- หน้าแรก
- ระยะไม่จำกัด ฉันคือเมจซุ่มยิง
- ตอนที่ 26: สมคบคิดกับอสูร?
ตอนที่ 26: สมคบคิดกับอสูร?
ตอนที่ 26: สมคบคิดกับอสูร?
จักรพรรดินีแปลกใจกับความตรงไปตรงมาของออร์สัน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฉันไม่ชอบเห็นการรวมกลุ่มรุมคนๆ เดียว”
สีหน้าออร์สันไม่เปลี่ยนแปลง หลังผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาไม่เชื่อในความหวังดีที่เกิดขึ้นลอยๆ โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากผู้เล่นระดับจักรพรรดินี
เธอยังคงรักษาท่าทีสุขุม แล้วพูดเสริม “จำไว้ละกัน นายติดหนี้ฉันหนึ่งครั้ง”
“เข้าใจแล้ว”
โดยไม่พูดอะไรต่อ ออร์สันก้าวเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงของเจ้าเมือง ลอร์ดเคนนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ปลายสุดของห้อง รอบตัวเขาเต็มไปด้วยโต๊ะอาหารหรูหราที่วางของหายากมากมาย และนักแสดงที่คอยสร้างบรรยากาศเพื่อต้อนรับเหล่าผู้เล่น
ผู้เล่นระดับท็อปทยอยเดินเข้ามาทีละคน ออร์สันกวาดสายตามองฝูงชน พยายามมองหาตัวตนของแบลงก์ นักฆ่าลึกลับ แต่ก็น่าผิดหวัง เพราะมีผู้เล่นเกือบครึ่งหนึ่งตั้งค่าซ่อนชื่อไว้ และนักฆ่าก็เป็นอาชีพที่ขึ้นชื่อเรื่องการปิดบังตัวตนอยู่แล้ว การจะจำแนกจากรูปลักษณ์ภายนอกแทบเป็นไปไม่ได้เลย
“ออร์สัน เตรียมตัวกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่เลเวลศูนย์ได้เลย! นายกำลังจะกลายเป็นตัวตลกที่สุดในมิติอนันต์!”
“นายฆ่าพวกเรา อย่าคิดว่าจะปลอดภัยแค่เพราะหลบอยู่ในโซนปลอดภัย!”
ผู้เล่นที่ออร์สันสังหารไปก่อนหน้านี้ทยอยกลับมาจากจุดเกิดใหม่ โดยมีอัชเชอร์และสมาชิกกิลด์จูบมังกรที่โกรธจัดเดินนำหน้า แต่เพราะตอนนี้อยู่ในดันเจี้ยนซึ่งห้ามฆ่าผู้เล่น พวกเขาจึงทำได้แค่เขม็งด้วยสายตาและสบถด่า
“นับว่านายโชคดีที่ซ่อนตัวอยู่หลังโล่ระดับ S นั่น ครั้งหน้าฉันจะถอดอุปกรณ์นายจนหมดตัว” คนบ้าพูดพลางคล้องแขนพาดไหล่ออร์สันกับจักรพรรดินีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไปไกลๆ” จักรพรรดินีสะบัดมือเหวี่ยงเขาออกไปอย่างไม่ปรานี คนบ้าหมุนตัวกลางอากาศแล้วลงพื้นอย่างสง่างามราวกับไม่ได้รับผลกระทบ
“อย่าหยิ่งนักเลยจักรพรรดินี พอฉันเปลี่ยนอาชีพเมื่อไร เกราะของเธอจะเป็นชิ้นแรกที่ฉันถอด” คนบ้าตอบกลับด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
ออร์สันหัวเราะเบาๆ “ระวังตัวไว้หน่อยเถอะ เขาพูดจริง”
“ไสหัวไป ไอ้ตัวน่ารำคาญ!” นักรบที่ยืนข้างจักรพรรดินีตวาดใส่คนบ้า
“โอ้ ลูกน้องเลียรองเท้าของจักรพรรดินีก็มีไฟเหมือนกันนี่หว่า” คนบ้าล้อเลียน ก่อนจะคว้าอาหารจากโต๊ะจัดเลี้ยงมากินหน้าตาเฉย
จักรพรรดินีไม่สนใจการแสดงตลกนั้น เธอหันมาพูดกับออร์สันด้วยเสียงเบา “นายคิดยังไงกับดันเจี้ยนนี้ แค่งานเลี้ยงอย่างเดียวไม่น่าจะสมกับระดับความยากสูงขนาดนี้”
“ลองดู NPC รอบๆ สิ” ออร์สันพยักหน้าไปทางขอบห้อง ที่ซึ่งมีชายสวมผ้าคลุมสี่คนกำลังสลักอักขระประหลาดลงบนผนัง “พวกนั้นคือเมจจากวิหาร”
จักรพรรดินีขมวดคิ้ว ความนับถือในสายตาเธอเพิ่มขึ้น “วิหารเมจงั้นเหรอ? แต่ตามปกติพวกเขาไม่ควรโจมตีผู้เล่น…”
“นั่นแหละ มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ออร์สันตอบ ก่อนจะเหลือบไปมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างเจ้าเมือง เฮเซล NPC คนเดียวกับที่เขาเพิ่งคุ้มกันกลับมาเมือง
เมื่อการจัดเลี้ยงเริ่มขึ้น ลอร์ดเคนก็กล่าวสุนทรพจน์อย่างฮึกเหิม ชื่นชมการมาถึงของนักผจญภัยผู้กล้า ออร์สันนั่งลงหยิบแอปเปิลขึ้นมากัดคำหนึ่ง อาหารในมิติอนันต์สมจริงจนน่าตกใจ แม้จะไม่อิ่มจริงแต่ประสาทสัมผัสกลับถูกหลอกได้อย่างแนบเนียน
ออร์สันรู้สึกถึงสายตาอาฆาต เขาเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาของอัชเชอร์ที่อยู่อีกฝั่งของห้อง อัชเชอร์สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นความเกลียดชังเข้มข้นในดวงตาของออร์สัน เขานึกไม่ออกเลยว่าตัวเองไปทำอะไรถึงถูกเกลียดชังขนาดนี้
"เราเคยเจอกันในชีวิตจริงเหรอ" อัชเชอร์ส่งข้อความ
ออร์สันลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ไม่”
“งั้นนายได้อะไรจากการเป็นศัตรูกับฉัน บอกมา”
“ไม่ได้อะไรเลย” ออร์สันตอบพร้อมรอยยิ้มมืดมน “แต่ถ้ามีโอกาส ฉันก็จะฆ่าพวกแกทุกคนอยู่ดี”
สีหน้าของอัชเชอร์หม่นลง แม้เขาจะคิดว่าตัวเองใจกว้างและทะเยอทะยานพอจะครองมิติอนันต์ได้ แต่ท่าทีของออร์สันกลับท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขา
“ไอ้คนโง่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” อัชเชอร์กัดฟันแน่น
เขาสูดหายใจลึกแล้วส่งข้อความกลับมาอย่างเย็นชา “ฉันตั้งตารอจะเจอนายในโลกจริงนะ ออร์สัน”
สีหน้าออร์สันแข็งค้าง ดวงตาเย็นเฉียบ ต่างจากในเกม ทรัพยากรในโลกจริงของอัชเชอร์มีมหาศาล การกำจัดตัวกวนอย่างเขาไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่อัชเชอร์ไม่รู้คือการจะล้มคนที่ผ่านสนามทดสอบวันสิ้นโลกมาแล้ว ต้องจ่ายราคาสูงกว่าที่คิดมาก
ในจังหวะนั้นเอง เสียงของลอร์ดเคนก็ดังก้องไปทั่วห้อง “กำแพงป้องกันเมืองแพนดาโนลินอ่อนแอลง อาจมีปีศาจเล็ดรอดเข้ามา ข้าขอให้ทุกท่านช่วยกันรับมือกับวิกฤตนี้!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที ลางร้ายแผ่กระจายไปทั่ว
เจ้าชายแห่งกิลด์จูบมังกรเอ่ยขึ้น “แล้วพวกเราต้องช่วยยังไง?”
“ฉันว่ามันไม่ชอบมาพากล” คนบ้าพึมพำพลางขยับตัวอย่างไม่สบายใจ ผู้เล่นระดับบนทุกคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ อากาศรอบตัวหนักอึ้งอย่างน่าขนลุก
ออร์สันเหลือบมองไปด้านหลังห้อง แล้วก็พบว่าคนจากวิหารเมจทั้งสี่หายไปแล้วโดยไร้ร่องรอย
[เควสต์ งานเลี้ยงราตรี ขั้นที่ 1: เอาชีวิตรอดให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใด]
ข้อความระบบปรากฏขึ้น พร้อมกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ผู้เล่นทุกคนตระหนักว่าโซนปลอดภัยถูกยกเลิกแล้ว
“นักผจญภัย ผู้กล้าทั้งหลาย นี่จะเป็นช่วงเวลาแห่งเกียรติยศของพวกเจ้า!” เสียงหัวเราะของลอร์ดเคนดังขึ้นอย่างชวนขนลุก
อัชเชอร์เป็นคนแรกที่ตอบสนอง เขาลุกขึ้นชักคันธนูยาวระดับฮีโร่เล็งตรงไปที่หน้าผากของเจ้าเมือง
ฟิ้ว!
ลูกธนูสามดอกพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงในพริบตาเดียว
“นั่นสกิลเรนเจอร์เหรอ? ไม่ใช่… นั่นคือการยิงด้วยมือเปล่าที่เร็วผิดมนุษย์!”
ออร์สันเลิกคิ้วด้วยความชื่นชม ก่อนเปลี่ยนอาชีพ เรนเจอร์มีความเร็วโจมตีสูงสุดแค่ 1.5 แต่ของอัชเชอร์อย่างน้อยก็สองเท่า แม้ในช่วงต้นเกม ความเร็วและความแม่นยำแบบนี้ก็ทำให้เขาโดดเด่นสมชื่อ
ลอร์ดเคนไม่สะทกสะท้าน เฮเซลก้าวออกมากาง [โล่สุริยันศักดิ์สิทธิ์] รับลูกธนูไว้ได้อย่างง่ายดาย ออร์สันขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าลังเลและเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอ ชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับการซุ่มโจมตีครั้งนี้
“สนุกกันให้เต็มที่นะแขกผู้มีเกียรติของข้า!” ลอร์ดเคนหัวเราะเยาะ
ทันใดนั้นร่างกว่าสิบร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีเลือดก็ปรากฏขึ้นกลางห้องจัดเลี้ยง ใบหน้าของพวกมันงดงามผิดมนุษย์ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความกระหายเลือด
[บริวารแวมไพร์: เลเวล 20]
[HP: 50,000/50,000]
[พลังโจมตี: 380]
[สกิล: ผูกวิญญาณ, กลืนเลือด, เวทโลหิตพื้นฐาน]
“บ้าไปแล้ว เจ้าเมืองสมคบกับแวมไพร์งั้นเหรอ พล็อตอะไรเนี่ย!”
“พวกมันโหดกว่าบอสอีลีตเลเวล 10 อีก แล้วมีตั้งหลายตัว จะให้สู้ยังไง!”
ผู้เล่นบางส่วนพยายามยกเลิกเควสต์แล้วหนีออกไป แต่เมื่อไปถึงประตูก็พบว่ามันถูกผนึกด้วยเวทมนตร์ทรงพลัง
“ช่างมัน สู้ฝ่าออกไป!” นักรบเลเวล 15 คนหนึ่งตะโกนเรียกพวกในปาร์ตี้
เงาสีแดงวาบขึ้นตรงหน้าเขาในเสี้ยววินาที กรงเล็บแวมไพร์ฉีกเกราะของเขาขาดอย่างง่ายดาย เขี้ยวคมกริบฝังลงที่ลำคอ เลือดถูกดูดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาขาวซีด ร่างกายแข็งทื่อ ก่อนจะกลายเป็นรูปปั้นหินในที่สุด สีหน้าสุดท้ายของเขายังแสดงชัดถึงความหวาดกลัว
[ผูกวิญญาณ: วิญญาณของเป้าหมายถูกผูกไว้ สามารถชุบชีวิตได้หลัง 48 ชั่วโมง]
ผู้เล่นทั้งห้องอ้าปากค้าง ตัวเลขนับถอยหลังปรากฏเหนือรูปปั้น การโดนแวมไพร์กัดหมายถึงการถูกล็อกออกสองวันเต็ม ซึ่งเป็นโทษที่ร้ายแรงมากในช่วงต้นเกม
“แบบนี้นี่เอง… ถึงได้มีผู้เล่นรุ่นแรกหายไปจากอันดับหลังเควสต์งานเลี้ยงในชาติก่อน” ออร์สันเข้าใจทุกอย่างในทันที
สำหรับผู้เล่นระดับท็อป แค่ช้าสองวันก็หมายถึงการถูกทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ขณะที่ผู้เล่นอีก 20 กว่าคนถูกเปลี่ยนเป็นรูปปั้นหิน
“ข้าพอใจกับงานเลี้ยงครั้งนี้มาก ลอร์ดเคน” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากหมอกสีเลือด เธอสวมชุดคลุมสีแดง ดวงตาเป็นประกายยินดีเมื่อเห็นการสังหารหมู่ตรงหน้า
[นักเชือด เคริล: เลเวล 20]
[HP: 1,200,000/1,200,000]
[พลังโจมตี: 770]
[สกิล: พันธนาการหมู่, มังกรโลหิตคำราม, เกราะพิเศษ, เสริมพลังสังเวยโลหิต]