- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 31 ข่าวลือถูกสยบ
บทที่ 31 ข่าวลือถูกสยบ
บทที่ 31 ข่าวลือถูกสยบ
ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ
เจียงหานดูแอปฯ น้ำขึ้นน้ำลงคร่าวๆ วันนี้น้ำลงรอบแรกเขาพลาดไปแล้ว
รอบที่สองคือตอนหกโมงครึ่งตอนเย็น เจียงหานเลยนัดจางไห่ไต้ให้มาถึงหมู่บ้านก่อนหกโมงสิบห้านาที
เดิมทีเขาอยากจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย ไม่คิดเลยว่าพวกข่าวลือจะยิ่งโหมกระพือหนักกว่าเดิม
ถึงขั้นลือกันว่าเขาแอบดูหญิงสาวสองคนอาบน้ำ
ตาเฒ่าจางคาบบุหรี่หัวเราะร่า พอเห็นเจียงหานเดินมาก็ทำท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ “เจียงหาน หุ่นของแม่หนูสองคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ”
พูดจบยังทำไม้ทำมือประกอบอีกต่างหาก
คนในหมู่บ้านก็พูดจากันแบบนี้แหละ โดยเฉพาะพวกคนเฒ่าคนแก่พวกนี้ เรื่องลามกจกเปรตนี่กล้าพูดกันหน้าตาเฉย
เจียงหานเบ้ปาก “ก็ต้องดีสิครับ จะไม่ดีได้ยังไง”
นี่มันหน้าร้อนไม่ใช่หน้าหนาว หุ่นของหม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยแค่ใส่เสื้อผ้าก็มองออกแล้วว่าดีขนาดไหน ทำไมจะต้องไปแอบดูตอนถอดเสื้อผ้าด้วย
ตาเฒ่าจางได้ยินแล้วก็ออกอาการอิจฉาขึ้นมาทันที
พวกป้าๆ แถวนั้นถุยน้ำลายลงพื้น “ถุย เสียแรงที่ร่ำเรียนมาจนสูง ดันทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงพรรค์นี้ออกมาได้”
เจียงหานถือคติไม่เห็นก็ไม่กลุ้ม กลับบ้านไปนอนไถโทรศัพท์ดีกว่า
ที่หน้าประตูบ้าน แม่ของเย่เถียนเถียนยืนปะปนอยู่กลางวงล้อมของพวกผู้หญิง กำลังฟังข่าวลือสารพัดเรื่อง
“ไอ้เจียงหานคนนี้ อุตส่าห์เป็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่นึกว่าจะหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้”
“ถ้าพ่อแม่มันยังอยู่ คงได้อกแตกตายแน่”
“เรียนหนังสือมาตั้งกี่ปี เสียข้าวสุกหมด”
“ถ้ามันเก่งจริง จะซมซานกลับมาอยู่หมู่บ้านทำไม เห็นสองวันนี้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้าน สงสัยกะจะลงหลักปักฐานเป็นชาวประมงแล้วมั้ง”
“งั้นก็เสียแรงเรียนเปล่าๆ จริงๆ นั่นแหละ แล้วตอนนี้ยังมาทำเรื่องงามหน้าแบบนี้อีก ยางอายคงไม่เหลือแล้ว”
แม่ของเย่เถียนเถียนยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าเจียงหานเป็นคนไม่เอาถ่าน
พอกลับถึงบ้าน หล่อนก็รีบโทรหาเย่เถียนเถียนทันที
“เถียนเถียนเอ้ย ลูกตัดสินใจถูกแล้วล่ะที่เลิกกับมัน”
เย่เถียนเถียนกำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในหอพัก
ตั้งแต่เลิกกับเจียงหาน ก็ไม่มีใครออกไปทำงานหาเงินส่งให้เธอใช้แล้ว ลำพังเงินช่วยเหลือเด็กปริญญาโทเดือนละหกร้อยหยวนมันไม่พอใช้จริงๆ
ตอนนี้คุณภาพชีวิตของเธอตกต่ำลงไปมาก
ถ้าตอนนั้นเจียงหานอ้อนวอนเธอสักหน่อย แล้วซื้อของขวัญดีๆ มาง้อ เธออาจจะไม่เลิกกับเขาเร็วขนาดนั้นก็ได้
อย่างน้อยก็คงรอให้เธอเรียนจบปริญญาโทก่อนค่อยบอกเลิก
พูดไปพูดมา ทั้งหมดมันก็เป็นความผิดของเจียงหานนั่นแหละ
“เจียงหานทำไมเหรอคะ”
“วันก่อนที่มีโซฟาเซอร์ฟเวอร์สองคนจะมาพักบ้านเราไม่ใช่เหรอ แต่ตอนหลังดันไปพักบ้านเจียงหานแทน แล้วเจียงหานก็ข่มเหงรังแกแม่สองคนนั้น เห็นเขาว่าทำท้องป่องกันหมดแล้ว”
“จริงเหรอแม่ แม่ไม่ได้มั่วใช่มั้ย”
“จริงสิลูก เรื่องพรรค์นี้แม่จะโกหกทำไม”
เย่เถียนเถียนตะลึงไปเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าเจียงหานจะเป็นคนแบบนี้ ดูไม่ออกเลยจริงๆ
ตลอดเวลาที่คบกันมา เจียงหานก็ดูเป็นคนอยู่ในกรอบในระเบียบ ไม่คิดเลยว่าลับหลังจะทำกับผู้หญิงคนอื่นแบบนี้
สองวันก่อนแม่โทรมาบอกว่าเจียงหานหาเงินจากการจับสัตว์ทะเลได้ตั้งเยอะ
หาเงินได้เยอะขนาดนั้น ก็ไม่ส่งมาให้เธอสักหยวน
เย่เถียนเถียนรู้สึกเจ็บใจ จึงไปค้นหาเบอร์ติดต่อของหม่าเสี่ยวเม่ยจากกลุ่มโซฟาเซอร์ฟเวอร์
“ใช่หม่าเสี่ยวเม่ยหรือเปล่าคะ ฉันเย่เถียนเถียนนะ”
เพราะเรื่องคราวที่แล้ว หม่าเสี่ยวเม่ยเลยไม่อยากรับสายเย่เถียนเถียนเท่าไหร่ แต่เห็นแก่มารยาทก็เลยกดรับ
“มีธุระอะไรหรือเปล่า” หม่าเสี่ยวเม่ยถาม
“เรื่องคราวที่แล้วต้องขอโทษด้วยนะคะ”
เย่เถียนเถียนเข้าวงการโซฟาเซอร์ฟเวอร์มาสองปีแล้ว
สองปีมานี้ไม่เคยมีใครมาเที่ยวเกาะเลย เธอก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
อุตส่าห์มีคนมาเที่ยวเกาะตั้งสองคน นึกไม่ถึงว่าแม่เธอจะไม่ยอมให้เข้าบ้าน
วงการนี้เขาเน้นเรื่องถ้อยทีถ้อยอาศัย เธอคิดแค่ว่าเดี๋ยวพอเรียนจบปริญญาโท ถ้าจะไปเที่ยวเธอก็คงพักโรงแรมอยู่แล้ว ไม่ไปนอนเบียดเบียนโซฟาบ้านใครหรอก
ในเมื่อไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากคนอื่น เธอก็เลยปล่อยเลยตามเลยไปกับแม่ของเธอ
“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ” หม่าเสี่ยวเม่ยเริ่มรำคาญ เธอเกลียดคนไม่รักษาคำพูดแบบนี้ที่สุด
ถ้าไม่อยากรับคนมาพัก ก็ควรรีบออกจากกลุ่มไปตั้งนานแล้ว
มาทำแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน
“ที่ฉันโทรมาครั้งนี้ ก็เพราะเป็นห่วงคุณหรอกนะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังเสียใจ เจียงหานทำเกินไปจริงๆ พวกเราลูกผู้หญิงด้วยกันเสียเปรียบไปแล้วก็ไม่ควรยอมความนะคะ ต้องรวมพลังกันใช้กฎหมายเล่นงานเขาให้ถึงที่สุด”
หม่าเสี่ยวเม่ยฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก “คุณพูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย”
เย่เถียนเถียนยังคง ‘ปลอบใจ’ ต่อไป “ฉันรู้ว่าคุณเสียใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเสียใจนะคะ คุณต้องเข้มแข็งเข้าไว้”
หม่าเสี่ยวเม่ยรู้สึกประหลาดพิกล “ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูดเลยสักนิด”
เย่เถียนเถียนคิดว่าหม่าเสี่ยวเม่ยนี่ตอแหลเก่งชะมัด ถึงขั้นนี้แล้วยังจะมาแกล้งไขสือ
“ไม่ต้องอายจนไม่กล้ายอมรับหรอกค่ะ พวกเรารู้เรื่องกันหมดแล้ว เจียงหานรังแกคุณสองพี่น้องจนท้องโย้กันหมดแล้วนี่”
หม่าเสี่ยวเม่ยที่เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว คราวนี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เย่เถียนเถียน ประสาทกลับหรือไง ถ้าสมองมีแต่น้ำก็ไปหาโถส้วมเทออกซะบ้าง พวกฉันเพิ่งจะเข้าบ้านเจียงหานได้ไม่กี่วัน เวลาแค่นี้มันจะไปท้องป่องได้ยังไง เรียนหนังสือไม่เก่งมันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะ แต่ถ้าไม่มีความรู้รอบตัวเนี่ย มันเป็นความผิดของแม่คุณแล้วล่ะ”
พูดจบหม่าเสี่ยวเม่ยก็วางสายใส่ทันที
เย่เถียนเถียนโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครกล้าด่าเธอแบบนี้มาก่อน
จะโทรกลับไปด่าคืน ปรากฏว่าโดนอีกฝ่ายบล็อกเบอร์ไปเรียบร้อยแล้ว
เธอโมโหจนอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าไม่มีปัญญาซื้อเครื่องใหม่ ก็จำต้องข่มใจไว้
ตอนที่จางไห่ไต้มาถึงบ้านเจียงหาน เจียงหานก็เริ่มจัดของเตรียมตัวแล้ว
“พี่หาน เราจะไปไหนกันครับ”
“ไปหาดจินซากัน ที่นั่นอยู่ใกล้เราที่สุด แต่ยังไม่เคยไปเลย”
จางไห่ไต้คาดไม่ถึงว่าพี่หานจะนึกครึ้มอกครึ้มใจขนาดนี้ หาดจินซาขึ้นชื่อเรื่องไม่มีของให้จับ มีแต่พวกเด็กๆ ไปเล่นทรายกันเท่านั้นแหละ
แต่เขาเชื่อพี่หาน พี่หานพูดอะไรย่อมมีเหตุผลเสมอ
ทว่าเดินไปได้แค่ครึ่งทาง พวกเขาก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยสองร่าง
หญิงสาวแสนสวยสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ กำลังยืนแจกขนมให้พวกเด็กๆ อยู่ที่ลานตากข้าวของหมู่บ้าน
“พี่สาวคนสวย นี่ขนมอะไรเหรอครับ”
“อันนี้เขาเรียกว่าขนมหลีกาวถาง (ลูกอมน้ำตาลลูกแพร์) กินแล้วชุ่มคอดีนะ”
พวกป้าๆ ลุงๆ ในหมู่บ้านก็พากันมามุงดู มองหม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“แม่หนู พวกหนูไม่ได้ถูกรังแกมาจริงๆ เหรอ”
หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยยิ้มกว้างอย่างสดใส “พวกหนูดูเหมือนคนถูกรังแกเหรอคะ”
คนที่ถูกรังแกมาจริงๆ ที่ไหนจะมีสภาพแบบนี้กันล่ะ
ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวลือในหมู่บ้านมันเริ่มมาจากตรงไหน
แต่ตอนนี้ข่าวลือพวกนั้นก็ได้พังทลายลงไปเองแล้ว
พอสองสาวเงยหน้าขึ้นมา ก็มองเห็นเจียงหานกับจางไห่ไต้พอดี
ทั้งสองคนโบกมือให้พวกเขาอย่างกระตือรือร้น
“จางไห่ไต้!”
พวกป้าๆ ในหมู่บ้านพวกนี้โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำอะไร
ก็แค่ปากเปราะ ชอบนินทาชาวบ้านไปวันๆ เท่านั้น
พอรู้ว่าใส่ร้ายคนบริสุทธิ์ แต่ละคนก็เริ่มรู้สึกละอายใจขึ้นมา
จะให้เอ่ยปากขอโทษตรงๆ น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ
พอนึกขึ้นได้ว่าบ้านเจียงหานเป็นผู้ชายตัวคนเดียวไม่ได้ปลูกผัก ก็เลยพากันแยกย้ายกลับบ้านไปดูว่ามีผักสดเหลือบ้างไหม
พอได้ผักสดๆ มา ก็พากันหอบหิ้วเอาไปวางไว้ที่ลานบ้านของเจียงหานคนละไม้คนละมือ