เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

296 - ตัวประกัน

296 - ตัวประกัน

296 - ตัวประกัน


1607 - ตัวประกัน

ด้วยเสียง

ปู!

เลือดพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศปลดปล่อยความสดใสห้าสีแพรวพราวและสุกใส ศีรษะร่วงลงมากระทบกับพื้นเสียงดังสนั่น นี่มันน่าตกใจเกินไป!

ทุกคนมึนงง นี่คือศีรษะของใคร? มันเป็นของฉีปู้ผู้สูงสุดจากตระกูลจักรพรรดิ!

อย่างไรก็ตามสุดท้ายเขาก็ยังพ่ายแพ้ ตระกูลจักรพรรดิที่ไม่เคยส่งผู้ใดออกมาสู่โลกภายนอกนับหมื่นนับแสนปี บัดนี้เขาถูกตัดศีรษะต่อหน้าผู้คนมากมาย

ตระกูลจักรพรรดิคงอยู่อย่างสันโดษไม่ค่อยออกมาจากดินแดนบรรพบุรุษมากนัก เป็นเพราะว่าพวกเขาแข็งแกร่งมากเกินไปจึงไม่มีความสนใจต่อสิ่งมีชีวิตด้านนอก

เวลาส่วนใหญ่พวกเขาหากไม่ใช่ทำการฝึกฝนเพื่อเข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะ ก็เป็นการเฝ้าชมดูความเป็นไปของโลกด้วยสายตาของผู้ที่มีระดับชนชั้นแห่งชีวิตที่เหนือกว่า

ความประทับใจที่พวกเขาที่ผู้อื่นมองนั้น มันเป็นการกดขี่ข่มเหงที่ไม่มีวันต่อต้านได้ ตราบใดที่มีผู้ที่คิดจะแข็งข้อพวกเขาจะถูกกวาดล้างไปทั้งตระกูล

อาจกล่าวได้ว่าในระดับเดียวกันพวกเขาไม่เพียงแต่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายเท่านั้น ในความเป็นจริงน่าจะถูกเรียกว่าการบดขยี้ฝ่ายเดียว!

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในวันนี้มันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บรรทัดฐานทุกอย่างถูกพลิกกลับ

ฉีปู้ถูกตัดศีรษะออกไป ร่างกายที่ไม่มีศีรษะทรุดลงกับพื้นเลือดห้าสีของเขายังคงทะลักออกมาไม่หยุด สร้างความหวาดกลัวให้กับสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติเป็นอย่างยิ่ง

“ฉีปู้ถูกฆ่าตายในสนามรบ! ผู้อาวุโสเมิ่งตัดศีรษะเขามาได้จริงๆ!” ผู้คนจากฝั่งของเมืองจักรพรรดิกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว

ความสำเร็จในการต่อสู้แบบนี้แทบจะไม่มีให้เห็นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างน้อยในชีวิตของพวกเขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!

เพื่อความรุ่งเรืองในระดับนี้บางทีอาจต้องย้อนกลับไปสู่ยุคเซียนโบราณ มีเพียงผู้คนในยุคนั้นเท่านั้นที่สามารถทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ

“ชนะเราเอาชนะจักรพรรดิ์แถมยังตัดหัวของเขามาด้วย…ฮ่าฮ่า!” เหล่านักรบผู้ยิ่งใหญ่รวมไปถึงผู้ฝึกฝนรุ่นเยาว์ที่ออกมาด้านนอกของกำแพงเมืองจักรพรรดิต่างพากันกรีดร้องอย่างสนุกสนาน

“ฮ่า ๆ พวกเจ้าบุกเข้ามาได้ทุกเมื่อ! ผู้สูงสุดจากตระกูลจักรพรรดิพวกเจ้าถูกตัดศีรษะลงในวันนี้ที่นี่? หากพวกเจ้ามีความกล้าก็บุกเข้ามาอีกครั้งพวกเราพร้อมสนองให้เสมอ!” ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมา

เป็นเพราะในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาเมื่อทั้งสองกองทัพเกิดการต่อสู้กัน พวกเขามักจะได้รับความพ่ายแพ้และถูกทำให้อับอายอยู่เสมอ

วันนี้สถานการณ์พลิกกลับด้วยการสู้รบเพียงครั้งเดียว ผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งได้สังหารสิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุดของศัตรูไปมากมาย แม้กระทั่งตัดศีรษะของผู้สูงสุดตระกูลจักรพรรดิลงมา เมืองจักรพรรดิเคยมีความรุ่งโรจน์ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ความสำเร็จในการต่อสู้ประเภทนี้เหนือล้ำกว่าที่ผ่านๆมาทั้งหมดเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญอย่างมาก!

บนกำแพงเมืองจักรพรรดิ ใบหน้าของจินไท่จุนเปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งตอนนี้เป็นสีเขียวมีลักษณะน่าเกลียดมาก

ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าเมิ่งเทียนเจิ้งนั้นแข็งแกร่ง แต่นางไม่เคยคิดว่าเขาจะ 'มหัศจรรย์' ขนาดนั้น หลังจากออกจากเมืองเขาได้สังหารสิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุดอย่างต่อเนื่อง

ความกล้าหาญของเขาไม่มีใครเทียบได้ ในที่สุดแม้กระทั่งผู้สูงสุดของตระกูลจักรพรรดิก็ยังถูกเขาตัดศีรษะลงมา?

ยิ่งเมิ่งเทียนเจิ้งทำได้ยอดเยี่ยมมากเท่าไหร่ใบหน้าของนางก็ยิ่งมืดคล้ำลงเท่านั้น

บนกำแพงเมืองไม่ว่าจะเป็นคนของตระกูลจินหรือตระกูลตู้รวมทั้งคนจากตระกูลอื่นๆ ใบหน้าของพวกเขาล้วนย่ำแย่มีท่าทางหวาดกลัว

เมื่อไม่นานมานี้จินไท่จุนได้กล่าวหาเมิ่งเทียนเจิ้งว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงสถานการณ์ใหญ่ แต่ตอนนี้การต่อสู้กลับได้รับชัยชนะอย่างงดงาม และใกล้จะถึงเวลาที่เขาจะกลับเข้าสู่เมืองจักรพรรดิแล้ว!

ผู้คนมากมายที่นี่ล้วนตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าเมิ่งเทียนเจิ้งน่าจะตายอยู่ข้างนอกเหมือนกับที่จินไท่จุนคิด

ตอนนี้มันแตกต่างไปจากที่พวกเขาคิดอย่างสิ้นเชิง เมิ่งเทียนเจิ้งได้สังหารผู้สูงสุดจากต่างมิติมากมายและเขาจะกลับมาที่นี่อย่างวีรบุรุษ อนาคตของพวกเขาทุกคนสามารถมองเห็นได้ลางๆแล้ว

ในขณะเดียวกันผู้คนมากมายจากกองทัพต่างมิติล้านเงียบสงบไม่ได้พูดจาอะไรออกมา พวกเขายังไม่สามารถพาตัวเองออกมาจากความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บทสรุปนี้เลวร้ายเกินไปสำหรับพวกเขา ผู้สูงสุดของตระกูลจักรพรรดิพ่ายแพ้มิหนำซ้ำยังถูกตัดศีรษะลงมา พวกเขาทั้งอับอายและอัปยศ รวมไปถึงความหวาดกลัวที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น?

ในความเห็นของพวกเขานี่คือความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด สงครามครั้งยิ่งใหญ่สองยุคก่อนหน้า ฝั่งของพวกเขาล้วนได้รับชัยชนะอย่างงดงาม แต่เมื่อมาถึงปัจจุบันด้วยกองทัพอันมากมายมหาศาลพวกเขากลับพ่ายแพ้ยับเยินที่นี่

“ปล่อยตัวฉีปู้เดี๋ยวนี้!” ผู้สูงสุดจากต่างมิติคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว เขาเปิดใช้งานอาวุธชั้นเซียนของตัวเองแล้วโจมตีลงมาด้วยความคุ้มคลั่ง

อย่างไรก็ตามผู้สูงสุดของเมืองจักรพรรดิ์ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อยในมือของพวกเขามีทั้งธงสงครามเลือดเหล็ก แผนภาพสิบพิภพหม้อหงส์เพลิงเก้าศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงกระบี่เซียนในมือของเมิ่งเทียนเจิ้ง

ทั้งสองฝ่ายต่างก็เชิญหน้ากันอย่างรุนแรงด้วยการใช้งานของวิเศษชั้นเซียนออกมาอย่างเต็มที่ พายุทรายโหมกระหน่ำขึ้นสู่ท้องฟ้า สวรรค์เบื้องบนสั่นสะเทือนคล้ายกับจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

หลังจากต่อสู้กันได้สักระยะพวกเขาก็ถอยกลับมาคุมเชิงกันที่ด้านหน้าผู้คนจากฝั่งของตนเอง

“ปล่อยตัวผู้สูงสุดฉีปู้เดี๋ยวนี้!” ในกองทัพจากต่างมิติยังมีคนที่ตะโกนออกมาประปราย

สิ่งนี้เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถยอมรับได้ หากมีใครบางคนจากตระกูลจักรพรรดิเสียชีวิตจะเป็นหายนะใหญ่หลวงสำหรับพวกเขา

ถ้าเป็นลูกหลานของคนอื่นก็ยังพอมีช่องทางให้สนทนากันบ้าง แต่กับจักรพรรดิแดงผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก มีหรือจะปล่อยผู้สูงสุดทุกคนที่อยู่ที่นี่ให้มีชีวิตรอดต่อไป

ทุกคนไม่รู้ว่าความโกรธเกรี้ยวของเขาจะรุนแรงมากแค่ไหนหากฉีปู้ไม่สามารถกลับมา ดังนั้นพวกเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือผู้สูงสุดคนนี้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องที่ไปไม่ได้ หลังจากที่เมิ่งเทียนเจิ้งตัดหัวของเขาลงมา วิญญาณดั้งเดิมของฉีปู้ก็ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาเว้นแต่ผู้ไม่ดับสูญจะมาด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นต่อให้กองทัพจากต่างมิติจะมีมากกว่านี้นับสิบเท่าก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้

ตอนนี้ฉีปู้กำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆเปลวไฟแห่งชีวิตของเขากำลังริบหรี่ลงพร้อมที่จะแตกดับได้ทุกเมื่อ!

บนพื้นศพที่ไร้หัวนั้นพังทลายและจากนั้นสูญสลายไปหมดแล้วเป็นเพราะลูกธนูโลหิตได้ทำลายพลังชีวิตของเขาไปจนหมดสิ้น

แม้แต่ศีรษะที่อยู่ในมือของเมิ่งเทียนเจิ้งก็ถูกปกคลุมไปด้วยรอยแตกมิหนำซ้ำยังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

วิญญาณดั้งเดิมของฉีปู้อ่อนแอลงอย่างถึงที่สุด ต่อให้เมิ่งเทียนเจิ้งปล่อยเขาตอนนี้เขาก็ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้แล้ว

ฉีปู้รู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุด ที่ต่อให้จักรวาลอันยิ่งใหญ่ระเบิดอยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถรักษาความสงบได้อีกต่อไป

เป็นเพราะตอนนี้ศีรษะของเขาถูกหิ้วอยู่ในมือของศัตรู เขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าเขาพ่ายแพ้ด้วยเหตุผลใด?

ในฐานะคนจากตระกูลจักรพรรดิผู้สืบเชื้อสายของจักรพรรดิแดง เขาไม่เคยพบกับความปราชัยแบบนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่การต่อสู้กับทายาทของตระกูลจักรพรรดิอื่นๆ

เขารู้สึกทรมานใจอย่างถึงที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำได้ตอนนี้ มีเพียงการกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นเท่านั้น

เขาไม่สามารถยอมรับความเป็นจริงนี้ได้ เขาประสบกับความพ่ายแพ้แบบนี้ได้อย่างไร?

“อยากฆ่าก็ฆ่าเลย!” อย่างไรก็ตามเขามีสายเลือดของจักรพรรดิ ย่อมมีความหยิ่งผยองอยู่เสมอ เขาไม่มีวันก้มหัวให้กับศัตรูอย่างแน่นอน

เมิ่งเทียนเจิ้งจับศีรษะของเขาไว้และพยายามกดไอสังหารของเขาลงไม่ให้พรุ่งพล่านขึ้นมาจนเผลอสังหารบุคคลที่มีความสำคัญผู้นี้ไป จากนั้นเขามองไปที่ผู้สูงสุดที่เหลืออยู่เพียงห้าคนจากฝั่งต่างมิติ

“ถ้าพวกเจ้ากล้าบุกเข้ามา จุดจบของพวกเจ้าจะยิ่งเลวร้ายไปกว่ามัน!”

คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่มีความผันผวนอารมณ์แม้แต่น้อย แต่เมื่อมันทะลุเข้าไปในหูของผู้สูงสุดจากต่างมิติพวกเขากลับเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ

ตอนนี้ผู้สูงสุดทั้งห้าคนเริ่มสงสัยแล้วว่าเมิ่งเทียนเจิ้งอาจก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาจะแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร!

“เจ้าต้องการสิ่งใดเพื่อแลกกับเขา?” ผู้สูงสุดคนหนึ่งจากต่างมิติกล่าวอย่างเย็นชา

กองทัพใหญ่ขนาดใหญ่ที่มีผู้คนหลายแสนไม่มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผู้นำกองทัพของพวกเขาถูกศัตรูจับไว้เป็นตัวประกัน ทุกคนต่างหมดสิ้นความคิดไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

“อยากฆ่าก็ฆ่าอยากทรมานก็ทรมานรับรองว่าข้าไม่ขมวดคิ้วให้เจ้าเป็นอย่างแน่นอน!” ฉีปู้ร่ำร้องด่าทออยู่อย่างนั้น

เขารู้สึกอับอายมาก แต่ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้ ตอนนี้ศีรษะของเขาตกอยู่ในมือของศัตรู เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เมิ่งเทียนเจิ้งสังหารเขาไปให้สิ้นเรื่อง

“พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว เมื่อกลับมาอีกครั้งให้นำตัวฮวงมาแลกกับเขา พวกเจ้าน่าจะรู้ดีว่าเขาทนได้อีกไม่นานแล้ว” เมิ่งเทียนเจิ้งกล่าวอย่างเย็นชา

จบบทที่ 296 - ตัวประกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว