เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

533 - สิบเท่า

533 - สิบเท่า

533 - สิบเท่า 


1443 - สิบเท่า

“ฮ่าฮ่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจริงๆ!”

ใครบางคนอดไม่ได้จึงคำรามออกมาด้วยเสียงหัวเราะโดยไม่ปิดบัง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีฮวงอีกต่อไป มีเพียงสือฮ่าวมนุษย์ธรรมดาสามัญเท่านั้น!”

การกระทำครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ผู้คนมากมายที่นำของขวัญมาส่งล้วนแสดงความยินดีออกมา

“ท่านพ่อ…เราจะจากไปแบบนี้เหรอ” หญิงสาวในชุดสีเขียวถามพร้อมกับลังเลใจ

“อย่าบอกนะว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่? เจ้าคิดจะแต่งงานกับพวกตระกูลสือจริงๆ? แม้ว่าจะเป็นเขา แต่ตอนนี้เขาพิการไปแล้วเขาไม่สามารถคุกคามพวกเราได้อีกต่อไป!” ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าว

ปรมาจารย์ของหลายนิกายหันหน้ากลับพวกเขาสนทนากันเบาๆ แม้ว่าเสียงของพวกเขาจะไม่ดัง แต่ก็ยังมีบางคนที่ได้ยินพวกเขา

สือฮ่าวเงยหน้าขึ้นมองไปทางนั้นและเห็นชายวัยกลางคนผมสีดำที่กระจัดกระจายอยู่ด้านหลัง รัศมีพลังของเขาค่อนข้างน่าประทับใจ

นี่คือปรมาจารย์นิกายหยกงาม ในตอนแรกพวกเขาเป็นมิตรกันมากโดยต้องการที่จะสานความสัมพันธ์กับตระกูลสือผ่านการแต่งงาน

นอกจากนี้ยังเป็นเพราะเขาเป็นผู้นำของมหาอำนาจโบราณ การแต่งงานระหว่างสองตระกูลจึงทำให้ผู้คนมากมายชื่นชมและอิจฉา

ด้านข้างของชายวัยกลางคนเป็นหญิงสาวที่สวมชุดสีเขียวเงียบสงบและงดงาม สือฮ่าวจำได้ว่านางมีชื่อว่าลู่จู มารยาทของนางถือได้ว่าโดดเด่น

“ยัยหนูกลับกันเถอะ ในตอนแรกข้ากังวลว่าอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” ปรมาจารย์นิกายหยกงามกล่าว

เสียงของเขาไม่ดัง แต่คนอื่นสามารถได้ยินอย่างชัดเจน เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดบังความรังเกียจที่อยู่ในน้ำเสียงต่อตระกูลสือเลย

สือฮ่าวรู้ว่าคนๆนี้เป็นคนหน้าซื่อใจคด

ในความเป็นจริงถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขากลัวสือฮ่าว มหาอำนาจต่างๆในสามพันแคว้นจะไม่มีทางมาเยี่ยมเขาอมตะอย่างแน่นอน

เมื่อมองจากมุมนี้หมายความว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่เคยขัดแย้งกับสือฮ่าวมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ซุ่มโจมตีเขาในอาณาจักรวิญญาณหรือในโลกแห่งความเป็นจริงซึ่งเป็นสาเหตุที่พวกเขาออกมาขอโทษ

ตอนนี้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นทัศนคติของพวกเขาจึงเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ก่อนหน้านี้มีผู้คนมากมายที่ทำตัวเหมือนกับประมุขนิกายหยกงาม

เมื่อไม่นานมานี้พวกเขายังคงยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองมากในห้องโถงใหญ่ของตระกูลฉิน พวกเขาสนทนากับสือจื่อหลิงและฉินอี้หนิงพูดคุยเรื่องการแต่งงาน

แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าสือฮ่าวพิการไปแล้ว พวกเขาจึงเปิดเผยธาตุแท้ออกมา แม้กระทั่งแสดงความดูถูกสือฮ่าวราวกับว่าเมื่อสักครู่นี้พวกเขาไม่เคยคุยกันในเรื่องการแต่งงานมาก่อน

เขารู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตัวเองมัวหมองไปแล้ว ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์นิกายผู้รุ่งโรจน์ต้องการให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับศัตรูเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อมานึกดูอีกครั้งเขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

“เหอนี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดจริงๆ เจตจำนงของสวรรค์ลงเอยเช่นนี้” ใครบางคนหัวเราะออกมาโดยไม่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้

“ขอลาแล้ว” ปรมาจารย์นิกายหยกงามยังมีรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาพาลูกสาวของเขาลู่จูบินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง

ฮวงพิการไปแล้วเขากลายเป็นคนธรรมดา นี่เป็นข่าวใหญ่อย่างยิ่ง! สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถสงบลงได้ตามธรรมชาติ มีบางคนที่รู้สึกเสียใจกับอัจฉริยะอย่างสือฮ่าว

แต่ก็มีผู้คนมากมายยินดีกับหายนะของเขา พวกคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูกับสือฮ่าว พวกเขามีความสุขมากที่เรื่องราวลงเอยเช่นนี้

มีบางคนที่ไม่แยแสเนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาเพียงแค่เฝ้าดูจากด้านข้างอย่างเงียบๆ

“ไปกันเถอะเราต้องสนใจอะไรกับขยะคนหนึ่ง”

ใครบางคนกล่าวออกมาตรงๆต่อหน้าของสือฮ่าวโดยไม่รู้สึกหวาดกลัวเขาอีกต่อไป

“เราไม่ควรมีท่าทีอย่างนี้กับเขา นี่เป็นถึงอัจฉริยะแปรปรวนสวรรค์ แต่ในที่สุดการบ่มเพาะของเขาถูกทำลายลง! มันช่างน่าสมเพชจริงๆ” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจอย่างแน่นอนเพราะใบหน้าของนางเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นการเยาะเย้ยเสียดสี

“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างที่เราลืมไว้ในตระกูลฉิน” ในเวลานี้ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งดวงตาสดใสมองไปในทิศทางของสือฮ่าว

ตอนนี้ฉินอี้หนิงกัดริมฝีปากของตัวเองดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา ลูกชายคนโตของนางน่าสงสารจริงๆเรื่องนี้ทำให้นางทำใจยอมรับไม่ได้

ในขณะเดียวกันคนเหล่านี้ยังขว้างก้อนหินใส่เขาเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อารมณ์ของนางแย่ลงไปอีก

“สหายเต๋าเจ้าลืมอะไรไว้ในตระกูลฉิน” ใครบางคนเล่นตามน้ำไปด้วย

“สมบัติล้ำค่าหายากบางอย่างข้าลืมไว้ในห้องโถงของตระกูลฉิน” คนๆนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังพูดถึงของขวัญล้ำค่าจากเมื่อก่อน มรดกบางส่วนถูกส่งมาที่ตระกูลฉินเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพวกเขาและสือฮ่าว ดังนั้นพวกเขาจึงนำของขวัญชิ้นใหญ่มาที่นี่

เมื่อเขาพูดแบบนี้ทุกคนก็เข้าใจ พวกเขาก็ต้องการสมบัติเหล่านั้นคืนเช่นกัน

“ข้าลืมไปได้ยังไง? ข้าก็ทิ้งบางอย่างไว้ที่นั่นด้วย”

“ถูกต้องข้ารีบมากเกินไป ข้าลืมเอาของบางอย่างกลับมาจริงๆ”

ผู้คนมากมายรีบตะโกนออกมาว่าพวกเขาต้องการของขวัญล้ำค่าเหล่านั้น เรียกได้ว่าปากและหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริงๆ

“ถูกแล้วเราลืมบางสิ่งไปด้วย” ปรมาจารย์นิกายหยกงามที่แต่เดิมพาลูกสาวของเขาบินกลับไปแล้วแต่เขาก็รีบกลับมาอย่างรวดเร็ว

เฮง!

ในเวลานี้เซียนอมตะฉินปรากฏตัวอีกครั้งทำให้สถานที่แห่งนี้หนาวเหน็บลงทันที ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจาอีกต่อไป

มีผู้คนไม่น้อยรู้สึกหวาดกลัว แม้ว่าพวกเขาทุกคนจะรู้ว่าสือฮ่าวนั้นพิการไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่กล้าโจมตีเขาอมตะที่มีพลังระดับผู้อมตะที่แท้จริง

ในเวลานี้ความโกรธเกรี้ยวของเซียนอมตะฉินถูกแสดงออกมาแล้ว หลายคนที่นี่จึงรู้สึกขาดความมั่นใจ

“ถ้าเจ้าไม่คืนสิ่งของเหล่านั้นก็ถือว่ามอบให้กับคนพิการนั้นเถอะ” แม้ใครบางคนจะไม่กล้าทวงถามสิ่งของเหล่านั้นกลับคืนแต่พวกเขาก็ไม่วายแวะกัดสือฮ่าวเขี้ยวหนึ่ง

แน่นอนว่าในขณะที่พวกเขากล่าวคำนี้พวกเขาก็รีบออกจากตระกูลฉินอย่างรวดเร็ว

“พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้ามีเวลาอีกหนึ่งเดือนถึงจะพิการ”

ในเวลานี้ก่อนที่จะมีใครก้าวออกจากห้องโถงของตระกูลฉินเสียงเย็นชาของสือฮ่าวก็ดังเข้าหูของทุกคน

“ เจ้าจะทำอะไรได้ในเมื่อตำหนักเซียนยังอยู่ 'มีคนตะโกนออกมา

“สามพันแคว้นมีกฎของตัวเองนี่ไม่ใช่ที่ที่จะให้เจ้าแสดงความโอหังออกมาได้!” ใครบางคนรีบเสริมขึ้นทันที

อย่างไรก็ตามใบหน้าของผู้คนก็เปลี่ยนไปมากขึ้นเริ่มขาดความมั่นใจและรู้สึกไม่สบายใจอย่างแท้จริง เป็นเพราะพวกเขาเกือบลืมไปแล้วจริงๆว่าฮวงยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะ 'แสดงความบ้าคลั่งอย่างเต็มที่'

ฮ่อง!

ในช่วงเวลานั้นสือฮ่าวก็ลงมืออย่างรวดเร็ว มือขวาของเขาเอื้อมออกไปด้านนอกห้องโถงของตระกูลฉิน

อา…

ผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองนับสิบคนของตำหนักเซียนที่อยู่ด้านนอกนั้น ถูกฝ่ามือของเขาบดขยี้ดับสูญทั้งกายและวิญญาณโดยไม่อาจต่อต้านได้

“เจ้ากล้า!” มีหลายคนที่ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

ไม่มีใครคิดว่าฮวงจะยังคงโหดเหี้ยมขนาดนี้ เขาถึงกับกล้าลงมือสังหารผู้ยิ่งใหญ่ของตำหนักเซียนจนหมดสิ้น

“เจ้าเจ้าเจ้าเจ้าและเจ้า พวกเจ้าทุกคน…” สือฮ่าวชี้ให้เห็น

“ให้เวลาพวกเจ้าสามวันของขวัญต้องมาปรากฏในตระกูลฉินมากกว่าเดิมสิบเท่าห้ามขาดไปแม้แต่ส่วนเดียว อย่าให้ข้าต้องไปตามเก็บด้วยตัวเองไม่เช่นนั้นโลหิตของพวกเจ้าจะไหลเป็นท้องธาร ตอนนี้ไสหัวไปได้แล้ว!”

สือฮ่าวกล่าวอย่างเย็นชาเขาเฝ้ามองท่าทีของคนเหล่านี้มานานแล้ว คนพวกนี้คิดว่าคำสาปทำลายอมตะจะสามารถทำอะไรเขาได้จริงๆ?

จบบทที่ 533 - สิบเท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว