เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 23 - Giants Canyon (1)

Chapter 23 - Giants Canyon (1)

Chapter 23 - Giants Canyon (1)


Chapter 23 - Giants Canyon (1)

เช้าวันรุ่งขึ้น ซังจินก็ได้ลงมาที่ชั้นล่างของโรงแรมเร็วกว่าปกติ ดารูปินก็ได้ทักทายเขา

"อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านอนหลับสบายไหม? ทำไมถึงตื่นเร็วกว่าปกติ"

ซังจินหยักหน้าและตอบกลับ

"ฉันหลับสบายดี"

"แล้วท่านต้องการอะไรเป็นอาหารเช้า"

"เอาเป็นแซนวิซใส่ผักกับเบคอน กาแฟหนึ่งแก้ว และก็อะไรก็ได้ให้เคน"

"รับทราบครับ"

ดารูปินตอบรับออกมา และเตรียมตัวที่จะไปเตรียมอาหาร แต่ซังจินได้เรียกเขาเอาไว้ก่อน

"อ่า ก่อนที่นายจะไปเตรียมอาหาร พอจะมีปากกากับกระดาษมาให้ไหม"

ดารูปินได้หยิบปากกาและกระดาษออกมาให้แก่ซังจิน

"ขอบคุณมาก"

หลังจากเขาได้อุปกรณ์เครื่องเขียน ซังจินก็พูดกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์ แสดงหน้าต่างสเตตัสของฉัน"


ฉายา: สุดยอดนักล่า

พลังชีวิต: 10600 มานา: 220

ความแข็งแรง: 912 (+274)

ความคล่องแคล่ว: 1093 (+328)

ความอดทน: 815 (+245)

พลังเวท: 14 (+4)

พลังจิตใจ: 17 (+5)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 3080


ซังจินเริ่มเขียนลงไปในกระดาษ

'3080'

หลังจากเขาเขียนสเตตัสที่ยังไม่ได้ใช้ของเขา เขาก็เริ่มที่จะรวมค่าสเตตัสความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว

'1186 1421'

จำนวนเหล่านี้เป็นสเตตัสรวมของผลจากฉายาสุดยอดนักล่า ความจริงแล้วด้วยสเตตัสพวกนี้เขาก็จะไม่มีปัญหาในการเคลียในอีกสองสามบทต่อไป

ค่าสเตตัสของเขาเกินกว่าพันเขาไปแล้ว เมื่อพวกกับโบนัสสเตตัสความแข็งแรงระดับ S และโบนัสสเตตัสความคล่องแคล่วระดับ A จากดาบ 'มูนสเปค' แล้วยังมีผลจากฉายา ซามูไรชั้นยอด อีก....

ซังจินนั้นมีพลังโจมตีที่มากพอที่จัดจัดการศัตรูของเขาในดาบแม้ว่าจะเป็นบอสลับก็ตามที และยังมีความเร็วที่มากพอจะหลบทุกๆการโจมตีได้ การต่อสู้กับบอสลับผู้เฝ้าสุสานอิ๊กซ์ในก่อนหน้านี้ได้เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดี

'เยี่ยม ข้อดีนี้มันเป็นประโยชน์...'

ดังนั้นซังจินจึงเขียนลงไปในค่าความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว

'+1000'

แม้ว่าเขายังไม่ได้ต้องการในทันที แต่ศัตรูจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่การจู่โจมไปสู่บทลึกๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะอัพค่าความแข็งแรงและค่าความคล่องแคล่วอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าเขาจะวางแผนที่จะใช้เวทมนตร์ แต่ว่ารากฐานของเขานั้นก็คือนักดาบดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้รากฐานของเขาเสียความมั่นคงไป

สเตตัสต่อมาที่เขามองก็คือค่าความอดทน เขาแทบจะไม่ต้องการมันเลย

มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาได้ถูกโจมตีและในตอนนั้นก็ได้เคนมารับความเสียหายแทนเขา

ครั้งเดียวที่เขาได้เสียพลังชีวิตจริงๆคือตอนที่ใช้ยอนฮัวเรท

'แต่ว่า..'

เขาเขียนไปที่ค่าความอดทน

'+500'

ซังจินนั้นเคยต่อสู้กับบอสปกติเกือบทุกตัวและรู้เกี่ยวกับพวกมันทั้ง แต่เขานั้นไม่รู้ข้อมูลของบอสลับเลย

มันก็มีก็โอกาสที่หนึ่งในพวกมันจะสามารถโจมตีด้วยความสามารถทางเวทมนตร์ที่อันตรายหรือความสามารถที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

แต้มที่เหลืออยู่ของเขาในตอนนี้คือ 580 เขาต้องการที่จะทดลองอัพค่าพลังเวทมนตร์และพลังจิตใจ

นี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่เขาดูจะตื่นเต้นกว่าก่อนหน้านี้ ดังนั้นเพื่อที่เขาได้เขียนสเตตัสลงกระดาษได่อย่างถูกต้องเขาจึงได่ครุ่นคิดอย่างระเอียดรอบคอบ

"โอเปอเรเตอร์ การใชใช้มานะของเวทมนตร์คิดเป็นยังไง?"

[ระดับของเวทมนตร์คูณกับพลังเวท]

ข้อมูลนี้ตรงกับสิ่งที่เขาได้ยินจากนักล่าคนอื่น ๆในชีวิตก่อน ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจะใช้เวทมนตร์ระดับสอง 'ฟรอสต์ไบท์' การจ่ายมานาจะคำนวณเป็น 2*8 ดังนั้นค่าพลังมานาที่ต้องใช้คือ 36

ปัญหาสำคัญในตอนนี้ที่เขาจะต้องคิดคือหาอัตราส่วนที่ดีระหว่างพลังเวทและพลังจิตใจ

ถ้าหากพลังเวทของเขาต่ำกว่าพลังจิตใจ เขาก็จะสามารถร่ายเวทได้หลายครั้ง แต่มันจะอยู่ในระดับที่อ่อนแอมากๆ ในทางกลับกัน ถ้าพลังจิตใจของเขาต่ำกว่าพลังเวท ผลของเวทเขาก็จะแรงมากแต่ก็จะร่ายได้เพียงไม่กี่ครั้ง

ปัญหาคือซังจินนั้นไม่เคยใช้เวทมนตร์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ค่าสเตตัสที่เหมาะสม

'นี้เป็นครั้งแรกของฉัน...'

ซังจินตัดสินใจที่จะลองใช้เวทมนตร์ในบทต่อไป เพื่อที่จะได้รู้ถึงพลังของมัน

'ฉันจะลองเริ่มต้นด้วยอัตรา 1 ต่อ 1 และค่อยพยายามผสมกันไปในภายหลัง ฉันอาจจะปรับการแบ่งค่าสเตตัสหากได้รับเวทมนตร์ระดับสูง'

ซังจินได้ตัดสินใช้อัพค่าพลังเวทและพลังจิตใจอย่างละ 290

เมื่อเขาเขียนเสร็จสิ้นลง เขาก็ได้สังเกตุเห็นแซนวิซวางอยู่ข้างหน้า เขาหมกหมุ่นอยู่กับการแบ่งค่าสเตตัสจนเกินไปทำให้ไม่ได้สังเกตุเห็นดารูปินที่เอามาให้

ซังจินได้หยิบแซนวิซขึ้นมาและกัดไปคำนึง ในขณะที่เขากำลังเคี้ยวอยู่ก็บอกกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์ อัพค่าความแข็งแรง 1000 ความคล่องแคล่ว 1000 ความอดทน 500 พลังเวท 290 และพลังจิตใจ 290"

[แต้มทั้งหมดได้ถูกเพิ่มขึ้นแล้ว]

"แสดงหน้าต่างสเตตัสของฉัน"


ฉายา: สุดยอดนักล่า

พลังชีวิต: 17100 มานา: 3990

ความแข็งแรง: 1912 (+574)

ความคล่องแคล่ว: 2093 (+628)

ความอดทน: 1315 (+395)

พลังเวท: 304 (+91)

พลังจิตใจ: 307 (+92)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 0


'ด้วยสเตตัสเช่นนี้....'

ซังจินหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มเขียน

'ฟรอสต์ไบท์ใช้มานา 395*2 หรือ 790 ต่อครั้ง การตื่นของคนตายใช้มานา 395*4 หรือ 1580 เนื่องจากฉันมีมานาทั้งหมด 3990 ฉันสามารถที่จะใช้ฟรอสต์ไบท์ได้ 5 ครั้ง หรือใช้การตื่นของคนตายได้สองครั้ง โดยที่ไม่ได้เติมมานา...'

มันเพียงพอแล้วที่จะทดลองใช้ดูในการจู่โจมต่อไป และถ้าหากเขาต้องการก็จะสามารถใช้ดาบหรือแหวนของลิชในการฟื้นฟูมานาที่เสียไปได้ เมื่อซังจินได้เสร็จสิ้นการคำนวณแล้วโอเปอเรเตอร์ก็ได่ประกาศออกมา

[การจู่โจมจะเริ่มอีกใน 30 นาที]

ซังจินได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างสบายๆเพลิดเพลินไปกับอาหาร และในไม่ช้าเขาก็ถูกวาปไปสู่ 'หุบเขายักษ์'

****

ดวงอาทิตย์ได้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก แสงสีส้มได้ย้อมภายในโลกให้กบายเป็นสีส้ม มีกำแพงหุบเขาสูงอยู่ทั้งสองฝั่ง ด้วยรังสีของแสงที่ได้ตกลงมาได้ทำให้พื้นแห้งแตก

สถานที่ๆซังจินถูกวาปมาเป็นหุบเขาขนาดมหึมา โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มการประกาศของเธอ

[ยินดีต้อนรับสู่หุบเขายักษ์]

[เป็นที่ๆเผ่าพันธุ์รวมตัวกันและอาศัยอยู่]

[โปรดระวัง: ยักษ์นั้นเป็นอันตราย]

[เนื่องจากมันมีขนาดตัวที่ใหญ่]

ซังจินได้มองไปรอบๆอย่างไม่ใส่ใจ แกรนด์แคนยอนในอเมริกาน่าจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ แม้ว่าเขาจะไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน

"กำลังทำการจัดทีมนักล่า"

ซังจินยืนอยู่อย่างไม่กังวลว่าจะได้ใครมาเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา เพราะในตอนนี้เขานั้นมีแต้มสเตตัสที่มากพอจะเคลียการจู่โจมด้วยตัวคนเดียวอย่างปลอดภัยภายในเวลาที่กำหนด

"หาว~"

ซังจินได้หาวออกมา การที่เขาตื่นขึ้นมาเร็วกว่าปกติเพื่อจัดการแบ่งสเตตัสมันได้ทำให้เขาง่วงนอน ซังจินได้เช็ดน้ำตาออกไปก่อนที่จะมองสำรวจฉายาของเพื่อนร่วมทีม

'ผู้พิทักษ์ นักฆ่า พลหอกระดับกลาง'

ฉายาทั้งหมดนั้นมีแต่ฉายาที่ดี เฉพาะแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถไปข้างหน้าและอยู่รอดได้

ซังจินได้อ่านฉายาด้วยดวงตาที่ใกล้จะปิดลง แต่แล้วฉายาสุดท้าย

'สไนเปอร์ชั้นยอด'

'อะไร?'

ตาของซังจินเบิกกว้างออกมาอย่างประหลาดใจ เขารีบหันหัวลงมามองที่เข้าของฉายาในทันที และเขาก็ต้องตกใจอีกครั้ง เจ้าของฉายา 'สไนเปอร์ชั้นยอด' นั้นมีผมที่ยาว

'ผู้หญิง?'

มันจะเป็นที่น่าประทับใจไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับฉายา 'สไนเปอร์ชั้นยอด' และนอกจากนี้เธอก็ยังสวย

เธอนั้นมีเครื่องหมายของชาวเอเชียคือผมสีดำตรงยาวจนถึงไหล่ โดยปราศจากเครื่องสำอางหน้าของเธอดูขาวบริสุทธิ์

ดวงตาคมและจมูกที่โด่งได้ทำให้้ใบหน้าเธอดูเย็นชา แถมยังร่างกายที่เพรียวได้รูปปราศจากไขมันส่วนเกิน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีร่างกายเช่นนี้ เธอนั้นได้เปล่งประกายความงามของผู้หญิงออกมาจำนวนมาก

ซังจินจ้องมองเธออยู่ครู่หนึงและด้วยเหตุผลบางอย่างเธอดูคุ้นๆ

'ฉันเคยเห็นเธอที่ไหนกันนะ...'

นักล่าคนอื่นๆทั้งสามคนที่เหลืออยู่ก็จ้องมองเธอเช่นกัน เริ่มจากบทที่ 1 นั้นได้มีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่สามารถจะอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้

และในหมู่พวกเขา ชาวเอเชีย 'พลหอกระดับกลาง' ก็ได้เดินเข้าไปหาเธอ

"ขอโทษด้วยนะ...ใช่เซริน ฮานไหม? มือธนูเหรียญทองเซริน ฮาน?"

"อ่า.."

ในที่สุดซังจินก็นึกออกมือธนูเหรียญทองเซริน ฮาน

เธอเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและได้รับรางวัลเหรียญทองในการยิงธนู เธอได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากเนื่องจากความสวยงามที่โดดเด่นของเธอ ถึงขนาดปรากฏในการจัดอันดับ 'เซ็กซี่โอลิมปิคสตาร์' ซึ่งทำให้เธอได้กลายเป็นคนมียื่อเสียง

เธอยังปรากฏตัวในป้ายตามถนนต่างๆและโฆษณาทางทีวีสำหรับการแต่งหน้าดังนั้นแม้แต่ซังจินที่ไม่ค่อยได้ดูทีวีก็ยังรู้จักเธอ

'พลหอกระดับกลาง' ยื่นมืออกมาและทักทายเธอ

"ผมเป็น...แฟนคลับตัวยงของคุณ ผมชื่อเชี่ยน หวาง...ผมมักจะเห็นคุณปรากฏตัวในงานเครื่องสำอางในประเทศจีน"

แต่เซรินได้กอดอกของเธอไม่สนใจมือที่ยื่นออกมาและหยักหน้า

"อ่า โอเค"

'เย็นชา'

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจเธอ การจู่โจมนั้นเป็นสถานที่ป่าเถื่อน มันไม่มีอะไรที่จะรับประกันว่าทีมของเธอจะหันเหมาทำอะไรก็ตามกับเธอในระหว่างการจู่โจม

เช่นเดียวกับที่เขาเคยพูดมันไม่มีกฏใดๆที่ห้ามไม่ให้ฆ่านักล่าคนอื่นๆ และยังไม่มีการป้องกันนักล่าที่จะถูกนักล่าด้วยกันกระทำ 'สิ่งต่างๆ' อีกด้วย

'แต่ถ้าเธออยู่ในระดับสไนเปอร์ชั้นยอด ก็ควรที่จะแทบไม่มีผู้ชายคนใดจัดการเธอได้ง่ายๆ...'

ซังจินมองไปรอบๆด้วยความสนใจ เพื่อนร่วมทีมที่เหลืออีกสองคนเป็นคนผิวคล้ำทั้งคู่ แต่ทั้งสองก็แตกต่างกันอย่างมาก

ผู้พิทักษ์ถือไม้กระบองที่ติดด้วยรวดหนามและโล่ขนาดใหญ่ เหมือนกับคาลตูเขาดูเหมือนจะมาจากแถวแถบอินเดีย ในขณะที่นักฆ่าซี่งถือกริซอยู่ดูเหมือนจะเป็นคนอเมริกัน

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 3 นาที]

เชี่ยน หวางตบมือขึ้นหลังการประกาศของเธอและพูดขึ้น

"มาเถอะ มารวมกลุ่มกันแล้วหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่เราจะใช้ในต่อไป"

ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตอบสนองต่อเขา ไม่ใช่ ซังจิน'สุดยอดนักล่า' หรือ เซริน'สไนเปอร์ชั้นยอด' หรือ 'ผู้พิทักษ์' หรือ 'นักฆ่า' ซังจินเงยหน้ามองสามาชิกคนอื่นๆ

'นี้มันเป็นการรวมตัวของพวกสันโดษ ฉันคิดว่าฉันชอบแบบนี้มากกว่าแม้ว่า...'

ไม่ว่าเพื่อนร่วมทีมเขาจะเป็นยังไง เป้าหมายของซังจินก็ยังคงเหมือนเดิม

'ค้นหาบอสลับ ชิ้นส่วนลับ และเก็บรวบรวมของหายาก'

ตอนนี้เขาคิดอย่างนี้ เขายังมีอีกหนึ่งเป้าหมาย

'อ่า แล้วก็ทดลองใช้เวทมนตร์'

ซัวจินดึงดาบออกมามาจากฝักเล็กน้อยแล้วเก็บกลับเขาไป

"คลิ๊ก"

มันเป็นเสียงที่น่าพอใจ แล้วจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าใครบางคนมองมาที่เขา เป็นเซริน ฮาน เธอคงจะได้เห็นประกายแสงสีฟ้าที่ออกมาจากดาบในตอนที่เขาชักออกมาเล็กน้อย เธอจ้องไปที่ดาบที่เกิดการเปลื่ยนแปลงเมื่อสักครู่

เมื่อซังจินหันมามองเธอสายตาของพวกเขาก็มาเจอกันและหลังจากการจ้องมองกันสั้นๆเธอก็หันหน้าไปทางอื่น เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความหยิ่งของเธอหรือไม่ แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่ได้หันมาอีก

'เฮ่อ...ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอซักหน่อย ดังนั้นเธอก็ไม่ควรที่จะทำตัวเย็นชา'

ซังจินหันไปมองพระอาทิตย์ตกในระยะไกลและยกมือเหยียดขึ้น

"หาววว~"

มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะหาวออกมาอีกครั้ง ซังจินบิดคอและเริ่มเหยียดยืดส่วนต่างๆของร่างกายเขา ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น

จบบทที่ Chapter 23 - Giants Canyon (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว