เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

552 - ความฝันของสือฮ่าว

552 - ความฝันของสือฮ่าว

552 - ความฝันของสือฮ่าว


1862 - ความฝันของสือฮ่าว

หมู่บ้านหินผาจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะ

ผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งยกจอกสุราขึ้นมาดื่ม ส่วนพวกผู้หญิงทำอาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคน  เด็กๆวิ่งไปมาเหมือนฝูงลิงพวกเขาแข็งแรงเหมือนสัตว์ร้าย แก้มของผู้อาวุโสในหมู่บ้านมีเลือดฝาดเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

พวกเขาไม่สามารถปกปิดความสุขและความกระตือรือร้นที่อยู่ในใจได้ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

“ในหมู่บ้านมีสัตว์ร้ายอายุน้อยอยู่ไม่น้อยเลย” สือฮ่าวกล่าว

เขาเห็นเฮ่าสายฟ้า สิงโตขาวสองหัว นกสายรุ้งและอื่นๆ พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นสัตว์ร้ายแต่ตอนนี้กลับวิ่งไปมากลายเป็นเพื่อนของเด็กๆ

สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการพัฒนาในหมู่บ้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาสามารถจับสัตว์ร้ายได้นอกจากนี้ยังเลี้ยงดูพวกมันได้นั่นหมายความว่าสถานที่แห่งนี้มีพลังและความเจริญเพิ่มมากขึ้น

มีสัตว์ร้ายบางตัวที่เติบโตขึ้นแล้ว พวกมันอยู่นอกหมู่บ้านทำหน้าที่ปกป้องทุกคนและยังช่วยล่าสัตว์อีกด้วย สือฮ่าวยังจำได้บางตัวนั้นเป็นสิ่งที่เขาจับมาในอดีต

สัตว์ร้ายรุ่นเยาว์เหล่านั้นบางตัวตายไป แต่บางตัวก็เติบโตขึ้นกลายเป็นสัตว์ร้ายสงครามที่ภักดีซึ่งถูกควบคุมโดยเจ้าแดงใหญ่ เมฆม่วง เผิงใหญ่และเจ้าเขียวน้อย

“ยังจำข้าได้ไหม? ในตอนที่ข้าอายุห้าขวบ ท่านพาพวกเราไปที่ภูเขาเพื่อจับสัตว์ร้ายมากมาย ดูสิสัตว์ตัวเล็กๆในหมู่บ้านบางตัวเป็นลูกของมัน!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมา

“ข้าย่อมจำเจ้าได้ฮ่าฮ่า!” สือฮ่าวตบไหล่ของเขา หมู่บ้านเต็มไปด้วยความสุข

สือฮ่าวมองไปในระยะไกลเห็นเรือรบลำนั้น แน่นอนว่ามันค่อยๆตามมาตอนนี้กำลังจะมาถึงแล้ว

“ท่านปู่พ่อแม่ของข้าก็กลับมาจากอาณาจักรที่สูงกว่าเช่นกัน” สือฮ่าวบอกพวกเขา เมื่อผู้ใหญ่และผู้อาวุโสได้ยินเช่นนี้ต่างก็ตกใจ

“ที่ไหน” เอ้อเมิ่งและคนอื่นๆเงยหน้าขึ้นมอง

“รีบไปรับท่านลุงกับท่านป้า!” ต้าจวงกระตุ้น

"ตรงนั้น!" สือฮ่าวชี้

เรือขนาดใหญ่เคลื่อนตัวมาจากท้องฟ้าอันห่างไกลอย่างช้าๆ

“เรือลำใหญ่อะไรอย่างนี้!” “มันยิ่งใหญ่กว่าของลุงชิงเฟิงเสียอีก!” เด็กๆร้องตะโกน

เด็กบางคนเคยไปอาศัยอยู่ในดินแดนหินพวกเขาบางคนถูกชิงเฟิงเลี้ยงดูมา ท้ายที่สุดแล้วการอยู่บนภูเขาตลอดเวลาก็ไม่ค่อยดีนักดังนั้นพวกเขาจึงได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้เป็นบางครั้ง

“นอกจากพวกเขาแล้วยังมีเด็กอีกหลายร้อยคน ข้าต้องการให้พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหิน” สือฮ่าวอธิบายขั้นตอนต่อไป

“อ่ามีเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” ชาวบ้านผวา พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าสือฮ่าวจะนำเด็กจำนวนมากกลับมา

เป็นเพราะในอดีตพวกเขาต่อต้านอย่างมากกับคนนอกที่มาที่นี่

“สายเลือดของพวกเขามาจากแหล่งเดียวกันกับพวกเรา บางคนเป็นทายาทของตระกูลสือส่วนคนที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็นทายาทของราชาแดนรกร้างทั้งเจ็ด”

สือฮ่าวสรุปบางสิ่งให้พวกเขาฟัง แต่ไม่มีทางที่เขาจะลงรายละเอียดได้เพราะเวลามีไม่เพียงพอจะอย่างไรซะพวกเขาก็ต้องต้อนรับเด็กพวกนั้นก่อน

“คนของตระกูลสือ?” ชาวบ้านผวา

อย่างไรก็ตามในที่สุดพวกเขาก็รู้ภูมิหลังคร่าวๆของเด็กเหล่านี้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ปฏิเสธ

ในทางตรงกันข้ามผู้ใหญ่ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น

“ต่อจากนี้ไปเราไม่ต้องกังวลอีกต่อไป! เราเพิ่งจะกังวลว่าเด็กรุ่นใหม่จะเติบโตขึ้นและจะไม่มีคู่ที่เพียงพอ ตอนนี้มีคนของเราหลายคนกลับมาแล้วในที่สุดพวกเราก็สบายใจ!”

ผู้ปกครองบางคนยิ่งหัวเราะเสียงดังรู้สึกว่าปัญหาใหญ่หลวงได้รับการแก้ไข

หมู่บ้านหินไม่ใหญ่นัก หากสมัครพรรคพวกแต่งงานระหว่างกันก็จะมีปัญหามากมาย

ก่อนหน้านี้พวกเขาจะแต่งงานกับเผ่าอื่นๆ แต่ตอนนี้เทพหลิวได้ย้ายพวกเขาออกมายังที่ห่างไกล ทำให้พวกเขาแทบจะถูกตัดขาดออกจากโลก

หากพวกเขายังคงแต่งงานกันต่อไปมันจะกลายเป็นเรื่องไม่ดีอย่างแน่นอน พวกเขาจึงต้องหาทางแต่งงานกับคนนอก

อย่างไรก็ตามจะมีกี่คนที่เต็มใจจะเข้ามาในถิ่นทุรกันดาร? ขณะเดียวกันชาวบ้านค่อนข้างกังวล นี่เป็นปัญหาที่ดำรงมาตลอดหลายปี

เมื่อเด็กๆในหมู่บ้านเติบโตขึ้นมีบางคนที่มีสายเลือดที่แตกต่างกันสามารถแต่งงานในหมู่บ้านได้ แต่หลายคนต้องพึ่งพาชิงเฟิงซึ่งอยู่ในเมืองหลวงเป็นคนจัดเตรียมการให้

เรือลำใหญ่ล่องออกไปนอกหมู่บ้าน เด็กกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งออกไปพร้อมกัน

พวกเขาไม่ได้ถือว่าเด็กๆจากเมืองจักรพรรดิ์ดั้งเดิมเป็นคนนอกเลย พวกเขาต้อนรับเด็กพวกนี้ด้วยความอบอุ่น แต่เมื่อพวกเขาเห็นเด็กหลายร้อยคนพวกเขาก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย

สำหรับเด็กๆจากชายแดนรกร้างดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง โดยปกติแล้วพวกเขาไม่ได้เห็นเสียงหัวเราะและรอยยิ้มมากนัก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่น่ากลัวบีบคั้นหัวใจของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

“เอาล่ะพาเพื่อนใหม่ของอาลงจากเรือและดูแลพวกเขาให้ดี” สือฮ่าวสั่ง ฝูงลิงต่างส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าตัวเตี้ยกว่าข้าแล้วทำไมเจ้าถึงแข็งแกร่งกว่าข้าได้” เด็กน้อยจากหมู่บ้านหินผาร้องออกมา

พวกเขาเกิดในถิ่นทุรกันดารดังนั้นเด็กๆเหล่านี้จึงต้องการความเข้มแข็ง

แม้แต่เด็กเหล่านี้ก็ยังมีการแข่งขันสูงในหมู่พวกเขา แต่ถึงกระนั้นเมื่อพวกเขาพบกับเด็กๆที่เงียบสงบบนเรือ ทุกคนกลับพบว่าเด็กๆจากชายแดนรกร้างแข็งแรงกว่าพวกเขาอีก

สือฮ่าวยิ้มชายแดนรกร้างเป็นสถานที่แบบไหน? มันเป็นสถานที่ที่โหดร้ายที่สุด เด็กเหล่านี้เกิดในเมืองจักรพรรดิดั้งเดิมสิ่งที่พวกเขาเห็นคือการต่อสู้ที่ดุเดือดทุกคนจึงแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ

อาจกล่าวได้ว่าเด็กเหล่านี้มีศักยภาพมากกว่าทายาทของตระกูลอมตะ พวกเขาเกิดมาในสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายมิหนำซ้ำพวกเขายังเป็นทายาทที่แท้จริงของเจ็ดราชาแดนรกร้างที่บางคนถึงกับเป็นราชาอมตะ

“เมื่อพวกเจ้าเติบโตขึ้นข้าจะสร้างนิกายอันดับหนึ่งของโลกสำหรับพวกเจ้าทุกคนนี่คือคำสัญญาของข้า!” สือฮ่าวหัวเราะเสียงดังและกล่าวว่า

“ข้าไม่ต้องการใครที่อ่อนแอ”

ที่เขาพูดเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการกระตุ้นเด็กๆจากหมู่บ้านหินผาเช่นกัน

“เราจะสามารถปกครองสวรรค์ทั้งเก้าได้หรือไม่” เด็กๆในเขตแดนรกร้างถาม

"แน่นอน. พวกเราจะปกครองแม้กระทั่งอาณาจักรเซียนรวมไปถึงโลกในอดีตที่กำลังจะรวมกับโลกปัจจุบัน!” สือฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

มีบางสิ่งที่เด็กๆไม่อาจเข้าใจได้ แต่นี่คือสิ่งที่สือฮ่าวต้องการสั่งสอนพวกเขาเป็นการเฉพาะ

อวิ๋นซียืนอยู่ด้านข้างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นี่คือความฝันของ สือฮ่าว?

อย่างไรก็ตามสือฮ่าวไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นคนพิการเหรอ? ระดับบ่มเพาะของเขาจะสูญสลายไปภายในหนึ่งเดือนแล้วเขาจะสานฝันของตัวเองได้อย่างไร? อวิ๋นซีไม่เข้าใจ

“อะไรนะท่านอา? มีศัตรูอยู่เยอะไหม?” เด็กๆของหมู่บ้านถามอย่างกระตือรือร้น

“พี่ใหญ่เราจะได้สู้กับอีกฝ่ายในอนาคตหรือไม่?” เด็กหนุ่มจากแดนรกร้างถามดวงตาของเขาแดงก่ำ

“ในอนาคตเราจะเหยียบย่ำอาณาจักรของศัตรูต่างมิติไม่เว้นแม้แต่อาณาจักรเซียน เมื่อเสียงกลองสงครามดังขึ้นใครจะสนว่าพวกมันมาจากไหน? เมื่อพวกมันกล้าก่อปัญหาให้เราพวกเราก็กำนันให้มันสักเท้า!” สือฮ่าวกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียม

เมื่อได้ยินสิ่งนี้อวิ๋นซีก็ไม่สามารถสงบลงได้

“เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะคัดเลือกผู้คนที่แข็งแกร่งมากที่สุดแปดร้อยคนในหลายชั่วอายุคนให้หลัง นี่จะเป็นกองทัพของพวกเราที่จะเข้าร่วมสงครามแห่งยุคอันยิ่งใหญ่!”

เขาไม่สามารถพูดคำเหล่านี้ในดินแดนที่สูงกว่าได้เพราะนั่นจะทำให้เกิดพายุมากเกินไป อย่างไรก็ตามในหมู่บ้านหินผาเขาสามารถตะโกนได้อย่างที่ต้องการหัวเราะและร้องไห้ออกมาอย่างพอใจ

เด็กๆทุกคนหัวเราะคิกคักเหมือนหมาป่าตัวน้อยเสียงร่ำร้องตะโกนดังออกมาตลอดเวลา

“สงครามในยุคที่ยิ่งใหญ่เราจะครองสวรรค์เบื้องบนและปฐพีเบื้องล่าง!”

“ทุกคนที่มันสร้างความขุ่นเคืองให้ข้าพวกมันจะต้องชดใช้ ข้าจะจับมันมาให้พวกเจ้าตุ๋นกิน!”

เด็กๆเหล่านี้ร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น พวกเขาทุกคนกำหมัดแน่นและสาบานว่าพวกเขาจะบ่มเพาะอย่างหนักเพื่อไม่ให้ขายหน้าสือฮ่าว

พวกเขาไม่รู้ความหมายซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดที่พวกเขาตะโกน พวกเขาไม่รู้ว่าในอนาคตหลายปีให้หลังสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง

เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นและมีอำนาจเกินกว่าจะเปรียบเทียบได้เมื่อมองย้อนกลับหลังมาในตอนนี้พวกเขาถึงได้รู้ว่าแผนการของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่มากแค่ไหน!

“ลูกเอ๋ย…”

สือจื่อหลิงและฉินอี้หนิงเดินเข้ามา สีหน้าของทั้งคู่เผยให้เห็นถึงความกังวล ตอนนี้พวกเขาตระหนักถึงหลายๆอย่างจากคำพูดของสือฮ่าวทำให้พวกเขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก

เป็นเพราะพวกเขาเข้าใจสิ่งที่ลูกชายคนโตพูดเป็นอย่างดี ว่าเส้นทางนั้นเป็นแบบไหน นั่นยากยิ่งกว่าการท้าทายสวรรค์!

ดินแดนในอดีตอันยิ่งใหญ่รวมทั้งโลกจากอนาคตจะรวมเข้ากับโลกปัจจุบัน จะมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากแค่ไหนข้ามมา?

นั่นจะกลายเป็นวันโลกาวินาศอย่างแน่นอน!

ผู้นำทัพแต่ละฝ่ายว่ากันว่าอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชาอมตะอีก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้อันหลานและซือถูดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักรบ่มเพาะที่สูงขึ้น

ยุคมืดที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ แต่สงครามครั้งใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้ว มีผู้คนมากมายต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองโดยไม่ลังเลที่จะทำสิ่งชั่วร้ายต่างๆ

“ท่านพ่อท่านแม่ไม่จำเป็นต้องกังวล เรื่องนี้จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีให้หลังพวกท่านสบายใจได้” สือฮ่าวปลอบใจพวกเขา

สิ่งที่เขาเปิดเผยออกมาในตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยสนทนากันมาก่อน ไม่ช้าก็เร็วศัตรูจากต่างมิติจะต้องหาทางข้ามมาที่นี่ได้

แต่ในขณะเดียวกันสือฮ่าวเชื่อว่าภัยพิบัติจากต่างมิตินั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

ภาพสัตว์ประหลาดในยุคที่ยิ่งใหญ่หลายยุคมารวมกันที่นี่นั่นต่างหากถึงจะเป็นภัยพิบัติที่แท้จริง!

นั่นคือเหตุผลที่เขาจำเป็นต้องกลับมาในดินแดนที่ต่ำกว่าเพื่อที่จะได้บ่มเพาะอย่างสะดวกทั้งยังมีมรดกมากมายซึ่งยังไม่ถูกค้นพบ

ในตอนนี้ความตั้งใจของเขาคือต้องการที่จะจัดการกับศัตรูต่างมิติออกไป ก่อนที่ศัตรูจากยุคอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายจะข้ามมา!

จบบทที่ 552 - ความฝันของสือฮ่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว