เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

530 - ผู้อมตะของภูเขาห้าใบหน้า

530 - ผู้อมตะของภูเขาห้าใบหน้า

530 - ผู้อมตะของภูเขาห้าใบหน้า 


1840 - ผู้อมตะของภูเขาห้าใบหน้า

ต๋อง!

ทันใดนั้นภูเขาเซียนที่หมุนวนด้วยความสดใสห้าสีก็สั่นสะเทือนอย่างมาก เทพและปีศาจทั้งหมดหายไปหมอกสิ่งที่เหลืออยู่บนภูเขามีเพียงโครงกระดูกมากมายสุดลูกหูลูกตา

กระดูกของเทพและปีศาจ!

ภูเขาทั้งลูกถูกสร้างขึ้นมาจากกองกระดูกพวกนี้ เรื่องนี้ทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างหวาดกลัวอย่างแท้จริง

นี่เป็นเหมือนโลกทั้งใบ มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งหมดถูกฝังอยู่ที่นั่น

โลหิตเซียนถูกดูดซับอย่างสมบูรณ์โดยภูเขาห้าใบหน้า บนภูเขานั้นเสียงถอนหายใจดังก้อง จากนั้นสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ก็เดินออกมา

แม้ว่าใบหน้าของเขาจะไม่ชัดเจนเพราะมันถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งความโกลาหล แต่รัศมีพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนแทบจะคุกเข่าทำความเคารพ

เกิดอะไรขึ้น? ทุกคนมึนงงหนาวสั่นไปถึงวิญญาณ

“สหายเต๋าเจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว”

บนภูเขาห้าใบหน้าสิ่งมีชีวิตคนนั้นมองไปที่รถศึกสีเงินและกล่าวออกมาเบาๆ

สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกฝนทุกคนพูดไม่ออก สิ่งมีชีวิตอมตะปรากฏออกมาอีกตัวแล้ว!

ภายในหมอกแห่งความโกลาหลพลังเซียนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่สิ้นสุด ต่อให้เป็นคนตาบอดก็สามารถบอกได้ว่านี่คือสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริง

แม้แต่สือฮ่าวก็ตกใจ นี่คือวิญญาณที่แท้จริงของภูเขาห้าใบหน้าหรือไม่? ไม่ว่าเขาจะมองยังไงมันก็ดูมีพลังมากกว่าวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ระดับเซียนชนิดเทียบกันไม่ติด

สิ่งประดิษฐ์ระดับเซียนที่เขาเคยพบเจอมาเป็นเด็กทารก ตอนนี้วิญญาณที่แท้จริงปรากฏขึ้นมาก็ถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง!

เซียนอมตะฉินสามารถปลดผนึกได้จริงหรือ?

“เราทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในโลกโลกียะสหายเต๋าทำไมต้องเหยียบน้ำโคลน” หลังจากความเงียบชั่วครู่เสียงนี้ดังมาจากภายในรถศึกสีเงิน

คราวนี้ทุกคนรู้ว่าการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนภูเขาห้าใบหน้าไม่ใช่สิ่งที่เรียบง่าย แม้แต่ผู้อมตะที่แท้จริงก็ยังรู้สึกหวาดกลัว

ไม่เช่นนั้นไม่จำเป็นที่ผู้อมตะที่แท้จริงคนนั้นจะสนทนาให้มากความ เพียงลงมือทำลายมันไปตรงๆก็พอแล้ว

ใบหน้าของเซียนอมตะฉินซีดลงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา เขาถอยออกจากใจกลางสนามรบ ยิ่งไปกว่านั้นเขาร้องเรียกสือฮ่าวโดยให้เขาติดตามไป

“เขาจากไปไม่ได้” ผู้อมตะในรถศึกสีเงินกล่าว

มันยังคงสงบมาก แต่เจตนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ของเขานั้นชัดเจนนั่นคือเขากำลังจะกักขังสือฮ่าวไว้!

“เรื่องนั้นเห็นจะยอมเจ้าไม่ได้สหายเต๋า เด็กคนนี้ข้าต้องปกป้องไม่ว่าเจ้าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม!” ผู้อมตะจากเขาห้าใบหน้ากล่าว

“เจ้าก็รู้ว่าการที่ข้ายังไม่ลงมือก็เป็นเพราะการดำรงอยู่ของเจ้า แต่เจ้าควรอธิบายเรื่องนี้ออกมาว่าเหตุไฉนเจ้าจึงต้องการปกป้องเขา” ผู้อมตะในรถศึกสีเงินกล่าว

“มีกรรมใหญ่บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา แต่ข้าไม่สามารถพูดในรายละเอียดได้” ผู้อมตะจากภูเขาห้าใบหน้ากล่าว

“เป็นอย่างนั้นเหรอ? นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านไปหลายล้านปีแล้วเจ้าจะมีผลกรรมอะไรร่วมกับเขาได้?” น้ำเสียงของผู้อมตะจากตำหนักเซียนเย็นชาเล็กน้อย

หลังจากหยุดไปเล็กน้อยเขาพูดต่อ

“บางทีที่เจ้าพูดอาจเป็นความจริง แต่เขากับข้าก็มีกรรมใหญ่บางอย่างร่วมกันซึ่งข้าต้องตัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ!”

“การทำเช่นนี้เท่ากับทำลายกรรมของข้า ซึ่งข้ายอมไม่ได้!” ผู้อมตะของเขาห้าใบหน้าไม่ยอมลดราวาศอกแม้แต่น้อย

“ เนื่องจากสหายเต๋ายืนยันเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามข้าต้องเตือนเจ้าว่ากรรมใหญ่นี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับข้าเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงสหายเต๋าคนอื่นๆอีกด้วย

แม้ว่าวันนี้เจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้ แต่เจ้ากล้าคิดจะขัดขวางพวกเราทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?” เสียงจากรถศึกสีเงินเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ

ในสถานการณ์ตอนนี้ไม่ต้องกล่าวถึงสือฮ่าวและคนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณเลย แม้แต่ผู้อมตะที่อยู่บนภูเขาห้าใบหน้าก็ยังมีท่าทีตื่นตระหนก

มีคนอื่นๆ ? เขาพูดแบบนี้จริง!

ตามเหตุผลปกตินั่นคือผู้อมตะที่แท้จริง อย่างน้อยที่สุดคนพวกนั้นต้องไม่ด้อยกว่าตัวเขา!

จิตใจของสือฮ่าวจมดิ่งลง สิ่งที่เลวร้ายที่สุดกลายเป็นความจริงแล้ว

เขากำลังลูบสิ่งของชิ้นหนึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้อาวุโสใหญ่ทิ้งเขาไว้ เขาต้องเสียมันไปที่นี่จริงๆหรือ? ผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้ใช้มันในแดนรกร้าง แต่เขาจะใช้มันในสามพันแคว้น?

ดวงตาของสือฮ่าวเขารู้สึกรังเกียจผู้อมตะจากตำหนักเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ

“คนอื่นๆก็มีปัญหาด้วยอย่างนั้นหรือ? อย่างไรก็ตามในวันนี้ข้าต้องหยุดเจ้าก่อน!” ท้ายที่สุดแล้วผู้อมตะบนภูเขาห้าใบหน้าก็ไม่ยอมถอย

“สหายเต๋าเจ้าควรลองคิดอีกครั้ง!” บนรถศึกสีเงินเสียงของผู้อมตะที่แท้จริงนั้นเย็นชาอย่างถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานี้รถศึกของเขาเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ

กีบของม้าสวรรค์ทั้งแปดมีขนาดใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ พวกมันบดขยี้โดมท้องฟ้าก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ในเวลานี้หมอกรอบๆรถม้าศึกสีเงินปรากฏพลังแห่งความโกลาหลกระจัดกระจาย สิ่งต่างๆน่ากลัวมากขึ้นอย่างแท้จริง

“แม้ว่าสภาพของข้าจะไม่ดี แต่หากพูดถึงผู้อมตะด้วยกันข้าก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้กับใคร?” ผู้อมตะจากตำหนักเซียนยังคงเดินหน้าต่อ

บนรถศึกมีร่องรอยมากมายซึ่งแสดงถึงความรุ่งเรืองสุดขีดในอดีต

ในขณะนี้สายตาของสือฮ่าวเหลือบไปเห็นว่าด้านข้างของรถศึกมีรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ตัดผ่านแทบจะฉีกรถศึกออกจากกัน

ในขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่คุ้นเคย

รอยกรงเล็บคุนเผิง!

ถูกต้องเขามั่นใจว่าความเสียหายที่ทิ้งไว้บนรถศึกนั้นถูกทิ้งไว้โดยกรงเล็บของคุนเผิง ในตอนนั้นการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อได้เกิดขึ้น!

แน่นอนว่าผู้อมตะที่แท้จริงคนนี้เคยลอบโจมตีคุนเผิงจนบาดเจ็บสาหัสทั้งสองต่อสู้กันในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่!

“หากสหายเต๋ายังดื้อด้านเช่นนี้ก็มีเพียงการลงมือกันเท่านั้นถึงจะยุติเรื่องต่างๆลงได้” ผู้สูงสุดของเขาห้าใบหน้าไม่หวั่นไหวทัศนคติไม่เปลี่ยนแปลง

“สหายเต๋าเจ้าดื้อด้านเกินไปแล้ว!” รถม้าศึกสีเงินสั่นสะเทือนปลดปล่อยรัศมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวกระเพื่อมออกมา

ฮัวลาล่า!

ราชโองการสีทองถูกปลดปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า มันดุร้ายและมีรัศมีพลังที่น่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมาพร้อมกับอาวุธขั้นเสียงที่เก่าแก่นั่นคือขวานศึกโบราณเล่มใหญ่

อาวุธชิ้นนี้ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจึงเป็นอาวุธขั้นเซียนที่บกพร่องไม่สมบูรณ์ แต่พลังเซียนที่มันปลดปล่อยออกมานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คืออาวุธที่บุคคลในเต๋ามนุษย์จะไม่มีทางต้านทานได้

พลังแห่งความโกลาหลปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ขวานโบราณและพระราชโองการทองคำตกลงมาในเวลาเดียวกันราวกับว่าพวกมันกำลังจะสรรสร้างโลกขึ้นมาใหม่ทำให้สิ่งมีชีวิตทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว

ผู้ที่ไม่ได้รับการป้องกันจากเขาห้าใบหน้า ไม่ว่าระดับบ่มเพาะของพวกเขาจะสูงเพียงใดก็ต้องล้มลงกับพื้นไม่สามารถต้านทานรัศมีพลังอันน่ากลัวได้!

ยิ่งไปกว่านั้นดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดวงดาวบนท้องฟ้าก็สั่นไหวเช่นกัน ดวงดาวมากมายบนท้องฟ้าร่วงลงมาอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่จะถึงพื้นทุกสิ่งทุกอย่างก็กลายเป็นฝุ่นไป!

สือฮ่าวกำหมัดแน่นไม่รู้ว่าควรรู้สึกโกรธหรือเศร้า สิ่งนี้พิสูจน์แล้วว่ามีผู้อมตะอย่างน้อยสองคนในสามพันแคว้น

ในสงครามที่ชายแดนรกร้างตอนนั้นหากพวกเขาเต็มใจที่จะก้าวออกไปต่อสู้ ผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งจะไม่ตายในสนามรบ!

เมื่อคิดถึงผู้อาวุโสใหญ่เขาก็ยิ่งรู้สึกเศร้าโศกมากมากขึ้น การตายของผู้อาวุโสใหญ่เป็นเรื่องที่โชคร้ายเกินไป

สือฮ่าวหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นเขามีชีวิตอีกครั้งและกลับมาพร้อมด้วยพลังที่ท้าทายสวรรค์เพื่อบดขยี้สิ่งมีชีวิตอมตะเหล่านี้ให้แหลกสลาย!

“สหายเต๋าเจ้าต้องการต่อสู้จริงๆ” ผู้อมตะในรถศึกสีเงินตะโกนออกมา

“ถ้าข้าไม่ต่อสู้มันจะเป็นอันตรายต่อกรรมอันยิ่งใหญ่ของข้าในอนาคต พวกเจ้าบังคับข้าเอง!” ผู้อมตะของเขาห้าใบหน้าดูเหมือนจะโกรธเล็กน้อยเสียงของเขาเย็นชามาก

“เราไม่ต้องการบังคับเจ้าเช่นกัน แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น เอาอย่างนี้เป็นไงข้าจะปล่อยให้เขารอดชีวิตไปแต่เขาก็ต้องชดใช้ด้วยเช่นกัน” ผู้อมตะในรถศึกสีเงินกล่าว

เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างมากและไม่เต็มใจที่จะต่อสู้อย่างแท้จริง เป็นเพราะเมื่อการต่อสู้ในระดับสิ่งมีชีวิตอมตะเกิดขึ้น ด้วยสภาพปัจจุบันของเขาเขาอาจถึงขั้นเสียชีวิต

แน่นอนว่าเขาก็มีข้อได้เปรียบอยู่บ้างด้านจำนวนคน หากพวกเขาลงมืออย่างถึงที่สุดย่อมสามารถจัดการฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแน่นอน

ในราคาที่ต้องจ่ายออกไปนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายผลไม้เต๋าของเขา มันจะแตกต่างอย่างไรกับการที่เจ้าสังหารเขาไป?!” ผู้อมตะบนภูเขาห้าใบหน้ากล่าวอย่างเย็นชา

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะโจมตีเจ้าเด็กนี่ด้วยนิ้วเพียงข้างเดียวโดยจะอนุญาตให้เจ้าช่วยเหลือเขา หากเขาสามารถรอดชีวิตได้ข้าก็จะยอมเลิกราในเรื่องนี้!” สิ่งมีชีวิตในรถศึกกล่าว

สือฮ่าวโกรธมากเส้นผมของเขาปลิวไปมาอย่างยุ่งเหยิง อมตะในรถศึกสีเงินมองเขาเป็นตัวอะไร? หรือมันคิดว่าจะฆ่าเขาได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวจริงๆหรือ?

จบบทที่ 530 - ผู้อมตะของภูเขาห้าใบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว