟุดฟิด “ทำไมตรงนี้ถึงมีกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ล่ะ?”

เจียงหานกระแอมเบา ๆ จางไห่ไต้บอกเขาแล้วว่าพวกพี่น้องนักเลงกลุ่มนั้นสูบบุหรี่กันจัดมากระหว่างที่มาแซะเพรียงกันทั้งวันทั้งคืน

ซินเกาหยางได้จัดการแก้ไขไปบ้างแล้ว ตอนนี้กลิ่นควันจึงจางลงมาก แต่ถ้าดมดี ๆ ก็ยังพอได้กลิ่นอยู่

“เมื่อวานผมแวะมาดูที่นี่อีกรอบ แล้วเผลอสูบไปสองมวนครับ ไม่นึกว่ากลิ่นจะยังไม่หาย สงสัยอากาศตรงนี้จะระบายไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

.

.

.

บทที่ 542 ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่

นายกเทศมนตรีหลงเองก็รู้สึกว่าการระบายอากาศตรงนี้ยังไม่ค่อยดีนัก แม้ด้านบนจะมีช่องเปิดอยู่บ้าง แต่ช่องนั้นก็เล็กเกินไป แถมยังไม่ได้เชื่อมต่อกับปากถ้ำที่เขาเข้ามาโดยตรง

แม้แต่ปากถ้ำทางเข้าก็ยังถูกต้นไม้ปกคลุมจนมิดชิด ทำให้อากาศถ่ายเทออกไปได้ยาก

“ดูท่าคงต้องปรับปรุงระบบระบายอากาศตรงนี้เสียหน่อย แล้วก็ต้องปักป้ายห้ามสูบบุหรี่ให้ชัดเจนด้วย”

เจียงหานพยักหน้าเห็นด้วย เรื่องพวกนี้ไม่ใช่หน้าที่ที่เขาต้องกังวล ภารกิจของเขาคือการพานายกเทศมนตรีหลงมาดูสถานที่จริงเท่านั้น

ในตอนนั้นเอง น้ำทะเลก็เริ่มลดระดับลง พื้นที่หาดทรายเบื้องหน้าค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นปากถ้ำอีกแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา แสงสว่างจ้าและอากาศบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาผ่านปากถ้ำแห่งใหม่นี้

นายกเทศมนตรีหลงตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง ไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้จะมีสถานที่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้อย่างวิจิตรบรรจงถึงเพียงนี้

[ติ๊ง โฮสต์ขายของทะเลได้เงินสามล้านห้าแสนแปดหมื่นหยวน ได้รับคะแนนระบบสามล้านห้าแสนแปดหมื่นคะแนน]

[รวมกับคะแนนสะสมเดิม มีคะแนนระบบทั้งหมดสามล้านห้าแสนแปดหมื่นสองพันสองร้อยสี่สิบแปดคะแนน]

[ขณะนี้สามารถใช้คะแนนระบบสามล้านห้าแสนแปดหมื่นคะแนน แลกเปลี่ยนระยะสแกนได้เจ็ดพันหนึ่งร้อยหกสิบเมตร ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่?]

[แลกเปลี่ยนสำเร็จ โฮสต์มีระยะสแกนหกหมื่นแปดพันสองร้อยสิบเมตร]

[แลกเปลี่ยนสำเร็จ คะแนนระบบคงเหลือสองพันสองร้อยสี่สิบแปดคะแนน]

ระยะสแกนที่ได้จากการขายเพรียงเข้ามาแล้ว และจำนวนก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย

นายกเทศมนตรีหลงมองเห็นเพรียงที่เกาะอยู่ตามผนังหินซึ่งโผล่พ้นน้ำหลังน้ำลด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

“ไม่นึกเลยว่าที่นี่ยังมีเพรียงเยอะขนาดนี้ นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ยังสามารถสนุกกับการแซะเพรียงเล่นได้ด้วย”

ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่เป็นทำเลทอง “เจียงหาน เธอหาที่นี่เจอได้ยังไง?”

สถานที่แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิดเกินไป

เจียงหานกระแอมเบา ๆ “วันนั้นหลังจากที่คุณพูดเรื่องหาที่เที่ยวใหม่ ๆ กับผม ผมก็คอยสังเกตสถานการณ์บนเกาะอยู่ตลอด แต่เพราะหาที่เหมาะ ๆ ไม่ได้สักที ก็เลยหงุดหงิดขับเรือตระเวนไปเรื่อยเปื่อยครับ”

“เดิมทีผมกะว่าจะจอดเรือพักสักหน่อยแล้วก็ไปต่อ แต่เพราะแสงวันนั้นมันดี ผมสังเกตเห็นว่าหลังพุ่มไม้นั้นดูแปลกตากกว่าที่อื่น ก็เลยลองแหวกดู”

“แล้วก็บังเอิญเจอถ้ำนี้เข้าครับ”

เขาคงบอกความจริงไม่ได้หรอกว่า ระบบของเขาช่วยให้มองทะลุชั้นดินและชั้นหินได้

นายกเทศมนตรีหลงรู้สึกซาบซึ้งใจ เจียงหานเก็บเรื่องของเกาะเจียววามาใส่ใจตลอดเวลาจริง ๆ

การที่เกาะเจียววาพัฒนามาได้ขนาดนี้ ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่กว่าเขาที่เป็นนายกเทศมนตรีเสียอีก

แต่จนถึงตอนนี้ เจียงหานกลับมีแค่ตำแหน่งทูตการท่องเที่ยวที่เป็นเพียงหัวโขนลอย ๆ นายกเทศมนตรีหลงรู้สึกว่าเจียงหานเสียเปรียบเกินไป

“เจียงหาน ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนจิตใจดี”

เจียงหานรู้เรื่องการพัฒนาเกาะมาตั้งแต่ต้น ความจริงแล้วเจียงหานสามารถกว้านเช่าแผงลอยสองข้างทางในตัวตำบลไว้ทั้งหมดก็ได้ รอจนเกาะพัฒนาแล้วค่อยปล่อยเซ้งต่อให้คนที่อยากทำธุรกิจในราคาสูง

แต่เจียงหานคำนึงถึงชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ขายรายย่อย จึงไม่ได้ทำแบบนั้น เขาขอแค่แผงบาร์บีคิวของลุงเหยาเพียงแผงเดียวเท่านั้น

“เจียงหาน ครั้งนี้เธอต้องฟังฉันนะ จากตัวตำบลมาที่ถ้ำทะเลแห่งนี้ เดินเท้าข้ามเขามาไม่ได้แน่ ๆ ทางเรือคือวิธีที่ดีที่สุด”

“ทางตำบลคงจะจัดเรือข้ามฟากสำหรับขนส่งนักท่องเที่ยว แต่เรือข้ามฟากมีตารางเวลาออกเรือที่ตายตัว เป็นไปไม่ได้ที่จะออกเรือทันทีที่มีคนมา”

“ปกติถ้ามีลูกค้าแค่คนสองคน ก็ยังจำเป็นต้องนั่งเรือเล็กเข้ามา”

“การรับส่งนักท่องเที่ยวมีเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางตำบลคงไม่สามารถปล่อยให้ชาวบ้านทั่วไปมารับส่งนักท่องเที่ยวได้ตามอำเภอใจ ฉันคิดว่าคนที่มีศักยภาพพอจะทำเรื่องนี้ได้ก็มีแต่เธอเท่านั้น”

เจียงหานเข้าใจความหมายของนายกเทศมนตรีหลง “คุณหมายถึงให้ผมหาเรือสปีดโบ๊ตมารับส่งนักท่องเที่ยวเหรอครับ?”

นายกเทศมนตรีหลงพยักหน้า “ถ้ำแห่งนี้คงเก็บค่าเข้าชมไม่ได้ แต่ค่าเรือต้องเก็บแน่นอน”

“เรือข้ามฟากของตำบลค่าตั๋วคงไม่แพงมาก ส่วนค่าเรือเล็กของเธอจะตั้งราคาสูงหน่อยก็ไม่มีปัญหา”

เจียงหานลองตรองดูแล้วก็คิดว่าโครงการนี้เป็นไปได้ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่กลัวนักท่องเที่ยวพลัดตกน้ำ แต่กลัวว่าตกน้ำแล้วจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น

เจียงหานมองดูน้ำทะเลที่ลดระดับลงเรื่อย ๆ เขาจึงเดินตามแนวระดับน้ำไปทีละก้าว

นายกเทศมนตรีหลงยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าถ้ำแห่งนี้เป็นสวรรค์ของนักเดินชายหาด

เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึง นอกจากจะแซะเพรียงได้แล้ว ยังสามารถขุดหาหอยหาปูได้อีกด้วย

นายกเทศมนตรีหลงเห็นเจียงหานเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เขาจึงเดินตามไป ทันใดนั้นเขาก็เห็นหอยเชลล์ขนาดเท่าใบหน้าคนเกยตื้นอยู่บนหาดทรายหลายตัว

“นี่มันหอยเชลล์ญี่ปุ่น?” นายกเทศมนตรีหลงร้องอุทาน

“ใช่ครับ หอยเชลล์ญี่ปุ่น”

เจียงหานล้วงถุงพลาสติกออกมาจากกระเป๋า แล้วเก็บหอยเชลล์ญี่ปุ่นสองตัวใส่ลงไป

ตอนนี้ของบนหาดทรายหลังน้ำลดไม่ได้มีเยอะเหมือนตอนที่เขามาครั้งแรกแล้ว แต่สำหรับนักท่องเที่ยว แค่นี้ก็ดึงดูดใจมากพอแล้ว

เจียงหานเก็บหอยสังข์อีกสองสามตัวใส่ถุง แล้วยื่นถุงทั้งใบให้นายกเทศมนตรีหลง “ของที่นี่ดูท่าทางสดใหม่ดี เย็นนี้ให้ภรรยาคุณทำกับข้าวเพิ่มสักจานนะครับ รอให้ที่นี่พัฒนาเป็นที่เที่ยวแล้ว คงหาเก็บของง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะ”

ชายหาดแถบชายฝั่งหลายแห่งที่มีการคมนาคมสะดวก นักท่องเที่ยวขับรถไปถึงได้ง่าย ต่อให้เจอน้ำเกิดน้ำลงเต็มที่ ก็แทบไม่เหลืออะไรให้เก็บแล้ว

กว่าจะตาดีเห็นปลิงทะเลสักตัว ยังไม่ทันได้ยื่นมือไปจับ ก็คงโดนคนอื่นคว้าตัดหน้าไปก่อน

นายกเทศมนตรีหลงรู้สึกเกรงใจ “ฉันจะรับของของเธอได้ยังไง?”

เจียงหานยิ้ม “คุณก็เห็นว่าผมแค่เก็บมาจากพื้น อีกอย่างในฐานะชาวประมง ผมชินกับการพกถุงติดตัวไว้ตลอดอยู่แล้ว”

เจียงหานล้วงกระเป๋าอีกข้าง หยิบถุงอีกใบออกมา จากนั้นเขาก็เก็บของทะเลใส่ถุงตัวเองบ้าง แล้วชูให้นายกเทศมนตรีหลงดู

“เย็นนี้ผมก็จะเพิ่มเมนูพิเศษเหมือนกัน”

นายกเทศมนตรีหลงยิ่งมองเจียงหานก็ยิ่งรู้สึกพอใจ ถ้าคนหนุ่มสาวบนเกาะเจียววาเป็นเหมือนเจียงหานกันหมดก็คงดีสินะ

นายกเทศมนตรีหลงไม่ปฏิเสธอีก เขารับของที่เจียงหานให้มา

หลังจากส่งนายกเทศมนตรีหลงกลับไปแล้ว เจียงหานก็แวะไปหาจางไห่ไต้ที่ห้องเช่า ปรากฏว่าจางไห่ไต้กำลังนอนหลับเป็นตาย

เจียงหานไม่ได้ปลุกเขา หลายวันมานี้จางไห่ไต้เหนื่อยมากจริง ๆ

เจียงหานส่งข้อความทิ้งไว้ บอกให้จางไห่ไต้ตื่นแล้วโทรหา จากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องพักในโรงแรมบัดเจ็ทโฮเทล เขาเอาของทะเลที่เก็บมาจากในถ้ำวันนี้ส่งให้แม่บ้าน

“ป้าครับ ช่วยเอาของพวกนี้ไปปรุงให้หน่อย เสร็จแล้วยกไปให้ผมที่ห้องนะครับ”

ห้องอาหารซันไชน์มีอุปกรณ์ครัวครบครัน แถมตอนนี้ยังมีหุ่นยนต์ช่วยงานอีกสามตัว

พวกป้าแม่บ้านไม่ได้ยุ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การช่วยเขาทำอาหารนิดหน่อยจึงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร

“ได้ค่ะเถ้าแก่ เดี๋ยวทำเสร็จแล้วป้าจะให้หุ่นยนต์ขึ้นไปส่งให้นะคะ”

เทียบกับในหมู่บ้านแล้ว ชีวิตในตัวตำบลสะดวกสบายกว่าจริง ๆ ดังนั้นช่วงหลังมานี้ เจียงหานจึงใช้เวลาพักอยู่ที่โรงแรมบัดเจ็ทโฮเทล

หลังจากจางไห่ไต้ตื่น เขาก็ตรงดิ่งมาหาเจียงหานที่โรงแรม พอดีกับที่หุ่นยนต์ยกกับข้าวมาส่ง

ตอนนี้ช่องเก็บของของหุ่นยนต์มีถาดวางสามชั้น บน กลาง ล่าง เจียงหานหยิบจานอาหารสามอย่างออกมาจากถาด

ปลิงทะเลหนึ่งจาน หอยเชลล์ญี่ปุ่นหนึ่งจาน และหอยสังข์ยักษ์อีกหนึ่งจาน

ไม่นานนัก หุ่นยนต์อีกตัวก็ตามมา ส่งข้าวสวยสองถ้วยพร้อมน้ำจิ้ม

จางไห่ไต้ตื่นตาตื่นใจมาก เขาไม่ได้มาที่นี่แค่ไม่กี่วัน ไม่นึกว่าจะมีของดีแบบนี้ใช้แล้ว

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 541 กลิ่นควันบุหรี่ + บทที่ 542 ความดีความชอบของเจียงหานนั้นยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว