เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ใครๆ ก็อยากมีดวงหมาๆ

บทที่ 27 ใครๆ ก็อยากมีดวงหมาๆ

บทที่ 27 ใครๆ ก็อยากมีดวงหมาๆ


พ่อแม่ของพวกเธอก็ทำธุรกิจเหมือนกัน ถึงจะหาเงินได้เยอะ แต่ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวัน

ถ้าไม่กังวลว่าจะโดนคู่แข่งเล่นงาน ก็กังวลว่าพนักงานจะอู้งาน แถมยังต้องคอยกลัวว่าลูกค้าจะเบื่อสินค้าของตัวเองอีก

คนยังไม่ทันแก่ ผมก็หงอกไปทั้งหัวแล้ว

ไม่เหมือนเจียงหานที่ใช้ชีวิตอิสระเสรีแบบนี้

เมิ่งเฟยให้เมิ่งกั่วโอนเงินให้เจียงหาน เมิ่งกั่วนึกว่าคิวอาร์โค้ดที่เจียงหานให้มาเป็นคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนในวีแชท ไม่นึกว่าจะเป็นคิวอาร์โค้ดรับเงิน

เมิ่งกั่วโอนให้ 6,151 หยวน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่สตางค์เดียว

<ติ๊ง โฮสต์ขายอาหารทะเลได้ 6,151 หยวน ได้รับคะแนนระบบ 6,151 คะแนน>

<รวมกับคะแนนสะสมครั้งก่อน คะแนนระบบรวม: 8,473 คะแนน>

<ขณะนี้สามารถใช้ 7,500 คะแนนระบบ แลกเปลี่ยนระยะสแกน 15 เมตร ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่>

<แลกเปลี่ยนสำเร็จ โฮสต์ครอบครองระยะสแกน 35 เมตร>

<แลกเปลี่ยนสำเร็จ คะแนนระบบคงเหลือ 973 คะแนน>

<ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป สู้ๆ!>

โกดังที่พวกเขาอยู่ตอนนี้มีหน้าต่าง เขามองลอดหน้าต่างออกไป ไม่น่าเชื่อว่าจะมองเห็นตัวอักษรเล็กๆ บนป้ายโฆษณาที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตรได้อย่างชัดเจน

พอกลับหลังหันก็เห็นเมิ่งเฟยเขกหัวเมิ่งกั่วเบาๆ

“เธอนี่จริงๆ เลย ไม่รู้รึไงว่าต้องปัดเศษให้เขาหน่อย”

เมิ่งกั่วมองเมิ่งเฟยด้วยสีหน้าใสซื่อ “ปัดเศษยังไง ปัดหนึ่งหยวนนั่นทิ้งเหรอ?”

เมิ่งเฟยทำหน้าไม่ถูก จะหัวเราะก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ไม่ออก ได้แต่หันไปบอกเจียงหานว่า “ขอโทษด้วยนะ ให้คุณเห็นเรื่องน่าขำซะแล้ว”

พอเมิ่งเฟยพูดจบ เจียงหานก็เห็นเมิ่งกั่วยืนแลบลิ้นใส่เขาอยู่ข้างหลังเมิ่งเฟย

เจียงหานเข้าใจแล้ว ยัยเด็กนี่จงใจพูดแบบนั้นเมื่อกี้ชัดๆ

“ผมว่าเสี่ยวกั่วทำถูกแล้วครับ ยังไงซะวันนี้ผมก็ได้กำไรจากพวกคุณมาเยอะแล้ว”

ลิ่นทะเลแบบนั้นถ้าให้เขามานั่งล้างเอง เขาคงยอมไม่กินดีกว่า

เมิ่งเฟยเองก็จนปัญญาจะจัดการน้องสาวตัวเองเหมือนกัน

เจียงหานจัดการของเสร็จก็เตรียมตัวกลับ หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยเองก็เตรียมตัวไปขึ้นรถที่สถานีขนส่ง

ตอนจะแยกย้ายกันที่หน้าประตู จู่ๆ หม่าเสี่ยวเม่ยก็โผเข้ากอดเจียงหาน

“ฉันคือน้องสาวเสี่ยวเม่ย หางตาฉันมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่หนึ่งเม็ด คุณต้องจำฉันไว้ให้ได้นะ”

เจียงหานมองดูสองพี่น้องที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ หางตาของแฝดน้องหม่าเสี่ยวเม่ยมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่จริงด้วย ส่วนแฝดพี่หม่าเสี่ยวเหม่ยไม่มี

สองพี่น้องโบกมือลาเจียงหาน “ลาก่อนนะ เจียงหาน”

เจียงหานโบกมือลาพวกเธอ กลับไปได้ก็ดีเหมือนกัน ที่บ้านมีแขกผู้หญิงมาอยู่ด้วยสองคน หลายอย่างมันไม่ค่อยสะดวกจริงๆ

เดิมทีเจียงหานกะว่าจะเดินเล่นในเมืองสักพัก แต่ทางขนส่งโทรมาบอกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นกับเครื่องซักผ้าที่เขาสั่งซื้อไว้จะมาส่งตอนเช้า เจียงหานเลยไม่ได้อยู่ต่อ

เขาปัดเศษโอนเงินให้จางไห่ไต้ไปเจ็ดร้อยหยวน “วันนี้ไม่ไปหาของทะเลแล้วนะ พักผ่อนหนึ่งวัน”

เขาขุดหนอนถั่วจนเหนื่อยจริงๆ นั่นแหละ

ประกอบกับวันนี้เป็นช่วงน้ำตาย เขาเลยไม่อยากขยับตัวเท่าไหร่

เขาคิดว่าชีวิตต้องมีสมดุล จะให้ทำงานจนตัวตายแล้วจะไปเรียกร้องกับใครได้

จางไห่ไต้เห็นว่าตัวเลขมันไม่ถูกต้อง “พี่ครับ ให้เกินมาแล้ว”

“ฉันให้ นายก็รับไว้เถอะ”

ของที่กันไว้ตอนแรกกะว่าจะเอาไว้กินด้วยกันสองคน แต่จางไห่ไต้ดันไม่อยู่ตลอด

แถมของพวกนั้นเขาก็อยากเอาไปให้พี่สาวด้วย

ดังนั้นการให้เงินจางไห่ไต้เพิ่มขึ้นหน่อยก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

พอถามจางไห่ไต้แล้วรู้ว่าหมอนั่นจะสิงอยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ต เขาเลยขี่จักรยานของจางไห่ไต้กลับบ้าน

จางไห่ไต้ดูยอดเงิน 700 หยวนที่เพิ่มเข้ามาในบัญชี คิ้วแทบจะยกขึ้นไปถึงตีนผม

ตามลูกพี่หานมาไม่ผิดจริงๆ ด้วย

ตอนนั้นเองก็มีสายโทรเข้ามา “มีงานแล้ว หมู่บ้านข้างๆ มีคนต้องการคนไปช่วยตีกัน ตีเสร็จให้หนึ่งร้อย”

จางไห่ไต้ถ่มน้ำลายใส่โทรศัพท์ทันที “หนึ่งร้อยจะให้ไปขายชีวิต ฝันไปเถอะ”

ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ จางไห่ไต้ก็ชิงวางสายไปเลย

ตอนเจียงหานกลับมาถึงหมู่บ้านก็ต้องยืนงง ตาเฒ่าจางกับป้าๆ น้าๆ กำลังทำอะไรกันอยู่?

ป้าฟันเหยินกำลังย่ำกองขี้หมาบนพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ย่ำจนรองเท้าเปื้อนขี้หมาเต็มไปหมดถึงได้พอใจ

ป้าหลี่ผลักป้าฟันเหยินออกไป “พอได้แล้ว เธอพอได้แล้ว ให้ฉันบ้าง”

ป้าหลี่เองก็เข้าไปย่ำกองขี้หมานั่นหลายที

“ขี้หมาแค่นี้ไม่พอหรอกมั้ง ให้เจ้าวั่งไฉกินเยอะหน่อยดีไหม มันจะได้ขี้ออกมาเยอะๆ” ป้าจินจวี๋เสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์สุดๆ

ตาเฒ่าจางที่อยู่ข้างๆ ก็เสนอขึ้นมาบ้าง “พึ่งเจ้าวั่งไฉตัวเดียวมันจะไปพอมือพอตีนอะไร ต้องเกณฑ์หมาทั้งหมู่บ้านมาช่วยกัน พวกเธอไม่รู้หรอกว่าสวิงตักปลาของเจียงหานตักลงไปทีหนึ่งได้ของขึ้นมาเยอะขนาดไหน”

เจียงหานพูดไม่ออก หรือเป็นเพราะเขาบอกไปว่าตัวเองมีดวงหมาๆ (โชคดีเหมือนเหยียบขี้หมา-โชคดีแบบฟลุ๊คๆ) พวกชาวบ้านเลยทำกันแบบนี้?

แต่ที่สวิงเขาตักของได้เยอะ มันเป็นเพราะเขามองเห็นต่างหาก

เมื่อวานแม้น้ำตรงนั้นจะไม่ลึก แต่เพราะได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น น้ำเลยขุ่นมาก

คนอื่นมองไม่เห็น ก็ได้แต่ใช้สวิงสุ่มตักไปมั่วๆ อาศัยดวงล้วนๆ

แต่เขาเห็นว่าตรงไหนมีของก็ตักตรงนั้น ของที่ได้ก็เลยเยอะเป็นธรรมดา

อาจเป็นเพราะชาวบ้านพวกนั้นจดจ่ออยู่กับการย่ำขี้หมาเกินไป ตอนเจียงหานเดินผ่านเลยไม่มีใครสังเกตเห็น

ตอนเจียงหานถึงบ้าน เจียงเฟิ่งก็มารออยู่ที่บ้านเขาแล้ว

เจียงเฟิ่งตั้งใจจะมาดูว่าเจียงหานมีอะไรต้องซักบ้าง จะได้ช่วยซักให้

แต่กลับพบว่าของที่ควรซัก เจียงหานจัดการซักเรียบร้อยหมดแล้ว ตากเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ในลานบ้าน

เจียงเฟิ่งเผลอถอนหายใจออกมา “พี่สาวคนนี้ไม่มีประโยชน์แล้วสินะ?”

จู่ๆ ก็รู้สึกว่าน้องชายไม่ต้องการเธอแล้ว

เจียงหานพูดไม่ออก “คิดอะไรอยู่เนี่ย เมื่อก่อนหมอดูทักว่าพี่เป็นดวงคนใช้แรงงาน พี่ก็วิ่งไล่ตีหมอดูจากหัวหมู่บ้านไปท้ายหมู่บ้าน ตอนนี้ผมไม่ต้องให้พี่มาลำบากแล้ว พี่ยังจะมากลุ้มใจอะไรอีก?”

เจียงเฟิ่งเองก็รู้สึกว่าตัวเองคิดมากไปจริงๆ เมื่อกี้เธอมีความคิดแบบนั้นไปได้ยังไงนะ?

น้องชายโตแล้วก็เป็นเรื่องดีสิ

เจียงเฟิ่งเห็นว่าไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วก็เตรียมจะกลับ แต่เจียงหานรั้งเธอไว้

“ผมมีของจะให้พี่เอาไปกินด้วย”

เดิมทีเขากะว่าจะเอาของไปส่งให้เจียงเฟิ่งที่บ้านอยู่แล้ว นี่มันช่างประจวบเหมาะจริงๆ

“อะไรเหรอ?”

เจียงเฟิ่งเปิดถุงดู ปรากฏว่าเป็นลิ่นทะเล

“ลิ่นทะเลพวกนี้จัดการเรียบร้อยหมดแล้วเหรอ?”

หลายปีมานี้ ตอนลูกสาวสองคนไปโรงเรียน เธอก็จะไปแคะของตามโขดหินบ้าง

แต่ถ้าเจอลิ่นทะเล เธอจะไม่แคะมันมาเลย

เพราะเธอกลัวตอนทำความสะอาด

พอนึกย้อนไป เธอไม่ได้ทำเมนูลิ่นทะเลมาหลายปีแล้ว

ลูกสองคนเคยได้กินก็แค่ไม่กี่ครั้งตอนตามเธอไปกินโต๊ะจีน

“อาหาน เธอทำได้ยังไงเนี่ย?”

ในความทรงจำ น้องชายเธอก็ไม่ชอบจัดการเจ้าตัวนี้เหมือนกันนี่นา

“เรื่องนั้นพี่อย่าถามเลย เนื้อพวกนี้เพิ่งแกะออกมา ยังสดอยู่เลย พี่เอาไปทำกับข้าวให้เด็กสองคนนั่นกินเถอะ”

เจียงเฟิ่งซาบซึ้งจนอยากจะร้องไห้อีกแล้ว น้องชายเธอทำไมถึงได้รู้ความขนาดนี้?

เจียงหานยังตักหอยขมและหอยทรายขึ้นมาจากบ่ออีกจำนวนมาก

ของพวกนี้ราคาไม่แพง เขาเลยเก็บไว้เยอะหน่อย

แม่น้ำสายนั้นอยู่ไกลจากหมู่บ้านของพี่สาว พี่สาวคงไม่ไปหาของแถวนั้น เขาเดาว่าที่บ้านพี่สาวคงไม่ค่อยได้กินของพวกนี้เท่าไหร่ เลยตักให้เธอไปเยอะหน่อย

“พวกนี้พี่ก็เอาไปด้วยนะ”

คราวนี้เจียงเฟิ่งกลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว น้ำตาไหลพรากออกมาทันที

จบบทที่ บทที่ 27 ใครๆ ก็อยากมีดวงหมาๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว