- หน้าแรก
- หนึ่งวันต่อหนึ่งปีพลัง เจ้ายังเสียใจอีกหรือ
- บทที่ 85 หวังว่าคงไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง
บทที่ 85 หวังว่าคงไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง
บทที่ 85 หวังว่าคงไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง
หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาแห่งหนึ่ง
มือหนาอันทรงพลังกำลังลูบไล้ศีรษะของชาวบ้านคนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง นิ้วมือกดคลึงไปมาพร้อมกับน้ำเสียงอันอ่อนโยนที่เอ่ยออกมา "ประสก... อาตมามาจากวัดเสี่ยวเหลยอิน ยามนี้อสูรอาละวาด การที่อาตมาช่วยพวกเจ้ากำจัดอสูรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"การเรียกเก็บค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมิใช่หรือ"
ดวงตาที่สงบนิ่งจ้องมองไปยังซากอสูรขนาดมหึมาที่ถูกฉีกเป็นสองท่อนในที่ไกลๆ น้ำเสียงของเขาดูจะยิ่งทวีความอ่อนโยนมากขึ้น
ทว่าทันทีที่เขากล่าวจบ
ชาวบ้านที่ถูกเขาลูบหัวอยู่ก็พลันมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ราวกับได้เห็นภาพที่สยดสยองที่สุดในชีวิต แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นิ้วมือที่เปื้อนเลือดจางๆ ยังคงลูบคลึงอยู่บนศีรษะ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยเข้าสู่จมูกไม่ขาดสาย
ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บ คล้ายกับจะมีกลิ่นปัสสาวะโชยออกมาเจือจาง
แววตาที่เลื่อนลอยของชาวบ้านค่อยๆ หันไปมองที่ด้านหลังของพระรูปนั้น ทั่วทั้งหมู่บ้านถูกฆ่าล้างบางจนหมดสิ้น เลือดสดๆ ไหลนองออกมาจากที่ไกลๆ ก่อนจะไหลหลั่งลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าอย่างไม่ขาดสาย
ซากศพนอนระเกะระกะทับถมกันอยู่ในกองเลือด
ภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้าทำให้เขากลัวจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
พระสงฆ์ในชุดจีวรสีขาวสะพาดลูกประคำในมือ เมื่อได้กลิ่นเหม็นคาวนั้นเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น "ประสกเอ๋ย... เหตุใดเจ้าถึงได้ไม่ให้เกียรติอาตมาเช่นนี้..."
"หากเป็นเช่นนี้ พุทธองค์คงไม่อาจคุ้มครองพวกเจ้าได้แล้วล่ะ..."
นิ้วมือทั้งห้าของเขาค่อยๆ กดลึกลงไปในดวงตาของชายตรงหน้า เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังระเบิดขึ้นทันที
จากนั้นก็ได้ยินเสียงเนื้อและกระดูกแตกกระจาย
ศีรษะทั้งศีรษะถูกพละกำลังอันมหาศาลบดขยี้จนระเบิดออกคามือ!
"ล้วนแต่เป็นพวกจัณฑาลชั้นต่ำ... อาตมาอุตส่าห์มาปราบอสูรให้ และต้องการเพียงต้นกล้าไม่กี่ต้นเท่านั้น เหตุใดต้องขัดขืนด้วย..." เขามองดูเลือดที่ไหลนองเป็นแม่น้ำไปทั่วหมู่บ้านแล้วพึมพำเบาๆ
จีวรสีขาวสะอาดเริ่มมีรอยเลือดเปรอะเปื้อน เขาเพียงแค่สะบัดมือที่ชุ่มเลือดเบาๆ รอยเลือดเหล่านั้นก็มลายหายไปในพริบตา
"ไม่รู้ว่าผู้มีเส้นเอ็นมังกรคนนั้นตอนนี้ไปถึงระดับไหนแล้ว..." ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ
ในดินแดนที่แร้นแค้นเช่นนี้ กลับมีคนที่มีเส้นเอ็นมังกรมาจุติได้...
นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าสนใจยิ่งนัก
แววตาของเขาฉายความกระหายออกมา ร่างกายดูสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
เส้นเอ็นมังกรคือสิ่งที่ร้อยปีจะปรากฏมาสักคน ผู้ครอบครองย่อมถูกยกย่องว่าเป็นยอดอสูรแห่งวิถียุทธ์ และมีชื่อเสียงทัดเทียมกับกายทำลายขีดจำกัด!
ยอดอัจฉริยะเช่นนี้ กลับมาเกิดในสถานที่เล็กๆ แบบนี้เนี่ยนะ!
พอนึกถึงตรงนี้
ลมหายใจของเขาก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้นมาทันที
เส้นเอ็นมังกรไม่เพียงแต่จะหาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี สำหรับพวกเขามันยังเป็นตัวนำโอสถชั้นเลิศที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าสมุนไพรอายุพันปีเสียอีก
หากได้เส้นเอ็นและกระดูกมาเป็นส่วนผสมในการหลอมโอสถมนุษย์ เกรงว่ามันคงจะช่วยส่งเสริมพละกำลังของเขาให้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด หรือเผลอๆ อาจจะทะลวงผ่านระดับปัจจุบันไปได้เลย!
นี่คือตัวนำโอสถที่หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...
ใบหน้าที่มีเค้าความเมตตาในตอนแรก พลันบิดเบี้ยวเป็นความอำมหิตทันทีที่นึกถึงร่างของฮั่วหลิงเฟย
นับว่าโชคดีที่ตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ข่าวนี้
หากเรื่องนี้เข้าหูมหาเถระรูปอื่นในสำนัก เกรงว่าคงหลีกเลี่ยงการแย่งชิงครั้งใหญ่ไม่พ้น
และคนอื่นๆ... ก็คงจะดาหน้ากันมาช่วงชิงตัวเด็กคนนี้แน่นอน
ตัวตนที่ทัดเทียมกับกายทำลายขีดจำกัด เพียงพอที่จะทำให้เหล่าปรมาจารย์ต้องยอมสู้ตายเพื่อแย่งชิงมาครอบครอง
ผู้ที่มีกายทำลายขีดจำกัดคนล่าสุดที่ปรากฏตัวขึ้น จบลงด้วยการที่ปรมาจารย์ท่านหนึ่งต้องบาดเจ็บสาหัส การต่อสู้ในครั้งนั้นถึงจะยุติลงได้
"หากเส้นเอ็นมังกรนั้นบรรลุขั้นสมบูรณ์ จนเสียงเสียดสีของกระดูกและเอ็นดังกังวานดุจโลหะได้ มันคงจะวิเศษยิ่งกว่านี้" เขากระซิบเบาๆ สีหน้ากลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็น "ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน..."
เขาหันไปมองในทิศทางที่ไกลออกไป ตรงนั้นอยู่ใกล้กับเมืองอวิ๋นไห่มากแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมังกรอสูรที่กำลังคลุ้มคลั่งและแผดคำรามมาจากทางหุบเหวซิงไห่
"อาตมาเคยได้ยินมาว่า เมืองอวิ๋นไห่เมื่อไม่กี่ปีก่อนยังมีปรมาจารย์หลงเหลืออยู่คนหนึ่ง..." แววตาของเขานิ่งสงบ พอนึกถึงเรื่องนี้เขาก็แอบประหลาดใจเล็กน้อย "แต่ดูเหมือนจะสิ้นชีพไปแล้วสินะ"
เขาสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของปรมาจารย์คนไหนในเมืองอวิ๋นไห่เลย เขาจึงส่ายหัวเบาๆ
ถึงจะเป็นปรมาจารย์จากเมืองเล็กๆ... แต่ถึงอย่างไรก็คือระดับปรมาจารย์
หากคนผู้นั้นยังอยู่ การที่เขาจะมาช่วงชิงตัวผู้มีเส้นเอ็นมังกร ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากลำบากไม่น้อย
"มังกรตกสวรรค์รึ... การจะจัดการกับมันดูท่าจะยุ่งยากนิดหน่อยแฮะ" เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า
ที่ชายแดนภูมิภาคหยวนอู๋มีอสูรชุกชุม แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีมังกรตกสวรรค์หลุดมาอยู่ที่นี่ด้วย
ในบรรดาสิบยอดอสูรแห่งภูมิภาคหยวนอู๋ แต่ละตนล้วนน่าหวาดหวั่นถึงขีดสุด และมังกรตกสวรรค์ก็ติดอยู่ในทำเนียบนั้นด้วย
อย่าว่าแต่ตัวเขาเลย ต่อให้เป็นผู้อาวุโสระดับสูงของวัดเสี่ยวเหลยอินมาเจอเข้า ก็คงต้องยอมหลีกทางให้
นับประสาอะไรกับเขา
ต่อให้เส้นเอ็นมังกรจะล้ำค่าและหายากเพียงใด แต่ถ้าเทียบกับความน่ากลัวของยอดอสูรตนนั้นแล้ว เขาก็พร้อมจะละทิ้งมันได้ทุกเมื่อโดยไม่ลังเล
"คงจะเป็นเพียงลูกหลานที่ไม่ได้สำคัญอะไรนักของมันละมั้ง"
กลิ่นอายพลังของเขาดูราบเรียบ ฝีเท้าก้าวเดินอย่างช้าๆ ราวกับพระธุดงค์ที่กำลังเดินทางไกล
เพราะก่อนจะมาที่นี่ เขาได้รับรู้ข่าวมาว่า มังกรอสูรตนนั้นอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปีแล้ว
หากมันเป็นลูกหลานคนสำคัญจริงๆ คงไม่ถูกปล่อยมาทิ้งไว้ในที่แบบนี้...
เขาเดินหน้ามุ่งตรงไปยังเมืองอวิ๋นไห่อย่างไม่รีบร้อน
ตอนนี้ผู้มีเส้นเอ็นมังกรยังต้องการเวลาในการเติบโต มีเพียงเส้นเอ็นมังกรที่เติบโตเต็มที่แล้วเท่านั้น ถึงจะเป็นโอสถชั้นเลิศที่สุด
"หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ คงไม่ทำให้ข้าต้องเสียเที่ยวหรอกนะ"
เขาถือลูกประคำไว้ในมือ ก้าวเดินต่อไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงบทสวดพุทธคุณที่ดังพริ้วไหวอยู่รอบกายอย่างลึกลับ
.................................
(จบบท)