- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 34 ขายได้ราคาสูงอีกครั้ง
บทที่ 34 ขายได้ราคาสูงอีกครั้ง
บทที่ 34 ขายได้ราคาสูงอีกครั้ง
เจียงเฟิ่งทำงานบ้านมาตั้งแต่เด็ก จึงจัดการเรื่องพวกนี้ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
เธอเอาปูที่ล้างสะอาดแล้วมาตำในครกหินจนแหลก จากนั้นก็ใส่ลงในไหสลับกับเกลือทีละชั้น
ชั้นบนสุดปิดท้ายด้วยก้ามใหญ่ๆ ของปูก้ามดาบพวกนั้น
หม่าเสี่ยวเหม่ยยืนถ่ายวิดีโออยู่ข้างๆ ส่วนหม่าเสี่ยวเม่ยก็จดบันทึกอย่างตั้งใจ
เจียงเฟิ่งเห็นสาวสวยสองคนมาตั้งใจเรียนรู้วิธีทำจากเธอขนาดนี้ ก็เริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาหน่อยๆ
เจียงเฟิ่งปิดฝาไห “อีกสิบห้าวันก็กินได้แล้ว ถึงตอนนั้นจะเอามาคลุกข้าว คลุกบะหมี่ หรือเอามาจิ้มหมั่นโถวกินก็อร่อยทั้งนั้น”
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าสองสาวนี้ยังต้องไปเที่ยวต่อ เจียงเฟิ่งก็รู้สึกว่ามันจะไม่สะดวก
“พวกเธอต้องหิ้วไหไปด้วย คงเดินเหินไม่สะดวกแน่ๆ”
สองสาวเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
เจียงหานคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้นว่า “พรุ่งนี้พอไปถึงท่าเรือชายฝั่ง พวกคุณก็ส่งพัสดุไหใบนี้กลับบ้านไปเลยสิครับ แบบนี้ก็ไม่ต้องแบกไหไปเที่ยวด้วยแล้ว”
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยรู้สึกว่าวิธีนี้เข้าท่าสุดๆ ดูท่าเจียงหานจะจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังมาจริงๆ นั่นแหละ หัวไวชะมัด
ปูก้ามดาบที่เจียงหานกับจางไห่ไต้จับมาได้มีเยอะมาก พอหมักไปไหหนึ่งแล้วก็ยังเหลืออีกเพียบ
ปูก้ามดาบพวกนี้เจียงหานไม่คิดจะขาย เขาให้เจียงเฟิ่งเอากลับไปทั้งหมด แถมยังแบ่งกุ้งแม่หอบให้เจียงเฟิ่งเอาไปกินอีกห้าชั่ง
เจียงเฟิ่งมองกุ้งแม่หอบที่อยู่เต็มบ่อแล้วหุบยิ้มแทบไม่ได้
น้องชายเธอเก่งจริงๆ
เธอเคยนึกว่าน้องชายแค่โชคดีสักครั้งสองครั้ง นึกไม่ถึงว่าจะหาของกลับมาได้เต็มไม้เต็มมือทุกครั้งแบบนี้
ถ้าทำได้ทุกครั้ง ก็ไม่ใช่แค่โชคดีแล้ว แต่มันคือความสามารถ
ดูท่าพ่อกับแม่บนสวรรค์คงรับรู้ บรรพบุรุษคงคุ้มครองจริงๆ
“ได้ งั้นเดี๋ยวกะปิปูหมักได้ที่แล้ว พี่จะเอามาแบ่งให้นะ”
เจียงหานไม่ได้ปฏิเสธ
กะปิปูที่ทำจากปูก้ามดาบอร่อยจริงๆ ต่อให้เอามาใส่ตอนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสักหน่อยก็ยังดี
เจียงหานเดินไปส่งเจียงเฟิ่งที่หน้าประตู
จางไห่ไต้บอกว่าจะไปร้านเกมต่อ
ถ้าเวลายังเช้าอยู่ เจียงหานคงให้จางไห่ไต้เอากุ้งแม่หอบพวกนี้ไปขายที่ร้านฮ่าวไหลวั่งเลย
แต่ตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มแล้ว ร้านอาหารปิดไปนานแล้ว ขืนให้เขาเอากุ้งแม่หอบไปร้านเกมด้วย มีหวังกว่าร้านอาหารจะเปิดพรุ่งนี้ กุ้งพวกนี้คงตายหมดพอดี
เอาไว้พรุ่งนี้เขาค่อยวิ่งไปส่งอีกรอบดีกว่า
เจียงหานอาบน้ำเสร็จเตรียมจะเข้านอน จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเคาะ
หม่าเสี่ยวเม่ยสวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเขาอีกแล้ว
เจียงหานนึกว่าเธอจะมาติดต่อทางบ้านอีก ก็เลยกะจะยกห้องให้
แต่กลับถูกหม่าเสี่ยวเม่ยเรียกไว้
“เจียงหาน เย่เถียนเถียนเป็นแฟนคุณจริงๆ เหรอ”
“แฟนเก่าครับ” เจียงหานแก้ให้ถูก
พอเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหม่าเสี่ยวเม่ย เจียงหานก็ถอนหายใจ “เธอสอบติดปริญญาโท ผมสอบไม่ติด เธอเขามองไม่เห็นอนาคตในตัวผม ก็เลยบอกเลิก”
หม่าเสี่ยวเม่ยนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุผลนี้ “งั้นเธอก็ตาต่ำแล้วล่ะ คุณต้องหาได้ดีกว่านี้แน่นอน”
เห็นท่าทางจริงจังของหม่าเสี่ยวเม่ย เจียงหานก็หลุดขำออกมา “ไม่ต้องมาปลอบใจผมหรอกครับ ผมไม่ได้ใส่ใจนานแล้ว”
“ฉันไม่ได้ปลอบใจคุณนะ ฉันพูดจริงๆ”
พอเห็นเจียงหานทำท่าจะเดินหนี หม่าเสี่ยวเม่ยก็เรียกเขาไว้อีก “ฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณหน่อย”
“ฉันเอาเรื่องเย่เถียนเถียนไปแจ้งกับคนในวงการแล้ว ตอนนี้เย่เถียนเถียนถูกปลดออกจากวงการโซฟาเซอร์ฟเวอร์เรียบร้อย จุดพักที่เกาะเจียววายังขาดคนที่สามารถให้บริการโซฟาได้อีกหนึ่งคน ไม่ทราบว่าคุณสนใจไหม”
กลัวเจียงหานจะลำบากใจ เธอเลยรีบเสริมต่อ “คุณไม่ตกลงก็ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างถือความสมัครใจเป็นหลัก”
“ก็แค่ให้ที่พักชั่วคราวไม่ใช่เหรอครับ สำหรับผมไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
หม่าเสี่ยวเม่ยมองเจียงหานอย่างประหลาดใจ “คุณตกลงเหรอ”
หม่าเสี่ยวเม่ยรู้สึกว่าเจียงหานเป็นคนดีจริงๆ “งั้นฉันจะส่งชื่อคุณขึ้นไปนะ ครั้งหน้าถ้ามีคนอื่นมาพักที่บ้านคุณ คุณอย่าซื่อเอาของดีๆ มาเลี้ยงเขาแบบนี้อีกล่ะ”
ถึงเธอกับพี่สาวจะมีความสุขมากก็เถอะ แต่เธอกลัวว่าขืนเจียงหานทำแบบนี้ต่อไปจะขาดทุนแย่
“จริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ ของที่พวกคุณจับมาได้ก็ยกให้ผมหมด ของพวกนั้นก็ขายได้หลายตังค์อยู่”
โดยเฉพาะหม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยทำอาหารกินกันเอง เขายังได้พลอยกินฟรีไปด้วยอีกต่างหาก
“เจียงหาน ได้รู้จักกับคุณ พวกเราสองพี่น้องมีความสุขมาก ช่วงเวลาที่เกาะเจียววา เป็นช่วงเวลาที่พวกเรามีความสุขที่สุดในทริปนี้เลย”
วันรุ่งขึ้น เจียงหานกับสองสาวออกจากบ้านพร้อมกัน
คราวนี้พวกเขาออกสายกว่าเดิมหน่อย
คราวที่แล้วพวกเธอนั่งรถเก๋งรับจ้างป้ายดำออกไป แถมกระจกยังติดฟิล์มดำมืด ใครก็ไม่รู้ว่าพวกเธอออกไปตอนไหน
แต่คราวนี้ หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยนั่งรถสามล้อเครื่องคันใหม่ของเจียงหานออกไปอย่างเปิดเผย แถมยังผ่านหน้าชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ด้วย
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยโบกมือทักทายพวกเขาอย่างร่าเริง
“ลาก่อนนะ ชาวบ้านหมู่บ้านเซี่ยเจียง!”
พอเห็นพวกเด็กๆ ออกมา พวกเธอก็ล้วงลูกอมในกระเป๋าออกมาโปรยให้เด็กพวกนั้น
เจียงหานรู้ดีว่าหม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยกำลังช่วยเขา
พวกเธอจากไปอย่างมีความสุขแบบนี้ คนในหมู่บ้านก็เอาเรื่องนั้นมานินทาว่าร้ายเขาไม่ได้อีก
พอไปถึงร้านฮ่าวไหลวั่ง กุ้งแม่หอบหลายถังของเจียงหานก็ถูกยกขึ้นชั่ง
หักส่วนที่แบ่งให้เจียงเฟิ่งห้าชั่งกับส่วนที่เก็บไว้เองห้าชั่งออกแล้ว ปรากฏว่ายังเหลืออีก 202 ชั่ง
ช่วงนี้กุ้งแม่หอบกำลังขาดตลาด เมิ่งเฟยเลยให้ราคาชั่งละ 73 หยวน
รอบนี้รอบเดียว ฟันเงินไปได้ 14,746 หยวน
เมิ่งกั่วให้เงินเขามา 14,800 หยวน
เมิ่งเฟยหันไปมองเมิ่งกั่ว “รอบนี้รู้จักปัดเศษให้เต็มจำนวนแล้วเหรอ”
เมิ่งกั่วแลบลิ้นใส่แต่ไม่พูดอะไร
[ติ๊ง โฮสต์ขายของทะเลได้เงิน 14,800 หยวน ได้รับคะแนนระบบ 14,800 คะแนน]
[รวมกับคะแนนสะสมครั้งก่อน คะแนนระบบรวม: 16,273 คะแนน]
[ขณะนี้สามารถใช้ 15,000 คะแนนระบบ แลกเปลี่ยนระยะสแกนเพิ่ม 30 เมตร ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่]
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ โฮสต์มีระยะสแกน 120 เมตร]
[แลกเปลี่ยนสำเร็จ คะแนนระบบคงเหลือ 1,273 คะแนน]
[ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]
“เจียงหาน คุณนี่สุดยอดไปเลย” หม่าเสี่ยวเหม่ยอดชมไม่ได้
ดวงตาของสองสาวแทบจะกลายเป็นรูปดาว
รายได้วันละหมื่นกว่าหยวน ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่นี่ต้องระดับไหนกันเชียว!
คราวที่แล้วที่พวกเธอมาขายของกับเจียงหาน เจียงหานขายได้หกพันกว่าหยวน
แต่วันนั้นเป็นช่วงน้ำเกิด พวกเธอเลยนึกว่าวันนั้นเจียงหานแค่โชคดี นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะขายได้เยอะกว่าเดิมอีก
พวกเศรษฐีรุ่นสองสมัยนี้ต่อให้มีทางบ้านหนุนหลัง ก็ใช่ว่าจะหาเงินได้วันละขนาดนี้
เจียงหานหามาได้ด้วยลำแข้งของตัวเองล้วนๆ ยิ่งทำให้รู้สึกน่านับถือเข้าไปใหญ่
เจียงหานเองก็นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เยอะขนาดนี้ เขาคิดว่าวันนี้น่าจะได้สักหมื่นเดียว ไม่นึกว่าจะปาไปหมื่นสี่กว่า
ดูท่าราคาที่เมิ่งเฟยให้จะยุติธรรมจริงๆ
หม่าเสี่ยวเม่ยกระพริบตาโตๆ มองเจียงหาน “คุณบอกมาตามตรงเลยนะ หอยเม่นขาวคราวที่แล้วขายได้เท่าไหร่”
เจียงหานไม่จำเป็นต้องปิดบัง “สองหมื่นแปดครับ”
หม่าเสี่ยวเม่ยตกใจจนต้องเอามือปิดปาก จะเก่งเกินไปแล้ว