เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 45 - Count Dimitri's Castle Ruins (1)

Chapter 45 - Count Dimitri's Castle Ruins (1)

Chapter 45 - Count Dimitri's Castle Ruins (1)


Chapter 45 - Count Dimitri's Castle Ruins (1)

"ฮี้~"

สามารถจะได้ยินเสียงของม้าได้จากใกล้เคียงและด้านนอกของหน้าต่างรถที่เขย่านั้น สามารถที่จะมองเห็นหอคอยสูงได้ ดวงจันทร์ลอยร่องอยู่เหนือมุมหอคอยและได้มีสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถระบุชนิดได้บินอยู่บนน่านฟ้า

"กุ๊บ กั๊บ ๆ ๆ"

รถได้เขย่าขึ้นลงไปตามเสียงกีบเท้าที่ดังออกมา สถานที่ๆซังจินถูกวาปมาก็คือภายในรถม้าที่กำลังมุ่งไปสู่ซากปราสาท

[ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทที่ปรักหักพังของเคาท์เดมิทรี]

[มันเป็นปราสาทที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อพันปีที่แล้ว]

[โปรดระวังผู้ที่อาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้]

[พวกเขานั้นได้อาศัยอยู่ที่ปราสาทนี้ตั้งแต่มันสร้างขึ้น]

เมื่อโอเปอเรเตอร์ได้ให้คำอธิบายจบรถม้าก็ได้หยุดลง มันได้จอดอยู่ที่หน้าประตูรั้วขนาดใหญ่ที่ได้มีเสียงโหยโหนน่าขนลุกได้ยินออกมา

"พวกเรามาถึงแล้วขอรับ ท่านนักล่า"

ในที่สุดซังจินก็เปิดประตูและออกมา ที่ด้านนอกประตูนั้นคนขับรถม้าได้คอยเขาอยู่ คนขับรถม้านั้นไร้ซึ่งหัว มันเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเห็นมัน แต่เขาก็ยังตกใจ

'ฉันไม่ชอบมันเลย...'

ซังจินเดินออกมาและไปยืนอยู่ที่ด้าหน้าทางเข้า

"หาว~"

มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะหาวออกมา มันเป็นเพราะว่าเขานั้นตื่นขึ้นมาเช้าเกินไป

[ทำการจัดทีมนักล่า]

ซังจินกระพริบตาและมองดูคนที่ค่อยๆปรากฏตัวออกมา เขาทำตามปกติของเขาโดยการตรวจสอบที่ฉายาก่อนเป็นอันดับแรก

'ทหารหุ้มเกราะ'

'การ์ด'

'นักแม่นปืนมือหนึ่ง'

ในตอนนั้นเองเขามองเห็นบางอย่าง ซังจินนั้นคิดว่าเขามองเห็นมันไม่ชัดเขาจึงขยี้ตาและมองใหม่

'เดี๋ยวก่อนนะ...ฉันไม่ได้มองผิดไป'

เขานั้นไม่ได้มองผิด ได้มีชายรู้ร่างสูงที่โกนหัวมีรอบสักแปลกๆทั่วร่างกาย เขานั้นเป็นพระที่มีดวงตาสีฟ้า เขามีลักษณะเด่นเป็นอย่างมาก

ซังจินนั้นรู้ชื่อเขาอยู่แล้ว

"มาฮาเดส"

ซังจินได้ตะโกนชื่อนั้นออกมา มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้วิ่งเข้าไปหาใครบางคนหลังจากการรีเซ็ต ที่ด้านบนหัวของพระนั้นเขียนไว้ว่า 'นักสู้ระดับสูง' พระคนนั้นได้หันหน้ากลับมามองที่ซังจิน

"เราเคยเจอกันหรือ"

ใช่ ใช่แล้วพวกเขาเคยเจอกัน เขานั้นเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถจะอยู่รอดไปได้ถึงช่วงสุดท้าย ที่มีเพียงคนไม่กี่ 10 คนที่เหลือรอดอยู่ คุณมักจะไปพบกับเพื่อนร่วมทีมจากรอบก่อนๆหากเข้าสู่การจู่โจมอีกครั้ง

ถึงแม้เข้าจะไม่ได้โชคดีอยู่รอดไปจนถึง '10 รอบสุดท้าย' แต่เขาก็เคยได้ร่วมงานกับซังจินถึง 3 ครั้ง พวกเขาได้ร่วมมือกันเพื่อพยายามเอาชีวิตรอด

และในตอนนี้พวกเขาก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในช่วงต้นของการจู่โจม

'โลกมันกลมมาก..'

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะเข้าไปหาเขาและจับมือเขย่าๆ มาฮาเดสได้กระพริบตาและมองไปที่ซังจินอย่างประหลาดใจ

"...นายรู้จักฉันได้ยังไง..."

ต้องขอบคุณที่พวกเขาเคยได้เจอกันถึง3ครั้ง ซังจินจึงได้รู้ถึงพื้นหลังของเขาเป็นอย่างดี เขานั้นเป็นนักเทควันโดผู้เชี่ยวชาญจากประเทศแคนนาดา เมื่อตอนที่เขาได้รับรางวัลจากชนะเลิศจากอเมริกาเหนือ เขาก็ได้รับคำเชิญให้เข้าสู่การต่อสู้แบบ MMA

ความแข็งแรงทนทานของเขานั้นเป็นตำนาน และด้วยการฝึกฝนเทควันโดของเขา ทักษะการเตะของเขาก็ได้รับการจัดอันดับที่สูงเป็นอย่างมาก ด้วยความสมบูรณ์แบบทางกายภาพร่างกายเขา การต่อสู้ MMA ของเขาจึงถูกคาดหวังอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการแข่งขัน เขาได้เตะคู่แข่งของเขาตายในระหว่างการแข่งกระชับมิตร

ดังนั้นเขาจึงต้องนำเงินสัญญาหลายพันล้านดอลล่าร์มาจ่ายและเข้าไปสู่อารามพุทธในพระเทศเกาหลี

เขาจ้องมองมาที่ังจินด้วยดวงตาสีฟ้าที่ตกใจของเขาขณะกล่าวออกมา

"ถ้านายรู้จักว่าฉันคือใคร แสดงว่านายคือคนเกาหลี...แต่ฉันในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าพระภิกษุสามัญเท่านั้น ได้โปรดลืมเรื่องเกี่ยวกับอดีตของฉันไป"

จากนั้นคนในกล่มก็ได้เริ่มจำได้เกี่ยวกับมาฮาเดส 'ทหารหุ้มเกราะ' เขาเงยหน้าขึ้นมาและพูดว่า

"อา ฉันคิดว่าฉันจำนายได้เช่นกัน แม้นายจะโกนหัว...แต่ฉันก็พอจะจำนายได้ว่านายเคยเป็นนักกีฬา MMA หรืออะไรซักอย่างใช่ไหม"

ลักษณะใบหน้าของทหารหุ้มเกราะนั้นชี้ให้เห็นว่าเขานั้นเป็นคนอเมริกาใต้ ที่อาจจะมาจากเม็กซิโก มาฮาเดสได้หันหน้าหนีออกไผ เขารู้สึกอึดอัดใจที่เริ่มมีคนจำเขาได้

"ทั้งหมดนั้นมันผ่านไปแล้ว"

ในตอนนั้นเองชายร่างสูง 'การ์ด' ได้ตัดสินใจพูดออกมา

"เฮ้ มันโอเคร มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ใช่ไหม"

และคนสุดท้ายที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้นก็คือชาวเอเชีย 'นักแม่นปืนมือหนึ่ง'

"ใช่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าพระคนนั้นมีชื่อเสียงอะไร แต่ก่อนอื่นเราจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเอาชนะการจู่โจม"

ซังจินได้ปบ่อยมือออกจากมาฮาเดส นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันในครั้งนี้ เขาอาจจะไม่พอใจก็ได้หากซังจินแสดงความคุ้นเคยมากกว่านี้

ตอนนี้เองเป้าหมายของการจู่โจมก็ปรากฏขึ้นมา


Count Dimitri’s Castle Ruins Raid

Objective – Hunt the Thousand year Count ‘Dimitri’

Time limit: 1 hour 30 minutes


[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 3 นาที]

ด้วยเสียงผระกาศนี้ เหล่านักล่าได้มารวมตัวกันและเตรียมความพร้อม 'การ์ด' ได้เริ่มต้นการสนธนาด้วยการแนะนำตนเองก่อน

"ฉันโดมินิค สเปนเซอร์ ฉันมาจากอังกฤษและอย่างที่พวกนายเห็นฉันใช้อาวุธเป็นหอก"

เขาได้ชูหอกขึ้นมาให้ทุกๆคนได้เห็นและกล่าวเสริมอีกหน่อย

"ฉันได้กำลังลองใช้เวทมนตร์บางอย่างเช่นกัน เวทมนตร์โจมตีละมั้ง หรืออะไรซักทาง มันเป็นเวทไฟพื้นฐาน"

'ทหารหุ้มเกราะ' ได้สัมผัสหนวดเล่นขณะพูดขึ้น

"ฉันชือจิโอวานี่ ฉันมาจาก...เม็กซิโก"

เขาดูเหมือนกับได้ซ่อนอะไรบางอย่าง

'เขาเป็นผู้ลี้ภัยทางกฏหมายงั้นหรอ ช่างเถอะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญในตอนนี้...'

ถ้าหากเขาเปนบางอย่างเช่นเดียวกับซานติเอโก้ เขาก็อาจจะเป็นปัญหา คนเอเชียที่ได้ถือธนูอยู่เริ่มแนะนำตนเอง

"ฉันชื่อเพ่ง หลง เป็นชาวจีน ส่วนใหญ่ฉันจะใช้อาวุธเป็นธนู แต่ฉันก็ยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้"

มาฮาเดสได้รวบมือเข้าด้วยกันในลักษณะภาวนาและตอบกลับมา

"ฉันชื่อมาฮาเดส สัญชาติของฉันคือชาวแคนนาดา แต่...มันก็ไม่สำคัญในตอนนี้หรอก ก่อนที่ฉันจะเข้าสู่อาราม ฉันได้ฝึกศิลผะการต่อสู้มา...และนั่นคือสิ่งที่ฉันใช้ในการต่อสู้"

ซังจินเหลือบมองไปด้านข้างเขา เนื่องจากได้มีชาวจีนอยู่ในทีมของเขามันจึงเป็นเรื่องยากที่จะโกหก ดังนั้นเขาจึงตอบสัญชาติไปตามจริง

"เค ชาวเกาหลี"

'การ์ด' โดมินิค สเปนเซอร์นั้นเผ็นหัวหน้า การที่มีผู้นำใน 5 คนนั้นจะทำให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"มาปรึกษากันเถอะ โดยเฉพาอย่างยิ่ง...นายได้รู้ถึงข้อมูลในกระดาษแล้วใช่ไหม..ที่ว่าบอสจะสามารถดูดเลือดผู้อื่นเพื่อเพิ่มพลังได้..."

จิโอวานี่ยังคงถูหนวดเล่นต่อไผในขณะตอลกลับมา มันเหมือนกับจะเป็นนิสัยที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขา

"หมาความว่า...หากเขาได้ดูดเลือดหลายๆครั้ง เขาก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหรอ"

ซังจินเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อบอสได้ดูดเลือดของใครสักคนแล้วพลังชีวิตของเขาจะเพิ่มขึ้นและเสตตัสก็เพิ่มขึ้นเช่นกันในหลายๆครั้ง

'มันคงจะดีถ้าหากฉันไปจัดการเพียงคนเดียว...'

ซังจินมองขึ้นไปที่ปราสาทเก่าๆ การจู่โจมในครั้งนี้นั้นมันแตกต่างจากครั้งก่อนๆ

มันแตกต่างกับแบบก่อนๆตรงที่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เร่ร่อนไปเรื่อยๆเพียงคนเดียวจนกว่าบอสจะถูกจัดการ

มันยังไม่แน่ชัดว่าจะไปตาทหาบอสลับหรือชิ้นส่วนลับได้ตามลำพังหรือไม่ แต่ว่าจนกว่าบอสจะถูกจัดการ ซังจินก็ถูกบังคับให้ร่วมทีมไปกับทีมของเขา ซังจินเหล่มองไปทีืทีมของเขา

พวกเขานั้นกำลังวางแผนตำแหน่ง รูปแบบอยู่

"ตั้งแต่ที่จิโอวานี่เป็นแท้ง ก็ช่วยยืนอยู่ข้างหน้านะ...ตามมาด้วยพระที่ฝึกศิลปะการต่อสู้และนักดาบชาวเกาหลี...และก็ฉันจากนั้นเพ่ง หลงจะอยู่ด้านหลัง เข้าใจนะ"

"เข้าใจ นอกจากนี้...ฉันได้สังเกตุว่าในช่วงแรกอาวุธและบทบาทหน้าที่จะได้รับการสุ่ม แต่เมื่อมันได้ดำเนินมาถึงตอนนี้ มันดูเหมือนกับว่าระบบจะกำหนดทีมให้ตามบทบาทหน้าที่ นายไม่คิดเช่นนั้นหรอ"

"ฉันคิดว่านายพูดถูกนะ แท้ง 1 คน ดาเมจ 3 คน และซับพอทด้านหลังอีกคนหนึ่ง ตั้งแต่...การจู่โจมสองครั้งที่ผ่านมา มันก็เป็นแบบนี้"

เขาคงจะต้องรอดูความสามารถของคนในทีมของเขา แต่ก็ไม่น่าจะมีใครที่อ่อนแอจนเกินไป และก็ตั้งแต่มีมาฮาเดสอยู่ภายในทีม ซังจินก็สามารถจะผ่อนคลายลงได้

ในขณะที่ชายทั้งสีคนปรึกษากันอยู่ ซังจินก็คิดขึ้นกับตัวเอง

'อย่างแรกก็ซื้อไอเทมจาก 'มืดมิดยิ่งกว่าสีดำ' โดยใช้รางวัลจากการจู่โจมนีิ...และเริ่มที่การจู่โจมหลังจากนั้น...ฉันจะเริ่มแทรกแซงการจู่โจมอื่นๆที่ไม่ใช่ของฉัน'

เขานั้นมีไอเทมในตำนานถึงสามชิ้น และยังมีไอเทมในตำนานที่มีเพียงชิ้นเดียอยู่อีกด้วย ดังนั้นการจู่โจมทำอะไรกับเขาได้อีกต่อไป มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะคิดถึงภาพรวมใหญ่ๆ

'ค้นหาผ่านการจู่โจมอื่นๆและช่วยพวกคนที่ดีและคนที่ไม่ได้ฆ่าผู้ใด...จากนั้นก็คัดเลือกคน '10 คนสุกท้าย' ด้วยตัวฉันเอง'

นี่เป็นแผนใหม่จากซังจินอันเนื่องจากการพบกับอิกกอ เขานั่นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากพอที่จะทีพลังส่งผลในการจู่โจมได้ด้วยตัวเอง เขาต้องการที่จะมีอิทธิพลในการจู่โจมให้มากที่สุด

เป้าหมายในตอนท้ายสุดคือการสร้าง 'ผู้รอดชีวิต 10 คนสุดท้าย' ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งพร้อมกับทั้งไว้วางใจได้ คนที่มีความสามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้ สิ่งนี้เท่านั้นที่จะสามารถทำให้เคลียการจู่โจมครั้งสุดท้ายได้

ในตอนท้าย ทั้งสิบคนที่เหลืออยู่จะทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ จนเหมาะสมที่จะเลือกว่า 'ผู้ถูกเลืกโดยพระเจ้า' ได้ แต่เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงโต้เถียงกันโดยไม่สนใจที่จะร่วมมือกัน ไปจนพวกเขาถูกกำจัดออกจนหมด

การจู่โจมนั้นมันเผ็นไปไม่ได้ที่จะถูกเคลียด้วย 'บุคคลที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ' เพียงคนเดียว เขานั้นรู้ได้จากประสบการณ์ของตัวเอง

'ในการจู่โจมรอบนี้ ฉันจะลุกขึ้นเป็นพระเจ้า เขียนกฏขึ้นมาใหม่และควบคุมทุกสิ่ง'

ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น

"เฮ้ เด็กหนุ่มชาวเกาหลี"

'การ์ด' โดมินิคได้พูดกับเขา

"นายคิดยังไง"

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร เพราะเขาไม่ได้ฟังการสนธนาเมื่อครู่นี้ ในตอนนี้ทุกคนมองมาที่เขา จิโอวานี่ตระหนักได้ว่าซังจินไม่ได้สนใจก็บ่นออกมา

"เฮ้ นายคิดยังไงบ้าง นี่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอด นายจะขาดความรับผิดชอบได้ยังไง"

พวกเขาได้วางแผนการต่อสู้กันในขณะที่อีกคนกำลังฝันถึงสิ่งอะไรก็ไม่รู้อยู่ ดังนั้นมันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะบ่นออกมา

'ฉันควรจะพูดอะไรออกไปดี'

ซังจินได้ตัดสินใจคำตอบของเขาครู่หนึ่ง และเขาก็ตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา เขาจะต้องทำงานร่วมกับคนพวกนี้ในช่วงเวลาหนึ่ง

"อืม เอาจริงๆนะ ฉันไม่ต้องการอะไรแบบแผนการหรอกนะ และก็..พวกนายที่เหลืออยู่ก็เช่นกัน"

ดวงตาของทุกๆคนเบิกกว้างขึ้นกับคำพูดของเขา โดมินิคได้มองมาอย่างสงสัยและถามกลับ

"นายหมายความว่าไง"

ซังจินตอบกลับ

"...นายจะเห็นเอง เพียงแค่ทำตามฉัน"

แทนที่เขาจะตอบกลับอีกเขาก็เอามือลงไปวางที่ดาบทั้งสองเล่ม ก่อนที่จะชักมันออกมา เพ่ง หลงได้แสดงความคิดเห็นออกมาในทันที

"สอง...ดาบคู่หรอ การใช้ดาบคู่อย่างนั้นหรอ"

มาฮาเดสผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ก็ออกความเห็นเช่นกัน

"มัน..ไม่ง่ายเลยที่จะสู้โดยใช่สองดาบเช่นนี้"

นี้มันไม่ใช่สิ่งที่ซังจินจะอธิบายออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อซังจินได้ดึงดาบออกมา เขาก็เริ่มเหวี่ยงมันด้วยความน่าเกรงขาม

"วูบ วูบ วูบ วูบ วูบ~"

ดาบทั้งสองเล่มได้สะท้อนกับแสงจันทร์ออกมา คนอื่นๆที่กำลังจะพูดก็เงียบลงในทันที

และในขณะนั้นเองโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมาถึงเวลาที่เหลืออยู่

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 10 วินาที]

จบบทที่ Chapter 45 - Count Dimitri's Castle Ruins (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว