เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

276 - กดดันชายแดนรกร้าง

276 - กดดันชายแดนรกร้าง

276 - กดดันชายแดนรกร้าง


1587 - กดดันชายแดนรกร้าง

“นี่คือ…ความสำเร็จอันท่วมท้นที่แม้จะผ่านมาหลายแสนปีแล้วยังไม่มีใครทำได้!” ใครบางคนร้องออกมา

ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่าสือฮ่าวน่ากลัวเพียงใด เขาสังหารสิ่งมีชีวิตระดับผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองไปมากเท่าไหร่กันแน่?

“หนึ่งสองสาม…”

มีใครบางคนกำลังนับเพราะพวกเขาต้องการแจกแจงให้ถูกต้องว่ามีแสงจำนวนเท่าใดที่พุ่งเข้าสู่ท้องฟ้า เส้นหนึ่งแสดงถึงชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองคนหนึ่ง

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็มึนงง นี่มันไม่ใช่หลายสิบคนแต่มันพุ่งเกินขึ้นไปหลายร้อยคนแล้ว

นั่นหมายความว่าชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองถูกสังหารไปหลายร้อยคน นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรแม้แต่ให้ผู้สูงสุดลงมือด้วยตนเองก็ยังไม่สามารถทำได้!

“ เป็นไปไม่ได้! แม้ว่าเขาจะเป็นราชาอมตะที่กลับมาเกิดใหม่ ก็ไม่มีทางที่เขาจะสังหารผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรปลดปล่อยตนเองได้มากถึงขนาดนี้

แม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นผู้แข็งแกร่งอาณาจักรแยกตนเองก็ไม่น่าจะเป็นไปได้!” ใครบางคนตะโกน

อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงดังกว่าคำพูดเสมอ ศิลาคุณความดีของสือฮ่าวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ นี่คือประสิทธิภาพของความจริง

หลายคนรู้สึกว่าศีรษะของพวกเขามึนงง ฮวงนั้นท้าทายสวรรค์มากเกินไป! เขาทำเรื่องนี้ได้อย่างไร? ทุกคนไม่สามารถหาเหตุผลรองรับได้

ฮ่อง!

ศิลาคุณความดีส่องแสงอย่างต่อเนื่องยิ่งไปกว่านั้นมันยังปลดปล่อยแสงออกมามากกว่าเมื่อครู่เสียอีก

“ทำไมถึงมีมากมายถึงขนาดนี้ นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! จากอาณาจักรเทพสวรรค์สู่อาณาจักรแห่งความว่างเปล่า และจากนั้นไปสู่อาณาจักรแยกตนเองและขอบเขตการปลดปล่อยตนเองในทุกระดับ!”

“เขาสังหารศัตรูต่างมิติไปเกือบแสนคนนี่จะเป็นไปได้อย่างไร!”

หลายคนกรีดร้องออกมากับผลลัพธ์นี้ คนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับสือฮ่าวล้วนแสดงความหวาดกลัวออกมา

จินคุน, ฉีหลิน, จินยี่, ลั่วหานและคนอื่นๆตอนนี้เริ่มหาช่องทางเพื่อหลบหนี พวกเขาสาบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่ออกจากเมืองจักรพรรดิ์ไปอย่างแน่นอน

ไม่เช่นนั้นหากวันใดที่พวกเขาประสบความโชครายพบเข้ากับฮวงที่นอกเมืองมันจะเป็นวันตายของพวกเขาอย่างแน่แท้

ทุกคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ

เด็กคนนี้ต้องเป็นราชาปีศาจแน่นอน! เขาข้ามอาณาจักรฆ่าศัตรูจำนวนมากผลงานของเขานับว่าเหนือล้ำกว่าจินตนาการของทุกคนจริงๆ

ในเวลาเดียวกันด้านนอกเมืองจักรพรรดิในส่วนลึกของทะเลทรายอันยิ่งใหญ่ คลื่นพลังงานอันไร้ขอบเขตก็ถูกปล่อยออกมาเขย่าท้องฟ้าเบื้องบนและปฐพีเบื้องล่าง

ในเวลานี้สวรรค์อเวจีแกว่งไปมาราวกับว่ามันกำลังจะพังทลาย

จากนั้นเมืองจักรพรรดิก็เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้ว่าจะผ่านมาหลายล้านปีแล้ว

“แย่แล้วจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญจะต้องปรากฏตัวออกมาแล้ว พวกเขากำลังต่อสู้กับสวรรค์อเวจีอย่างแน่นอน!” มีคนคาดเดา

“วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงจริงๆ! จักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญของศัตรูในที่สุดก็หมดความอดทน? เมืองจักรพรรดิจะถึงกาลอวสาน!” หลายคนกรีดร้องออกมา

ในทะเลทรายอันยิ่งใหญ่นั้นสวรรค์อเวจีหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเหมือนตาพายุในมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่

ในส่วนลึกของทะเลทรายมีการตั้งแท่นบูชาขนาดใหญ่และทำการเซ่นสรวง

พร้อมกันนั้นก็มีเสียงสวดจากคัมภีร์ลึกลับโบราณดังออกมา อักขระมากมายปลิวว่อนเข้าไปโจมตีสวรรค์อเวจี

แม้ว่าผู้คนในเมืองจักรพรรดิ์จะอยู่ห่างไกลแต่พวกเขาก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสวรรค์อเวจีกำลังบ้าคลั่งแค่ไหน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าศัตรูกำลังสร้างหนทางเพื่อเข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิ

ที่ด้านนอกเมืองจักรพรรดิ มีการตั้งแท่นบูชายันต์ที่ด้านหน้าเมืองโดยผู้สูงสุดของศัตรู พวกเขากำลังสวดคัมภีร์บางอย่างเห็นได้ชัดว่าการสวดครั้งนี้ก็เพื่ออัญเชิญสิ่งมีชีวิตระดับผู้ไม่ดับสูญให้ข้ามมา

ในทะเลทรายสีทองอันยิ่งใหญ่มีเสียงแตรสงครามดังขึ้นไม่หยุด กองทัพของศัตรูมากมายหลายล้านคนตั้งท่าพร้อมที่จะเข้าโจมตีเมืองจักรพรรดิได้ทุกเมื่อ

สวรรค์อเวจีเป็นเหมือนประตูขนาดยักษ์ปกป้องเมืองจักรพรรดิไม่ยอมให้ศัตรูระดับผู้ไม่ดับสูญขึ้นไปข้ามมาได้

มีสายฟ้าสีดำนับล้านเส้นฟาดฟันลงมาไม่อนุญาตให้ผู้ใดข้ามผ่าน ท่ามกลางสายฟ้าสีดำพวกนั้นมีผู้ไม่ดับสูญจำนวนไม่น้อยต่างกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน

ฉากนั้นเป็นฉากที่สยดสยองเป็นอย่างมาก แม้จะมีผู้ไม่ดับสูญเสียชีวิตไปจากการโจมตีในครั้งแรก เสียงสวดก็ยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิมจนสวรรค์อเวจีส่ายโคลงเคลงไปมา

สายฟ้าสีดำและสีแดงก็ฟาดลงมาอย่างไม่หยุดพักจนเหมือนสายฝนห่าใหญ่ ท้องฟ้าด้านบนและพื้นดินด้านล่างเกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่คล้ายกับว่าจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

เมืองจักรพรรดิ์มีขนาดใหญ่มาก แม้แต่กำแพงก็ยังถูกสร้างมาจากดวงดาวขนาดใหญ่นับพันนับหมื่น แต่ตอนนี้มันกำลังสั่นสะเทือนอย่างหนักจากรัศมีพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา

มันแพร่กระจายไปในทุกทิศทางกลืนกินเมืองแห่งนี้ไว้ภายใน!

“ในที่สุดจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญก็มาถึงด้วยตัวเองแล้ว? ตอนนี้พวกเขากำลังจะลงมือ!”

ภายในเมืองจักรพรรดิ์ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ร่างกายคล้ายรูปสลักหินลืมตาขึ้นมา ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเศษฝุ่นไม่ทราบว่านั่งอยู่ที่นี่มากี่หมื่นปีแล้วกันแน่

นี่คือสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดของเก้าสวรรค์สิบพิภพ เขานั่งอยู่ใจกลางแท่นบูชาบรรพบุรุษมาหลายแสนปีแล้ว แม้กระทั่งตอนที่สือฮ่าวนำหีบไม้กลับมาเขาก็ยังไม่สนใจ

แต่ตอนนี้เมื่อเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมาจากการทำสมาธิ

“พลังแห่งการดำรงอยู่อันไม่สิ้นสุด…” ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเขากล่าวออกมา

แม้แต่จินไท่จุนก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางนั่งอยู่บนภูเขาโบราณและมองไปยังสถานที่ต้นตอของความวุ่นวาย

แม้ว่าทุกคนจะได้รับการปกป้องภายในเมืองจักรพรรดิ์แต่พวกเขาก็ยังหวั่นไหว เป็นเพราะนี่คือกลิ่นอายของจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญเมื่อมันถูกปลดปล่อยออกมามันจะปกคลุมทุกสถานที่ในรัศมี หลายสิบล้านลี้

แม้จะมีการป้องกันของเมืองจักรพรรดิ์อันยิ่งใหญ่ แต่ความผันผวนลึกลับประเภทนั้นก็ยังทะลุทะลวงเข้ามาได้แม้ว่ามันจะไม่มีพลังทำลายล้างก็ตาม

นี่เป็นเพียงความกดดันเล็กน้อยทำให้สิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุดรู้สึกถึงสัญญาณเตือน เป็นเพียงความกดดันประเภทหนึ่งเท่านั้น

มีเพียงบุคคลระดับผู้สูงสุดถึงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังนี้ ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรบ่มเพาะต่ำกว่าไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พวกเขารู้แค่ว่ามีบางสิ่งที่สำคัญเกิดขึ้นนอกเขตแดนรกร้าง แต่ไม่มีทางที่พวกเขาจะสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันยิ่งใหญ่มหาศาลของจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญได้

มีเพียงกวางเท่านั้นที่รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของราชสีห์ พวกมดแมลงย่อมไม่รู้สึกตัว

มดแมลงที่ว่าย่อมหมายถึงผู้แข็งแกร่งอาณาจักรตนเองลงมา!

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้คนทั้งหมดที่ไม่รู้สึกตัว ในตอนนี้สือฮ่าวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวความกดดันที่เขาได้รับคล้ายกับภูเขาเซียนขนาดใหญ่กำลังกดทับเขาอยู่

ตอนนี้เมืองจักรพรรดิถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ไม่อนุญาตให้สิ่งมีชีวิตเข้าออก

อย่างไรก็ตามตอนนี้มีผนังข้างหนึ่งของเมืองถูกเปิดออก ใครบางคนปีนขึ้นไปบนยอดกำแพงเมืองจับจ้องไปยังท้องฟ้าของอีกด้าน

หินทุกชิ้นที่ใช้สร้างกำแพงนี้เป็นดวงดาวขนาดใหญ่มากมายที่ตกลงมาจากสงครามเซียนโบราณครั้งสุดท้าย ไม่มีใครทราบได้ว่ามันสูงแค่ไหน

การยืนอยู่ด้านบนของกำแพงประเภทนี้ก็เหมือนกับการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก

ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนทะเลทรายอันกว้างใหญ่

เขาคือเซียนอมตะหวัง เขายืนอยู่ที่นั่นโดยไม่เคลื่อนไหวดวงตาทั้งสองข้างของเขาเป็นประกายแวววาว

นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมามีคนน้อยนักที่สามารถขึ้นมายืนบนกำแพงนี้ได้ เพราะว่าเมืองแห่งนี้ตั้งขวางเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างสองมิติ มันจึงถูกปิดผนึกอยู่ตลอดเวลา

หลังจากนั้นไม่นานจินไท่จุนก็ตามมายืนเคียงข้างเขาโดยไม่พูดอะไร

“คราวนี้ถ้าพวกเขามาทุกคนที่ต่อต้านจะต้องตายอย่างแน่นอน” เซียนอมตะหวังกล่าว

ภายนอกของเขาดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหกปีเท่านั้น แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความชราภาพจนแทบจะไม่มีเสียงของใครแก่ชราไปกว่าเขาอีกแล้ว

“เมื่อกองกำลังอันยิ่งใหญ่ของศัตรูมาถึงทุกคนจะตายกันหมด” จินไท่จุนตอบ

หลังจากนั้นไม่นานมีอีกสามร่างก็ปรากฏขึ้นบนกำแพง พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตระดับผู้สูงสุดของเมืองจักรพรรดิ์ โดยปกติแล้วพวกเขาจะมีหน้าที่เฝ้าดูแลแท่นบูชาบรรพบุรุษ

ร่างของพวกเขาพร่ามัวเต็มไปด้วยพลังแห่งความโกลาหล

ในทะเลทรายสีทองอันยิ่งใหญ่ความผันผวนที่ไร้ขอบเขตนั้นรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า ทุกคนสามารถเห็นได้ว่ามีราชโองการสีดำของจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญถูกนำมาอ่านนับร้อยฉบับ

ราชโองการพวกนี้ไม่ใช่คิดอยากจะเขียนขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เขียนได้ พวกมันถูกเขียนขึ้นมาจากโลหิตแก่นแท้ของจักรพรรดิผู้ไม่ดับสูญ

อักขระมากมายบินขึ้นไปบนฟ้าและฝังตัวเข้าสู่พายุอันรุนแรงของสวรรค์อเวจี

ผู้สูงสุดจำนวนหลายร้อยคนจากต่างมิติกำลังนั่งสวดคัมภีร์โบราณอย่างดื้อรั้น แม้ว่าสายฟ้าสีดำจะฟาดลงมาทำร้ายร่างกายและวิญญาณดั้งเดิมของพวกเขาก็ตาม

จบบทที่ 276 - กดดันชายแดนรกร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว