เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 ของพรรค์นี้ มีดีอะไรถึงกล้ามาอยู่เหนือวรยุทธ์ดั้งเดิม?!

บทที่ 141 ของพรรค์นี้ มีดีอะไรถึงกล้ามาอยู่เหนือวรยุทธ์ดั้งเดิม?!

บทที่ 141 ของพรรค์นี้ มีดีอะไรถึงกล้ามาอยู่เหนือวรยุทธ์ดั้งเดิม?!


ฮั่วหลิงเฟยขมวดคิ้วแน่น

เมื่อเห็นกลุ่มศิษย์เบื้องหลังหน่วยคุมกฎทำท่าจะกรูเข้ามาควบคุมตัวเขา จิตสังหารในดวงตาก็พลันปะทุออกมาอย่างรุนแรง

เขายังไม่ได้ไปหาเรื่องศิษย์พวกนี้เลยด้วยซ้ำ

เพียงแค่ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประลองวรยุทธ์ดั้งเดิมบ้าบออะไรนั่น ไม่นึกเลยว่ามันจะบานปลายกลายเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้

สำนักเหิงกังบัดซบนี่...

รังแกกันเกินไปแล้ว!

ปราณหยวนกังอันน่าหวาดเสียวค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย ความร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นปกคลุมไปทั่ว คลื่นความร้อนม้วนตัวเป็นระลอก ราวกับมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวกำลังก่อตัวขึ้น

เบื้องหน้า

อู๋กังหรี่ตาลง เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ สีหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจแวบหนึ่ง

"วรยุทธ์ดั้งเดิม..." เขาพึมพำเบาๆ พร้อมกับปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น

เขาสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดเสียวของกลิ่นอายนี้ แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงภัยคุมคามลางๆ

เป็นไปได้อย่างไร...

ศิษย์วรยุทธ์ดั้งเดิมคนหนึ่ง จะมีพลังมหาศาลขนาดนี้เชียวรึ?

ถึงขนาดทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายได้

"เจ้าหนู เจ้าสังกัดปรมาจารย์ท่านใด?"

เขาสั่งให้ศิษย์หน่วยคุมกฎหยุดมือลงก่อน เมื่อเห็นฮั่วหลิงเฟยทำท่าจะลงมือ สีหน้าของเขาก็เย็นชาขึ้นทันที

นักรบวรยุทธ์ดั้งเดิมระดับนี้ เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน

ย่อมต้องเป็นศิษย์ในสังกัดของปรมาจารย์ระดับแนวหน้าในสำนักแน่นอน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นศิษย์วรยุทธ์ดั้งเดิมมีความสามารถถึงเพียงนี้ ถึงขั้นส่งแรงกดดันมาถึงเขาได้

ทว่าเขาก็ยังไม่เชื่อว่า ด้วยความสามารถของฮั่วหลิงเฟย จะสร้างบาดแผลที่ร้ายแรงให้แก่เขาได้

เพราะเขาฝึกสายเหิงกังมาโดยเฉพาะ ครอบครองเตาหลอมมหาสุริยัน และยังเป็นระดับปรมาจารย์ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่วรยุทธ์ดั้งเดิมจะมาเทียบชั้นได้ ต่อให้มีปรมาจารย์สายวรยุทธ์ดั้งเดิมมายืนอยู่ตรงหน้า

ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับระดับหยวนกังธรรมดาในสายตาเขาเลย

เบื้องหน้า

ฮั่วหลิงเฟยยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่เอ่ยคำใดออกมา

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าพลันหมุนเปลี่ยนไป สรรพสิ่งรอบตัวหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงร่างของอู๋กังที่ยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงจุดเดิม

เนตรพุทธิปัญญา!

ฮั่วหลิงเฟยจ้องมองอู๋กังด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ฝ่ายตรงข้ามมอบความรู้สึกที่แข็งแกร่งกว่าหลี่อันก่อนหน้านี้เล็กน้อย

ทว่า

สำหรับเขาในตอนนี้

มันก็งั้นๆ หรือเปล่านะ?

ฮั่วหลิงเฟยขยับร่างกาย กล้ามเนื้อถูกดึงรั้งจนถึงขีดสุด ร่างกายขยายพองพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับขุนเขาขนาดมหึมาที่กดทับลงมาเบื้องหน้า

ปรมาจารย์ที่ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ดั้งเดิม มักจะมีจุดอ่อนที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง

นั่นคือร่างกายที่อ่อนแอมาก

ต่อให้ศิษย์หรือปรมาจารย์ในสำนักเหิงกังจะมีการฝึกเคล็ดวิชาที่แท้จริงและวิชาสายกายามาบ้าง แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้กับวรยุทธ์ดั้งเดิม

ต่อให้เป็นร่างกายระดับหยวนกังของสายวรยุทธ์ดั้งเดิม ก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกนั้น

ร่างสภาวะที่สาม!

ร่างกายของฮั่วหลิงเฟยพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เงาทมิฬอันน่าเกรงขามเข้าปกคลุมร่างของอู๋กังไว้จนมิด จนกระทั่งความสูงหยุดลงที่สี่ถึงห้าเมตร

ห้านิ้วอันดุร้ายขยับไปมา มือใหญ่ที่หนาบึกบึนราวกับรากไม้พันธนาการดูน่าหวาดเสียวยิ่งนัก

ร่างกายในสภาวะที่สาม บรรลุถึงระดับที่ยากจะจินตนาการ

โดยเฉพาะหลังจากที่เขาทะลวงเข้าสู่ระดับหยวนกังขั้นสูงสุด

ความสูงระดับนี้จวนจะแตะระดับเดียวกับสภาวะพยัคฆ์ขาวสังหารอยู่แล้ว เขามีความรู้สึกว่าเขาสามารถบีบปรมาจารย์ตรงหน้าให้ตายคามือได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

"ของพรรค์นี้... ของพรรค์นี้น่ะหรือ ที่กล้ามาทำเป็นอยู่เหนือวรยุทธ์ดั้งเดิม?!" ฮั่วหลิงเฟยก้มมองอู๋กังที่ดูเหมือนจะถูกหยุดเวลาไว้

ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความรู้สึกใดๆ

ได้แต่ยืนอึ้งจ้องมองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่า

เขาสัมผัสได้ถึง

พลังที่พรั่งพรูอยู่ภายในร่างกายของอู๋กัง ดูเหมือนจะน่าหวาดเสียวมาก แต่หากเทียบกับพลังในร่างกายของเขาแล้ว กลับเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด

เขาพ่นลมหายใจร้อนระอุออกมา

ห้านิ้วค่อยๆ เคลื่อนไหว

อู๋กังที่เคยหยุดนิ่งพลันกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง และเมื่อเห็นฮั่วหลิงเฟยตรงหน้า เขาก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจ "ท่านคือใคร?!"

"คือแม่แกไง!"

ฮั่วหลิงเฟยใช้พลังบดขยี้ลงไป

เขาบดขยี้ศีรษะของอีกฝ่ายจนแหลกเหลวในพริบตา

ปราณโลหิตและเศษเนื้อระเบิดกระจายออกมาระหว่างง่ามนิ้ว

ภาพนิมิตสลายตัวลงทันที

ร่างของอู๋กังกลับมาปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้งในโลกความจริง

"ข้าพูดกับเจ้า เจ้าไม่ได้ยินหรือไง?!" อู๋กังขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นว่าฮั่วหลิงเฟยไม่มีท่าทีจะตอบคำถามของเขา

โทสะที่ไร้ชื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้า

เป็นแค่วรยุทธ์ดั้งเดิม ต่อให้จะมีฝีมือบ้าง แต่กล้าดีอย่างไรถึงไม่ตอบคำถามของเขา?!

"ท่านผู้อาวุโสอู๋... มันไม่มีปรมาจารย์หนุนหลังหรอกครับ แถมก่อนหน้านี้มันยังกล้าด่าทอท่านปรมาจารย์ด้วย!"

รอบกาย

ศิษย์ที่ถูกฮั่วหลิงเฟยซัดจนพิการต่างส่งเสียงฟ้องด้วยความแค้นเคือง

"หึ ใจกล้าดีนี่เจ้าเด็กน้อย!" อู๋กังแค่นเสียงเหอะออกมา

ร่างของเขามาปรากฏตรงหน้าฮั่วหลิงเฟยในพริบตา กลิ่นอายอันน่าหวาดเสียวโถมเข้าใส่ เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะกระชากตัวฮั่วหลิงเฟยขึ้นมา

"ปัง!"

พลังมหาศาลกระแทกเข้าที่หน้าท้องของอู๋กังอย่างจัง มือใหญ่ที่บึกบึนคว้าหมับเข้าที่หัวของเขาไว้แน่น ก่อนจะทุ่มลงกับพื้นอย่างสุดแรง!

พลังทำลายล้างมหาศาลซัดลงบนพื้น ส่งผลให้แผ่นดินแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา

รอยร้าวนับไม่ถ้วนแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง!

พื้นดินยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึก

ฮั่วหลิงเฟยมีสีหน้าเรียบเฉย เขาออกแรงที่ห้านิ้วคว้าตัวอู๋กังในหลุมขึ้นมา แล้วระดมทุ่มลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

ปราณหยวนกังบนท่อนแขนกดทับลงบนร่างของอู๋กัง จนทำให้เขาไม่สามารถโคจรปราณเหิงกังภายในกายออกมาใช้ได้แม้แต่น้อย!

อู๋กังในมือของเขายามนี้เปรียบเสมือนตุ๊กตาไร้ทางสู้ที่ถูกฮั่วหลิงเฟยรุมทึ้งอย่างโหดเหี้ยม

เขาระดมทุ่มลงกับพื้นไปหลายสิบครั้ง

จนกระทั่งฮั่วหลิงเฟยเริ่มรู้สึกเบื่อ เขาจึงสะบัดมือเหวี่ยงร่างของอู๋กังกระเด็นออกไปไกลหลายสิบเมตร

สิ่งก่อสร้างตามรายทางระเบิดพินาศยับเยิน

พลังมหาศาลพัดพาให้ร่างของเขาลากยาวไปบนพื้นจนเกิดเป็นร่องลึกหลายสิบเมตร

ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างพากันยืนแข็งทื่อไปตามๆ กัน

รูม่านตาของแต่ละคนสั่นระริกด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก

"ท่านผู้อาวุโสอู๋... ผู้อาวุโสหน่วยคุมกฎ กลับถูกไอ้วรยุทธ์ดั้งเดิมนี่ทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวงั้นรึ?!"

"นี่... นี่ล้อกันเล่นรึเปล่า ท่านเป็นถึงระดับปรมาจารย์เชียวนะ!"

"วรยุทธ์ดั้งเดิมคนเดียว นอกจากจะซัดพวกเราจนน่วมแล้ว ยังกล้าซัดผู้อาวุโสอู๋แห่งหน่วยคุมกฎอีกงั้นรึ?!"

"หา?!"

"......"

ทุกคนหน้าถอดสีด้วยความสยดสยอง ภาพที่เห็นมันช่างน่าเหลือเชื่อจนราวกับเห็นผี

ผู้อาวุโสอู๋เป็นถึงระดับปรมาจารย์!

ศิษย์อย่างพวกเขาต่อหน้าท่านก็เป็นได้แค่เพียงมดปลวก ช่องว่างระหว่างปรมาจารย์กับหยวนกังมันกว้างใหญ่ดุจนักรบกับคนธรรมดา จนไม่มีใครกล้าคิดจะขัดขืน

ทว่าในวันนี้...

พวกเขากลับได้เห็นระดับหยวนกังขั้นสูงสุดคนหนึ่ง กำลังไล่ทุบปรมาจารย์ของพวกเขาอย่างเมามัน!

และที่สำคัญ

ไอ้หยวนกังคนนี้ยังเป็นสายวรยุทธ์ดั้งเดิมอีกด้วย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของทุกคนก็เกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?!

แต่ในเมื่อแม้แต่ปรมาจารย์ยังโดนถล่มจนยับ การที่พวกเขาระดับหยวนกังจะโดนซัดจนหมอบก็ดูจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที...

ที่ไกลออกไป

ใบหน้าของชายชรากลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

เขามองดูร่างอันน่าเกรงขามของฮั่วหลิงเฟยที่กดดันปรมาจารย์อู๋จนไม่มีทางสู้ สีหน้าของเขาดูหดหู่อย่างถึงที่สุด

จัดการคนระดับเดียวกันก็ว่าหนักแล้ว

แต่นี่ถึงกับซัดระดับปรมาจารย์ร่วงเลยงั้นรึ?!

นี่มันยังเรียกว่าวรยุทธ์ดั้งเดิมได้อยู่อีกหรือ?

เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า วันหนึ่งจะมีนักรบหยวนกังที่มาจากสายวรยุทธ์ดั้งเดิมเหมือนเขา มาซัดปรมาจารย์ที่ฝึกเคล็ดวิชามหาสุริยันจนหมอบต่อหน้าต่อตาแบบนี้

ซ้ำยังไม่ใช่แค่ชนะธรรมดา แต่เป็นการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว

ปรมาจารย์อู๋ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย

ทำได้เพียงถูกฮั่วหลิงเฟยกดไว้กับพื้นและทุบตีอย่างทารุณ

"ข้ากำลังฝันไป หรือว่านี่คือความจริงกันแน่?"

เขาพึมพำเบาๆ พลางขยี้ตาซ้ำๆ ราวกับอยากจะยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตา

ทว่าเขาก็เห็นเพียง

ฮั่วหลิงเฟยสะบัดมือเบาๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย เขาถึงขั้นรู้สึกว่าการใช้ร่างสภาวะที่สามมาซัดคนระดับนี้ ถือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ

ลำพังแค่ร่างกายปกติของเขาก็สามารถกดดันอีกฝ่ายได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แล้ว

แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะอีกฝ่ายประมาทเขาเกินไปก็ตาม

ที่ไกลออกไป

อู๋กังมีสีหน้าเรียบเฉยขณะค่อยๆ เดินออกมาจากซากปรักหักพัง บนตัวเขาดูเหมือนจะไม่มีร่องรอยอาการบาดเจ็บใดๆ

ทว่ากลับมีกลิ่นอายสายหนึ่งค่อยๆ พุ่งทะยานขึ้นมาจากร่างกายของเขา กลิ่นอายระดับปรมาจารย์เข้าปกคลุมทั่วพื้นที่ในทันที

เขามองเห็นสายตาของศิษย์ทุกคนจดจ้องมาที่เขา ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเดือดดาลถึงขีดสุด "ดี! ดีมาก! กล้าดีอย่างไรมาหยามข้าถึงเพียงนี้!"

เจตจำนงปรมาจารย์อันน่าหวาดเสียวโถมนิรันดร์ลงมา ส่งผลให้ทุกคนในที่นั้นหน้าถอดสีทันที

"เจตจำนงปรมาจารย์... จบแล้ว ไอ้เด็กนี่จบเห่แล้ว กล้าลงมือกับปรมาจารย์!"

"ก่อนหน้านี้แค่ด่าทอก็นับว่าหนักแล้ว คราวนี้ถึงขั้นลงมือกับปรมาจารย์ เกรงว่าต่อให้ถูกทุบจนตายทั้งเป็นก็ยังถือว่าเบาไป"

"กล้าลงมือกับปรมาจารย์ไม่พอ แต่นี่คือคนของหน่วยคุมกฎนะโว้ย ตายอย่างเดียวเท่านั้นแหละ!"

"......"

บรรดาศิษย์โดยรอบสัมผัสได้ถึงเจตจำนงปรมาจารย์ที่โหมกระหน่ำมา ต่างก็พากันหน้าเสีย

พวกเขาถึงกับสัมผัสได้ถึงโทสะอันมหาศาลที่พรั่งพรูออกมา

และนี่คืออานุภาพที่ปรมาจารย์อู๋กังพยายามสะกดข่มไว้บ้างแล้ว

เพราะเกรงว่าจะไปรบกวนบรรดามหาปรมาจารย์บนสวรรค์ชั้นสูง

มิเช่นนั้น สำนักเหิงกังทั้งแห่งคงถูกห่อหุ้มด้วยเจตจำนงปรมาจารย์อันน่าสะพรึงกลัวนี้ไปนานแล้ว

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้

หลายคนพากันยิ้มเยาะด้วยความสะใจ และเริ่มตัดสินโทษประหารให้ฮั่วหลิงเฟยในใจไปเรียบร้อยแล้ว

"ต่อให้เจ้าจะมีปรมาจารย์คอยหนุนหลัง ข้าก็จะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตรงนี้ เพื่อระบายโทสะในใจของข้า!"

อู๋กังดวงตาแดงก่ำไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น

ในฐานะปรมาจารย์กลับถูกหยามหน้าถึงเพียงนี้

หากเป็นปรมาจารย์ระดับเดียวกันก็ว่าไปอย่าง

ถือว่าฝีมือด้อยกว่า

แต่นี่เป็นเพียงแค่นักรบหยวนกังสายวรยุทธ์ดั้งเดิม ซ้ำยังไม่มีปรมาจารย์คอยคุ้มกะลาหัว กล้าดีอย่างไรมาลบหลู่เขาขนาดนี้

ต่อให้เขาจะสังหารฮั่วหลิงเฟยทิ้งเสียตรงนี้ ก็ย่อมไม่มีปัญหาใดๆ

ยิ่งเขาเป็นถึงผู้อาวุโสหน่วยคุมกฎด้วยแล้ว

บนท้องฟ้า ปราณเหิงกังอันน่าหวาดเสียวระเบิดออกกะทันหัน มหาสุริยันอันน่าเกรงขามพลันปรากฏขึ้นแขวนเด่นอยู่กลางเวหา

เจตจำนงเหิงกังเข้าบดขยี้

ปราณเหิงกังนับไม่ถ้วนระเบิดออกรอบตัว แรงกดดันที่ยากจะจินตนาการโถมเข้าใส่ฮั่วหลิงเฟยทันที ร่างกายของเขาส่งเสียงลั่นกึกก้องออกมาเป็นระลอก

เหนือศีรษะพลันปรากฏกงล้อเหิงกังขนาดมหึมา กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่อลังการแผ่ซ่านออกมาจากภายในนั้น

ทุกคนที่ตกอยู่ในรัศมีของพลังต่างพากันหน้าถอดสีด้วยความตกใจ

นี่คือหนึ่งในสุดยอดวิชาของสำนักเหิงกัง กงล้อเหิงกัง ซึ่งควบแน่นมาจากปราณเหิงกัง

ผู้ที่ติดอยู่ในวิชานี้จะถูกกดทับอยู่ตลอดเวลา อานุภาพทัดเทียมกับเจตจำนงพุทธะโบราณของวัดเสี่ยวเหลยอินเลยทีเดียว!

ทุกคนเห็นดังนั้นต่างก็อุทานด้วยความทึ่ง

นี่คือวิชาที่มีเพียงระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่จะสำแดงออกมาได้

นานทีปีหนถึงจะได้เห็นปรมาจารย์ลงมือจริงๆ วันนี้ช่างเปิดหูเปิดตาเสียเหลือเกิน

"แกรก แกรก—"

เสียงเอ็นและกระดูกลั่นดังไปทั่วร่าง ฮั่วหลิงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองไปยังกงล้อเหนือศีรษะพลางสัมผัสถึงแรงกดดันที่ถาโถมลงมา

ในร่างปกติ ร่างกายของเขาเริ่มจะรับภาระไม่ไหว

จากนั้นเพียงพริบตา ร่างกายเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายอันน่าหวาดเสียวระเบิดออกมาอีกครั้ง

ในร่างสภาวะที่สอง แรงกดดันทั่วร่างพลันมลายหายไปสิ้น ร่างกายที่ทรงพลังสามารถต้านทานแรงกดทับที่พรั่งพรูลงมาจากกงล้อนั้นได้อย่างมั่นคง

"แฮ่ก—"

ร่างที่สูงกว่าสามเมตรขยับขยายอย่างช้าๆ ฮั่วหลิงเฟยชูห้านิ้วขึ้นมาปรากฏควันสีดำอันน่าหวาดเสียววนเวียนอยู่รอบนิ้ว เขาจ้องมองกงล้อที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัวด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะซัดฝ่ามือออกไปเต็มแรง!

"ปัง!"

กงล้ออันยิ่งใหญ่อลังการบนท้องฟ้าถูกการโจมตีเพียงครั้งเดียวบดขยี้จนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ปราณเหิงกังนับไม่ถ้วนสลายตัวไปรอบทิศทาง

อู๋กังเบื้องหน้าถึงกับรูม่านตาหดเกร็งวูบ

เบื้องหน้าของเขาพลันถูกเงาทมิฬขนาดมหึมาเข้าปกคลุมไว้ทันที

ร่างของฮั่วหลิงเฟยมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็มิอาจทราบได้ ร่างอันน่าเกรงขามนั้นกดทับลงมาอย่างรุนแรง

แววตาเย็นชาของเขาก้มมองอู๋กังเบื้องล่าง "ฆ่าข้า?"

กลิ่นอายที่ร้อนระอุราวกับลาวาพุ่งเข้าใส่ อู๋กังที่สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าหวาดเสียวนี้ก็เสียอาการไปอย่างสิ้นเชิง "เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"เจ้าเป็นใครกันแน่?!"

"แค่วรยุทธ์ดั้งเดิม จะไปทำลายสุดยอดวิชาของข้าได้ยังไง?!"

เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

กลิ่นอายระดับนี้ไม่มีทางเป็นเพียงระดับหยวนกังแน่ ปรมาจารย์สายวรยุทธ์ดั้งเดิมก็ไม่มีทางมีสง่าราศีขนาดนี้ อานุภาพมันรุนแรงยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก!

นี่มันวรยุทธ์ดั้งเดิมภาษาอะไรกัน?!

เขาตระหนกจนตัวสั่น ถึงขั้นถูกบารมีของฮั่วหลิงเฟยข่มจนเสียสมาธิไปชั่วขณะ

มือใหญ่ที่น่าหวาดเสียวตบลงมา ห้านิ้วที่งอเป็นกรงเล็บฉีกทะลวงปราณคุ้มกันของอู๋กังจนขาดสะบั้น ก่อนจะจิกลึกเข้าไปในเนื้อหนังของเขา

จากนั้นฮั่วหลิงเฟยก็มีสีหน้าเรียบเฉย เขาลงมือหักแขนขาของอีกฝ่ายทิ้งอย่างเลือดเย็น โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

เขาสั่งสอนปรมาจารย์ด้วยการหักแขนขาเขาทั้งเป็น แล้วหิ้วคออีกฝ่ายขึ้นมาเหมือนกำลังหิ้วสุนัขตายตัวหนึ่ง

"ก็งั้นๆ เอง" เขาประเมินออกมาสั้นๆ

ฮั่วหลิงเฟยไม่มีสีหน้ายินดีแม้แต่น้อย

มันเป็นการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว พลังของเขาในยามนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน มันก้าวหน้าขึ้นมามหาศาลจริงๆ

อย่าว่าแต่ไอ้นี่เลย

ต่อให้เป็นหลวงจีนรูปนั้นมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาในตอนนี้ ก็คงถูกเขาบดขยี้ไม่ต่างกัน

ยิ่งเขายังไม่ได้ใช้สภาวะพยัคฆ์ขาวสังหาร และยังไม่ได้งัดเอาจิตสังหารที่เก็บสะสมไว้มาใช้เลยด้วยซ้ำ หากเขาเอาจริงขึ้นมา เขาเชื่อว่าปรมาจารย์ในสำนักเหิงกังทั้งหมดยกเว้นพวกระดับท็อปเพียงไม่กี่คน

คงไม่มีใครต้านทานเขาได้แน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้สัมผัสถึงระดับพลังของปรมาจารย์ที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว

เขาทำได้เพียงให้คำนิยามสั้นๆ ว่า

"ธรรมดา"

เขาทิ้งร่างอู๋กังลงกับพื้น

รอบตัวเขายามนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปหมดสิ้น

"น่าสนใจดีนี่"

น้ำเสียงราบเรียบสายหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของฮั่วหลิงเฟย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ก่อนจะหันกลับไปมองยังทิศทางต้นเสียงทันที

ภาพที่เห็นคือ

ใบหน้าอันเหี่ยวย่นของชายชราคนหนึ่งปรากฏสู่สายตา ทั้งเส้นผม คิ้ว และเครา ล้วนยาวสยาย เขาไขว้มือไว้เบื้องหลังพลางจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

และเบื้องหลังของเขา

มีปรมาจารย์หลายท่านยืนจ้องมองมาด้วยสีหน้าเย็นชา

ดูเหมือนพวกเขาจะเดินทางมาถึงที่นี่ตามเสียงกัมปนาทตั้งนานแล้ว แต่เมื่อเห็นชายชราผู้นี้ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ทุกคนจึงได้แต่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเท่านั้น

เหล่าศิษย์ที่เห็นร่างของชายชราผู้นี้ ต่างก็รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นไปตามๆ กัน

ในสมองของทุกคนปรากฏเพียงชื่อเดียวเท่านั้น

มหาปรมาจารย์หลิวหยวน?!

"เอ็นและกระดูกไม่เลวเลย พรสวรรค์ก็ยอดเยี่ยม ไม่นึกเลยว่าจะสามารถใช้ร่างกายวรยุทธ์ดั้งเดิมทัดเทียมกับปรมาจารย์ได้..." เขากวาดสายตามองฮั่วหลิงเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางเดาะลิ้น แววตาฉายแววตื่นเต้นขึ้นมาวูบหนึ่ง

พริบตาเดียวคล้ายมีสายลมพัดผ่าน

ร่างกายของเขามาปรากฏอยู่ตรงหน้าฮั่วหลิงเฟยอย่างกะทันหัน

"ต่อยข้าสิ!"

หลิวหยวนเอ่ยปากออกมาอย่างกะทันหัน

...........................

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 141 ของพรรค์นี้ มีดีอะไรถึงกล้ามาอยู่เหนือวรยุทธ์ดั้งเดิม?!

คัดลอกลิงก์แล้ว