เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 สังหารสิ้นดุจเทพมาร กวาดล้างอสูรทั่วทั้งสลัม!

บทที่ 25 สังหารสิ้นดุจเทพมาร กวาดล้างอสูรทั่วทั้งสลัม!

บทที่ 25 สังหารสิ้นดุจเทพมาร กวาดล้างอสูรทั่วทั้งสลัม!


ทวนหนึ่งที่แฝงด้วยโทสะอันรุนแรงนั้นช่างตราตรึงใจยิ่งนัก

คลื่นอากาศที่พุ่งผ่านกวาดเอาลมพายุหมุนวนรุนแรงจนหน้าดินถูกเปิดเปิง แผ่นสังกะสีของเพิงที่อยู่สองข้างทางถูกม้วนกระชากออกไป

ทั่วร่างของฮั่วหลิงเฟยชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีเขียวเข้มของพวกอสูร ทว่าในดวงตาของเขายังคงคละคลุ้งไปด้วยไฟแค้นที่ไม่มีวันดับมอด ในหัวสมองของเขาตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวคือต้องฆ่าเดรัจฉานพวกนี้ให้สิ้นซาก!

บ้านของเขาสูญสิ้นไปแล้ว!

ก่อนหน้านี้เขายังวาดฝันถึงวินาทีที่พ่อกับแม่จะได้ยินข่าวเรื่องการย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองอวิ๋นไห่ว่าพวกท่านจะภาคภูมิใจเพียงใด

แต่พริบตาเดียว...

บ้านของเขากลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง แม้แต่ศพของพ่อกับแม่เขาก็ยังมองไม่เห็น

เกรงว่าร่างของพวกท่านคงถูกพวกอสูรรุมทึ้งกัดกินไปจนหมดสิ้นแล้ว!

เมื่อนึกถึงตรงนี้

เขาก็แทบจะสะกดกลั้นความโกรธแค้นที่ท่วมท้นอยู่ในอกไว้ไม่ไหว

เขาจินตนาการได้เลยว่า

ก่อนที่พวกอสูรจะมาถึง

แม่และน้องสาวของเขาจะสิ้นหวังเพียงใดที่ต้องยืนมองดูพวกมันเข้ามากล้ำกราย ยิ่งน้องสาวของเขาเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายจากพวกอมนุษย์เนาเหรินมาได้ไม่นาน

เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในใจของเขาคือการทำให้ครอบครัวได้อยู่อย่างสุขสบาย

ทว่าตอนนี้...

ทุกอย่างมลายหายไปสิ้น

ดวงตาของเขาแดงก่ำ หัวใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า

เมื่อเห็นอสูรหลายตนรอบกายพากันคำรามกึกก้อง เขาก็เบิกตาโพล่งด้วยความคั่งแค้น!

"สูญสิ้น... สูญสิ้นไปหมดแล้ว... พวกแกต้องตายให้หมด!"

ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไป

หลังจากฆ่าล้างอสูรไปตนหนึ่ง เขาก็สะบัดทวนยาวกวาดออกไป กระบวนท่าของเพลงทวนพิชิตมังกรถูกร่ายรำออกมาในทันที!

"เพลงทวนพิชิตมังกร ท่าที่สอง!"

ชีพจรทั้ง 36 เส้นในร่างกายของฮั่วหลิงเฟยกลั่นกรองพลังมหาศาลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง พลังเถื่อนทั่วร่างถูกปลุกเร้า กลิ่นอายเปลี่ยนไปในพริบตา เขาพุ่งตัวออกไปดุจดาวตก!

ฝ่าเท้าถีบพื้นจนดินระเบิดออก ส่งร่างทะยานเข้าหาฝูงอสูรที่รุมล้อมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!

ตั้งทวน ย่อกาย แล้ววาดแสงเงินนับไม่ถ้วนออกไปในพริบตา!

รังสีทวนกวาดแกว่งไปทั่วบริเวณ ทวนยาวในมือราวกับเข้าสู่สภาวะมาร คลุ้มคลั่งกระหน่ำโจมตีอย่างน่าหวาดหวั่น!

"ฉัวะ! ฉัวะ!—ปัง! ปัง! ปัง!"

ปลายทวนเย็นเยียบทิ่มแทงออกไป บังเกิดเสียงทวนกังวานกึกก้องไม่ขาดสาย

ทวนม่อเยวียนในมือราวกับมีชีวิต แสงสีเงินกระแทกเข้าใส่ร่างของอสูร ทะลวงผ่านและระเบิดเลือดสีเข้มสาดกระจายออกมา!

ทุกครั้งที่ทวนตวัดลง อสูรหนึ่งตนย่อมล้มลงดับดิ้น

ทั่วร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามแขนขา ดูราวกับเทพมารผู้กระหายเลือดที่ทำให้ใครเห็นเป็นต้องขวัญผวา

ชาวบ้านหลายคนที่แอบซ่อนอยู่ในเพิงสังกะสี เมื่อได้ยินเสียงจากภายนอกต่างก็ค่อยๆ โผล่หัวออกมาดู และเมื่อเห็นร่างของฮั่วหลิงเฟย พวกเขาก็ต้องตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

"นั่นไม่ใช่นักรบของตระกูลฮั่วหรอกรึ?!!"

"รอดแล้ว! พวกเรามีทางรอดแล้ว!"

"ท่านนักรบฮั่ว ลูกชายของฮั่วหยวน!"

เมื่อเห็นฮั่วหลิงเฟยถือทวนต่อสู้อย่างกล้าหาญเช่นนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดี

ภาพฮั่วหลิงเฟยสังหารอสูรอย่างดุดันทำให้ทุกคนถึงกับสูดลมหายใจลึกด้วยความทึ่ง

นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งและดุดันได้เพียงนี้ ขนาดอสูรยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!

ท่ามกลางสลัมอันมืดมิด

"โฮก!"

ในทิศทางอื่นดูเหมือนจะได้ยินเสียงจากทางนี้ จึงมีเสียงคำรามแว่วตามมาไม่หยุด

ฮั่วหลิงเฟยใบหน้าไร้ความรู้สึก

มือกำทวนแน่น ฝ่าเท้าก้าวเดินด้วย "หกย่างก้าวนักรบ" อย่างต่อเนื่อง พุ่งเข้าสังหารในฝูงอสูรอย่างห้าวหาญดุจม้าป่าที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้

ด้วยชีพจร 36 เส้น บวกกับเพลงทวนพิชิตมังกรขั้นเริ่มต้น และพลังเถื่อนที่เพิ่งก่อกำเนิด ทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อภัยคุกคามใดๆ อีกต่อไป

"เพลงทวนพิชิตมังกร (87/360) ขั้นก้าวหน้า"

"เพลงทวนพิชิตมังกร (88/360) ขั้นก้าวหน้า"

"หมัดทรงกระเรียน (410/710) พลังเจตจำนง"

"......"

ทวนที่แทงออกไปแฝงด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล สังหารอสูรไปอีกตนหนึ่งในพริบตา

เมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงเคลื่อนไหวที่น่ากลัวจากด้านข้าง ฮั่วหลิงเฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาสะบัดมือใช้หมัดทรงกระเรียนพุ่งเข้าชกจนหัวของมันแหลกละเอียด!

เพลงทวนพิชิตมังกรและหมัดทรงกระเรียนพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด

เพลงทวนท่าที่หนึ่ง...

เพลงทวนท่าที่สอง...

...

เขาราวกับเครื่องจักรที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทวนยาวในมือทิ่มแทงออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทั่วทั้งถนนชุ่มโชกไปด้วยเลือดของพวกอสูร บางครั้งเขาก็ใช้ท่าทวนตลบหลัง ทะลวงร่างอสูรที่ลอบจู่โจมมาจากด้านหลังจนขาดกระจุย

จนกระทั่งเรี่ยวแรงเริ่มถดถอย ฮั่วหลิงเฟยสะบัดทวนกระแทกอสูรให้ถอยไปก่อนจะถอยร่นออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง

ด้วยอานิสงส์จากการแช่ถังโอสถก่อนหน้านี้ ต่อให้เขาจะเหนื่อยล้าจนแทบสิ้นแรง แต่เขาก็ยังสามารถยันกายด้วยทวนยาวเอาไว้ได้ ทว่าสายตายังคงจดจ้องมองเหล่าอสูรตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น

ตลอดทางที่เขาผ่านมา

ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยซากศพของพวกอสูรที่ถูกเขาแทงจนระเบิด

เลือดสีเขียวเข้มเจิ่งนองไปทั่วทุกพื้นที่

ทว่า... ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเสียใจที่ไม่อาจฆ่าพวกมันได้มากกว่านี้

อสูรพวกนี้ส่วนใหญ่มีระดับเทียบเท่ากับขั้นเปิดเส้นพลัง เขาจึงสังหารพวกมันได้ไม่ยากนัก แต่ทว่าจำนวนของพวกมันกลับมีมากเกินไป

การถูกรุมล้อมทำให้เขาเริ่มจะต้านทานไม่ไหว

เขาข่มความปวดร้าวที่กระดูกและเอ็น พยายามยันกายให้ตั้งตรงด้วยทวนในมือ อสูรตรงหน้าหยุดชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความยำเกรง แต่ดูเหมือนพวกมันจะทานทนต่อกลิ่นหอมที่แผ่ออกมาจากร่างของฮั่วหลิงเฟยไม่ไหว

พวกมันแผดเสียงคำราม น้ำลายหยดติ๋ง ก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมถึงตัวในพริบตา

"ปัง!"

พลังจากฝ่าเท้ากระแทกพื้นจนฝุ่นตลบ ร่างของเขาพุ่งออกไปอีกครั้งประหนึ่งเทพมารกระหายเลือด!

ประกายแสงเย็นเยียบวาบผ่าน พร้อมกับทวนที่พุ่งออกไปดุจมังกรทะยาน!

เสียงทวนกังวานดังก้องอยู่ที่ข้างหูอีกครั้ง

ต่อให้ฮั่วหลิงเฟยจะมาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่เขาก็ยังระเบิดพลังรบที่น่าสะพรึงกลัวออกมาได้ เลือดลมในกายพลุ่งพล่านดุจมังกร กระดูกและเอ็นส่งเสียงลั่นสะท้าน!

เขาสะบัดทวนแทงออกไปนับไม่ถ้วนจนเกิดเป็นเงาทวนนับร้อย

จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือสังหารพวกอสูรที่ดาหน้าเข้ามา จนกระทั่งทวนสุดท้ายถูกแทงออกไปอย่างสุดแรง!

"เพลงทวนพิชิตมังกร ท่าที่เก้า... พิชิตมังกร!"

ลมพายุจากคมทวนหวีดหวิวราวกับจะบดขยี้ทุกสิ่ง คลื่นพลังอันน่าหวาดหวั่นระเบิดออกจากปลายทวน กวาดล้างไปทั่วทั้งถนนในพริบตา

คล้ายกับมีเสียงมังกรคำรามดังกึกก้องอยู่ข้างหู

อสูรที่เหลือไม่กี่ตนแผดเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะถูกคลื่นทวนที่ม้วนตลบฉีกกระชากร่างจนแหลกเป็นผุยผง!

เมื่อทวนนี้ถูกใช้ออกไป

ฮั่วหลิงเฟยก็สิ้นเรี่ยวแรงโดยสมบูรณ์ ทั่วร่างเจ็บปวดรวดร้าวถึงกระดูก เขาใช้ทวนยาวค้ำยันพื้นเอาไว้พลางคุกเข่าลงข้างหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง

กระบวนท่าสุดท้ายของเพลงทวนพิชิตมังกรสูญเสียพลังมหาศาลเกินไป แม้แต่ตัวเขาเองยังแทบจะทานทนไม่ไหว

ยิ่งมาใช้ออกในช่วงที่เรี่ยวแรงเกือบจะหมดสิ้นเช่นนี้

หากเขาไม่ฝืนประคองสติไว้ เกรงว่าวินาทีต่อมาเขาคงได้สลบพับไปแน่ๆ

เขากวาดสายตามองไปรอบด้าน

เมื่อเห็นว่าไม่มีอสูรตนใดปรากฏออกมาอีก เขาถึงได้เริ่มหายใจคล่องขึ้น

โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาได้แช่ถังโอสถมา พลังยาที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายกำลังพยายามฟื้นฟูจิงชี่ ที่เขาสูญเสียไปอย่างบ้าคลั่ง

"ศิษย์น้อง!"

ก่อนที่ฮั่วหลิงเฟยจะได้ทันตั้งตัว เสียงตะโกนเรียกด้วยความตกใจก็ดังแว่วมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮั่วหลิงเฟยจึงค่อยๆ หันไปมอง

สิ่งที่เห็นคือ

หลี่หลิงกำลังกระโดดข้ามเพิงสังกะสีในสลัม ร่างของเธอสวมชุดเกราะที่ดูงดงามราวกับความฝัน ฝีเท้าแผ่วเบา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ในมือถือทวนยาว พุ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว

และที่ด้านหลังของเธอ

มีร่างที่ดูแข็งแกร่งนับสิบสายติดตามมาติดๆ เมื่อเธอเห็นฮั่วหลิงเฟย แววตาของเธอก็ดูจะแข็งค้างไปชั่วขณะ

โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นซากศพอสูรนับไม่ถ้วนที่กองอยู่เบื้องหน้าฮั่วหลิงเฟย เธอก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เธอราวกับเห็นภาพที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง

ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยซากศพอสูร บางตัวถูกแทงจนหัวระเบิด บางตัวถูกถล่มจนร่างแหลกเหลว เศษเนื้ออสูรกระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่ง

และเมื่อครู่นี้

เธอยังถูกเสียงมังกรคำรามทำให้ตกใจ

พอนึกย้อนดู นี่คือสิ่งที่ศิษย์น้องเล็กของเธอทำลงไปจริงๆ รึ!

เพลงทวนพิชิตมังกร!

แถมยังต้องเป็นขั้นเริ่มต้นขึ้นไปเท่านั้น!

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสั่นสะเทือนใจ ในฐานะศิษย์ร่วมสำนัก เธอย่อมรู้จักเพลงทวนพิชิตมังกรเป็นอย่างดี

และรู้ซึ้งว่าการจะสร้างเสียงมังกรคำรามออกมานั้นมันยากเพียงใด!

มีเพียงผู้ที่บรรลุเพลงทวนพิชิตมังกรขั้นเริ่มต้นเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่นี่ศิษย์น้องเล็กของเธอเพิ่งจะเข้าสำนักมาได้กี่วันกันเชียว?!

นับตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ก็เพิ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

ศิษย์น้องเล็กคนนี้กลับสามารถใช้เพลงทวนพิชิตมังกรท่าที่เก้าออกมาต่อหน้าต่อตาเธอ แถมยังมีเสียงมังกรคำรามกึกก้องเสียจนน่าขนลุก

พอนึกมาถึงตรงนี้

ในใจของเธอก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ศิษย์พี่?"

ฮั่วหลิงเฟยจ้องมองผู้มาใหม่ ในแววตาที่สิ้นหวังของเขามีประกายสั่นไหวเล็กน้อย

"ข้าได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้มาสนับสนุน ที่สลัมมีอสูรบุกเข้ามา พรรคจิ้วปังเพิ่งจะได้รับข่าว... ศิษย์น้องปลอดภัยดีหรือไม่..."

เธอพุ่งมาหยุดตรงหน้าในพริบตา

หลี่หลิงกระชับทวนในมือ จับจ้องมองความเคลื่อนไหวบนถนน ต่อให้เธอพอจะคาดเดาเหตุการณ์ไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจลึก "ทั้งหมดนี้เจ้าเป็นคนฆ่ารึ?"

"ครับ..." ฮั่วหลิงเฟยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าน้ำเสียงกลับแหบพร่า "ขอบคุณศิษย์พี่มากครับ"

หลังจากการต่อสู้นองเลือด ความเจ็บปวดก็เริ่มถาโถมเข้าใส่จิตใจ

เมื่อเห็นหลี่หลิงพาคนของพรรคจิ้วปังมาถึง เขาก็ไม่ได้รู้สึกยินดีหรือเสียใจแต่อย่างใด

ทันทีที่เขากล่าวจบ

สมาชิกพรรคจิ้วปังที่อยู่ด้านหลังหลี่หลิง ต่างก็พากันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

การคาดเดากับการได้รับการยืนยันจริงๆ มันคนละเรื่องกันเลย

พวกเขารู้อยู่แล้วว่าท่านประมุขหลี่รับคนจากสลัมมาเป็นศิษย์คนที่สี่

ข่าวนี้

แทบจะทำให้พรรคจิ้วปังสั่นสะเทือนไปทั้งพรรค

ทุกคนต่างไม่อยากจะเชื่อ และพากันขุดคุ้ยประวัติของฮั่วหลิงเฟยกันอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน

คนจากสลัมกลับได้เป็นถึงศิษย์คนที่สี่ของท่านประมุขหลี่!

แถมยังได้ยินว่าเขาเพิ่งเข้าสู่เส้นทางนักรบได้ไม่นาน และยังอยู่ในระดับเปิดเส้นพลังเท่านั้น

นี่เป็นเรื่องที่แทบจะไม่มีใครยอมรับได้

ถึงขั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และดูหมิ่นเกิดขึ้นมากมาย

แม้แต่พวกเขาเองก็ยังแอบกังขาอยู่ลึกๆ แต่เมื่อได้เห็นซากศพอสูรเกลื่อนถนนขนาดนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสจากใจจริง

เพิ่งเป็นนักรบกลับฆ่าอสูรได้มากมายขนาดนี้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ย่อมต้องสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนแน่นอน

อสูรระดับต่ำที่สุด ก็ยังมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับขั้นเปิดเส้นพลัง

แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า มันพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือและพรสวรรค์ของฮั่วหลิงเฟยได้อย่างชัดเจนจนน่าเกรงขาม

"อืม ไม่เป็นไร ข้ามาตามคำสั่งอาจารย์ อสูรในเหวมิ่งไห่เกิดความวุ่นวาย พวกมันฝ่าด่านปิดล้อมของบรรดาพรรคใหญ่จนหลุดออกมาได้ อสูรกลุ่มเล็กๆ จึงพุ่งเข้าถล่มสลัม... ศิษย์น้องปลอดภัยก็ดีแล้ว" หลี่หลิงมองดูสีหน้าของฮั่วหลิงเฟย แล้วสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงเอ่ยอธิบายเพิ่มเติม

สิ้นคำพูดนั้น

ฮั่วหลิงเฟยก็ดูจะสงบลงเล็กน้อย เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ใบหน้ายังคงไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ "ศิษย์พี่... พอจะทราบไหมครับว่าทำไมพรรคจิ้วปังถึงไม่ได้รับข่าวตั้งแต่อแรก?"

"เรื่องนี้... ข้าก็ไม่แน่ใจ... คงเป็นเพราะทางฝั่งเหวมิ่งไห่เกิดเรื่องวุ่นวายมากเกินไป แต่อาจารย์ได้รีบมุ่งหน้าไปที่นั่นแล้ว" หลี่หลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนเธอเองก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเช่นกัน

ฮั่วหลิงเฟยนิ่งเงียบ

แม้แต่ศิษย์พี่ของเขายังไม่รู้......

แต่เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งหาคำตอบในตอนนี้ เขาค่อยๆ เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของตนเอง "ศิษย์พี่ ผมยังมีธุระ... คงต้องขอตัวก่อนครับ"

เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่หลิงก็พยักหน้ารับ

เธอคิดว่าเขาคงเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับพวกอสูรอย่างหนัก

แต่อย่างไรเสีย จุดประสงค์ของเธอในครั้งนี้ก็เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าฮั่วหลิงเฟยไม่เป็นอะไร และตอนนี้อสูรในสลัมก็ถูกฮั่วหลิงเฟยฆ่าล้างบางไปจนหมดแล้ว

เดิมทีก็มีอสูรเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่หลุดเข้ามาในสลัม

เมื่อพวกมันถูกกำจัดไปหมดแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องรั้งอยู่ที่นี่อีก เธอจึงทะยานร่างออกไป มุ่งหน้ากลับออกไปทางนอกสลัมทันที

ฮั่วหลิงเฟยหลังจากฆ่าอสูรจนหมด เขาก็เดินโซเซอยู่บนถนน ร่างกายดูเลื่อนลอยไร้วิญญาณ

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

ในขณะที่ชาวบ้านในเพิงสังกะสีรอบข้าง เมื่อเห็นว่าภายนอกไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว ต่างก็เริ่มโผล่หัวออกมาดู

เมื่อเห็นสภาพบนท้องถนน พวกเขาถึงกับสูดลมหายใจลึกด้วยความสยอง

ซากศพอสูรเกลื่อนกราด อสูรที่เพิ่งทำให้พวกเขากลัวจนแทบเสียสติ บัดนี้กลับถูกท่านนักรบฮั่วฆ่าตายเรียบ!

พอนึกถึงตรงนี้

พวกเขาก็พากันตื่นเต้นดีใจ รีบวิ่งออกมาจากบ้าน แล้วก้มศีรษะขอบคุณฮั่วหลิงเฟยที่ช่วยชีวิตไว้

ในสลัมแห่งนี้ แทบไม่เคยมีนักรบคนไหนจะทำเรื่องเช่นนี้ให้พวกเขาเลย

ยิ่งเป็นการเผชิญหน้ากับอสูรที่ดุร้ายเช่นนี้ด้วยแล้ว

เกรงว่านักรบคนอื่นคงไม่กล้าเอาชีวิตมาเสี่ยง ความเป็นความตายของชาวบ้านจึงขึ้นอยู่กับดวงเท่านั้น

แต่ทว่าตอนนี้...

ฮั่วหลิงเฟยกลับฆ่าล้างอสูรในสลัมจนสะอาดเกลี้ยง!

นั่นเท่ากับว่าเขาได้ช่วยชีวิตคนทั้งสลัมเอาไว้

"ขอบคุณท่านนักรบฮั่วที่ช่วยชีวิต!"

"ขอบคุณท่านนักรบฮั่วที่ช่วยชีวิต!"

"......"

ตลอดทางที่เขาเดินผ่าน

ชาวบ้านนับไม่ถ้วนพากันเดินออกมาจากบ้าน แล้วก้มกราบขอบคุณเขา

เสียงเหล่านั้นดังเข้าหูฮั่วหลิงเฟยไม่ขาดสาย

ทว่า... เขาเพียงแค่ชายตามองแวบเดียว แววตายังคงไร้ความรู้สึกใดๆ

หากเป็นเมื่อก่อน

เขาคงจะรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และคงจะไปโอ้อวดให้พ่อแม่ฟังว่าเขาเก่งกาจเพียงใด

แต่ทว่าตอนนี้...

เมื่อมองดูบ้านที่กลายเป็นซากปรักหักพัง

ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

"ฉึก—"

เขาปักทวนยาวลงบนพื้นอย่างแรง ฮั่วหลิงเฟยเดินโซเซมาหยุดอยู่ที่หน้าซากบ้าน ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด เขาเดินเข้าไปในซากปรักหักพังนั้น แล้วเริ่มใช้มือเปล่าโกยเศษหินเศษไม้ออกอย่างบ้าคลั่ง

ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย เขาต้องหาครอบครัวให้พบ

ต่อให้พวกท่านจะจากไปแล้ว เขาก็ต้องหาศพมาทำพิธีฝังให้ได้!

เขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกท่านจะจากไปง่ายๆ แบบนี้

ฮั่วหลิงเฟยขุดคุ้ยซากปรักหักพังอย่างบ้าคลั่ง คอยโกยเศษขยะที่พังถล่มลงมาออกไปทีละชิ้น

ทันใดนั้นเอง

เขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาที่สิ้นหวังพลันมีความหวังวาบขึ้นมา

เขาจำได้ว่าในบ้านมีหลุมหลบภัยอยู่!

เป็นไปได้ว่าพ่อกับแม่น่าจะหลบเข้าไปอยู่ในนั้นนานแล้ว

ความคิดนี้พอผุดขึ้นมา ก็หยุดไม่ได้อีกต่อไป มันพุ่งพล่านอยู่ในหัวของเขา

เป็นไปได้ว่าตอนแรกเขาคงตกใจกับสภาพบ้านที่พังทลายจนลืมไปเสียสนิทว่าที่นี่มีหลุมหลบภัย

หากเกิดเรื่องขึ้นและได้ยินเสียงเอะอะจากข้างนอก แม่ของเขาต้องพาน้องสาวหลบเข้าไปข้างในนั้นแน่นอน!

"จริงด้วย ยังมีพ่ออีกคน!"

ลมหายใจของฮั่วหลิงเฟยเริ่มถี่กระชั้น เขาเร่งมือโกยซากที่ทับถมอยู่ด้านล่างออกอย่างบ้าคลั่ง ตลอดทางที่เขาเดินมาจากประตูทิศตะวันออกจนถึงบ้าน เขาไม่เห็นเงาร่างของพ่อเลยแม้แต่นิดเดียว

แม้แต่ซากศพของพ่อเขาก็ไม่เห็น

เป็นไปได้ว่าตอนที่เกิดเรื่อง พ่อคงจะรีบวิ่งกลับมาที่บ้านแล้ว

เขารู้จักนิสัยพ่อดี พ่อไม่มีทางทิ้งแม่กับน้องสาวเอาไว้เพียงลำพังแน่นอน

พอนึกถึงตรงนี้

เขาก็เริ่มขุดคุ้ยอย่างบ้าคลั่ง โกยเอาเศษสังกะสีและแผ่นไม้ออกไป

ชาวบ้านที่อยู่รอบข้าง หลังจากกราบขอบคุณฮั่วหลิงเฟยเสร็จ เมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำ พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบยื่นมือเข้ามาช่วยขุดอีกแรงโดยไม่ลังเล

เมื่อเห็นเตียงไม้ที่ถูกทับจนพังยับเยิน ฮั่วหลิงเฟยไม่รอช้า เขาออกแรงยกมันขึ้นด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี

จากนั้นเขาก็รีบเปิดแผ่นไม้ที่ปูพื้นออก

เมื่อเห็นคนในครอบครัวที่กำลังจะขาดอากาศหายใจอยู่ในนั้น ดวงตาของเขาก็มีหยาดน้ำตาร้อนๆ หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย

"พ่อ! แม่!"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 25 สังหารสิ้นดุจเทพมาร กวาดล้างอสูรทั่วทั้งสลัม!

คัดลอกลิงก์แล้ว