เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

291 - ศักดิ์ศรีจากการเข่นฆ่า

291 - ศักดิ์ศรีจากการเข่นฆ่า

291 - ศักดิ์ศรีจากการเข่นฆ่า


1602 - ศักดิ์ศรีจากการเข่นฆ่า

ผู้คนที่อยู่บนกำแพงเมืองจักรพรรดิ์ต่างก็สั่นสะท้านพร้อมกับส่งเสียงตะโกนที่สั่นสะเทือนไปทั่วท้องฟ้า หลังจากนั้นพวกเขารีบออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว

กลุ่มคนที่เข่นฆ่าออกจากเมืองจักรพรรดิ์ในตอนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่เชี่ยววชาญในการทำสงครามมาหลายศตวรรษ

เมื่อจินไท่จุนต้องการที่จะส่งมอบฮวงออกไปพวกเขาเริ่มมีคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวอยู่เต็มหัวใจแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาสที่จะระบายมันออกมา

บนกำแพงเมืองมีสิ่งมีชีวิตบางส่วนไม่ได้เคลื่อนไหวไปกับพวกเขาด้วย เช่นตระกูลจินตระกูลตู้ ตระกูลปี่เซียะและอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดเพียงมองจากด้านบนอย่างเย็นชาเท่านั้น

“ทุกคนกลับมาเดี๋ยวนี้!” จินไท่จุนกล่าวด้วยสีหน้าอิดโรยบาดแผลกระบี่บนร่างกายของนางหายไปเป็นเวลานานแล้วดวงตาของนางจ้องมองอย่างเย็นชา

อย่างไรก็ตามก่อนที่คำพูดของนางจะจบลงผู้สูงสุดคนหนึ่งก็กล่าวตัดบทว่า

“พี่เมิ่งได้ลงมือต่อสู้ด้วยความกล้าหาญเพื่อปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของผู้คนในเมืองจักรพรรดิ์ให้กลับมา พวกเราต้องสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่!” หลังจากพูดจบเขาก็ทะยานออกไปจากกำแพงเมืองเข้าสู่สมรภูมิเพื่อให้การสนับสนุนเมิ่งเทียนเจิ้ง

เป็นเพราะการต่อสู้ในทะเลทรายนั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากเกินไป มีเพียงคนในระดับเขาเท่านั้นที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ไม่เช่นนั้นนักรบผู้ยิ่งใหญ่หลายคนจะพาตัวเองไปตายอย่างเปล่าประโยชน์

บนกำแพงเมืองใบหน้าของจินไท่จุนดูน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ

“การให้การสนับสนุนแบบนี้มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้”นางกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว

“มันมีประโยชน์อย่างแน่นอน!” ชายชราที่ทำหน้าที่ปกป้องแท่นบูชาบรรพบุรุษกล่าวสวนออกมาอย่างเย็นชา

จินไท่จุนถือไม้เท้าอันใหม่ไว้ในมือแล้วกระแทกมันลงกับพื้น พร้อมกับตวาดขึ้นว่า “ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะศัตรูได้ แต่พวกท่านคิดว่าฮวงยังจะกลับมาได้จริงๆหรือ?

พวกเจ้าทุกคนต้องตระหนักว่าเราได้แลกตัวเขากับสันติภาพในช่วงระยะเวลาหนึ่ง อีกทั้งผู้คนจากฝั่งนั้นได้ทำการสาบานด้วยเลือดแล้ว หรือพวกเขาคิดจะทำลายพันธะสัญญานี้!”

ใบหน้าของนางมืดคล้ำดวงตามีความโกรธเกรี้ยวจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังผู้คนทั้งหลายที่ออกจากเมืองในเวลานี้

ข้างหลังของนางผู้คนจากตระกูลจินล้วนเห็นด้วยกับสิ่งที่นางพูด ในความเป็นจริงพวกเขาต้องการที่จะตำหนิผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งไปด้วยแต่พวกเขาก็ไม่กล้า

แม้แต่จินไท่จุนก็ยังต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสไม่ใช่คู่ของเขา เชื่อว่าหากใครพูดอะไรออกมาโดยขาดความระมัดระวังจะต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝังแน่นอน?

“เมิ่งเทียนเจิ้งหุนหันพลันแล่นเกินไปพวกท่านไม่ได้พยายามห้ามปรามเขายังพอว่า แต่ตอนนี้กลับมาให้ทายกันอีก! พวกท่านมีเจตนาอย่างไรกันแน่?” จินไท่จุนกล่าวด้วยใบหน้าซีดเซียว เมื่อนางคิดถึงการปะทะกันสั้นๆเมื่อสักครู่นี้มันก็ทำให้นางรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

นางจ้องไปยังผู้สูงสุดคนนั้นจากนั้นก็มองไปที่เซียนอมตะหวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหลังที่ไม่ได้พยายามลงมือทำอะไรเลยทั้งที่ทั้งสองตระกูลเป็นพันธมิตรกัน

ด้วยความสามารถอันแข็งแกร่งของเซียนอมตะหวังเขาย่อมสามารถควบคุมเมิ่งเทียนเจิ้งไว้ได้ จินไท่จุนคิดว่าหากเข้าร่วมมือกับนางตั้งแต่แรกคงสามารถจัดการเมิ่งเทียนเจิ้งได้แล้ว

“พี่เมิ่งไม่ใช่คนหยาบช้าและหุนหันพลันแล่น สิ่งที่เขาทำเขาได้คิดคำนวณมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว…” ผู้สูงสุดจากแท่นบูชาบรรพบุรุษกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“สหายเต๋าท่านกำลังพูดถึงสิ่งใด?” ใบหน้าของจินไท่จุนดูเย็นชาเป็นอย่างมาก

“ เมิ่งเทียนเจิ้งเป็นคนใจแคบไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หลังจากที่เห็นฮวงถูกนำตัวจากไปเขาก็รีบออกจากเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ใหญ่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สูงสุดควรทำ!”

นี่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เมื่อผู้คนจากตระกูลตู้ ปี่เซียะ และแม้แต่จากตระกูลจินเองได้ยินเรื่องนี้จิตใจของพวกเขาก็สะท้านหวั่นไหว

จินไท่จุนกำลังจะยั่วโทสะเมิ่งเทียนเจิ้งหรือ? หากเขากลับมาไม่ได้ก็แล้วไป แต่หากเขากลับมาเมื่อไหร่เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของทุกคนก็ขาวซีดไร้สีเลือดทันที!

ในขณะเดียวกันก็มีคนมากมายที่สนับสนุนการทำสงครามแต่ด้วยเวลาอันจำกัดทำให้พวกเขาไม่สามารถออกจากเมืองได้ทัน

เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของจินไท่จุนใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง นี่นางกำลังกล่าวโทษผู้อาวุโสเมิ่งเทียนเจิ้งอยู่หรือไม่?

ถ้าเมิ่งเทียนเจิ้งไม่สามารถกลับมาและตายอยู่ข้างนอก ชื่อของเขาจะถูกบันทึกไว้ว่าเป็นคนบาปของเมืองจักรพรรดิ์ตลอดกาล

เมื่อพวกเขามองไปที่จินไท่จุนหัวใจของพวกเขาก็มีแต่ความขุ่นเคือง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้เพราะเพียงแค่ผู้สูงสุดกระพริบตาก็สามารถสังหารพวกเขาได้แล้ว

“เจ้ากล่าวผิดแล้ว!” ผู้อาวุโสจากแท่นบูชาบรรพบุรุษสายหน้าจากนั้นก็ถอนหายใจกล่าวว่า“สหายเต๋าเมิ่งเทียนเจิ้งจะไม่ปล่อยให้อารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจ เขามีเหตุผลที่ลึกซึ้งในการทำเช่นนี้”

“สหายเต๋าเจ้ากำลังพูดอะไร?” ใบหน้าของจินไท่จุนเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“พี่เมิ่งพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขอันตรายครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับเมืองจักรพรรดิ์” นักพรตชรากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“เจ้าพยายามทำให้เรากลัวหรือ? เราเพิ่งตกลงเงื่อนไขกับอีกฝ่ายพวกเขาได้สาบานด้วยเลือดแล้วว่าเมืองจักรพรรดิ์จะได้รับความสงบสุข แต่เมิ่งเทียนเจิ้ง ... กำลังทำลายสิ่งนี้จริงๆ! ท่านยังจะพยายามหาเหตุผลแก้ตัวให้กับเขา” จินไท่จุนซักถาม

“พวกเราทุกคนรู้ดีว่าถึงแม้จักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญจะลงมือโจมตีนรกอเวจีพร้อมกันทั้งสองคนแต่ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะทำสำเร็จได้ในหลายร้อยปีนี้ ตัวท่านก็รู้ดีเช่นกัน” ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวออกมา

“เจ้าเป็นคนมองโลกในแง่ดีเกินไป ข้ามีความมั่นใจว่าพวกเขาจะทำสำเร็จหกเจ็ดส่วนซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราเตรียมตัวรับสถานการณ์อันเลวร้าย” จินไท่จุนกล่าวด้วยเสียงเย็นชา

“ แม้ว่าพวกเขาจะมีกำลังพอที่จะข้ามมา เราสองคนก็เข้าใจดีว่าพวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องทำอย่างถึงที่สุด เพราะต่อให้ทำสำเร็จก็ต้องสูญเสียอย่างมหาศาล

นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เต็มใจที่จะเผชิญไม่เช่นนั้นพวกเขาคงลงมือไปนานแล้ว” ผู้สูงสุดจากแท่นบูชาบรรพบุรุษกล่าวด้วยเหตุผลจนไม่สามารถโต้แย้ง

ในขณะเดียวกันเก้าสวรรค์สิบพิภพเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หากสิ่งมีชีวิตที่เคยบังคับให้พวกเขากลับไปในอดีตปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง คงเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้จักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะข้ามมาโดยให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด

เวลาหลายล้านปีที่ผ่านมาพวกเขาค้นหาวิธีต่างๆเพื่อใช้ในการหลบเลี่ยงสวรรค์อเวจีแต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จ

“เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกเขาจะไม่ข้ามมาอย่างแน่นอน? สถานการณ์ในครั้งนี้มีความซับซ้อนอย่างมาก!” จินไท่จุนเถียงกลับอย่างขาดเหตุผล

“อันที่จริงสถานการณ์มีความซับซ้อนเล็กน้อยเช่นหีบไม้ใบนั้นรวมถึงการที่ฮวงสร้างปาฏิหาริย์ในชายแดนรกร้าง” ผู้สูงสุดจากแท่นบูชาบรรพบุรุษพยักหน้า

“นั่นคือเหตุผลที่ว่าพวกเขาจะมาได้หรือไม่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเรามีสิทธิ์คาดเดา ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือยอมรับข้อเรียกร้องของพวกเขา” จินไท่จุนกล่าว

นางย้ำอีกครั้งว่าเพื่อประโยชน์ของเมืองจักรพรรดิ์ ทุกสิ่งที่นางทำนั้นถูกต้องในขณะที่เมิ่งเทียนเจิ้หุนหันพลันแล่นเกินไป เขากำลังทำลายสถานการณ์ที่นางสร้างขึ้นมา

“พี่เมิ่งไม่ใช่คนแบบนั้น นี่คือการกำจัดอันตรายแอบแฝงของเมืองจักรพรรดิ์…” ผู้อาวุโสคนนั้นส่ายหัวกล่าว “ แม้ว่าเจ้าจะแลกฮวงกับสันติภาพห้าร้อยปีทำให้เก้าสวรรค์ปลอดภัยชั่วคราว แต่ความต้องการของผู้คนจะเป็นอย่างไร?

การมอบฮวงออกไปเช่นนี้จะทำให้จิตใจของผู้คนจำนวนมากกลายเป็นเย็นชา หลังจากนี้จะมีสักกี่คนที่ออกไปต่อสู้ในแนวหน้า?

ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ขวัญกำลังใจโดยรวมลดลงเป็นอย่างมาก เพราะเราขายคนของเราออกไปเพื่อแลกกับความสงบสุขในช่วงสั้นๆ

สิ่งนี้จะทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของหลายๆคนแตกสลาย หากเป็นเช่นนั้นเราก็จะสูญเสียความไว้วางใจจากผู้คน

ใบหน้าของจินไท่จุนกลายเป็นเย็นชาและกล่าวว่า“ตามที่เจ้าพูดเมิ่งเทียนเจิ้งพยายามชิงตัวฮวงกลับมานับได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือ?!”

"เจ้าผิดแล้ว พี่เมิ่งน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาคงไม่สามารถช่วยฮวงกลับมาได้ เขาไม่ได้ออกไปต่อสู้ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัว” ผู้อาวุโสจากแท่นบูชาบรรพบุรุษถอนหายใจด้วยความเศร้าสลด

เขาจ้องมองสถานการณ์การสู้รบด้านล่างและเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทุกเมื่อ

“เนื่องจากเขารู้ว่าไม่สามารถช่วยฮวงได้เขาก็ยังแสดงความประมาทอยู่ ทำให้เขาดูหุนหันพลันแล่นมากยิ่งขึ้น!” จินไท่จุนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตามนางก็สั่นสะท้านอยู่ภายในเช่นกัน เพราะนางได้ตระหนักถึงเรื่องนี้มานานแล้ว

“เจ้าก็เป็นผู้สูงสุดคนหนึ่ง อย่ามาบอกข้าว่าเจ้าไม่รู้ถึงเหตุผลของเขา?” ผู้อาวุโสจากแท่นบูชาบรรพบุรุษกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างถึงที่สุด

เขามองไปที่จินไท่จุนและกล่าวต่อว่า“พี่เมิ่งทำทุกสิ่งนี้เพื่อดึงขวัญกำลังใจของเมืองจักรพรรดิคืนมา!”

“ถูกต้อง! เมิ่งเทียนเจิ้งปรารถนาที่จะได้รับศักดิ์ศรีคืนมาจากการเข่นฆ่าครั้งใหญ่ เขากำลังแสดงให้ทุกคนเห็นว่าพวกเรายังมีความหวังอยู่” ในเวลานี้เซียนอมตะหวังที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดก็อดที่จะกล่าวขึ้นไม่ได้

“พวกเจ้าที่เหลือคอยปกป้องเมืองจักรพรรดิไว้ ข้าจะออกไปให้การสนับสนุนพวกเขา!” หลังจากที่พูดจบผู้อาวุโสจากแท่นบูชาบรรพบุรุษก็หายตัวไปจากกำแพงเมืองจักรพรรดิ์

“ไปเถอะข้าจะคอยควบคุมนางเอง” ในเวลานี้ผู้สูงสุดอีกคนปรากฏตัวขึ้นที่กำแพงเมือง ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยดินและโคลนราวกับว่าไม่เคยเปลี่ยนเสื้อผ้ามากว่าหมื่นปี

นี่คือสิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุดที่มีอายุมากที่สุดในเมืองจักรพรรดิ เขาปรากฏตัวออกมาเพื่อควบคุมความประพฤติของจินไท่จุนโดยเฉพาะ

จบบทที่ 291 - ศักดิ์ศรีจากการเข่นฆ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว