เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 25 - Giants Canyon (3)

Chapter 25 - Giants Canyon (3)

Chapter 25 - Giants Canyon (3)


Chapter 25 - Giants Canyon (3)

เซรินได้ดึงสายธนูจนสุด และในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับปลายหัวธนูอยู่ เธอก็ได้ปล่อยลูกศรออกไป

"ฟิ้ว"

ลูกศรพุ่งออกไปไกลและตามมาด้วยเสียงที่น่าพอใจ

"ฉึก"

มันได้เจาะผ่านหนึ่งในหัวของยักษ์สองหัว

"ก๊าซซ"

หัวที่เหลืออยู่ของมันได้มองดูโดยรอบในทันทีและพบกับนักล่าทั้งสี่คน มันจึงได้พุ่งเข้าไปหานักล่าด้วยความโกรธ เมื่อมันตนองเช่นนี้เชี่ยน หวางก็ตะโกนออกมา

"ดึงความสนใจสำเร็จ เตรียมตัวไว้"

ราจช์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดของนักล่าก็ตะโกนออกมาในขณะตั้งโล่

"เข้ามา เข้ามาหาฉันนี่"

ยักษ์สองหัวที่เต็มไปด้วยความโกรธได้เหวี่ยงกระบองเข้าใจเขา

'ฉันไม่สามารถหลบมันได้'

ราจช์ตัดสินใจที่จะใช้ทักษะและยกโล่ขึ้นขณะตะโกน

"กำแพงเหล็กของเอ็นวิล"

รูปสิงโตที่ฝังอยู่ภายในโล่ได้ส่องแสงออกมาและแสงก็ได้เติบโตขยายขึ้นออกมาเป็นสองเท่าของโล่ มันได้บดบังราจช์ให้อยู่หลังกำแพงนี้

เมื่อกระบองของยักษ์สองหัวได้เข้ามาปะทะกับกำแพง มันก็ได้แตกกระจายเป็นชิ้นๆหลังจากเสียง 'แคร่ก' ดังออกมา

ราจช์ได้ถอยออกมาเล็กน้อยแต่แรงปะทะส่วนใหญ่ได้หายไปก่อนหน้านี้แล้ว เชี่ยน หวางแทงเข้าไปที่ยักษ์สองหัวในตอนที่มันกำลังมึนงงจากการปะทะเมื่อครู่อยู่

"ก๊าซซ"

และซานติอาโก้ก็เดินผ่านหว่างไป เขาพึมพำบางคำออกมา

"เชือดและเสี่ยงดวง"

มีดสั้นที่มือเขาโดยที่จะหมุนคล้ายกับสว่าน ซานติอาโก้วิ่งเข้าไปหายักษ์สองหัวและแทงอย่างรุนแรง

ยักษ์สองหัวได้ก้าวถอยหลังเพื่อที่จะตอบสนองต่อการโจมตีที่ป่าเถื่อนของซานติอาโก้

"ฟิ้ว"

เขาที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของมันก็ได้ถูกลูกธนูเจาะลงจนลึกถึงไปในกระโหลก ยักษ์สองหัวก็ได้ทรุดตัวลงในจุดนั้น

"มหัศจรรย์..."

เชี่ยน หวางได้หนีบหอกไว้ที่รักแร้และปรบมืออกมาให้กับเพื่อนร่วมทีม เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆในทีมของเขาสุดยอดมาก

ราจช์ผู้ที่รับผิดชอบในการป้องกันคนในทีม เขามีโล่ที่ยอดเยี่ยม ค่าความอดทน และโพชั่นที่มากมาย

ซานติอาโก้ความคล่องแคล่วว่องไวและใช้มีดสั้นระดับสูง

และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือนักธนูเหรียญทองเซรินผู้ที่ควบคุมการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบในทุกๆการต่อสู้ด้วยการโจมตีระยะไกลที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างไรก็ตามจอมเวทเคได้หนีหายไปตัวคนเดียวโดยไร้ซึ่งร่องรอย ที่การจู่โจมดำเนินต่อมาได้โดยปราศจากเขา ก็คงจะจะต้องขอบคุณนักล่าทั้งสามคนข้างต้น

ที่เชี่ยน หวาง สามารถที่จะมาถึงบทนนี้ได้เนื่องมาจากเขาได้ถูกช่วยไว้โดยคนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่กลับปรากฏว่าทีมของเขาในรอบนี้ยังดียิ่งกว่ารอบที่แล้วอีก

เมื่อการต่อสู้จบลงราจช์ก็ยืนขึ้นมาพร้อมกับโล่ที่กลับมาสู่ขนาดปกติแล้วก็ได้ถามโอเปอเรเตอร์

"เฮ้ โอเปอเรเตอร์พลังชีวิตของฉันเหลือ?"

[พลังชีวิต: 7932/9200]

"เยี่ยม แจ้งเตือนฉันเมื่อมันลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสามของทั้งหมดฉันจะได้ทำการดื่มโพชั่น"

[รับทราบ]

เชี่ยน หวางตกตะลึง

"เขามีพลังชีวิตมากกว่า 9000"

ราจช์หยักไหล่ออกมา

"ฉันกมายถึง...ถ้าหากนายจะต่อสู้ในฐานะแนวหน้า ฉันคิดว่าการมีค่าพลังชีวิตที่สูงนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในทางตรงกันข้ามพลังด้านอื่นๆของฉันค่อนข้างจะต่ำ"

เซรินเหบือบมามองเขาและให้คำแนะนำ

"ควรที่จะทำให้แน่ใจว่าพลังชีวิตของนายเต็มก่อนที่เราจะไปพบกับบอส นายไม่มีทางจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

"แน่นอน คุณคนสวย"

ราจช์แกล้งเล่นหูเล่นตากลับมาและแอบมองไปที่เรือนร่างของเซริน เชี่ยนไม่รู้ว่ามีใครได้เห็นถึงเรื่องนี้หรือไม่ แต่เขาเห็น

เชี่ยนนั้นไม่ชอบมันดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินเปบื่ยนเรื่องคุย

"ฉันนั้นสงสัยว่านายจอมเวทนั้นได้ไปที่ไหน?"

ซานติอาโก้หมุนมีดสั้นในมืออย่างชำนาญในขณะที่ตอบกลับมา

"ใครจะไปรู้บางทีเขาอาจจะกลัวและวิ่งหนีไปก็ได้"

เชี่ยนได้มองกลับไปในทิศทางที่เขาได้เดินจากมา เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากกองศพ

หุบเขาแห่งนี้มีเส้นทางตรง จอทเวทนั้นไม่ได้อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของพวกเขา ไม่มีเขาให้เห็นเลยในเส้นทางเหล่านี้

"ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าพวกเราจะไปเป็นอะไรกับการจัดการกับมอนสเตอร์ปกติ แต่ว่า...มันจะดีหรอที่จะจัดการบอสด้วยพวกเราเพียงสี่คน?"

เชี่ยนได้ยกความกังวลของเขาขึ้นมาและราจช์ก็ตอบเขากลับไป

"อืม...พวกเราไม่สามารถที่จะรู้ได้จนกว่าจะเจอกับถูกไหม? ไม่ใช่ว่าพวกเราก็จะสามารถหนีออกมาได้ถ้าหากสู้ไม่ไหวหรอกเหรอ นายก็รู้นี้ในสิ่งที่เจ้าเศษขยะนี้พูดทุกครั้งนะ"

ราจช์ได้เคาะลูกบาศก์และพูดคำพูดของเขาต่อของเขา

"ทำภารกิจให้สำเร็จหรือไม่ก็ตาย"

ซานติอาโก้หัวเราะกับเสียงแหลมสูงของราจช์ เซรินไม่ได้ตอบสนองอะไร เชี่ยนได้ปล่อยให้ไหล่ของเขาลู่ลง

"ฉันคิดว่า...สิ่งที่นายพูดนั้นถูกทั้งหมด"

เชี่ยนปรบมือขึ้นมาอีกครั้ง

"ถ้าอย่างนั้นไปลองดูกัน"

ข้างหน้้าของพวกเขามียักษ์ได้ยืนอยู่ตัวเดียว

และก็เป็นอีกครั้งที่สายตาของทุกคนไปอยู่ที่ลูกธนูของเซริน

"ฟิ้ว"

ลูกศรได้พุ่งออกไปไกลและตกลงไปที่หัวของยักษ์ ยักษ์ได้หันกลับมาโดยที่ลูกธนูยังคงปักหัวมันอยู่ มันมองมาที่เหล่านักล่าด้วยความโกรธและพุ่งเข้าใส่ ราจช์จึงได้พึ่งออกไปข้างหน้าเพื่อจัดการกับมา

"เข้ามาเลยไอ้สัตว์ประหลาด"

ราจช์ได้ยั่วยุมอนสเตอร์ให้หันสนใจมาที่เขาและให้อีกสามคนทำการโจมตี ด้วยกลยุทธ์นี้ทำให้พวกเขาเดินผ่านหุบเขาอย่างช้าๆและมั่นคง

****

"ก๊าซซ"

ยักษ์ที่กำลังโกรธได้เหวี่ยงกระบองของมัน

"วูบ วูบ"

กระบองที่ได้แกว่งผ่านอากาศได้ส่งเสียงขู่ที่น่ากลัว แม้ว่าซังจินจะเพิ่มค่าความอดทนไปมากแต่พลังชีวิตของเขาก็จะลดลงอย่างน้ำน้ำหลาก

'ถ้าหากมันตีโดนน่ะนะ'

ซังจินนั้นได้อยู่ในระดับที่พวกมอนสเตอร์ปกติ ไม่สามารถโจมตีเขาโดนได้ด้วยการโจมตีที่เรียบง่ายแล้ว

ซังจินสามารถหลบกระบองได้อย่างง่านดายและเขาก็ดาบกลับไปสองครั้งในขณะที่หลบการโจมตี

เลือดของยักษ์ได้พุ่งออกมาเป็นรูปตัว X จากหน้าอกของมันและล้มลงไปด้านหลัง

"ก๊า"

กระบองสองอันได้ถูกเหวี่ยงเข้ามาใช่ซังจิน อันหนึ่งถูกเหวี่ยงโดยยักสองหัว ส่วนอีกอันถูกเหวี่ยงโดยยักษ์ที่มีขนดก

ซังจินก้มหน้าหลบและคลุมตัวเองด้วยผ้าคลุมก่อนจะตะโกนออกมา

"แข็งตัว"

ผ้าคลุมก็ได้แข็งตัวขึ้น กระบองได้ฟาดลงมาที่เขา แต่

"เป้งงง"

มีเสียงดังออกมาราวกับกระบองได้ตีเข้าไปในแผ่นเหล็ก การโจมตีไม่ได้ทำร้ายซังจินเลย

'มันเป็นประโยชน์'

ซังจินยืนขึ้นมาและเผชิญหน้ากับศัตรูผ้าคลุมของเขาได้กระพือไปตามสายลม

"ก๊าา"

สองยักษ์ได้ยกกระบอกขึ้นอีกครั้ง แต่ซังจินได้สะบัดดาบของเขาสองครั้ง

"ฉูด"

"ฉูด"

และแขนที่ถือกระบอกงอยู่ก็ถูกตัดออก

ในตอนนี้มอนสเตอร์ที่โดนปลดอาวุธก็ได้พยายามที่จะจัดการกับซังจินแต่มันก็ไร้ผล ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทียักษ์ทั้งสองตัวก็คร่ำครวญออกมาแล้วก็ล้มลงเป็นศพ

เมื่อการต่อสู้จบลง ซังจินก็ได้กระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนพุงของยักษ์ด้วยขาข้างเดียวแล้วสำรวจรอบๆ

ในระยะไกลเขาก็ได้เห็นบอส 'เพ็คและโชวรอช' ซังจินได้ตรวจสอบดูเบื้องหลังของพวกมัน เขาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกไปซากกองศพที่ถูกเอามาทิ้งไว้ในหุบเขา ซังจินจึงเรียกโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลา?"

[เหลื่อเวลา 39 นาที 58 วินาที]

'ฉันได้เจอกับบอสแล้วและยังเหลือเวลาอยู่อีก 40 นาที...ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็ยจะต้องรีบร้อนใช้ทักษะ 'นักล่าสมบัติ' เร็วนี้ๆ'

เขากระโดดลงมาจากพุ่งของยักษ์ ชี้มือทางศพของมันและตะโกนคำร่ายออกมา

"จงตื่นขึ้นและมาเป็นทาสของฉัน การตื่นของคนตาย"

ยักษ์ได้ยินขึ้นมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังอยู่แต่ด้านหลังของซังจิน ซังจินมองขึ้นไปที่มัน นี้เป็ยครั้งแรกที่ซังจินได้ใช้เวทมนตร์นี้

"โอเปอเรเตอร์ ฉันจะควบคุมมันยังไง"

[อัพเดทที่ถูกปลุกขึ้นโดยเวทมนตร์ การตื่นของคนตาย จะตอบสนองต่อคำสั่งด้วยวาจา]

"ตามฉันมาเดี๋ยวนี้"

ยักษ์ตอบสนองด้วยเสียงต่ำที่แตกต่างไปจากเสียงปกติตอนมันมีชีวิตอยู่

"กล๊าา..."

มันได้ตามซังจินช้ามาก ซังจินหันกลับไปมองและเห็นว่ามันกำลังเดินอืดๆมาหาเขา

"อะไรเนี้ย...ทำไมมันถึงช้า?"

ซังจินเดินกลับไปหาอันเดธยักษ์ เขามองดูรอบๆและเมื่อเขายืนยันได้ว่าศัตรูทั้งหมดแถวนี้ตาย เขาก็กางแขนออกมาแล้วพูดขึ้

"โจมตีฉัน"

"ก๊าซ~"

ยักษ์ได้ยกกระบองขึ้นและฟาดลงมา แน่นอนว่ามันขยับช้ามาก

"วูบ"

ซังจินเอียงตัวเล็กน้อยแล้วหลบการจู่โจมอย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่ามันจะช้ากว่าตอนที่มีชีวิตอยู่ซะอีก

'...ฉันคิดว่าพลังเวทของฉันมันต่ำเกินไป'

เวทมนตร์ของเอาไม่มีอันไหนเลยที่มีพลังใกล้เคียง 'คนนั้น' จากเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา

เมื่อ 'คนนั้น' ได้ใช่การตื่นของคนตาย ผลมันได้ทำให้อัธเดทที่ฟื้นคืนมาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ซังจินมองไปที่บอส เพ็คและโชวรอช

'ใช้ไม่สามารถใช้มันเป็นโล่ได้แน่'

ซังจินได้ชี้ไปที่อันเดธยักษ์

"กลับไปตายซะ"

"ก๊าซ.."

ซอมบี้ยักษ์ได้ล้มลงไม่เคลื่อนไหวไปอีกครั้ง ซังจินจ้องมองไปที่ยักษ์ครู่หนึ่ง

"อ่า ถูกแล้ว.."

ซังจินนึกขึ้นได้ว่าเขามีกระดิ่งแปลกๆอยู่ในกระเป๋า โดยมันมีชื่อว่า แมนยาตะ เขาหยิบมันออกมา

"โอเปอเรเตอร์ ไอเทมนี้มันมีผลก็อันเดธที่ฟื้นขึ้นมาไหม"

[ไม่]

'ฉันควรจะลองดูในครั้งต่อไป'

เขาเก็บกระดิ่งกลับคืนไป

"มานาปัจจุบัน?"

[มานา: 1090/3990]

'ฟรอสต์ไบท์' และ 'การตื่นของคนตาย' ใช้มานาไป 790 และ 1580 ตามลำดับ

เขาเดินมาถึงบอสโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงมานาของเขาเลย

'ฉันควรที้จะจัดการเพิ่มมานาของฉันก่อนในตอนนี้'

ซังจินชี้นิ้วไปที่ซากของยักษ์สองหัวและพูดขึ้น

"การกวักมือของลิช"

นิ้วมือของลิชซึ่งได้พันเป็นแหวนอยู่ในก่อนหน้านี้ ได้หลุดออกมาและทำเครื่องหมายสองครั้ง แสงสีฟ้าคล้ายกับหมอกได้ลอยออกมาจากศพและดูดเข้าไปในนิ้วที่ยื่นออกมา ถึงแม้กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มมานาให้เขา แต่ซังจินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

"โอเปอเรเตอร์ มานา?"

[มานา: 3990/3990]

"อืมม โอเค"

ซังจินได้เดินไปทางที่บอสได้ยืนรออยู่

เพ็คและโชวรอช นั้นเป็นยักษ์ที่มีสองหัวเหมือนกับตัวที้เขาพึ่งดูดมานาไป เมื่อบอสได้เห็นนักล่าก็ตะโกนออกมาพร้อมกันทั้งสองหัวในทันที

"เข้ามามนุษย์" "นั้นมันมนุษย์"

[ระวัง บอส]

[ยักษ์จอมเวท เพ็คและโชวรอช ปรากฏตัว]

ลูกบาศก์ได้ประกาศออกมา

"นักเวท? แกหมายถึงอะไร? ฉันเป็นนักรบ" "ฉันเป็นจอมเวทผู้ทรงพลัง"

หัวที่มีขนาดใหญ่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ และหัวที่เล็กกว่าอีกหัวได้หยักหน้าอย่างมีความสุข

ซังจินนั้นไม่รู้ว่าใครคือเพ็คและใครคือโชวรอช แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็มองหน้ากันและตะโกนออกมาพร้อมกัน

"แกกำลังพูดเรื่องอะไร? เราเป็นนักรบ! " "คุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะ? เราเห็นได้ชัดว่าเป็นจอมเวท! "

"แกควรที่จะฟังผู้ใหญ่สิ" "นายหมายถึงอะไร? ฉันนั้นแก่กว่าอีก"

"อะไรนะ?" "เห็นได้ว่าใครแก่กว่า หัวของฉันได้ออกมาก่อน"

ซังจินส่ายหัวออกมา

'พวกเขาเหมือนกับครั้งก่อนเลย....เสียงดังและน่ารำคาญ'

ซังจินได้ดึงดาบออกมาจากฝัก ในที่สุดบอสก็หันมาสนใจเขาแล้วพูดในเรื่องเดียวเป็นครั้งแรก

"แกกล้าที่จะท้าทายเรา"

"ฉันจะฆ่าแก เจ้ามนุษย์ตัวเหม็น" "ฉันจะฆ่าแก เจ้ามนุษย์อ่อนแอ"

 

จบบทที่ Chapter 25 - Giants Canyon (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว