เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

499 - สังหารผู้อมตะ

499 - สังหารผู้อมตะ

499 - สังหารผู้อมตะ


1810 - สังหารผู้อมตะ

สือฮ่าวเริ่มคิดกับตัวเอง เขามีไพ่ลับอีกสองสามใบที่สามารถพึ่งพาได้ แต่มันอาจจะไร้ประโยชน์หากฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้อมตะที่แท้จริง

“สิ่งนั้นจะได้ผลหรือไม่!” เขานึกถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง มันเต็มไปด้วยความเศร้าโศกสำหรับเขา

ผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งไม่ได้ใช้มันแม้ว่าเขาจะถูกฆ่าตายในสนามรบก็ตาม ในตอนนั้นเขาทิ้งมันไว้ให้สือฮ่าว เขาบอกว่าเขาจะไม่ใช้มันอย่างแน่นอนแม้ว่าเขาจะตายก็ตาม

“เจ้าคือผู้อมตะจริงๆ? ร่างกายของเจ้าอยู่ที่ไหน? บางทีเจ้าอาจเสียชีวิตไปนานแล้ว!”

สือฮ่าวสงบสติอารมณ์ เขาจ้องมองเข้าไปในเปลวไฟภายในวังทองแดงและกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

“ร่างกายของข้าจะอยู่เคียงคู่กับโลกไปชั่วนิรันดร์ แต่น่าเสียดายที่ร่างกายของข้าได้รับบาดเจ็บมากเกินไปมันเป็นเรื่องยากที่จะรักษาหาย” ภายในวังทองแดงเปลวไฟนั้นปล่อยเสียงออกมา

“ข้าเป็นเพียงรอยประทับของวิญญาณดั้งเดิมที่แยกออกมาเพื่อร่วมกับเปลวไฟแห่งสวรรค์นี้ อย่างไรก็ตามมันเพียงพอแล้วที่จะเผาเจ้าให้เป็นเถ้าถ่าน”

สิ่งที่เขาพูดคือความจริง แม้แต่รอยประทับก็เพียงพอที่จะฆ่าศัตรูทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างของอาณาจักรแห่งความเป็นอมตะ!

นั่นคือระดับพลังที่แตกต่างกัน การแยกระหว่างเต๋ามนุษย์และเต๋าอมตะเป็นเหมือนความแตกต่างระหว่างฟ้าดิน

“เฮ้อ!” สือฮ่าวถอนหายใจเบา ๆ

แม้แต่เมิ่งเทียนเจิ้งก็ไม่ได้ใช้มัน ตอนนี้เขาต้องใช้มันด้วยตัวเองแล้วหรือ?

ถ้าเขาไม่ใช้มันเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!

"เจ้ารู้รึเปล่า? การฆ่าแมลงอย่างเจ้าไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกถึงความสำเร็จเลยมีแต่ความรังเกียจ” ภายในวังทองแดงเสียงนี้ดังมาจากภายในเปลวไฟนั้น

ในสายตาของเขาไม่ว่าเจ้าหนูคนนี้จะมีศักยภาพมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาก็ยังถือว่าเป็นเพียงมดเท่านั้น เขายังไม่ได้กลายร่างไม่เคยบินขึ้นไปบนท้องฟ้าย่อมไม่เป็นภัยคุกคามใดๆแก่เขา

“เจ้าช่างโอหังจริงๆ” สือฮ่าวรู้สึกโกรธอยู่ข้างในและถามว่า

“ข้าไม่เข้าใจ เราสองคนไม่เคยมีความขัดแย้งกันเหตุไฉนเจ้าต้องมุ่งมั่นสังหารข้ามาโดยตลอด”

“เจ้าเป็นผู้สืบสายเลือดของคนบาปแม้กระทั่งได้รับมรดกของคุนเผิง อีกทั้งพรสวรรค์ของเจ้ายังสูงส่งอย่างยิ่ง แทนที่จะมีความขัดแย้งกับเจ้าในอนาคต ข้าคิดว่าควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจะดีกว่า” เสียงสงบดังมาจากเปลวไฟในวังทองแดง ถ้าเขาต้องการที่จะฆ่าสือฮ่าวเหตุผลมันก็ง่ายๆแค่นี้

“เจ้าไม่เคยปรากฏตัวที่ชายแดนรกร้าง อาการบาดเจ็บของเจ้าก็เกิดจากการต่อสู้กับคุนเผิง แต่ตอนนี้เจ้าคิดจะลงมือกับข้า เจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้อมตะของเก้าสวรรค์สิบพิภพอีกหรือ” สือฮ่าวเยาะเย้ย

“เจ้าก็แค่มดแมลงจะเข้าใจอะไร ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งมากกว่านี้อีกสิบเท่าก็ไม่อาจสร้างผลกระทบต่อข้า?” เสียงที่ไร้ความปรานีดังขึ้นจากแสงไฟอันร้อนแรงนั้น

ตอนนี้สือฮ่าวมีเปลวไฟแห่งความโกรธที่ลุกโชนอยู่ภายในตัวเขาแล้ว

เขาไม่ได้ใช้วัตถุผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งทิ้งไว้ให้เขา แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในร่างกายของเขาแสดงเจตจำนงว่าต้องการสังหารผู้อมตะคนนี้

“เอาล่ะถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว อย่ารบกวนการนอนของข้าอีกถึงแม้ว่าการสังหารเจ้าจะเป็นการทำให้มือของข้าแปดเปื้อนไป แต่ก็ถือเป็นการป้องกันหายนะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย” เสียงอันเยือกเย็นนี้ดังมาจากภายในวังทองแดง

ฮ่อง!

ในขณะนี้เปลวไฟนั้นพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ มันเต็มไปด้วยพลังแห่งเต๋าอมตะ ซึ่งเป็นสิ่งที่สือฮ่าวไม่สามารถหลบพ้น

สือฮ่าวยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเปลวไฟอันร้อนแรงขนาดเท่ากำปั้นก็พุ่งออกมาจากหน้าอกของเขา

เปลวไฟนี้มันอยู่ในร่างกายของเขามาหลายปีโดยไม่เคยมีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย

แต่วันนี้มันเคลื่อนไหวด้วยความตื่นเต้น ความร้อนของมันมีมากมายมหาศาลมันพุ่งเข้าหาเปลวไฟเซียนของผู้อมตะคนนั้นพร้อมกับกลืนกินลงไปอย่างหิวกระหาย

“ไม่อา…”

รอยประทับนั้นกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว เสียงคำรามของมันดังกึกก้องทั่วทั้งอาณาจักรวิญญาณ มันกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้สามารถหลบหนีออกไปได้

แสงที่เร่าร้อนของเปลวไฟทั้งสองล้นขึ้นสู่สวรรค์ในทันที

อย่างไรก็ตามไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของเปลวไฟผู้อมตะคนนั้นที่จะสามารถดิ้นรนหลบหนีไปได้ มันถูกกลืนกินโดยเปลวไฟที่อยู่ในร่างกายของเขาเสียงกรีดร้องของมันยังคงดังออกมาไม่หยุด

“เจ้าก็แค่เศษซากของเซียนเท่านั้น” สือฮ่าวเฝ้าดูทุกอย่างด้วยความสงบ

เขาคือผู้อมตะแม้ว่าเขาจะเหลือพลังชีวิตเพียงครึ่งเดียว แต่ก็ไม่มีใครกล้ามองเขาเหมือนมด เขายังคงทรงพลังเกินกว่าจะที่สิ่งมีชีวิตในโลกจะสามารถต่อต้านได้!

เหตุผลที่สือฮ่าวพูดเช่นนี้ก็เพื่อล้อเลียนเขา เป็นเพราะเมื่อไม่นานมานี้ผู้อมตะในวังทองแดงแสดงความดูหมิ่นเขาออกมา โดยกล่าวว่าการลงมือสังหารเขารังแต่จะทำให้มือของตัวเองสกปรกเท่านั้น

แสงอันร้อนแรงนั้นเจิดจ้าส่องประกายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!

ไม่มีใครสามารถคาดเดาผลลัพธ์นี้ได้แม้แต่สือฮ่าวเองก็ยังไม่คิดว่ามันจะเป็นเช่นนี้ ดวงจิตของเซียนอมตะที่แท้จริงกำลังจะถูกกลืนกินลงไปทั้งหมด!

เดิมทีดวงจิตของเซียนอมตะที่อยู่ในวังทองแดงนั้นถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟเซียนที่แท้จริงของเขาเอง แต่ตอนนี้มีเปลวไฟที่แท้จริงอีกดวงปรากฏขึ้นและต้องการที่จะฆ่าเขา!

“นี่คือ…ไม่!”

เซียนอมตะกรีดร้องออกมา เขาไม่เต็มใจจริงๆแมลงตัวนี้กำลังจะฆ่าเขา ต่อให้เป็นใครก็ไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน?

เปลวไฟสีทองของสือฮ่าวลุกโชนมากขึ้นกว่าเดิมแสงที่ส่องสว่างของมันงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคลสำหรับคนอื่นๆ

แต่สำหรับเซียนอมตะคนนี้นี่คือนรกขุมนรกที่เขาตกลงไป มันยากเกินกว่าที่เขาจะดิ้นรนเป็นอิสระ เปลวไฟนี้คือพลังทำลายล้างที่ดูดกลืนพลังชีวิตของเขาให้เหี่ยวแห้งไป!

โฮ่ว!

ผู้อมตะคนนั้นยังคงกรีดร้องออกมาไม่หยุด แสงที่ร้อนแรงเอ่อล้นเข้าท่วมท้องฟ้าเบื้องบนและปฐพีเบื้องล่าง ยอดภูเขาที่อยู่รอบๆถูกเผาจนเป็นสีแดงกลายเป็นหินหนืดและจากนั้นก็เหือดแห้งไป

ไม่มีอะไรหยุดพลังนี้ได้ นี่คือเปลวไฟที่แท้จริงของผู้อมตะซึ่งเป็นตัวแทนของพลังเต๋าอมตะมันสามารถทำลายทุกสิ่งได้

อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถฆ่าสือฮ่าว เพราะเขาได้รับการปกป้องโดยเปลวไฟเซียนอีกก้อน

“เป็นไปได้ยังไง?!” เขากรีดร้องออกมา

ร่างกายของเขาแตกออกจากกันจิตวิญญาณเซียนของเขาถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ เขากำลังจะถูกทำลาย

คชา!

เซียนอมตะคนนั้นกรีดร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย แสงเพลิงทั้งหมดได้ระเบิดออกไปด้านนอกรัศมีพลังเผาผลาญพื้นที่ไปกว่าหมื่นลี้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบกลายเป็นเถ้าถ่าน เซียนอมตะของเก้าสวรรค์สิบพิภพคนนั้นตายไปง่ายๆแบบนี้นี่เอง!

ในท้ายที่สุดเมื่อทุกอย่างสงบลงเปลวไฟสีทองเท่านั้นที่ยังคงอยู่ตรงหน้าสือฮ่าว มันมีขนาดเท่ากำปั้นสัญลักษณ์เต๋าอมตะหมุนวนอยู่รอบตัวมัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันดูดซับเปลวไฟที่แท้จริงของผู้อมตะคนนั้นก่อนจะหลอมรวมให้กลายเป็นพลังของตัวเอง

ทุกอย่างจบลงเพียงแค่นี้ราวกับว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง รอยประทับของผู้เชี่ยวชาญในอาณาจักรแห่งความเป็นอมตะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์!

สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่รกร้างโดยสิ้นเชิง ทุกสิ่งในช่วงหลายแสนถึงล้านลี้ถูกทำลายภูเขาและแม่น้ำพังพินาศจนหมดสิ้น!

นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างถึงที่สุด การโจมตีหนึ่งครั้งจากเปลวไฟเซียนทั้งสองถึงกับทำให้โลกทั้งใบแทบจะสูญสลาย

ซุป!

วังทองแดงแห่งนั้นพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยปรารถนาที่จะออกจากอาณาจักรวิญญาณแห่งนี้มันมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองและตอนนี้มันกำลังหวาดกลัว

สือฮ่าวมีสายตาเหม่อลอยอยู่ชั่วขณะ แต่เมื่อวังทองแดงขยับดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นแสงสีทองก่อนจะออกจากอาณาจักรวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ในห้องทำสมาธิร่างที่แท้จริงของสือฮ่าวลืมตาขึ้น พวกมันเป็นกกองไฟสองกองที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ห้องห้องศิลาสว่างขึ้นในทันที! ผีเสื้อจักรพรรดิ์บินออกไปจากไหล่เขาด้วยความตกใจ

สือฮ่าวกระโดดขึ้นมาจากท่านั่ง เขาลนลานออกตามหาพ่อแม่รวมทั้งเซียนอมตะฉิน เขากำลังจะพาครอบครัวของเขาออกไปจากที่แห่งนี้ทันที

เป็นเพราะเขาได้สังหารผู้อมตะที่แท้จริง นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนทั้งเก้าสวรรค์เบื้องบนและสิบพิภพเบื้องล่าง พายุใหญ่กำลังจะปั่นป่วนแน่นอนว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงอย่างยิ่ง!

ถ้าเขาสังหารเซียนอมตะคนนั้นไปแล้วจริงๆนั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เขาทำลายรอยประทับที่อยู่ในอาวุธเซียนของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น สิ่งนี้น่าจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่

ภายใต้สถานการณ์แบบนั้นเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบหนีออกไปให้เร็วที่สุด!

จบบทที่ 499 - สังหารผู้อมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว