เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

387 - โลกโบราณลึกลับ

387 - โลกโบราณลึกลับ

387 - โลกโบราณลึกลับ


1697 - โลกโบราณลึกลับ

กิ่งก้านที่เทพหลิวทิ้งไว้มีความยาวสามจ้างเป็นสีเขียวเปล่งประกาย ก่อนหน้านี้ใบทุกใบของมันสุกสกาวเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ตอนนี้ความกระจ่างใสถูกยับยั้งไปแล้ว

อย่างไรก็ตามขอบใบยังถูกย้อมเป็นเส้นขอบสีทองซึ่งเป็นผลมาจากการดูดซับแก่นแท้ของลำต้นของมันนั่นเอง

สือฮ่าวพยักหน้าและยื่นมือออกไปพร้อมกับกิ่งไม้หลิว

ฮ่อง!

หมอกสีเหลืองพุ่งขึ้นจากพื้นดินคล้ายกับพายุฝนฟ้าคะนองด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว

อย่างไรก็ตามกิ่งไม้นี้ส่องแสงหยุดมันได้จริง มันสร้างกำแพงกั้นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทำให้รอบๆตัวของสือฮ่าวไม่ได้รับผลกระทบ

กิ่งเทพหลิวที่ทิ้งไว้ข้างหลังสามารถปกป้องเขาได้

“มันมีประโยชน์มาก! ไปต่อกันเลย!” เสิ่นหมิงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

ทั้งสามคนเดินต่อเข้าไปในทะเลทราย แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกสีเหลืองด้วยการปกป้องของกิ่งหลิวนี้

“ทำไมเราไม่สามารถทิ้งร่องรอยใดๆไว้ในทะเลทรายนี้ได้?” เสิ่นหมิงรู้สึกประหลาดใจ ทรายดูนุ่มนวลแต่เมื่อพวกเขาเหยียบมันกลับไม่มีรอยเท้าเหลืออยู่เลย

ฮ่อง!

เสิ่นหมิงเหยียบย่ำลงอย่างรุนแรงทำให้หัวใจของสือฮ่าวและ ซานซางโหมกระหน่ำ แม้ว่าจะมีการคุ้มครองของกิ่งเทพหลิวแต่พวกเขาก็กลัวว่านางอาจกระตุ้นให้เกิดภัยพิบัติบางอย่าง

อย่างไรก็ตามเมื่อหมอกสีเหลืองใต้ดินเพิ่งปรากฏขึ้นมันก็ถูกปราบปรามโดยรัศมีของกิ่งหลิวอีกครั้ง

เสินหมิงไม่สามารถทิ้งรอยเท้าไว้ได้มันไม่มีอะไรอยู่ที่พื้นทรายแม้แต่น้อย!

ที่นี่เป็นทะเลทราย แต่พวกเขาไม่สามารถทิ้งรอยเท้าไว้ได้ นี่มันแปลกจริงๆ!

แม้แต่ซานซางและสือฮ่าวก็ไม่สามารถอดกลั้นตัวเองให้ทดลองได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ก็เหมือนกัน

ใครคือคนที่ทิ้งรอยเท้าอันเลือนรางไว้? เขาต้องเป็นสิ่งมีชีวิตระดับราชาอมตะอย่างแน่นอน?

“พวกมันถูกทิ้งไว้โดยเทพหลิวหรือเปล่า?” สือฮ่าวกล่าวเบาๆ

พวกเขาเดินหน้าต่อไปหลังจากหนึ่งพันจ้างก็มึงตำราเล่มหนึ่งลอยอยู่บนท้องฟ้า

“ตำราเซียนที่เก่าแก่ที่สุด!” เสิ่นหมิงกล่าว

ในตำรามีคำสองสามประโยคบันทึกใว้

นั่นเป็นคำเตือนให้กับคนรุ่นหลัง ไม่ให้ก้าวเข้าสู่ทะเลทรายนี้ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถป้องกันอันตรายได้!

"อะไร?"

เมื่อพวกเขาอ่านไปถึงจุดสิ้นสุดแม้แต่ซานซางที่มักจะเงียบก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็ก้มศีรษะลงมองไปยังรอยเท้าที่เลือนราง

“ทุกคนเดินตามรอยเท้าอันเลือนลางนี้คนรุ่นหลังไม่สามารถทิ้งรอยเท้าไว้ในทะเลทรายแห่งนี้ได้ พวกเขาล้วนไล่ตามเส้นทางที่ริบหรี่นั้นปรารถนาที่จะเข้าใจความจริงที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง” ซานซางแปลความหมายทั้งหมด

สือฮ่าวตกใจ สิ่งนี้น่าประหลาดใจเพียงใด?

จากอดีตที่ไม่มีที่สิ้นสุดจนถึงตอนนี้ไม่มีใครทิ้งรอยเท้าไว้ที่นี่ได้? พวกเขาเดินตามรอยนี้ค้นหาอะไร?

เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับไหนถึงสามารถทิ้งรอยเท้าไว้ให้คนเบื้องหลังเห็นได้!

เพียงแต่พวกมันโบราณเกินไปไม่มีใครรู้เรื่องนี้ พวกเขาทำได้เพียงเดินตามรอยเท้าของบุคคลนั้นโดยต้องการที่จะไล่ตามความลึกลับของมัน!

เส้นทางนี้เงียบมากแม้แต่เสียงฟ้าผ่าที่อยู่ข้างหลังพวกเขาก็ไม่มีอีกต่อไป ต้องเข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้เดินไปไกลขนาดนั้น! แต่มันก็แปลกมาก

ระหว่างทางเงียบสงบจนเกินไป พวกเขาคล้ายกับเห็นภาพหลอนว่าตัวเองเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สิ้นสุดจนกระทั่งล้มลง

หลังจากนั้นไม่นานหินสองสามก้อนก็ปรากฏขึ้นบนทะเลทรายสีเหลือง จากนั้นสีก็เปลี่ยนไปกลายเป็นทะเลทรายสีแดงเข้ม

เมื่อสือฮ่าวและคนอื่นๆก้าวเข้าไปที่นั่นก็มีหมอกสีเลือดพุ่งขึ้นมาโดยตรง

หงหลง!

มันมีความเปล่งปลั่งของเลือดและพลังที่น่าอัศจรรย์ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง

“อันตรายมาก! ถ้าเราไม่ได้รับการปกป้องจากกิ่งหลิวเราจะตายที่นี่แม้ว่าพลังของเราจะแข็งแกร่งกว่าตอนนี้สิบเท่าก็ตาม” ใบหน้าของเสิ่นหมิงเปลี่ยนไป

แน่นอนสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความผันผวนที่รุนแรงจากด้านหลัง มีรัศมีสายฟ้าปรากฏขึ้นมากระทบสถานที่แห่งนี้!

หงหลง!

“สายฟ้าพุ่งตรงไปที่หมอกสีเลือดราวกับว่ามันกำลังชำระล้างสิ่งที่ไม่เป็นมงคล!” ซานซางกล่าว

แน่นอนว่าเมื่อใดก็ตามที่หมอกสีเลือดพุ่งขึ้นจะมีฟ้าผ่าลงมาทันที

“การมีอยู่ของนรกสายฟ้าก็เพื่อยับยั้งหมอกเลือดนี้หรือไม่?” พวกเขาเริ่มคิดไปเอง

“เทพหลิวกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด? เส้นทางนี้น่ากลัวเกินไปจริงๆ!” สือฮ่าวกล่าวด้วยเสียงที่จมดิ่ง

ถึงจะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่พวกเขาก็ยังเดินตามรอยเท้านั้นไปโดยไม่หยุดพัก สายฟ้ายังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว

ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากทะเลทรายเลือดมาถึงพื้นดินปกติ

ที่นี่ไม่มีสายฟ้าและไม่มีหมอกใดๆ มันเงียบสงบมาก

ในเวลาเดียวกันกิ่งก้านของเทพหลิวก็ไม่ส่องแสงอีกแล้ว นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีอันตราย

"นั่นคืออะไร?"

เสิ่นหมิงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจตกใจเล็กน้อย

พื้นดินข้างหน้าในระยะไกลมีเขื่อนกั้นอยู่ที่นั่น มีสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะคลานมาจากด้านหนึ่งของเขื่อนครึ่งตัวของมันห้อยอยู่ที่ด้านนี้อย่างไร้พลัง

มันตายไปไม่รู้กี่หมื่นปีแล้วร่างกายของมันเหี่ยวเฉาผุพังจนแทบสูญสลาย อย่างไรก็ตามบนพื้นดินและบนเขื่อนยังคงมีเลือดไหลฉาบอยู่เล็กน้อยทั้งยังคงมีความชื้นไม่ได้แห้งไปตามกาลเวลา

เลือดนั้นมีพลังแห่งความเป็นอมตะส่องประกายและสุกใส!

เมื่อสือฮ่าวและคนอื่นๆพยายามเข้าใกล้ซากศพของสิ่งมีชีวิตตัวนั้น ร่างกายของพวกเขาก็เจ็บปวดอย่างรุนแรงผิวหนังปริแตกเลือดไหลออกมาไม่หยุด พวกเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของกำลังจะระเบิด!

นั่นคือโลหิตเซียนที่แท้จริงจนกระทั่งถึงตอนนี้พลังของมันก็ยังไม่สูญสลายไป!

แม้จากที่ห่างไกลเมื่อพวกเขาพยายามเข้าใกล้มัน ร่างกายของพวกเขาก็ราวกับว่าจะแตกเป็นเสี่ยงๆ คลื่นพลังนี้ช่างน่ากลัวเพียงใด? สิ่งนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากโลหิตอมตะ!

พวกเขาเดินโซเซกลับไปข้างหลังพร้อมกับกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของพวกเขาตกอยู่ในความหวาดกลัวต้องการที่จะคุกเข่าคารวะโลหิตอมตะพวกนั้น!

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาตกใจ!

ทันใดนั้นกิ่งก้านของเทพหลิวก็เปล่งประกายตัดขาดทุกอย่างความกดดันของที่พวกเขาได้รับก็สูญสลายหายไปด้วย หากพวกเขายังฝืนอยู่ที่นี่ไม่แน่ว่าวิญญาณดั้งเดิมอาจถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว

พวกเขาทั้งสามไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนตัวออกไปจนกว่าความกระจ่างใสของกิ่งไม้จะลดลง

“ศพนั้นแห้งไปแล้วมีเพียงโลหิตและพลังที่กระจายออกมาเล็กน้อย หากศพมีโลหิตแก่นแท้ไหลออกมาด้วยผลที่ตามมาจะน่ากลัวยิ่งกว่า!” ซานซางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“มีซากดาวอยู่ที่นั่น!” เสิ่นหมิงชี้ให้เห็น

อีกด้านหนึ่งของเขื่อนมีซากดวงดาวร่วงหล่นอยู่ที่นั่น มันมีขนาดใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้และน่ากลัวอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็มักจะถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดาย ดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปยังโลหิตอมตะเนื่องจากมันมีพลังที่แปลกประหลาดเกินไป

“เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวนั้นตายลงดวงดาวแห่งสวรรค์ประจำตัวของมันก็ได้ร่วงหล่นตามลงมาหรือไม่? นั่นเป็นสาเหตุที่มีดวงดาวอยู่ตรงนั้น?!” การแสดงออกของซานซางนั้นจริงจังมาก

จากนั้นพวกเขาไม่เดินหน้าอีกต่อไป แต่เดินสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆบริเวณแทน

“ซากศพของสิ่งมีชีวิตอมตะที่ได้ตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่เลือดเนื้อของมันยังคงอยู่ที่นี่ โลหิตเหล่านั้นยังคงมีพลังไม่เสื่อมคลาย!” เสิ่นหมิงเริ่มจริงจัง

เป็นเพราะไม่ไกลจากเขื่อนมีศพอีกศพปรากฏขึ้นซึ่งต้องสงสัยว่าคลานมาจากอีกด้านของเขื่อนเช่นกัน ศพครึ่งบนห้อยลงมาทางด้านนี้ของเขื่อน

นี่เป็นเรื่องที่น่าสยดสยอง นี่เป็นสถานที่แบบไหนกันแน่?

เทพหลิวมุ่งหน้าไปยังอีกด้านหนึ่งของเขื่อนหรือไม่? ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

คลื่นลูกใหญ่พุ่งขึ้นภายในจิตใจของสือฮ่าวนี่คือดินแดนโบราณแบบไหนกันนะ? มันน่าตกใจเกินไป

จบบทที่ 387 - โลกโบราณลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว