เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

340 - คนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

340 - คนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

340 - คนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง


1650 - คนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

ในความคิดของสือฮ่าวสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ตาย นั่นคือเหตุผลที่ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนักไม่รู้สึกหวาดกลัวใดๆต่อเผ่าพันธุ์เหล่านี้

จะอย่างไรซะความตายก็เปรียบเป็นเหมือนการกลับสู่มาตุภูมิเท่านั้น

ในสถานที่แห่งนี้กลายเป็นเงียบสงบ คำว่า 'ไสหัวไป' ของ ฮวงทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆต่างตกใจ

นี่มันจะหยิ่งผยองเกินไปแล้ว! แม้กระทั่งผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองสนทนาด้วย ก็ยังถูกเขาตอกหน้าหงาย

“บังอาจ! เจ้ากล้าตะโกนใส่หน้านายน้อยของข้าอย่างนี้หรือ!” มีคนผู้หนึ่งตะโกนออกมาจากด้านหลังของชายที่สวมชุดสีน้ำเงิน ที่น่าแปลกใจก็คือเขาเป็นมนุษย์!

เห็นได้ชัดว่ามนุษย์คนนี้เป็นทาสของชายเสื้อคลุมสีน้ำเงิน

สือฮ่าวมองอย่างเย็นชา สายตาของเขาทำให้ชายหนุ่มเผ่าพันธุ์มนุษย์ตกใจจนเหงื่อแตก

“เจ้าช่างบังอาจจนถึงขีดสุดจริงๆ แม้ว่าจะมาถึงยอดเขาสารพัดเต๋าของเราแล้วก็ตาม! อย่าคิดว่าจะไม่มีใครกล้าลงมือต่อเจ้าเพียงเพราะคำสั่งของผู้ไม่ดับสูญ!” ชายชุดน้ำเงินกล่าวอย่างเย็นชา

เขาแข็งแกร่งมากไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าเป็นคนแรกที่กระโดดออกมาขวางทางสือฮ่าว

“หนึ่งในสิบอันดับสุดท้ายของตระกูลราชา?”

บางคนร้องออกมาด้วยความตกใจ ในตอนแรกทุกคนมองไปที่ชายชุดน้ำเงินรู้สึกว่าเขาดูคุ้นเคยเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ตระหนักได้ว่าเขาเป็นใคร

ชายคนนี้ดูเหมือนจะอายุสามสิบกว่าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเขาคืออันดับสิบของราชาสวรรค์รุ่นก่อน

“เจ้าจะลองก็ได้ ข้าไม่เคยเห็นว่าคำสั่งพวกนั้นเป็นเรื่องสำคัญแม้แต่น้อย!” สือฮ่าวตอบอย่างใจเย็น

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปเผยให้เห็นความโกรธแค้น

สิ่งมีชีวิตระดับผู้ไม่ดับสูญนับได้ว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับสูงสุดของโลกใบนี้

คำสั่งของพวกเขาถือเป็นประกาศิตที่แม้แต่ผู้คนของตระกูลจักรพรรดิบางส่วนก็ยังต้องปฏิบัติตาม

อย่างไรก็ตามตอนนี้เด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับแสดงท่าทีดูหมิ่นเหยียดหยามคำสั่งของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น

สิ่งที่สือฮ่าวพูดคือความจริงเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองมีอิสรภาพแม้แต่น้อย

ไม่ช้าก็เร็วเขาจะตกอยู่ในเงื้อมมือของจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญและจุดจบของเขาจะต้องน่าสังเวชอย่างยิ่ง

นั่นเป็นเหตุผลที่เขากล้าที่จะลงมือกับทุกคนที่ปฏิบัติตัวให้เขาไม่พอใจ !

“ฮวงเจ้าแข็งแกร่งจริงๆ แต่การฆ่าลูกเขยของจักรพรรดิโดยไม่มีสาเหตุหรือเหตุผลใดๆนั้น ถือเป็นอาชญากรรมที่ยิ่งใหญ่ เจ้าต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างยิ่ง” ชายชุดน้ำเงินกล่าวอย่างเย็นชา

“ฆ่าโดยไม่มีเหตุผลหรือ? เจ้าจะคิดอย่างนั้นก็ได้” สือฮ่าวยังคงสงบนิ่งไม่รู้สึกถึงความกดดันใดๆ

“เจ้าต้องการโต้แย้งเรื่องนี้หรือไม่?” ชายชุดน้ำเงินถามอย่างเย็นชา

“มีอะไรจะต้องโต้แย้ง? หากข้าไม่พอใจใครข้าก็จะฆ่ามันเรื่องก็มีเท่านี้!” สือฮ่าวให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาทำให้ผู้รับฟังรู้สึกถึงอันตราย

“การทำให้ตระกูลจักรพรรดิขุ่นเคืองเป็นการกระทำที่โง่เขลาอย่างยิ่ง เจ้ากำลังแสวงหาความตายให้กับตัวเอง!” ชายชุดน้ำเงินกล่าวอย่างเย็นชา

จากนั้นเขากล่าวว่า“ เจ้าควรคิดให้ดี หากเจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา?

“ไม่ว่าใครก็ตามที่ปฏิบัติกับมนุษย์ในฐานะอาหารก็จะกลายเป็นศัตรูกับข้าชั่วนิรันดร์ ลูกเขยของตระกูลจักรพรรดิคนนั้นก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด!” สือฮ่าวคำรามเสียงดังเป็นการข่มขู่อย่างแท้จริง

สิ่งมีชีวิตทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ตกตะลึง ฮวงคนนี้ค่อนข้างกล้าหาญจริงๆ หลังจากสังหารบุตรเขยของตะกูลจักรพรรดิแล้วเขาก็ยังไม่แสดงท่าทีสำนึกผิดใดๆออกมา

คนรับใช้ที่เป็นมนุษย์ซึ่งอยู่เบื้องหลังชายชุดคลุมสีน้ำเงินพูดขึ้นอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ช่วยที่ได้รับความไว้วางใจของชายเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ไม่เช่นนั้นต่อให้เขากล้ากว่านี้ก็ไม่มีทางที่จะกล่าวคำพูดใดๆออกมา

“ บังอาจ! เจ้ายังไม่รู้ความผิดของตัวเองอีกหรือ? แม้ว่าลูกเขยของตระกูลจักรพรรดิจะแสดงความเป็นศัตรูกับเจ้า

แต่เขาก็ยังไม่ได้ลงมืออะไรเลย  ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่เด็กไม่กี่คนเจ้าถึงกับทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้? ตอนนี้เจ้าควรคุกเข่ารอการจับกุมเพื่อให้ตระกูลจักรพรรดิลงโทษ!”

ดวงตาของสือฮ่าวกลายเป็นเย็นชาเป็นครั้งแรกโดยจ้องมองไปที่คนรับใช้ที่อยู่ด้านหลังชายที่สวมชุดสีน้ำเงิน เขาเป็นมนุษย์ แท้ๆแต่กลับกล้ากล่าววาจาเหล่านี้ออกมา

* “มนุษย์ถือกำเนิดมาจากมนุษย์ ปีศาจเกิดมาจากปีศาจ แล้วเจ้าเกิดมาจากเศษสวะตนใด! ถึงไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นมนุษย์!” สือฮ่าวตำหนิ ตอนนี้เขารู้สึกรำคาญนิดหน่อยจริงๆ

ถ้ามันเป็นสิ่งมีชีวิตของอีกฝ่ายที่พูดเรื่องนี้กับสือฮ่าว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องใส่ใจอะไรเลย

อย่างไรก็ตามคนรับใช้คนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นมนุษย์ แต่เขาไม่ได้มองสิ่งต่างๆจากมุมมองของมนุษย์ แต่กลับคิดในมุมมองของสิ่งมีชีวิตต่างมิติแทน

สือฮ่าวย่อมไม่ถกเถียงกับสิ่งมีชีวิตต่างมิติในเรื่องนี้ เพราะไม่ว่าอย่างไรพวกมันก็ไม่ใช่มนุษย์ แต่คนผู้นี้เป็นมนุษย์ชัดๆ สือฮ่าวพบว่ามันยากมากที่จะเข้าใจความคิดที่อยู่ในสมองของเขา

“เจ้าคิดว่าข้าพูดผิด?” คนรับใช้คนนั้นตะโกนออกไป เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

ตอนนี้เขาซ่อนตัวอยู่หลังชายเสื้อคลุมสีน้ำเงินด้วยความมั่นใจว่าฮวงต้องไม่สามารถทำอันตรายก็ได้

“ ผู้ที่เห็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ของข้าเป็นอาหารจะต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับข้าไปตลอดกาล การฆ่าฟันระหว่างพวกเราเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในขณะเดียวกันคนอย่างเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ในเมื่อเจ้าไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นมนุษย์ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นศัตรูกับข้า!” สือฮ่าวตะโกนเสียงดังพร้อมกับลงมืออย่างรวดเร็ว

“เจ้ากล้า? ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าแข็งแกร่งมากแค่ไหน!” ชายชุดน้ำเงินตะโกน

เขาลงมือขัดขวางสือฮ่าว ทั้งร่างของเขาเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้า นอกจากนี้ร่างกายของเขายังถูกล้อมรอบไปด้วยพลังแห่งความโกลาหลเนื้อหนังของเขาแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างจิตใจสั่นสะท้าน ผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลราชาคนนี้ไม่ได้ลงมือมาหลายร้อยปี แท้ที่จริงแล้วความแข็งแกร่งของเขากลับพัฒนามาถึงขนาดนี้แล้ว

พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าฮวงนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่พวกเขาก็มั่นใจในตัวชายที่สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเช่นกัน

เป็นเพราะเมื่อไม่นานมานี้สือฮ่าวได้ต่อสู้กับราชาสวรรค์รุ่นใหม่โดยเขาต้องใช้ความพยายามเล็กน้อยกว่าที่จะได้รับชัยชนะ

ในขณะเดียวกันชายเสื้อคลุมสีน้ำเงินคนนี้มีการฝึกฝนมานานหลายร้อยปีดังนั้นเขาควรจะสามารถปราบฮวงได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นพลังแห่งความโกลาหลที่ถูกปลดปล่อยออกมาทุกคนก็ยิ่งมีความมั่นใจ

ควรทราบว่าพลังแห่งความโกลาหลนั้นมีความเกี่ยวข้องกับความเป็นอมตะ

หากไม่สามารถเข้าใกล้อาณาจักรผู้สูงสุดได้แล้วล่ะก็ ผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองย่อมไม่มีทางที่จะดูดซับพลังนี้เข้าสู่ร่างกายได้

แน่นอนว่าทั้งสองลงมือด้วยญาณวิเศษระดับเทพเจ้า แรงปะทะของพวกเขาที่กระจายออกมาถึงกับทำให้ท้องฟ้าแยกออกเป็น สองส่วน

“สมกับเป็นหนึ่งในสิบผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ในอดีต แม้กระทั่งต่อสู้กับฮวงได้อย่างสูสี!” มีคนกล่าวด้วยความตื่นเต้น

แม้ว่าเขาจะยกย่องชายเสื้อคลุมสีน้ำเงิน แต่เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของฮวงในสายตาของเขานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

ปู!

อย่างไรก็ตามหลังจากห้าสิบกระบวนท่าผ่านไปท้องฟ้าก็แดงฉานถูกย้อมด้วยประกายโลหิต

สือฮ่าวทำลายพลังแห่งความโกลาหลที่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับฉีกร่างของชายเสื้อคลุมม่วงออกเป็นสองส่วนก่อนจะบดขยี้วิญญาณดั้งเดิมของเขาอย่างง่ายดาย!

"อะไร? หนึ่งในสิบผู้เชี่ยวชาญผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกลับถูกฆ่าตายง่ายๆเช่นนี้?!”

ผู้คนมากมายต่างหวาดผวา

ปู!

ในเวลาเดียวกันสือฮ่าวก็ก้าวไปข้างหน้า เท้าของเขาเหมือนภูเขาลูกเล็กๆบดขยี้ทาสมนุษย์คนนั้นลงไป กลายเป็นกองเลือดเล็กๆกองหนึ่ง

จากนั้นเขาก็ก้าวเดินขึ้นไปสู่ยอดเขาสารพัดเต๋าราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

นี่เป็นถึงหนึ่งในสิบของผู้เชี่ยวชาญของตระกูลราชา! หลังจากหลายร้อยปีผ่านไประดับการฝึกฝนของเขาก้าวหน้าอย่างมากมาถึงอาณาจักรปลดปล่อยตนเองขั้นสูงสุดแล้ว!

อย่างไรก็ตามเขายังคงถูกฆ่าตายง่ายๆ มันทำให้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ต้องเข้าใจว่าชายในชุดคลุมสีน้ำเงินนั้นแข็งแกร่งกว่าราชันย์บู๊และคนอื่นๆหลายสิบเท่า อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญหน้ากับฮวงเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้

*(เป็นการเล่นคำในภาษาจีน=แปลว่าความดีเกิดจากความดีความชั่วเกิดจากความชั่ว)

จบบทที่ 340 - คนที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว